ไป๋หู่เจอกับเสี่ยวเอิ้นเมื่อหลายปีก่อน เขาได้ช่วยนางไว้ตอนที่ถูกกลุ่มโจรดักปล้น พ่อแม่ครอบครัวของเธอเสียชีวิตจนหมด เธอไม่เหลือใคร และไม่มีบ้านให้กลับ ตอนนั้นไป๋หู่เพิ่งตั้งสำนักได้ไม่นาน นางจึงขอติดตามมาอยู่ด้วย โดยการขอเป็สาวใช้ เพื่อทดแทนบุญคุณที่ไป๋หู่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ ชายหนุ่มไม่รู้จะปฎิเสธอย่างไร จึงยอมตกลงให้นางเข้ามาอาศัย และให้ช่วยดูแลภายในเขตพื้นที่ส่วนตัวของเขา เพื่อกันไม่ให้พวกคนอื่นๆ ที่มีแต่ผู้ชาย เข้ามากวนใจเธอได้ เขาไม่เคยคิดเกินเลยกับเสี่ยวเอิ้นเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเห็นเธอเป็เพียงน้องสาวคนหนึ่ง ที่เขาให้ความเมตตา ช่วยเหลือ เพียงเท่านั้น แต่ตัวเสี่ยวเอิ้นเองกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เธอรักและเทิดทูนเ้าสำนักเป็อย่างมาก เรียกได้ว่ายอมตายถวายชีวิต หลายครั้งที่ไป๋หู่เมามาย และมีทีท่าแบบที่ลูกผู้ชายส่วนใหญ่มักจะเป็กัน แต่เขากลับไม่เคยล่วงเกินหญิงสาวเลยแม้แต่นิดเดียว เขากลับออกไปยังหอนางโลม เพื่อจัดการความรู้สึกนั้นแทน นั่นจึงเป็สิ่งที่เสี่ยวเอิ้นเองก็แอบน้อยใจอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านเลยไป เธอก็เริ่มเข้าใจ และปฎิบัตินายท่านในแบบที่เขาเมตตา และให้เธอได้อยู่อาศัยด้วยเท่านั้น
“ออ ขอบใจนะ” ชายหนุ่ม ขอบคุณหญิงสาว พลางมองไปที่ร่างบางตรงหน้า นี่ก็หลายปีแล้ว ที่เธออยู่ปรนนิบัติเขา ทั้งที่เธอเองก็ควรจะออกเหย้าออกเรือน ไปมีครอบครัวได้แล้ว แต่ทุกครั้งที่ชายหนุ่มแนะนำชายดีดีให้ เสี่ยวเอิ้นก็เอาแต่ปฎิเสธ และบอกว่าขออยู่รับใช้เขาดีกว่า เธอจะยอมแต่งกับคนที่เธอรักเท่านั้น หากชาตินี้ไม่มีคนที่เธอรัก หรือเขาไม่รักเธอ เธอเองก็จะขออยู่เป็โสดแบบนี้ไปตลอดชีวิต นั่นทำให้ชายหนุ่มต้องล้มเลิกความคิดที่จะให้นางออกเรือนไป
“นายท่านคิดอะไรอยู่หรือเ้าค่ะ ถึงได้นั่งนิ่ง ไม่ยอมจุดไฟเช่นนี้ มีอะไรไม่สบายใจหรือเ้าค่ะ” หญิงสาวสอบถามด้วยความเป็ห่วง พร้อมรินสุราลงจอกน้อยให้ชายหนุ่ม
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่คิดเื่งานน่ะ สงสัยคิดเพลินไปหน่อย ไม่รู้ตัวเลย ว่ามืดค่ำขนาดนี้แล้ว” ชายหนุ่มยกจอกสุราเข้าปาก
“อืมมม สุราดี..” เ้าสำนักหนุ่ม ยิ้มอย่างพอใจ ทำให้หญิงสาวอดที่จะยิ้มตามด้วยไม่ได้
“ข้าเพิ่งได้มาจากพ่อค้าต่างเมือง เขาว่าเป็สุราชั้นดี ข้าจึงซื้อมาให้นายท่านได้ลองชิม ถูกปากใช่ไหมเ้าค่ะ พรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปสั่งให้เขานำมาเพิ่มอีก” หญิงสาวพูดยาวด้วยความยินดี พลางคีบกับแกล้ม เนื้อหมูผัดซอสแดง เมนูที่เขาชอบวางลงบนจานให้ชายหนุ่ม ถือเป็พฤติกรรมที่เธอทำประจำ ในการดูแลปรนนิบัติชายตรงหน้า อย่างดี ด้วยความเต็มใจ เธอรู้สึกว่า เพียงขอให้ชายตรงหน้ามีรอยยิ้ม มีความสุขได้ ในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะให้เธอต้องทำสิ่งใด เธอก็ยอมทุกอย่าง
“เสี่ยวเอิ้น...อาอิ้น” ชายหนุ่มเรียกหญิงสาวตรงหน้าที่ดูเหมือนจะคิดอะไรอยู่ จนไม่ได้ยินที่เขาเรียก อีกครั้ง
“จะ เ้าค่ะ” สาวคนสนิทสะดุ้งเบาๆ พลางระล่ำระลักรีบรินสุราให้เขาอีกครั้ง
“คิดอะไรอยู่รึ ถึงได้เหม่อลอย มีใครทำอะไร กวนใจหรือเปล่า” เ้าสำนักหนุ่มถามสาวคนสนิท พลางจิบสุรา กินอาหารฝีมือคนตรงหน้าอย่างผ่อนคลาย
“ไม่มีอะไรเ้าค่ะ ข้าอยู่สุขสบายดี ไม่มีใครทำอะไรหรอกเ้าค่ะ นายท่านดูแลข้าอย่างดี จนทุกวันนี้ ข้าแทบไม่ต้องทำอะไรเองแล้ว จะทำสิ่งใด ก็มีแต่คนแย่งชิงไปทำให้เสียหมด จนข้าเองก็รู้สึกเบื่ออยู่มาก หากนายท่านจะเมตตาข้าอีกสักหน่อย ช่วยให้ข้าได้ทำงานเยี่ยงสาวใช้คนอื่นด้วยเถิดเ้าค่ะ” หญิงสาวตัดพ้อคนตรงหน้า ทั้งที่เธอเองก็รู้ดีกว่าเขาเป็ห่วงเธอจึงสั่งให้เธอที่มีตำแหน่งต้องดูแลภายในสำนัก แต่ความเป็จริงแล้ว เธอเองกลับไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะคนอื่นทำให้หมด ราวกับว่าชื่อเธอเป็เพียงตำแหน่งลอยๆ เพียงเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกไม่ดีเท่านั้นเอง
“ฮะ ฮะ ฮ่า เอาไว้ข้าจะบอกให้นะ” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างอารมณ์ดี กับคำขอของหญิงสาว เขาเองก็เป็ชายอกสามศอก ท่องยุทธภพมาั้แ่เด็กๆ เขาเองก็เป็เด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่ เขาออกเร่ร่อนมาั้แ่ 10 ขวบ ขอทานบ้าง รับจ้างบ้าง ขโมยบ้าง เรียกว่าเอาตัวรอดมาตลอด จนกระทั่งได้จอมยุทธไร้นามท่านนึงเมตตา รับเขาเป็ศิษย์และสอนวิทยายุทธให้ จนเขาสามารถเติบโต และกลายมาเป็เ้าสำนักได้ในทุกวันนี้ เขาจึงรู้ดีว่า การที่ต้องเร่ร่อนไม่มีครอบครัว ไม่มีบ้าน ต้องเป็เช่นไร เขาจึงยอมให้เสี่ยวเอิ้นมาอยู่ด้วย และดูแลเธออย่างดี ไม่ให้ใครรังแก และไม่เคยคิดล่วงเกินเธอเลยแม้สักครั้งเดียว
อาอิ้น เป็หญิงสาวร่างบาง แต่มีทรวดทรง อีกทั้งยัง นิสัยดี ขี้สงสาร แถมยิ่งเวลาผ่านไป เธอก็ยิ่งโตเป็สาวสะพรั่ง จนเขาเองก็อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้ แต่เขาเองที่ตั้งปณิธาณไว้ั้แ่แรกแล้วว่า เขาจะดูแลเธอในฐานะน้องสาวเท่านั้น จะไม่หักหานหรือคิดเกินเลยเป็อันขาด และลึกๆ ในใจเขาเองก็รู้ดีว่า อาอิ้นนั้นรู้สึกอย่างไรกับเขา แต่เขาเองก็เลี่ยงที่จะแสดงออกว่ารับรู้ เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของเธอได้ นั่นทำให้ฐานะของตัวเขา และอาอิ้นจึงกลายมาเป็ดั่งเช่นในตอนนี้