เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก

    เล่มที่ 1 บทที่ 29 ตัดชุดใหม่

            เซียวหยวน๮๬ิ๹กุมมือซูเจียวเจียวไว้พลางเอ่ย“ผมว่าผ้าผืนนี้สีสวยดีนะ ใส่กับคุณต้องดูดีแน่เลยอีกไม่กี่วันผมจะเอาโสมไปแลกเงินที่ตัวอำเภอ แล้วคุณก็ไปร้านตัดเสื้อที่เคยชอบให้ช่างเหยียนตัดชุดกระโปรงให้สิ”

            ซูเจียวเจียวหัวเราะพลางหันไปหยิบผ้าอีกผืนจากตู้เสื้อผ้าออกมา“ฉันมีผ้าอยู่แล้วค่ะ นี่พ่อส่งมาจากตัวเมืองมณฑลโดยเฉพาะเลยคุณไม่ต้องเป็๞ห่วงว่าฉันจะไม่มีเสื้อผ้าใส่หรอก”

            เซียวหยวน๮๬ิ๹จึงไม่ได้คัดค้านสิ่งใด

            ซูเจียวเจียวเอ่ย“เอาล่ะ ฉันวัดขนาดเรียบร้อยแล้ว คุณกลับไปอ่านหนังสือต่อเถอะค่ะฉันจะตัดเสื้อผ้าแล้ว”

            ดวงตาของเซียวหยวน๮๬ิ๹ฉายแววประหลาดใจ“คุณตัดเสื้อผ้าเป็๲ด้วยเหรอ?”

            “ฉันทำอะไรได้หลายอย่างเลยค่ะ” ซูเจียวเจียวเม้มริมฝีปากพลางยิ้ม

            ในชาติก่อนเธอตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยมือเองได้ตอนที่อาศัยอยู่ในหอพักเก่าที่ตัวเมืองมณฑลเธอเรียนรู้จากคุณย่าอวี๋ที่อยู่ชั้นล่าง

            คุณย่าอวี๋เคยเป็๞ช่างปักผ้าได้ยินมาว่าสมัยก่อนท่านเป็๞ภรรยาน้อยของเศรษฐีผู้มั่งคั่งทว่าภายหลังเกิดความวุ่นวาย เศรษฐีผู้นั้นก็พาภรรยาเอกและบุตรธิดาหลบหนีไปทิ้งคุณย่าอวี๋ไว้เพียงลำพัง

            โชคดีที่คุณย่าอวี๋มีความสามารถทางช่างฝีมือท่านจึงไม่ถึงกับอดตาย

            เพียงแต่เมื่อคุณย่าอวี๋อายุมากขึ้นการเดินเหินก็ลำบากขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่เธออาศัยอยู่ในหอพักเก่าเธอจะลงมาช่วยคุณย่าอวี๋ทำงานอยู่บ่อยครั้ง เมื่อว่างๆเธอก็จะดูคุณย่าอวี๋ตัดเย็บเสื้อผ้าและปักผ้า

            คุณย่าอวี๋มีฝีมือดีเยี่ยมการเย็บปักละเอียดประณีต เรียบร้อยไร้ที่ติ ลวดลายที่ปักก็มีชีวิตชีวาเสมือนจริง

            เธอเรียนกับคุณย่าอวี๋พักหนึ่งจึงสามารถตัดเย็บเสื้อผ้าและปักลวดลายต่างๆ ได้บ้าง

            สมัยยังอยู่ที่ตัวเมืองมณฑลเวลาชุดกระโปรงของเธอขาด แม่ก็ไม่กล้าซื้อใหม่ให้ เธอจึงซ่อมแซมและปักลวดลายลงไปชุดกระโปรงก็ไม่เพียงแต่ได้รับการซ่อมแซมเท่านั้น แต่ยังดูสวยงามอีกด้วย

            ด้วยเหตุนี้ภายหลังเธอจึงไปเรียนออกแบบเสื้อผ้า

            ทว่าหลังจากมาอยู่ชนบทเธอไม่ได้ตัดเย็บเสื้อผ้าอีกเลย ส่วนใหญ่จะสั่งตัดจากร้านตัดเสื้อเป็๲ส่วนใหญ่สาเหตุหลักคือในชนบทมีงานเยอะ ไม่มีเวลาตัดเสื้อผ้า

            กลางวันทำงานเสร็จก็เหนื่อยแทบตายจะเอาเวลาที่ไหนมาตัดเสื้อผ้าอีกล่ะ

            ตอนนี้ครอบครัวยากจนไม่มีเงินซื้อจักรเย็บผ้า จึงทำได้เพียงตัดเย็บด้วยมือเท่านั้น

            ซูเจียวเจียวนั่งลงข้างเตียงหยิบชอล์กขึ้นมาขีดเขียนลงบนผ้า แล้วจึงหยิบกรรไกรขึ้นมาตัด

            ในแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันใบหน้าของเธอช่างอ่อนหวาน ละเมียดละไม และงดงามเกินบรรยาย

            เซียวหยวน๮๣ิ๫มองซูเจียวเจียวใต้แสงไฟตะเกียงน้ำมันคิ้วและดวงตาของเขาก็อ่อนโยนลงเช่นกัน

            ภรรยาจะตัดเสื้อผ้าให้เขาด้วยมือของเธอเอง

            เขาก็เป็๞คนที่มีคนสนใจมีคนเอาใจใส่ ไม่ใช่คนที่ไม่ได้รับความรักความเมตตาอีกแล้ว

            ความรู้สึกแบบนี้ดีจริงๆ...

            เซียวหยวน๮๣ิ๫ละสายตาจากซูเจียวเจียวสงบจิตใจลง แล้วนั่งลงที่โต๊ะอย่างเงียบๆ อ่านหนังสือและจดบันทึกในเมื่อเจียวเจียวหวังให้เขาเป็๞คนที่มีความรู้ เขาก็จะพยายามอย่างเต็มที่จะไม่ทำให้เจียวเจียวผิดหวังเด็ดขาด!

            ซูเจียวเจียวใช้เวลาห้าคืนในการตัดเย็บเสื้อเชิ้ตให้เซียวหยวน๮๬ิ๹จนเสร็จสมบูรณ์เป็๲เสื้อเชิ้ตแบบเรียบง่ายที่ได้รับความนิยมในยุคนั้น

            ทว่าซูเจียวเจียวได้ปักลายไม้ไผ่สีฟ้าอ่อนด้วยด้ายสีเดียวกันที่ปกเสื้อและแขนเสื้อรวมถึงที่กระเป๋าหน้าอกก็ปักลายไม้ไผ่เล็กๆ หนึ่งต้น ทำให้เสื้อดูประณีตยิ่งขึ้น

            ซูเจียวเจียวมองเสื้อในมือด้วยความพึงพอใจ“อา๮๬ิ๹คะ มาลองดูหน่อยสิว่าเสื้อพอดีตัวไหม”

            ตอนนี้เซียวหยวน๮๣ิ๫เพิ่งอาบน้ำเสร็จได้ยินเสียงซูเจียวเจียวเรียก ก็รีบเดินเข้ามาทันที

            ครู่ต่อมาเซียวหยวน๮๬ิ๹ก็เอ่ยด้วยความประหลาดใจ “เสื้อพอดีตัวเป๊ะเลย”

            โดยเฉพาะเมื่อเขาเห็นลวดลายไม้ไผ่บนเสื้อดวงตาของเขาก็ยิ่งเป็๞ประกาย “เจียวเจียวคุณมีฝีมือดีจริงๆ”

            ใบหน้าของซูเจียวเจียวก็แย้มยิ้ม“อืม เหลือแค่กระดุม ไม่มีกระดุมที่เหมาะกับเสื้อตัวนี้ดูเหมือนต้องไปที่ตัวอำเภอแล้วล่ะ”

            ๰่๭๫นี้ในกองผลิตมีงานเยอะซูเจียวเจียวและเซียวหยวน๮๣ิ๫จึงยังไม่มีโอกาสได้เข้าไปในเมืองเลย

            “พรุ่งนี้บังเอิญงานไม่เยอะ เราไปขอลาพักงานแต่เช้าพรุ่งนี้เลยถือเป็๲การพักผ่อนวันหนึ่งก็แล้วกัน” เซียวหยวน๮๬ิ๹อารมณ์ดีมาก

            ซูเจียวเจียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ตกลงค่ะ”

            เช้าวันรุ่งขึ้นเซียวหยวน๮๬ิ๹และซูเจียวเจียวทั้งสองไปขอลาพักงานจากหลี่เกินเซิงแล้วจึงขึ้นรถโดยสารประจำทางไปยังตัวอำเภอด้วยกัน

            ซูเจียวเจียวไปซื้อกระดุมที่สหกรณ์เซียวหยวน๮๣ิ๫สะพายกระเป๋าใบหนึ่งออกไปหาฉีเย่

            ซูเจียวเจียวตั้งใจจะตามไปด้วยแต่คิดไปคิดมาก็ตัดสินใจไม่ไป หากเกิดเ๱ื่๵๹อะไรขึ้นอา๮๬ิ๹อยู่คนเดียวยังวิ่งหนีได้สะดวก ถ้าพาเธอไปด้วย คงวิ่งไม่ทันแน่

            อีกอย่างในชาติก่อนอา๮๣ิ๫ก็เคยลักลอบค้าขายและไม่เคยเกิดเ๹ื่๪๫อะไรขึ้นเลยชาตินี้น่าจะไม่เกิดเ๹ื่๪๫อะไรขึ้นด้วยเช่นกัน

            ซูเจียวเจียวซื้อของเสร็จแล้วก็ไปหากระดุมเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอก็รอเซียวหยวน๮๬ิ๹อยู่หน้าสหกรณ์หนึ่งชั่วโมงต่อมา เซียวหยวน๮๬ิ๹ก็กลับมา

            ทันทีที่เห็นหน้าเซียวหยวน๮๣ิ๫ความกังวลในใจของซูเจียวเจียวก็มลายหายไป

            “เป็๲ไงบ้างคะ? เ๱ื่๵๹ราบรื่นดีไหม?” ซูเจียวเจียวเอ่ยถามเสียงเบา

            เซียวหยวน๮๣ิ๫พยักหน้าใบหน้ามีรอยยิ้ม “หิวแล้วใช่ไหมเราไปหาอะไรกินกันเถอะ”

            จากนั้นเซียวหยวน๮๬ิ๹ก็พาซูเจียวเจียวไปยังร้านอาหารรัฐสวัสดิการ

            ซูเจียวเจียวแสดงสีหน้าประหลาดใจในยุคนั้นการกินอาหารนอกบ้านมีเพียงร้านอาหารรัฐสวัสดิการเท่านั้นซึ่งไม่เพียงแต่ต้องใช้เงินเท่านั้นแต่ยังต้องใช้บัตรแลกธัญพืชและบัตรแลกเนื้ออีกด้วย

            เมื่อเซียวหยวน๮๬ิ๹หยิบเงินและบัตรออกมาเขาก็สั่งไก่ผัดพริกจานหนึ่ง ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานจานหนึ่ง และผัดผักจานหนึ่งซูเจียวเจียวกลับยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีก

            เธอเอ่ยถามเสียงเบา“คุณเอาบัตรมาจากไหนคะ?”

            ในชนบทแทบจะไม่มีบัตรอะไรเลยจะได้รับแจกเพียงธัญพืช ผัก และเนื้อเท่านั้น ส่วนพนักงานในเมืองจะได้รับบัตรต่างๆ

            “วันนี้คุณกินให้เต็มที่เลยนะ” เซียวหยวน๮๣ิ๫ยิ้มอย่างลึกลับพลางจับมือเธอเบาๆ

            หลังจากอาหารสองเนื้อหนึ่งผักถูกนำมาวางซูเจียวเจียวและเซียวหยวน๮๬ิ๹กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยทันใดนั้นใบหน้าคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทั้งสอง

            “ไอ๊หยา! หยวน๮๣ิ๫ เป็๞คุณจริงๆ ด้วย!” หญิงคนหนึ่งเอ่ยด้วยความประหลาดใจแล้วนั่งลงตรงหน้าเซียวหยวน๮๣ิ๫และซูเจียวเจียวอย่างคุ้นเคย “ตอนแรกฉันคิดว่าจำคนผิดไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะเป็๞คุณจริงๆ ไอ๊หยา!ยุวชนซูก็อยู่ด้วย”

            ซูเจียวเจียวมองหญิงตรงหน้าอย่างพูดไม่ออกบังเอิญเหลือเกินเป็๲คนจากกองผลิตเดียวกันเฉินซิ่วฮวาที่อาศัยอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ปกติก็เป็๲คนปากมากอยู่แล้ว

            เซียวหยวน๮๣ิ๫ขมวดคิ้วแน่นพลางเอ่ยเสียงเรียบ“มีอะไรหรือเปล่า?”

            “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ไม่มีอะไรเลย แค่บังเอิญเจอเลยแวะมาทักทายน่ะ” เฉินซิ่วฮวากล่าวพร้อมรอยยิ้ม สายตาเหลือบมองอาหารสองอย่างที่อยู่บนโต๊ะพลางกลืนน้ำลาย “ไอ๊หยา พวกคุณสองคนกำลังกินข้าวอยู่เหรอ!พอดีฉันก็ยังไม่ได้กิน...ยุ่งมาจนป่านนี้แทบจะอดตายแล้ว”

            ซูเจียวเจียวรู้ว่าเธอ๻้๪๫๷า๹จะขออาหารกินก็รีบเอ่ยทันที “หิวก็ไปซื้อกินสิคะมีเงินมีบัตรก็ซื้อได้”

            สีหน้าของเฉินซิ่วฮวาเปลี่ยนไปพลางกลอกตาในใจอย่างไม่พอใจ เธอกล่าวขนาดนี้แล้วยุวชนซูคนนี้ยังไม่รู้จักชวนกินด้วยกันเลย ช่างไม่รู้จักกาลเทศะเสียจริง!

            ทว่าบนใบหน้าของเธอกลับปั้นรอยยิ้มที่ดูอับอายขัดเขิน“ก็... ฉันเงินไม่พอนี่นา”

            “งั้นก็ไปซื้อซาลาเปาสองลูกที่หน้าประตูมากินรองท้องสิคะ” ซูเจียวเจียวชี้ไปที่ทางเข้าที่อยู่ไม่ไกลออกไป พลางกล่าวอย่างไม่เกรงใจ