“ข้าคงต้องเร่งเปิดประตูบานที่สามให้ได้ก่อนถึงวันคัดเลือกศิษย์อีกสามสัปดาห์” หวังอีฮังนั้นไปเยี่ยมเหม่าที่นอนหมดแรง
“ฮ่า ฮ่าฮ่า”
เหม่าหัวเราะดังลั่น “ข้าไม่เป็อะไรหลอก ท่านผู้าุโบอกข้าว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนข้าก็รักษาหายแล้ว”เหม่ายิ้ม หวังอีกฮังรู้สึกผิด และเขาก็นึกบางอย่างขึ้นได้
“เหม่าข้าสามารถให้วัตถุดิบหลอมโอสดได้หรือไม่” เหม่ารู้สึกแปลกใจที่หวังอีฮังถามขึ้นมา เหม่าส่ายหน้า “ในตอนนี้เ้ายังไม่ใช่ศิษย์ในสำนักอย่างเต็มตัว จึงยังไม่สามารถใช้วัตถุของทางสำนักได้” เมื่อเหม่าเห็นสีหน้าผิดหวังของหวังอีฮังเขาก็กล่าวขึ้น
“ข้าไม่รู้หลอกนะว่าเ้าคิดจะทำอะไร แต่ข้าก็มีวิธีที่จะช่วยเ้าได้ ในตอนนี้ข้านั้นสามารถเปิดประตูบานที่สี่ได้สำเร็จแล้วซึ่งนั้นข้าจะกลายเป็ศิษย์อัจฉริยะของสำนักในอนาคต ขาสามารถยื่นคำขอของเ้าได้ เ้า้าให้ข้าช่วยหรือไม่”
หวังอีกฮังพยักหน้าตกลง “งั้นเ้าช่วยหาวัตถุดิบเหล่านี้มาให้ข้า” หวังอีฮังยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้แก่เหม่า มันคือรายการวัตถุดิบ จากนั้นหวังอีฮังก็ออกมา เขาเดินกลับไปที่ห้องก็พบกับชายที่มีรูปร่างใหญ่โตผู้หนึ่งกำลังยืนอย่างลนรานอยู่หน้าประตูห้องของเขา
“นี่เ้าคิดจะทำอะไร” เมื่อชายผู้นั่นได้ยินเสียงของหวังอีฮัง เขาก็ลดไห้ออกมาและรีบกล่าว “นี่เ้าลูกพี่เหม่าอาการเป็อย่างไรบ้าง” เขาถาม ย่างลุกลี้ลุกลน
“เขาก็สบายดีว่าแต่เ้าเถอะมีเื่อะไรก็บอกมาตรงๆไม่ต้องอ้อมคล้อม” ตัวโตที่ได้ยินหวังอีฮังพูดขึ้นเขาก็รู้ในทันทีว่าหวังอีฮังนั้นรู้ถึงจุดประสงค์ที่เขามาหา
“คือว่าเ้าซิลนั้นมันไปหาเื่ของคนกลุ่มหนึ่งเข้า ข้าก็เลยคิดว่าจะให้ลูกพี่เหม่าที่เป็สหายของเ้าซิลนั้นไปช่วย แต่ข้าก็ได้รับข่าวร้ายว่าลูกพี่เหม่านั้นลาดเจ็บ ข้าจึงมาหาเ้าแทนเพราะพวกมันบอกว่า ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ให้พาหวังอีฮังไปพบกลับพวกเขา”
ตัวโตพูดจบเขาก็รีบเร่งหวังอีฮังให้รีบตาเขาไป 'ใครกันที่้าพบกับข้า' หวังอีกฮังคิดในใจ แต่เขาก็เดินตามตัวโตไป เขาทั้งสองเดินไปที่ลับตาคนจากนั้นก็แยกไปอีกทาง เพื่อไปทางที่พวกเขานั้นนัดกันเอาไว้
ผั๊วะ!!
กำปัดพุ่งเข้าประทะกับใบหน้าของซิลอย่างรุนแรงทำให้เขากระเด็นไปไกล และไปหยุดต่อหน้าของหวังอีฮังและตัวโต “นี่พวกแกคิดจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ” ตัวโตรู้สึกโกรธและคำรามออกมา
จากนั้นก็มีเสียงปรบมือดังขึ้น พร้อมกับชายคนหนึ่งที่เดินออกมา หวังอีฮังที่เห็นเขาก็อุทาน”หวังสี่!” ตัวโตหันไปมองหวังอีฮังแล้วพูดขึ้น
“นี่เ้ารู้จักพวกมันด้วยเรอะ” หวังอีฮังไม่แสดงท่าทางใดๆออกมา “ไม่พบกันนานเลยนะหวังอีฮัง”หวังเฉินกล่าวพูด หวังซางที่ยืนอยู่ข้างๆหัวเราะขึ้นและเอ่ย “หวังอีฮังเ้าลืมพี่สี่อัจฉริยะของตระกูลหวังแล้วงั้นเหรอ”
หวังสี่ยกมือห้ามพวกเขาทั้งสอง และมองหวังอีฮังด้วยท่าทางแปลกประหลาด “เ้าแข็งแกร่งขึ้นนิแถมยังดูทรงพลังกว่าตัวตนระดับเปิดประตูบานที่สองนับสิบเท่า” หวังสี่โบกมือเรียกหวังอีฮังให้เข้าไปหาเขา
หวังอีฮังยังคงยืนนิ่งและมองไปที่หวังสี่ด้วยสายตาอันเ็า “เ้าคิดหรือว่าข้าจะเชื่อใจเ้า” หวังอีฮังเอ่ยขึ้น นั้นจึงทำให้หวังสี่นั้นกำหมัดแน่น “นี่เ้าคิดว่าเพียงแค่เ้าเหนือกว่าระดับสองทั่วไป จะทำให้เ้าเหนือกว่าคนอื่นไปงั้นเหรอ”
หวังสีมองหวังอีฮังและปล่อยแรงกดดันใส่หวังอีฮัง หวังอีฮัง้ปิดประตูบานที่หนึ่งเพื่อใช้แสงไร้ทางต้านเพื่อต้านทานแรงกดดันที่หวังสี่ปล่อยออกมา “ดี ดี ถ้าเ้าต้านแรงกดดันข้าได้ครึ่งชั่วโมงข้าจะปล่อยพวกเ้าไปก็ได้” หวังสี่กล่าวอย่างเกรี้ยวโกรธ
ตัวโตนั้นตกตะลึงกับแรงกดดันที่ผวังสี่นั้นปลดปล่อยออกมา”นี่สินะที่เขาเรียกว่าอัจฉริยะ”ตัวโตนั้นเริ่มเข้าใจมากยิ่งขึ้น เขานั้นแบกซิลขึ้นมาไว้บนบ่า ซิลกระอักเืออกมา
“พวกเ้าหนีไปเถอะ” ซิลพูดอย่างแ่เบา ตัวโตที่แบกซิลไว้นั้นเขาทำใบหน้าที่ดูจริงจัง “ถึงเ้าจะพูดอย่างนั้น ยังไงพวกเราก็หนีไม่พ้นอยู่ดี”
หวังสี่รู้สึกแปลกใจที่หวังอีฮังยังคงต้านแรงกดดันของเขาได้อยู่ ส่วนหวังอีฮังนั้นเขานั้นรู้สึกสบายอย่างมากเขาไม่ได้รับแรงกดดันแม้แต่น้อย เพราะในตอนนี้แสงไร้ทางต้านของเขานั้นเกิดการพัฒนาขึ้นกลายเป็ระดับเปิดประตูบานที่สอง แต่หวังอีฮังก็ไม่แน่ใจมากนักว่าแสงไร้ทางต้านมันคืสิ่งใดกันแน่
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง หวังสี่ก็ปล่อยแรงกดดันออกเขามองไปที่หวังอีฮังด้วยท่าทีไม่อยากจะเชื่อ “ไปกันเถอะ”หวังสี่พาพวกเขาเดินจากไป ตัวโตรู้สึกโล่งใจอย่างมาก
จากนั้นตัวโและหวังอีฮังก็พาซิลไปรักษาอาการาเ็ ซิลนอนรักษาิยู่ข้างๆเตียงของเหล่า จากนั้นทั้งสองก็หัวเราะลั่นออกมา
“หวังอีกฮังข้าได้แจ้งเื่บอกท่านผู้าุโแล้ว เขาบอกว่าจะจัดเตรียมวัตถุดิบไว้ให้เ้า แต่มีสิ่งหนึ่งที่ขาดคือผลน้ำตา เพราะมันเป็ส่วนผสมของโอสดระดับสูงจึงทำให้มันขาดแคลนอย่างมาก” หวังอีฮังพยักหน้า เขานั้นคิดแผนที่จะออกตามหาผลน้ำตา