ตอนที่ 2 แสร้งเป็บ้า !
ภายในห้องพักโรงเตี๊ยม
หลังจากที่จ้าวซิงเหยียนอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าสีฉูดฉาดที่เหล่าคณิกาชอบใส่ออกแล้วเปลี่ยนเป็เสื้อเรียบๆ เก่า ๆ นางคิดเอาไว้นางจะแสร้งเป็คนบ้า หรือเอาง่าย ๆ นางอยากมีชีวิตที่อิสระ
ทว่าเสื้อผ้าเก่าๆ เช่นนี้ก็ยังไม่สามารถลดทอนความสวยของเ้าของร่างนี้ลงได้เลยแม้แต่น้อย
“ไม่อยากจะเชื้อว่าข้าจะกลับมาเกิดในร่างนี้จริง ๆ ช่างสวยเหลือเกิน”จ้าวซิงเหยียนจ้องมองตัวเองในกระจกและพึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เฮ้อจ้าวซิงเหยียนถอนหายใจออกมาเสียงดัง เพราะนางคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างนี้นางคิดจนปวดหัวและเผลอหลับไปตรงโต๊ะเครื่องแป้ง
....
แสงแดดสาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามาอีกทั้งเสียงเกือกม้าที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งเมืองทำให้จ้าวซิงเหยียนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
นางงุนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปที่หน้าต่าง เพื่อแอบดูว่าเกิดอะไรขึ้น
เพราะการฝึกทำให้ประสาทััทั้งห้าของนางดีมากจึงได้ยินเสียงชาวเมืองที่พูดคุยกันด้านล่างได้อย่างชัดเจน
“บุตรชายท่านเ้าเมืองถูกฆ่าตายที่หอเยว่อี้โหลตอนนี้ทหารทั้งเมืองกำลังตามหาคนร้ายอยู่”
“จริงหรือผู้ใดกันถึงบังอาจแบบนี้ ไม่กลัวท่านเ้าเมืองฆ่าล้างตระกูลหรือยังไง ? ”
“ข้าได้ยินมาว่านางเป็คณิกาในหอเยว่อี้โหลนั่นแหละ”
“จริงหรือ? ” ชายรูปร่างท้วมถามขึ้นมาราวกับไม่อยากจะเชื่องเื่ที่สตรีตัวเล็กๆจะฆ่าบุรุษตัวโตเช่นนั้นได้
"ใช่ได้ยินมาว่าสตรีผู้นั้นงดงามอย่างมากอีกด้วย"
"ข้าคิดว่าอีกมินางคงถูกจับตัวได้เพราะคณิกาในหอเยว่อี้โหลนั้นจะมีสัญลักษณ์คณิกาที่ข้อมือด้านซ้ายตอนนี้คนของท่านเ้าเมือง กำลังตรวจสอบข้อมือของหญิงสาวทุกคนในชิงโจว"
สัญลักษณ์คณิกาที่ข้อมือด้านซ้าย?
จ้าวซิงเหยียนตกตะลึงกับคำพูดที่ได้ยินก่อนจะพลิกข้อมือด้านซ้ายของนางขึ้นมาดู
"มีจริงๆ ด้วย ! "จ้าวซิงเหยียนพึมพำออกมา
โชคดีที่นางรู้เื่นี้ก่อนและสัญลักษณ์คณิกาไม่ได้ใหญ่มาก เป็เพียงรูปดอกบัวสีแดงขนาดเท่าเมล็ดถั่วเท่านั้นด้วยฝีมือการปลอมตัวของนางที่ฝึกมาเมื่อชาติที่แล้ว แค่นี้เื่เล็กน้อย
หลังจากแอบฟังอยู่สักพักนางก็พอจับใจความเื่ราวทั้งหมดได้ว่าคนที่นางฆ่าไปเมื่อคืนเป็บุตรชายของเ้าเมือง
“ไอ้อ้วนนั้นเป็บุตรชายเ้าเมืองเชียวหรือแต่ก็นะถ้าไม่มีอิทธิพลมากพอก็คงจะเรียกคณิกาที่ชดงามเช่นนี้ไปปรนนิบัติไม่ได้”
จ้าวซิงเหยียนพูดเองเอ่อเองอยู่คนเดียวก่อนจะฉุดคิดได้ว่านางจะต้องหนีไปนอกเมือง เพราะหากนางอยู่ที่นี่ต่ออีกไม่นานคงถูกจับได้แน่ ๆ แม้นางจะมีวรยุทธ์แต่จะให้สู้กับบุรุษร่างใหญ่จำนวนมาก็คงไม่ไหว
เร็วเท่าความคิดนางก็ไปนั้นที่นางกระจก เพื่อปลอมตัวเป็คนบ้า โดยเริ่มจากสร้างาแที่ใบหน้านางไม่ปลอมตัวเป็บุรุษเหมือนละครน้ำเน่าเมื่อชาติที่แล้วหรอกที่สตรีปลอมตัวเป็ชายแล้วคนจำไม่ได้
ดังนั้นนางจึงเลือกแต่งกายเป็หญิงอัปลักษณ์และแสร้งบ้าแทน
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามกระจกก็สะท้อนภาพของหญิงสาวที่มีหน้าตาอัปลักษณ์ ใบหน้ามีแผลเป็ที่แก้มซ้ายบวกกับมีไฝเม็ดใหญ่อยู่กลางหน้าผาก ดวงตาทาสีเขียวแดงสลับกัน ฟันสีดำดูเหมือนหญิงที่ทั้งอัปลักษณ์และบ้าอย่างที่นาง้า
“หึหึฝีมีข้าไม่เลวเลยจริง ๆ ”จ้าวซิงเหยียนยิ้มกว้างให้กระจกและเอ่ยชมผลงานของตัวเอกออกมา
ตอนนั้นเองนางก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก ดูเหมือนว่าที่นี่กำลังจะถูกค้นแล้ว
“ดมกลิ่นตามมาเร็วดีนิ หากเทียบกับโลกปัจจุบันคงไม่แพ้หน่อยรบพิเศษแน่ ๆ ”
หลังจากเอ่ยกับตัวเองจบนางก็ทำลายเสื้อผ้าที่นางสวมเมื่อคืนทิ้ง โดนกายเผา ก่อนจะใช้ผ้าคลุมศีรษะแล้วเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบ ๆ
เมื่อลงไปถึงด้านหน้าทหารก็ปิดที่นี่เอาไหวหมดแล้ว
เมื่อเหล่าทหารเห็นนางที่มีผ้าคลุมหน้าลงมาทหารหนึ่งในนั้นก็ะโถามขึ้นมาทันที
“เ้าหยุดก่อนนั่นเ้าจะไปที่ใด”
จ้าวซิงเหยียนชะงักฝีเท้าของนาง
“เหตุใดข้าถามเ้าถึงไม่ตอบ”
ทันใดนั้นทหารหนุ่มคนนั้นจึงดึงผ้าคลุมของนางออกและเขาก็ต้องผงะ
เพราะใบหน้าที่อัปลักษณ์ของนางบวกกันการแต่งหน้าด้วยสีฉูดฉาดของนางทำให้ผู้ที่ได้เห็นจะต้องตกตะลึงในความอัปลักษณ์
“คุณชายมีสั่งใดกับข้าหรือเ้าคะ ? ” จ้าวซิงเหยียนแสร้งทำเป็เขินอาย ก่อนจะยิ้มให้ทหารคนนั้น
“เฮ้ย”ทหารหนุ่มถึงกับร้องออกมาด้วยความใ เมื่อเห็นรอยยิ้มที่น่าเกลียดของนาง
ฟันของนางดำสองซี่ด้านหน้ามีไผ่ติดที่กลางหน้าผาก แก้มแดงช้ำยิ่งกว่ารถแตงโมคว่ำบล็อกตาเขียวขจียิ่งกว่าทุ่งหญ้า และตาเหล่ทิ้งคราบคณิกาที่สวยที่สุดในหอเยว่อี้โหลไปอย่างสิ้นเชิง
“คุณชายท่านเป็อันใดไปหรือเ้าคะ ? ” จ้าวซิงเหยียนเดินเข้าไปใกล้ทหารหนุ่มผู้นั้น แต่เขากลับเดินถอยออกไป
“เ้าอย่างเข้ามานะไม่ไกลข้า อย่าเข้ามา”
“ทำละเ้าคะ? ”
“ข้าบอกอย่าเข้ามาไงออกไปนางบ้า ไป ! ไปไหนก็ไป” ทหารคนนั้นตะคอกขับไล่นางเสียงดังลั่น
“อะไรกันข้างดงามเพียงนี้ เหตุใดถึงทำกับข้าเยี่ยงนี้ ข้าไปก็ได้”พูดจบจ้าวซิงเหยียนก็ะโโล้นเต้นออกไปจากโรงเตี๊ยมนั้นโดยไม่มีใครขวางนาง
หลังจากออกมาจากโรงเตี๊ยมนางก็แสร้งเป็หญิงบ้าต่อไป ฟ้อนรำไปตามถนน
โดยที่ผู้คนต่างไม่สนใจนางเพราะคิดว่านางเป็คนบ้า
.....
หลังจากที่ฟ้อนรำไปตามตลาดนางก็รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้ทหารพลุกพล่านไปทั้งเมือง
‘แย่แล้วดูเหมือนข้าจะอยู่ในเมื่อนี้ไม่ได้เสียแล้ว’
จ้าวซิงเหยียนคิดกับตัวเองในใจ‘แล้วข้าจะออกจากเมืองนี้ได้อย่างไร’
เพราะจากที่นางแกล้งบ้าไปเดินสำรวจมาเมืองชิงโจวแห่งนี้จะเข้าหรือออกเมืองจะต้องมีป้ายผ่านทาง ซึ่งนางไม่มี....