หานซ่งเฉวียนเลื่อนดูบัญชีโซเชียลของหลิงผูเถา เขาเห็นเธอโพสต์เพียงข้อความแต่ไม่มีรูปภาพประกอบ แต่อ่านจากข้อความแล้วก็รู้ว่าเธอมีความสุขมาก และบางข้อความก็ดูเหมือนเธอกำลังมีความรักที่สดใส
“Happy Birthday ที่รักของฉันอย่างนั้นเหรอ เธอไม่กล้าแม้แต่จะโพสต์อวยพรวันเกิดฉันให้ตรงวันเลย เฮ้อ...แต่ก็น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้ชิมเค้กฝีมือของเธอ” หานซ่งเฉวียนหัวเราะออกมาเบาๆ เขาดูวันที่ที่เธอโพสต์ก็เห็นว่าเป็วันเดียวกับที่เธอทำเค้กมาให้เขา จากนั้นเขาก็นึกไปถึงผู้หญิงผมยาวรวบผมหางม้าไว้เรียบร้อย เธอแต่งตัวช่วยชุดเดรสยาวสีขาวผ้าลูกไม้ทั้งตัว และเธอยังแต่งหน้าอ่อนๆ ดูน่ารักสดใสเป็อย่างมาก “เธอสวยขึ้นขนาดนั้นั้แ่เมื่อไหร่เหรอเซียวเซียว แต่ก็ดีแล้วล่ะ ตอนนี้เธอเหมาะสมที่จะเข้ามาเป็ผู้หญิงของฉันแล้ว”
หานซ่งเฉวียนคงนั่งยิ้มและนึกไปถึงหญิงสาวคนนั้นอย่างมีความสุขไปอีกนาน หากไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เข้ามาเสียก่อน และเมื่อเขาเห็นรายชื่อบนโทรศัพท์ เขาก็อดที่จะขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้ แต่เขาก็ยังรับสายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “สวัสดีน้องลี่ลี่”
“สวัสดีค่ะพี่ซ่งเฉวียน” หวงเหมยลี่ตอบกลับด้วยความดีใจ ทีแรกเธอนึกว่าเขาจะไม่รับสายเสียแล้ว เพราะเวลานี้เป็่ที่เขาต้องทบทวนบทเรียน ยิ่งใกล้เปิดเทอมเธอรู้ว่าเขายิ่งต้องตั้งใจ ก็ใครใช้ให้คนรักของเธอทั้งหล่อทั้งเก่งกันล่ะ เขาก็คือหนึ่งใน Top3 ของระดับชั้นเชียวนะ “พี่ทำอะไรอยู่เหรอคะ”
“ใกล้เปิดเทอมแล้ว พี่ก็เลยเอาหนังสือขึ้นมาอ่านสักหน่อย ว่าแต่เธอเถอะ เตรียมตัวอ่านหนังสือล่วงหน้าบ้างหรือยัง”
“อ่านทบทวนบ้างแล้วล่ะค่ะ”
“แล้วนี่เธอยังได้อยู่ห้องเดียวกับฉีฉีหรือเปล่า”
“แน่นอนสิคะ ถึงแม้ฉันจะเรียนไม่เก่งเท่าฉีฉี แต่คะแนนของฉันยังอยู่ในห้อง A ได้สบายๆ” หวงเหมยลี่ตอบอย่างภูมิใจ จากนั้นเธอก็ถามเขาอย่างลังเล “พี่ซ่งเฉวียนคะ เอ่อ...พรุ่งนี้พี่ว่างไหมคะ ฉันอยากชวนพี่ออกไปดูหนังสักหน่อย พอเปิดภาคเรียนไปฉันกลัวพี่จะไม่ว่าง”
หานซ่งเฉวียนไม่ได้เกลียดแล้วก็ไม่ได้ชอบหวงเหมยลี่ แต่เวลานี้เธอเป็คู่หมั้นของเขาแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่บอกเขาเสมอว่าตอนที่พวกท่านแต่งงาน พวกท่านก็ไม่ได้รักกัน แต่พอได้อยู่ด้วยกัน พวกท่านก็รู้สึกผูกพันกันไปเอง เขาคิดว่าเขากับหวงเหมยลี่ก็คงไม่ต่างกัน
“พรุ่งนี้เธออยากดูหนังเื่อะไรเป็พิเศษไหม”
“ฉันคิดไว้แล้วค่ะ พรุ่งนี้หนังเื่รักเรานิรันดร์เข้าพอดี เป็หนังรักสบายๆ ไม่เครียด พี่เห็นว่าไงคะ”
“พี่ตามใจเธอ”
“หลังจากดูหนังเสร็จ เราไปหาอะไรอร่อยๆ ทานด้วยไหมคะ” หวงเหมยลี่เห็นว่าหานซ่งเฉวียนตามใจเธอ เธอจึงลองบอกความ้าเพิ่มอีกสักอย่าง หากเขาไม่เห็นด้วยเธอก็ไม่ว่าอะไร อย่างน้อยพรุ่งนี้เขาก็ตอบตกลงว่าจะไปดูหนังกับเธอแล้ว
“พี่บอกแล้วว่าพรุ่งนี้พี่จะตามใจเธอ”
“ถ้างั้นพรุ่งนี้เราเจอกันที่ห้างเลยนะคะ”
หานซ่งเฉวียนมองโทรศัพท์ที่เพิ่งวางสายไปอย่างไร้อารมณ์ พรุ่งนี้เขามีนัดกับคู่หมั้นแต่ทำไมเขาไม่รู้สึกดีใจ แต่ถ้าพรุ่งนี้คนที่ไปดูหนังกับเขาเป็หลิงผูเถา เขายังจะรู้สึกอย่างนี้อยู่หรือเปล่านะ สักพักภาพหญิงสาวผูกผมหางม้าก็ปรากฏขึ้นในความคิดของเขาอีกครั้ง
“คนสวยที่ไหนมาอุดหนุนร้านฉันกันล่ะเนี่ย” เจิ้งซิงอียิ้มทัก
“คนสวยอะไรกัน ทำยังกะแกไม่เคยเจอฉันมาก่อนอย่างนั้นล่ะ” หลิงผูเถายิ้ม เธอชินกับคำทักทายอันแสนเกินจริงของเพื่อนสนิทเป็อย่างดี จึงไม่ได้ถือเป็จริงเป็จังกับคำพูดนั้นมากนัก
โจวต้าเหนิงกลับเป็ฝ่ายยืนกอดอกอย่างมั่นใจ “ฉันรู้ว่าฉันสวย แต่แกก็ไม่ต้องชมฉันทุกครั้งที่เจอก็ได้”
“ฉันชมแกเมื่อไหร่ ฉันชมเฉาเฉาของฉันต่างหาก” เจิ้งซิงอีเดินไปจับหลิงผูเถาหมุนตัวอยู่สองรอบ “ดูเหมือนแกจะอ้วนขึ้นแล้วนะ แต่แบบนี้ดูดีกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย ตอนนั้นแกผอมจนฉันกลัวจริงๆ ว่าพอลมพัดมาแล้วเอวแกจะหักครึ่งท่อน”
“แกก็โอเวอร์ซะไม่มี” โจวต้าเหนิงเริ่มบ่น “แล้วนี่ไม่มีใครบอกแกหรือไงว่าห้ามทักผู้หญิงว่าอ้วน มันไม่สุภาพ”
“อุ๊ย!” เจิ้งซิงอีแสร้งเอามือปิดปาก “ความจริงฉันควรทักเถาเถาว่าดูมีน้ำมีนวลขึ้นใช่ไหม แต่พอเป็คำว่าอ้วนกลับไปกระทบกับแกเข้าพอดี เอาจริงนะ...ถ้าแกลดน้ำหนักลงได้สักห้ากิโล แกจะเป็คนที่เพอร์เฟกมาก”
“ฉันไม่ได้อ้วน ฉันแค่อวบย่ะ” โจวต้าเหนิงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “แต่ถึงฉันจะอ้วน เ้าบ่าวในอนาคตของฉันก็อุ้มฉันไหวอยู่ดี”
“แต่น่าเสียดายที่แกยังหาเ้าบ่าวคนนั้นไม่เจอ” เจิ้งซิงอีแสร้งทำท่าใอีกครั้ง “ฉันลืมรุ่นพี่เว่ยไปได้ยังไงล่ะเนี่ย”
“มีใครพูดถึงพี่อยู่เหรอครับ” เว่ยเฟยอวี่เดินเข้ามาทัก
“สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับรุ่นพี่เว่ย” สามเพื่อนซี้ทักทายรุ่นพี่พร้อมกัน
“เซียวเซียวก็มากับเขาด้วยเหรอ” เว่ยเฟยอวี่ยิ้มทัก “หายไปทั้งเทอม กลับมาคราวนี้ยังจะติด Top3 ของชั้นอยู่หรือเปล่าเนี่ย”
“คงตามไม่ทันแล้วล่ะค่ะ” หลิงผูเถายิ้ม “รุ่นพี่คะ ฉันไม่ใช่หวงซูเซียวแล้ว ฉันกลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่แท้จริงของฉันแล้วล่ะค่ะ ตอนนี้ฉันชื่อหลิงผูเถา รุ่นพี่เว่ยจะเรียกฉันว่าเถาเถาก็ได้นะคะ”
“ฉันเคยได้ยินเื่นี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเป็เื่จริง” เว่ยเฟยอวี่หันกลับไปด้านหลัง “ลืมไปเลย ซ่งเฉวียนก็มาด้วยนะ”
“สวัสดีทุกคน” หานซ่งเฉวียนยิ้มทัก ก่อนที่สายตาของเขาจะมองเลยไปที่หลิงผูเถา เขากำลังคิดถึงเธออยู่พอดี “สวัสดีเซียวเซียว”
“คุณชายหาน เพื่อนฉันแนะนำตัวไปแล้วว่าเธอชื่อหลิงผูเถา คุณเรียกเธอว่าคุณหนูหลิงหรือไม่ก็รุ่นน้องหลิงเถอะค่ะ” โจวต้าเหนิงพูดแทรกขึ้นมา เธอรู้เื่ที่หานซ่งเฉวียนถอนหมั้นกับหลิงผูเถาทันทีที่รู้ว่าหลิงผูเถาไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริงของตระกูลหวง จากนั้นเขาก็หันไปหมั้นกับหวงเหมยลี่ทันที โจวต้าเหนิงอดที่จะโกรธแทนเพื่อนไม่ได้
เว่ยเฟยอวี่ยังไม่รู้เื่ที่หานซ่งเฉวียนกับหลิงผูเถาถอนหมั้นกันแล้ว คิดว่าทั้งสองคนคงมีเื่งอนกันอยู่เท่านั้น เขาพยายามไกล่เกลี่ยเมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มกร่อย “พูดอะไรอย่างนั้นล่ะเหนิงเหนิง เธอไม่ควรยุให้พวกเขาทะเลาะกันนะ”
“พี่เฟยอวี่ พี่เป็เพื่อนสนิทกับคุณชายหานได้ยังไงคะ แม้แต่เื่ที่เขาถอนหมั้นกับเถาเถา เขาก็ไม่เล่าให้พี่ฟังเหรอ” โจวต้าเหนิงหันไปมองหานซ่งเฉวียนอย่างไม่พอใจ
เจิ้งซิงอีฉุดแขนเพื่อนไว้ “นี่แก เื่นี้เป็เื่ของเถาเถา เ้าตัวเขายังยืนอยู่เฉยๆ แกจะออกตัวแรงไปทำไม เกรงใจเพื่อนบ้าง”
หลิงผูเถาตบหลังมือโจวต้าเหนิงให้ใจเย็น เธอหันไปบอกเว่ยเฟยอวี่ “ฉันกับคุณชายหานถอนหมั้นกันแล้วค่ะ ตอนนี้คู่หมั้นของเขาคือคุณหนูหวงเหมยลี่”
“ขอโทษนะ ฉันไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อนเลย” เว่ยเฟยอวี่หันไปขมวดคิ้วใส่หานซ่งเฉวียน “ทำไมแกไม่เคยเล่าเื่นี้ให้ฉันฟังเลยวะ”
“เื่หมั้นเป็เื่ของผู้ใหญ่ที่จัดการ” หานซ่งเฉวียนตอบเว่ยเฟยอวี่ แต่สายตากลับมองไปที่หลิงผูเถาคล้ายว่าจะอธิบายให้เธอฟัง
หวงเหมยลี่ที่เดินเข้ามาก็ได้ยินพอดี ความรู้สึกดีใจที่กำลังจะได้ไปเดทกับคู่หมั้นลดลงไปกว่าครึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็แสร้งทำเป็ไม่ได้ยินแล้วเดินยิ้มเข้ามาทักทายทุกคน
“สวัสดีค่ะทุกคน ไม่คิดว่าจะได้เจอทุกคนที่นี่นะคะ” หวงเหมยลี่พยายามทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้มจริงใจ “วันนี้รุ่นพี่เว่ยมาตรวจงานที่ห้างเหรอคะ”
“เอ่อ...ใช่ เป็วันที่ฉันต้องเข้ามาช่วยคุณพ่อคุณแม่ตรวจงาน เพราะเดี๋ยวพอเปิดภาคเรียน ฉันคงมาได้แค่วันหยุด” เว่ยเฟยอวี่ตอบ
“วันนี้ฉันกับพี่ซ่งเฉวียนนัดกันว่าจะมาดูหนัง เสร็จแล้วก็จะไปหาอะไรอร่อยๆ ทานเป็มื้อเย็นค่ะ” หวงเหมยลี่พูดจบก็หันไปยิ้มให้กับหลิงผูเถา “พี่เซียวเซียวก็มาเดินซื้อของเหมือนกันเหรอคะ คราวนี้ไม่มีผู้อุปการะมาด้วยเหรอ”
“ผู้อุปการะอะไร?” เว่ยเฟยอวี่อยากจะปวดหัว ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจเพื่อนกับรุ่นน้องพวกนี้คุยกันเลย เขามัวแต่อ่านหนังสือจนไม่ได้ยินข่าวซุบซิบในวงสังคมเลยหรือไงกัน
“ฉันขอโทษนะคะพี่เซียวเซียวที่ฉันเอาเื่ส่วนตัวพี่มาพูด แต่คราวก่อนฉันเห็นผู้หญิงมีอายุคนหนึ่งพาพี่มาซื้อเสื้อผ้าที่ร้านของซินดี้ และอีกหนหนึ่งฉันเห็นลูกชายของผู้หญิงคนนั้นอยู่กับพี่ที่สวนสาธารณะแถวบ้านฉัน ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนั้นไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ สมัยนี้ครอบครัวเศรษฐีก็มักจะใช้ความเชื่อโบราณอย่างการแต่งงานเสริมดวงหรือแต่งงานล้างซวยมาทำให้ตัวเองสบายใจ” หวงเหมยลี่หันไปยิ้มอย่างละอายใจกับเว่ยเฟยอวี่ “รุ่นพี่เว่ยคงยังไม่รู้ใช่ไหมคะว่าพี่เซียวเซียวไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริงของคุณพ่อคุณแม่ฉัน”
“ฉันเพิ่งรู้เมื่อกี้นี้เอง” เว่ยเฟยอวี่ตอบ “แต่ฉันก็ไม่เห็นว่าเื่นี้มันจะเกี่ยวอะไรกับเื่ที่เธอพูดถึงผู้อุปการะเลยนะ”
“เธอหุบปากเน่าๆ ของเธอเดี๋ยวนี้” โจวต้าเหนิงะโขึ้น
“ไม่เป็ไรหรอกเหนิงเหนิง ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจินตนาการจากสมองน้อยๆ ของหวงเหมยลี่จะแต่งนิยายเื่นี้ออกมายังไง” หลิงผูเถาห้าม
“ในเมื่อพี่ให้ฉันพูด ฉันก็จะบอกทุกคนเดี๋ยวนี้” หวงเหมยลี่ยิ้มให้หลิงผูเถาก่อนจะพูดต่อ “ก็คุณพ่อคุณแม่ที่แท้จริงของพี่เซียวเซียวเป็แค่คนสวนยังไงล่ะค่ะ และผู้หญิงมีอายุกับผู้ชายคนนั้นคงเป็เ้านายของเธอ”
แปะ แปะ แปะ
“นิยายที่เธอแต่งขึ้นมาน่าสนใจไม่น้อย แต่พล็อตมันค่อนข้างน้ำเน่าและซ้ำซากไปหน่อย” หลิงผูเถาถอนหายใจและจ้องหวงเหมยลี่อย่างเห็นใจ “ฉันเคยบอกเธอแล้วว่าให้อ่านนิยายให้มันน้อยๆ หน่อย คนอื่นเขาอ่านเพื่อความบันเทิง แต่เธอกลับอ่านแล้วเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกนิยายแล้วคิดว่าตัวเองเป็นางเอกที่ถูกกระทำมาตลอด ฉันจะเตือนเธออีกครั้งนะ ถ้าขืนเธอยังเป็อยู่แบบนี้ ในอนาคตเธอจะแยกไม่ออกว่าอันไหนคือเื่จริง อันไหนคือเื่โกหก สุดท้ายเธออาจจะถูกส่งไปพักฟื้นยังสถานที่เฉพาะและมีพยาบาลคอยดูแลเป็พิเศษก็ได้”
“แกหาว่าฉันบ้าเหรอ แกน่ะสิบ้า” หวงเหมยลี่ะโขึ้นอย่างลืมตัว “เป็แค่เด็กในอุปการะเศรษฐีแล้วยังกล้ามาทำปากดีอีก”
“เกิดอะไรขึ้นครับคุณชาย” รปภ. รีบวิ่งเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงะโของหวงเหมยลี่
“ไม่มีอะไร แค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อย” เว่ยเฟยอวี่รีบบอก
หานซ่งเฉวียนก็กลัวเื่จะบานปลาย เขารีบฉุดมือหวงเหมยลี่แล้วรีบกล่าวลา “ฉันกับลี่ลี่คงต้องขอตัวก่อน เอาไว้เจอกันตอนเปิดภาคเรียนนะ”
เว่ยเฟยอวี่มองตามหลังหานซ่งเฉวียนกับหวงเหมยลี่ ก่อนที่เขาจะหันกลับมาถามหลิงผูเถาอย่างเห็นใจ “อย่าหาว่าฉันสอดรู้เลยนะเถาเถา เื่ที่เหมยลี่พูดมาเป็ความจริงหรือเปล่า พ่อกับแม่ของเธอเป็ชาวสวนจริงๆ เหรอ จากคุณหนูในตระกูลร่ำรวยแล้วได้ไปใช้ชีวิตอย่างนั้น เธอคงลำบากมากเลยสินะ เอาไว้วันหลังฉันจะไปเลี้ยงข้าวเธอก็แล้วกัน”
เจิ้งซิงอีหันไปมอหลิงผูเถาอย่างขออนุญาตเพราะไม่อยากให้เว่ยเฟยอวี่จินตนาการไปไกล เมื่อเห็นเพื่อนพยักหน้าให้ เขาจึงเดินเข้าไปกระซิบกับเว่ยเฟยอวี่ก่อนที่เพื่อนซี้ทั้งสามจะเดินไปชอปปิงกันต่อ ปล่อยให้เว่ยเฟยอวี่ยืนอึ้งอยู่คนเดียวอีกพักใหญ่