กู้ตงหลิงมองปราดเดียวสีหน้าพลันเปลี่ยนไป ร่างของนางแข็งทื่อไปทั้งร่าง ก่อนจะตะโกนเสียงหลงว่า“เอาไปให้พ้น รีบเอาไปให้พ้นเดี๋ยวนี้!”
นางแทบจะคุมสติไม่อยู่และร้องออกมาเสียงดัง เดิมทีแขกเหรื่อเต็มศาลาต่างจับจ้องพวกเขาทุกการเคลื่อนไหวทุกอารมณ์ที่แสดงออกต่างอยู่ในสายตาผู้คน โดยเฉพาะท่าทีของกู้ตงหลิงยิ่งทำให้ผู้คนสงสัย
กู้หยวนเจี๋ยเหลือบมองฮ่องเต้และฮองเฮาจากนั้นก็ขมวดคิ้วจ้องกู้ตงหลิง ก่อนจะเอ่ยว่า “ตงหลิงเจ้าอย่าได้เสียมารยาท”
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของกู้ตงหลิงกลับคืนสู่สภาพเดิมนางพยายามสะกดกลั้นความตื่นตระหนก
“ท่านส่งสิ่งใดมากันแน่?” กู้ชิงเฉิงเองก็สงสัยนางยังไม่ได้ลงมือเลย ทว่าเหตุใดกู้ตงหลิงจึงมีท่าทีเช่นนี้?
โม่อวี้เฉินยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอ่ยว่า “ข้ามอบแผนที่ให้แก่นาง”
ประโยคนี้ทำให้กู้ชิงเฉิงเข้าใจในทันทีนางตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองโม่อวี้เฉินอย่างลึกซึ้งอีกคราเขาผู้นี้ล่วงรู้เรื่องราวทั้งหมดเมื่อครั้งอดีตแล้วหรือ?หากไม่ใช่เพราะนางอ่านนิยายเรื่องนี้จนจบก็คงไม่ล่วงรู้เรื่องราวเหล่านั้น
“ดูท่าเจ้าคงเดาได้แล้วสินะ” โม่อวี้เฉินยิ้มลึกขึ้นอีกก่อนจะกล่าวต่อว่า “สิ่งที่นางติดค้างเจ้า พวกเราจะค่อยๆทวงคืนจากนาง ไม่ต้องรีบร้อน” แม้โม่อวี้เฉินจะยิ้มแต่แววตากลับแฝงความเยียบเย็น เป็นดังที่เขากล่าว ไม่ต้องรีบร้อนอันใด
“เอามันออกไป” กู้ตงหลิงมองพ่อบ้านก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นด้วยความหวาดหวั่นแผนที่นี้เป็นสิ่งที่นางมอบให้แก่แคว้นหลินเมื่อครานั้นแคว้นหลินใช้แผนที่แผ่นนี้โอบล้อมตระกูลไป๋ ทำให้เกือบจะพ่ายแพ้ย่อยยับทั้งกองทัพครานั้นแม่ทัพไป๋ได้รับบาดเจ็บสาหัส เกือบเอาชีวิตไม่รอดกลับมา แต่กลับมีผู้ชี้เป้าความผิดไปยังกู้ชิงเฉิงทำให้นางถูกผู้คนนับหมื่นด่าทอสาปแช่ง
“เหตุใดจึงไม่ประกาศรายการของขวัญกัน ตำหนักองค์รัชทายาทมอบสิ่งใดกันแน่?”ผู้คนเบื้องล่างเริ่มซุบซิบกัน ต่างแสดงท่าทีสนใจใคร่รู้
ห้าปีก่อนพระชายาประสบเคราะห์กรรมผู้คนทั่วหล้าต่างคิดว่าพระชายาได้สิ้นชีพไปแล้วกู้ตงหลิงเป็นผู้ที่มีโอกาสสูงสุดที่จะได้เป็นพระชายาคนต่อไปแต่น่าเสียดายที่ขาของนางพิการ ฮ่องเต้และฮองเฮาจึงได้ระงับเรื่องนี้เอาไว้อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ภายในยังคงเป็นที่เล่าลือกันในหมู่ผู้คนอีกทั้งพวกเขายังอยากรู้ว่าตำหนักองค์รัชทายาทมอบสิ่งใดให้แก่จวนตระกูลกู้องค์รัชทายาทลงมือเอง ย่อมไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน
อันที่จริงพ่อบ้านเองก็ไม่เข้าใจวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้องค์รัชทายาทกลับมอบแผนที่ให้แผ่นหนึ่งและสีหน้าของกู้ตงหลิงยังดูย่ำแย่ถึงเพียงนั้น ช่างเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจจริงๆ
กู้ชิงเฉิงมองกู้ตงหลิงเช่นกันเห็นใบหน้าเปลี่ยนเป็นหลายสี ก็ขยับคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า“ท่านพี่ ของขวัญชิ้นนี้เหมาะสำหรับท่านย่าเหตุใดจึงไม่นำมาให้ท่านย่าดูเล่า”
คำพูดนี้ทำให้กู้ตงหลิงแข็งทื่อไปชั่วครู่นางแทบจะสะกดกลั้นความโกรธที่อัดแน่นในใจเอาไว้ไม่อยู่ ดวงตาแดงก่ำเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า “กู้ชิงเฉิง เป็นเจ้าที่ส่งมาหรือ?”
หัวใจของนางไม่สามารถสงบลงได้เลยเนื่องจากนางทำผิดไว้จึงหวาดระแวง นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยอย่างไรก็ตามสิ่งที่ควรยินดีคือ ตระกูลไป๋ไม่ได้อยู่ที่นี่
“นี่เป็นของที่ข้าและองค์รัชทายาทร่วมกันมอบให้” กู้ชิงเฉิงเอ่ยเสียงไม่ดังไม่เบาแต่ผู้ที่อยู่ในที่นั้นต่างได้ยินอย่างชัดเจน
“ข้ากับองค์รัชทายาทมีใจเดียวกัน เป็นสามีภรรยา ย่อมต้องมอบของขวัญร่วมกัน”ประโยคนี้ทำให้ทุกคนล่วงรู้ว่านางกับองค์รัชทายาทมีความสัมพันธ์อันดีงามทุกคนจงลืมตาดูให้ดี
“เป็นไปไม่ได้” กู้ตงหลิงกรีดร้องเสียงแหลมแผนที่ผืนนี้ทำให้นางถึงกับสติแตก นางหวาดกลัวแล้ว เพราะกู้ชิงเฉิงกล่าวว่าแผนที่นี้เป็นขององค์รัชทายาทมอบให้ นั่นหมายความว่าองค์รัชทายาทก็ล่วงรู้เรื่องราวเมื่อครานั้นแล้วเช่นกัน นางย่อมหวาดกลัว
“คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้เป็นอะไรไป?” มีผู้คนกระซิบถามด้วยความสงสัย
กู้หยวนเจี๋ยขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเอ่ยว่า “ตงหลิง อย่าได้ก่อเรื่องแม้น้องสาวเจ้าจะไม่ชอบท่านย่า แต่เจ้าก็อย่าได้ทำให้ท่านย่าไม่สบายใจในเมื่อถึงวันครบรอบวันเกิดท่านย่า การมอบของขวัญก็เป็นเรื่องปกติจะเป็นไปไม่ได้ได้อย่างไร”
กู้หยวนเจี๋ยไม่ได้คิดมากเรื่องราวเมื่อครานั้นเป็นเขาที่ลงมือจัดการเขามั่นใจในวิธีการของตนเองเป็นอย่างยิ่งและยามนี้เขาก็ตั้งใจที่จะใส่ร้ายป้ายสีกู้ชิงเฉิง
กู้ชิงเฉิงเหลียวมองราชครูกู้ริมฝีปากที่ถูกผ้าคลุมหน้าซ่อนไว้ค่อยๆ ยิ้มออกมาเล็กน้อย
คนเหล่านี้ช่างไม่ละความพยายามที่จะทำลายชีวิตนางเลยแม้แต่น้อยราชครูกู้นั้นเป็นบิดาแท้ๆ ของร่างเดิมแต่นางกลับถูกบิดาผู้ให้กำเนิดคิดหาทางฆ่านางมาโดยตลอด
“ท่านแม่ของข้าชอบท่านย่ามากนางมักจะสอนข้าเสมอว่าต้องปรนนิบัติผู้เฒ่าผู้แก่ให้ดีๆและบอกอีกว่าท่านย่าใจดีมีเมตตา ช่วยเหลือท่านแม่บ่อยครั้งอีกอย่างท่านแม่ก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากท่านย่าด้วยนะขอรับ” กู้จิ่งเซวียนไม่ชอบในสิ่งที่ได้ยินเขาจึงลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเล็กใสๆ
เมื่อผู้คนในที่นั้นได้ยินเด็กน้อยเอ่ยก็หันไปมองราชครูกู้ผู้คนต่างรู้กันดีว่าเด็กน้อยเช่นนี้ย่อมไม่กล่าววาจาเท็จดังนั้นคำพูดของราชครูกู้เมื่อครู่จึงน่ากังขา
เสียงซุบซิบกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นผู้คนต่างเคยได้ยินเรื่องราวหลายอย่างภายในจวนตระกูลกู้และรู้ดีว่าราชครูกู้นั้นไม่ชอบไป๋ซินและบุตรสาวเป็นอย่างยิ่งทว่าเพื่ออำนาจจึงต้องจำใจแต่งงาน แต่การกระทำต่อบุตรสาวเช่นนี้นับว่าเกินเลยนัก
“ไม่ว่าจะอย่างไร คุณหนูรองตระกูลกู้ก็เป็นพระชายาแห่งองค์รัชทายาทการกระทำเช่นนี้ไม่เป็นการเสียมารยาทต่อองค์รัชทายาทเกินไปหรือ”
“ราชครูกู้ก็เป็นถึงราชครูผู้ทรงเกียรติ ได้รับการขนานนามว่าเป็นบัณฑิตเหตุใดจึงคิดทำลายบุตรสาวของตนเช่นนี้ได้เล่า”
“ใช่แล้ว คำเช่นนี้ไม่ควรเอ่ยเลย”
“ซือจื่อผู้นี้ต้องเป็นผู้ที่ไม่พอใจแทนมารดาของตนเป็นแน่”
ผู้คนต่างพากันพูดคุยเจื้อยแจ้วแม้ว่าฮ่องเต้และฮองเฮาจะประทับอยู่ที่นี่ ทำให้พวกเขาไม่กล้าส่งเสียงดังทว่าคำพูดเหล่านั้นก็ยังคงเล็ดลอดไปถึงหูของฮ่องเต้และฮองเฮาจนได้
เมื่อเห็นกู้จิ่งเซวียนทั้งสองคนก็ไม่อาจเชื่อสายตาตนเองได้ แม้พวกเขาจะไม่ชอบกู้ชิงเฉิงนักแต่ก็ไม่ได้รังเกียจเด็กผู้นี้เลยแม้แต่น้อยเป็นเพราะกู้จิ่งเซวียนนั้นน่ารักน่าเอ็นดูเสียจนละลายใจผู้คนได้
สายตาของฮ่องเต้จับจ้องกู้จิ่งเซวียนไม่วางตานานกี่ปีแล้วที่ไม่มีเด็กน้อยอยู่เคียงข้างเขา สนมเหล่านั้นเมื่อตั้งครรภ์ก็ล้วนแต่แท้งลูกหรือทารกตายในครรภ์ ไม่มีผู้ใดรอดเลย
แม้ว่าจะมีสนมมากมายถึงสามพันคนแต่ฮ่องเต้กลับมีเพียงโม่อวี้เฉินเป็นทายาทเพียงผู้เดียวนับว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง
เมื่อเขารู้ว่าเจ้าก้อนซาลาเปากู้จิ่งเซวียนเป็นหลานของเขาก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก วันนี้เมื่อได้เห็นกับตาตนเองเขาจึงไม่อาจสงบใจลงได้เลย ฮ่องเต้มัวแต่สนใจกู้จิ่งเซวียนจนไม่ได้สนใจการกระทำที่ไม่เหมาะสมของราชครูกู้เมื่อครู่
ใบหน้าของราชครูกู้ในยามนี้ทั้งเขียวทั้งขาวยามนี้เขาไร้ทางถอย กู้ชิงเฉิงที่ยังมีชีวิตรอดกลับมานับเป็นภัยอันตรายถึงชีวิตสำหรับเขา เขากลัวว่าเรื่องราวในปีนั้นจะถูกเปิดเผยเพราะบุตรสาวผู้นี้ไม่ได้โง่งมเหมือนแต่ก่อน
ฮองเฮาเองก็พึงพอใจกู้จิ่งเซวียนมากเช่นกันทว่านางกลับรังเกียจกู้ชิงเฉิงเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีความรู้สึกชอบเลยแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกู้ชิงเฉิงเข้ามาในวังครั้งหนึ่งแล้วตัดแขนซ้ายและแขนขวาของนางไป ทำให้นางเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ
“เอ่อ เรื่องนี้คงมีบางอย่างที่เข้าใจผิด” ราชครูกู้เหลียวมองฮ่องเต้และฮองเฮาเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนทรงจับจ้องอยู่ที่กู้จิ่งเซวียนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเขารู้สึกว่าตนเองในวันนี้คงเป็นบ้าไปแล้วเหตุใดจึงได้ใส่ร้ายบุตรสาวตนเองต่อหน้าธารกำนัลได้... ไม่ว่าจะอย่างไรกู้ชิงเฉิงก็ยังเป็นคนตระกูลกู้
จากนั้นเขาจึงกระแอมคราหนึ่งแล้วเอ่ยว่า“พ่อบ้าน เริ่มรายงาน”
พ่อบ้านจึงเอ่ยเสียงดังว่า“ตำหนักบูรพา แผนที่หนึ่งแผ่น”
เมื่อได้ยินคำว่า‘แผนที่’ ผู้คนก็กลับมาวิพากษ์วิจารณ์กันอีกครั้งถึงกับมอบแผนที่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ นี่หมายความว่าอย่างไรกันไม่มีใครเข้าใจเลยแม้แต่น้อย
กู้ตงหลิงหลับตาลงแน่นนางรู้ว่าสิ่งที่ควรมาถึงก็มาถึงแล้ว ตราบใดที่กู้ชิงเฉิงยังมีชีวิตอยู่นางก็ไม่มีทางรอด
นางคิดจะยกมือขึ้นไปฉกฉวยแผนที่แผ่นนั้นอย่างไม่รู้ตัวทว่าเพิ่งจะยกมือขึ้น ‘เพียะ!’ ผลไม้เม็ดหนึ่งก็พุ่งเข้ามาปะทะหลังมือของนางทำให้นางเจ็บปวดจนต้องหดมือกลับไป ความว้าวุ่นเข้าครอบงำนางจนหมดสิ้น