“พี่ซินซิน น้องหนิงหนิง อดีตแม่สามีของพวกพี่กับไฉปาฉีถูกอาจารย์ไฉตีจนหน้าบวมไปเลยล่ะ” จูเสี่ยวลี่พูดไปหัวเราะไป “ฉันได้ยินมาว่าพออาจารย์ไฉกลับจากไปอบรมที่เมืองหลวง เขาอยากกินน้ำแกงเห็ดฝีมือพี่ แล้วก็อยากกินหมั่นโถวธัญพืชฝีมือหนิงหนิง
ป้าไฉไม่พูดอะไรก็เข้าครัวไปทำอาหารมาให้สามี อาจารย์ไฉกัดหมั่นโถวเข้าไปคำแรกก็ยังไม่พูดอะไร แต่พอเขาซดน้ำแกงเห็ดเข้าไปเขาก็รู้แล้วว่าอาหารไม่ใช่ฝีมือของพวกพี่ พอถามไปถามมา คุณป้าไฉถึงยอมบอกความจริงว่าเธอได้ตัดขาดกับพวกพี่แล้วก็พี่อาซุ่นแล้ว และหลานในท้องของพวกพี่ก็ไม่ใช่ของตระกูลไฉอีกต่อไปแล้ว เท่านั้นล่ะ คุณป้าไฉกับไฉปาฉีก็ถูกอาจารย์ไฉทุบตีไปหลายยกเลย”
“ถึงแม้อาจารย์ไฉจะไม่ค่อยพูดแต่เขาก็ดีกับเราสองคนมาก หลายครั้งที่เขาบอกให้ป้าไฉไปซื้อนมผงมาชงให้เราดื่ม แต่ป้าไฉที่ขี้งกขนาดนั้นจะยอมไปซื้อของดีๆ มาให้เรากินได้ยังไง” หลิวซินซินเรียกอดีตพ่อสามีกับแม่สามีอย่างห่างเหิน “ถึงแม้อาจารย์ไฉจะดูเป็ห่วงเป็ใย แต่เขาก็ไม่เคยปกป้องเรา แล้วตอนนี้จะมาเสียดายลูกในท้องของเราทำไม”
“ถึงแม้ตอนนั้นอาจารย์ไฉจะคอยถามไถ่เกี่ยวกับเด็กในท้อง แต่เขากลับทำตัวเฉยเมยเมื่อเห็นป้าไฉรังแกเรา” หลิวหนิงหนิงเบ้ปากเมื่อพูดถึงอดีตพ่อสามี “เขาไม่รู้หรือไงว่าถ้าให้คนท้องอดอาหารหรือถูกทำร้าย บางทีลูกในท้องอาจจะไม่รอด ฉันคิดว่าที่เขาทำทีเป็ห่วงเราก็แค่อยากทำให้คนอื่นเห็นว่าเขาเป็คนดีเท่านั้นเอง”
“หนิงหนิง! เธออย่าพูดอย่างนั้น ถึงแม้จะถามไม่กี่ครั้งแต่เขาก็เคยทำดีกับเรานะ ไม่เหมือนไฉปาฉีอดีตสามีของฉัน ปากก็บอกว่ารักว่าห่วงฉันกับลูก แล้วยังไง สุดท้ายเขาก็ไม่เคยแบ่งอาหารให้ฉันกินเลย ขนาดฉันได้หมั่นโถวมาแค่ครึ่งลูก เขายังมาขอแบ่งจากฉันไปอีกตั้งครึ่ง ไม่เหมือนปาซุ่น ฉันเห็นปาซุ่นมักจะแบ่งอาหารให้เธอเสมอ”
“ทำหน้าเศร้าอีกแล้ว พี่จะเสียใจให้ไอ้เลวไฉปาฉีไปทำไม” หลิวหนิงหนิงมองไปรอบบ้านแล้วยิ้มกว้างอย่างมีความสุข “ตอนนี้เรามีทั้งแม่บุญธรรม พี่ชาย พี่สะใภ้ แล้วยังมีน้องชายที่น่ารักอีกหนึ่งคน อีกทั้งั้แ่ที่แม่รับเราเป็ลูกบุญธรรม พวกเขาก็ดีกับเรามากไม่ใช่เหรอ เพราะฉะนั้นพี่ไม่ต้องไปคิดถึงไอ้คนเลวคนนั้นอีกแล้ว ”
“อืม...ต่อไปฉันจะไม่คิดถึงผู้ชายคนนั้นแล้ว” หลิวซินซินหันไปถามจูเสี่ยวลี่ “อาหย่วนเข้าเมืองไปหาน้าเจี่ยยังไม่กลับมาอีกเหรอ แล้วคืนนี้เขาจะกลับมาไหม”
“กลับค่ะ แต่อาจจะดึกหน่อยเพราะต้องทำอาหารเย็นแล้วก็เตรียมอาหารเช้าไว้ให้คุณน้าเจี่ยด้วย รายนั้นถ้าไม่เตรียมอาหารไว้ให้ก็คงไม่ยอมไปหาอะไรกิน” จูเสี่ยวลี่ตอบ วันนี้เธอรู้สึกไม่สบายจึงให้สามีเข้าเมืองไปส่งขนมคนเดียว
“คุณน้าเป็ผู้หญิงแต่กล้าอาศัยอยู่ในเมืองคนเดียว แล้วเธอยังหาเงินเก่งอีกต่างหาก ฉันอยากเป็เหมือนคุณน้าบ้าง น่าเสียดายที่ฉันยังไม่เคยเห็นหน้าคุณน้าคนเก่งสักครั้งเลย” หลิวหนิงหนิงถามจูเสี่ยวลี่ “พี่ลี่ลี่ ถ้าคุณน้ามาบ้านเรา พี่ต้องรีบบอกฉันเลยนะ ต่อให้ฉันทำงานอยู่ในทุ่งนา ฉันก็จะวิ่งมาดูคุณน้าให้ได้”
“ทุกสิ้นเดือนคุณน้าเจี่ยซีกับคุณอาเฟิ่งฟานจะมาทานข้าวที่บ้านเรา ถึงตอนนั้นฉันจะแนะนำให้พวกพี่รู้จักนะ พวกเขาสองคนก็เหมือนญาติผู้ใหญ่ของเรา” จูเสี่ยวลี่บอก
“พี่ซินซิน พี่หนิงหนิง! อาจารย์ไฉบอกให้พวกพี่ออกไปหา ตอนนี้เขารออยู่หน้าบ้านครับ” ซ่งเจ๋อวิ่งเข้ามาบอก “ท่าทางของเขาน่ากลัวมากเลยครับ เขาคงไม่ได้จะพาพวกพี่กลับไปใช่ไหม ผมไม่ยอมนะ พวกเขาจะพาน้องสาวผมไปไม่ได้”
“อะไรนะ! อาจารย์ไฉจะพาเรากลับไปอย่างนั้นเหรอ ไม่! ฉันไม่ไป ฉันไม่กลับไปอยู่กับพวกเขาอีกแล้ว” หลิวหนิงหนิงะโขึ้น
“ลี่ลี่เราจะทำยังไงดี ฉันก็ไม่อยากกลับไป” หลิวซินซินร้องไห้
“พวกพี่ใจเย็นก่อนนะคะ ตอนนี้พี่เป็ลูกสาวของแม่สามีฉันแล้ว อีกอย่างป้าไฉก็ลงชื่อในหนังสือตัดความสัมพันธ์กับพวกพี่ไปแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์พาพวกพี่ไปหรอกค่ะ” จูเสี่ยวลี่บอกอย่างใจเย็น จากนั้นเธอก็หันพูดกับน้องชายสามี “อาเจ๋อ แม่กับพี่ปาซุ่นอยู่ไหน”
“พวกเขายังทำงานอยู่เลยครับ เห็นบอกว่าจะถอนวัชพืชในนาแปลงนั้นให้เสร็จก่อนถึงจะกลับ พี่ให้ผมไปตามพวกเขากลับมาดีไหม” ซ่งเจ๋อถาม
“นายออกทางประตูหลังแล้วไปบอกคุณยายสวีกับหัวหน้าหมู่บ้านให้รีบมาที่นี่ แล้วนายค่อยไปตามแม่กับพี่ปาซุ่นมา”
“ได้! ผมจะไปเดี๋ยวนี้” ซ่งเจ๋อหันไปมองพี่สาวคนใหม่ทั้งสอง “พี่ซินซิน พี่หนิงหนิง พวกพี่ไม่ต้องกลัวนะครับ แม่ไม่ยอมให้ใครพาพวกพี่กับหลานๆ ไปหรอก เดี๋ยวผมจะรีบไปรีบกลับนะครับ”
“ฉันจะออกไปถ่วงเวลาให้ก่อน พวกพี่รออยู่ในบ้านนะ ถ้าฉันไม่เรียกก็ยังไม่ต้องออกไป” จูเสี่ยวลี่หายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง อาจารย์ไฉในความฝันเป็ผู้ชายโหดร้าย เขาทำร้ายผู้หญิงขายบริการบางคนถึงขนาดต้องส่งพวกเธอไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ดีที่ในความฝันเธอไม่เคยให้บริการเขา ทำให้ตอนนี้เธอไม่มีความกล้าพอที่จะไปมีเื่กับเขา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนในครอบครัวเป็อันขาด ในใจของเธอเวลานี้ก็ได้แต่หวังว่าสามีหรือคนที่เธอให้น้องชายสามีไปตามจะรีบกลับมา
“สวัสดีตอนเย็นค่ะอาจารย์ไฉ” จูเสี่ยวลี่ฉีกยิ้มทักทาย “คุณมาหาพี่สาวกับน้องสาวของสามีฉันเหรอคะ”
“พี่สาวสามีน้องสาวสามีอะไรกัน! พวกหล่อนเป็ลูกสะใภ้ของฉัน เธอไปตามพวกหล่อนให้ออกมาหาฉันเดี๋ยวนี้” พ่อไฉพูดเสียงเข้มอย่างวางอำนาจ “แล้วเธอก็ไม่ต้องมาอ้างหนังสือตัดสัมพันธ์อะไรนั่น ฉันเป็หัวหน้าครอบครัวยังไม่ได้ลงชื่อ เพราะฉะนั้นถือว่าพวกหล่อนยังเป็สะใภ้ของบ้านฉันอยู่”
“อาจารย์คิดว่าฉันไม่รู้กฎหมายเหรอคะ ในกรณีของพี่ซินซิน ตอนนี้เธอกับไฉปาฉีหย่าขาดจากกันแล้ว ส่วนกรณีของพี่ปาซุ่นก็ได้ลงชื่อตัดสัมพันธ์โดยคุณป้าไฉเป็คนลงชื่อในหนังสือฉบับนั้นด้วยตัวเอง และตอนนี้หนังสือทั้งสองฉบับ หัวหน้าหมู่บ้านกับหัวหน้าฝ่ายผลิตก็ได้ลงชื่อเป็พยาน เรายังเอาหนังสือไปลงตราประทับและแจ้งต่อเ้าหน้าที่ในที่ว่าการอำเภอเรียบร้อยแล้วด้วย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็พี่ซินซิน พี่ปาซุ่น แล้วก็พี่หนิงหนิง พวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบ้านไฉของคุณอีกต่อไปแล้วค่ะ” จูเสี่ยวลี่พูดอย่างมีเหตุผล
พ่อไฉไม่สามารถโต้กลับได้ เพราะถ้าเอกสารถูกเ้าหน้าที่ลงนามและประทับตรารับรองแล้ว ย่อมหมายความว่าเอกสารฉบับนั้นมีผลทางกฎหมาย ลูกชายคนเล็กกับลูกสะใภ้ทั้งสองก็ไม่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของเขาแล้วจริงๆ
“แต่พวกหล่อนอุ้มท้องหลานชายของฉันอยู่ ถ้าพวกหล่อนอยากไปฉันก็ไม่ว่า แต่ยังไงหลานก็ต้องเป็ของบ้านไฉเรา” พ่อไฉจ้องจูเสี่ยวลี่ “จูเสี่ยวลี่ เธอรู้ไหมว่าฉันเป็ใคร ฉันเป็คุณครูในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน แล้วฉันยังมีเ้าหน้าที่ในอำเภอที่รู้จักกันดีอีกตั้งหลายคน เธอแน่ใจนะว่าเธอรวมถึงครอบครัวของเธออยากมีปัญหากับฉัน”
“ฉันไม่ได้อยากมีปัญหา แต่ฉันกำลังพูดด้วยเหตุผล” จูเสี่ยวลี่ทำท่าใ “อาจารย์ไฉ! หรือว่าคุณจะทำอะไรพวกเรา คุณคงไม่ได้คิดที่จะมาทำร้ายเราทีหลังหรอกนะคะ ลุงป้าน้าอาพี่น้องทั้งหลาย เมื่อครู่พวกคุณได้ยินที่อาจารย์ไฉกำลังข่มขู่ฉันหรือเปล่าคะ”
‘ได้ยิน! อาจารย์ไฉบอกว่าเขารู้จักเ้าหน้าที่หลายคน’
‘ใช่ๆ ฉันก็ได้ยินเหมือนเขาจะอ้างถึงเ้าหน้าที่ที่รู้จักกัน’
‘เอาเ้าหน้าที่มาข่มก็หมายความว่าเขาจะให้เ้าหน้าที่มาจัดการกับคนบ้านซ่งไม่ใช่เหรอ’
‘ไหนใครบอกว่าอาจารย์ไฉเป็คนสุภาพแล้วยังใจดี ตอนนี้คนใจดีคิดจะเอาตำแหน่งหน้าที่มาข่มคนแล้ว’
จูเสี่ยวลี่ได้ยินชาวบ้านวิจารณ์ก็เริ่มบีบน้ำตา
“อาจารย์ไฉคะ ฉันรู้ว่าครอบครัวของฉันเป็แค่ชาวนาจนๆ ครอบครัวหนึ่ง ไม่เหมือนอาจารย์ที่เป็ถึงครูบาอาจารย์ที่มีเกียรติ และยังมีคนสนิทที่เป็เ้าหน้าที่รัฐอีกหลายคน หากอาจารย์จะเอาคนตำแหน่งใหญ่โตมาจัดการพวกเรา ฉันก็คงได้แต่ต้องยอมรับ แต่ว่า...” จูเสี่ยวลี่ยังร้องไห้อย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “ถ้าฉันเอาเื่นี้ไปขอความช่วยเหลือจากยุวชนที่ทำงานให้ท่านผู้นำล่ะคะ คุณคิดว่ายุวชนกลุ่มนั้นจะมาช่วยชาวนาอย่างฉันหรือเปล่า พวกเขาจะคืนความเป็ธรรมให้ครอบครัวฉันได้ไหม แล้วคุณคิดว่าถ้ายุวชนของท่านผู้นำเข้ามาในหมู่บ้านแล้วเริ่มตรวจสอบภายในหมู่บ้านของเราอย่างจริงจัง คุณคิดว่าใครจะได้รับผลกระทบมากที่สุดคะ”
“เธอพูดบ้าอะไร! เื่นี้เกี่ยวอะไรกับยุวชนของท่านผู้นำ ฉันกำลังพูดถึงลูกสะใภ้ของฉันอยู่ต่างหาก” พ่อไฉเหงื่อตก ‘ถ้ายุวชนของท่านผู้นำเข้ามาในหมู่บ้านจริง คนพวกนั้นต้องเริ่มตรวจสอบั้แ่เื่เล็กไปจนถึงเื่ใหญ่ แม้แต่การเลี้ยงไก่เกินจำนวนสมาชิกของคนในครอบครัวยังถูกลงโทษ แล้วฉันที่แอบคบชู้ลับหลังภรรยาจะไม่ถูกจับใส่กรงแล้วแห่ประจานให้อับอายเหรอ นังจูเสี่ยวลี่สารเลวถึงกับกล้าเอายุวชนของท่านผู้นำมาขู่ฉัน คอยดูเถอะว่าฉันจะจัดการกับแกยังไง’
“ฉันก็บอกไปแล้วว่าพี่ซินซินกับพี่หนิงหนิงเป็ลูกสาวของแม่สามีฉัน ในเมื่อพวกเธอไม่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของคุณแล้ว พวกเธอย้ายกลับมาอยู่บ้านเดิมมันไม่ถูกตรงไหนคะ” จูเสี่ยวลี่กลับมาพูดด้วยเหตุผลอีกครั้ง “ตอนนี้พวกเธอสองคนกำลังท้องอยู่ ฉันให้พวกเธอออกมาพบคุณไม่ได้หรอกค่ะ คุณดูตอนนี้สิคะว่าคุณอารมณ์ร้ายขนาดไหน ถ้าคุณทำร้ายร่างกายพี่สาวน้องสาวของฉันหรือเผลอทำให้พวกเธอใจนแท้งขึ้นมาจะทำยังไง คุณรับผิดชอบไหวเหรอคะ”
“แต่นั่นมันหลานชายของฉันนะ!” พ่อไฉะโอย่างโมโห ตอนที่ไฉปาฉีกับไฉปาซุ่นยังเด็ก ทั้งสองคนเคยตกน้ำจนเกือบจมน้ำตาย ดีที่มีคนพาพวกเขาไปส่งโรงพยาบาลได้ทัน ถึงแม้ทั้งสองคนจะรอดชีวิตมาได้ แต่หมอกลับตรวจพบว่าทั้งสองคนมีโรคทางพันธุกรรมที่อาจจะทำให้มีบุตรยาก ดังนั้นตอนที่เขารู้ว่าสะใภ้ทั้งสองท้อง เขาดีใจมากที่ในที่สุดสกุลไฉก็จะมีผู้สืบสกุล แต่ตอนนี้ภรรยาของเขากลับมาทำให้เสียเื่ด้วยการไล่สะใภ้ทั้งสองออกจากบ้าน
ต่อให้ภรรยาบอกว่าจะแต่งภรรยาใหม่ให้ไฉปาฉี แล้วจะรับประกันได้อย่างไรว่าเมื่อไฉปาฉีแต่งงานใหม่แล้วไฉปาฉีจะทำให้ภรรยาคนใหม่ท้อง เขาไม่ขอฝากความหวังไว้กับอนาคตที่ไม่แน่นอนแบบนั้นหรอก ดังนั้นเขาต้องพาลูกสะใภ้ทั้งสองกับหลานที่อยู่ในท้องกลับบ้านให้ได้
“พูดกับเธอไปก็ไม่รู้เื่ เธอไปเรียกลูกสะใภ้ของฉันออกมาเดี๋ยวนี้” พ่อไฉจ้องจูเสี่ยวลี่เขม็ง “จูเสี่ยวลี่ ทางที่ดีเธออย่าทำให้ฉันโมโหจะดีกว่า”
“ทำไมคะ คุณจะลงไม้ลงมือกับฉันเหรอคะ” จูเสี่ยวลี่เชิดหน้าอย่างท้าทาย “ถ้าคุณกล้าคุณก็ลองดูสิ”
พ่อไฉคิดประเมินอยู่ในใจว่าถ้าเขาตบหน้าจูเสี่ยวลี่ไปสักครั้ง เด็กเมื่อวานซืนคนนี้คงไม่กล้ามาพูดจาโยกโย้กับเขาอยู่แบบนี้ แล้วเขาก็อยากทำให้ลูกสะใภ้ทั้งสองเห็นว่าถ้าไม่เชื่อฟัง พวกหล่อนก็จะโดนแบบนี้เหมือนกัน
“ในเมื่อเธอกล้าท้าทายฉัน ผู้ใหญ่อย่างนั้นก็จะสั่งสอนเธอแทนพ่อกับแม่ของเธอเดี๋ยวนี้” พ่อไฉเงื้อฝ่ามือขึ้น
“หยุดนะ! ใครกล้าทำร้ายหลานสาวของฉัน”