ลู่ตงหยางที่เพิ่งกลับมาจากไปให้อาหารไก่เสร็จ เขาก็กำลังจะเดินเข้าไปในครัว
เลยทำให้เขาได้ทันได้ยินข้อแก้ตัวที่ลูกสะใภ้ของเขากำลังบอกกับแม่ของเขาอยู่พอดี ทำให้เขาคิดได้ว่าภรรยาของเขานี่ เก่งมากจริงๆ ที่ทำให้แม่ของเขาเชื่อใจได้ในทันที
"อาสี่! บ้านเรามีเนื้อกินกันหรือเปล่าคะวันนี้"
ลู่จิวที่เดินมาถึงห้องครัวพร้อมกับน้องชายของเธอพอดี หลังจากที่ทั้งคู่ โดนคุณย่าทิ้งไว้ที่หน้าประตูหน้าบ้าน พอมาถึงที่ห้องครัวก็เห็นว่าอาสี่ของตนอยู่ที่นี่พอดีเลย
และเธอยังได้กลิ่นหอมออกมาจากห้องครัวอีก เลยได้คิดว่าที่คุณย่าบอกว่าจะให้อาสี่หาเนื้อมาให้พวกเธอกินกัน เธอก็ไม่คิดเลยว่าจะได้กินเนื้อกันไวขนาดนี้
"ใช่แล้ว วันนี้เราจะกินเนื้อกัน เสี่ยวจิวกับเสี่ยวซวนอยากกินเนื้อกันไหม?"
ลู่ตงหยางเห็นหลานสาวของตนทำหน้าดีใจมากที่ได้กินเนื้อ ก็ลูบหัวของเธอด้วยความเอ็นดู
แต่พอหันไปดูหลานชายที่ยืนน้ำลายไหล และเอาแต่พูดว่า ‘อยากกินเนื้อๆ’ ก็อดที่จะยืนขำหลานชายของเขาไม่ได้
อันหนิงลี่และแม่ลู่ที่คุยกันเสร็จ ก็ได้ยินเสียงลู่ตงหยางที่คุยกับหลานทั้งสองที่นอกห้องครัวด้วยพอดี
อันหนิงลี่ไม่รู้ว่าสามีของเธอมายืนฟังนานแค่ไหนแล้ว และไม่รู้ว่าเขาจะได้ยินข้อแก้ตัว ที่เธอบอกกับแม่สามีด้วยหรือเปล่านะ
"เ้าสี่ แกมาแล้วเหรอ? แล้วไปไหนมาล่ะ?"
แม่ลู่ได้ทักขึ้น เนื่องจากในตอนแรก เธอสนใจแต่ว่าใครมาทำอาหารที่บ้านของเธอได้ เลยไม่ได้สนใจลูกชายคนเล็กเลย และพอรู้จากลูกสะใภ้สี่บอกว่า ลูกชายคนเล็กเป็คนที่หาเนื้อมาให้ครอบครัวได้กินในวันนี้อีกด้วย ตอนนี้เธอก็เลยรู้สึกดีกับเขาหน่อย
"ครับแม่ ผมไปให้อาหารไก่มาครับ."
"โอ้!!...ทำไมวันนี้ลูกชายของฉันขยันอย่างนี้ล่ะ ตะวันขึ้นทางตะวันตกหรือเปล่าเนี่ย..."
แม่ลู่อดที่จะแปลกใจไม่ได้ ร้อยวันพันปี สองสามีภรรยาคู่นี้เคยขยันกันซะที่ไหนล่ะ
อีกคนทำอาหาร อีกคนช่วยให้อาหารไก่ นี่คงไม่ได้วางแผนอะไรกันอยู่ใช่ไหม?
"แม่ครับ ผมก็เป็คนขยันอยู่แล้วนะครับ แม่แค่ไม่เห็นก็เท่านั้นเอง"
ลู่ตงหยางก็รีบแย้งแม่ของเขาทันที
"หึ!..ถ้าแกขยัน ในหมู่บ้านก็ไม่มีใครี้เีอีกแล้วล่ะ เ้าสี่"
แม่ลู่ไม่สามารถทนต่อความหน้าหนาของลูกชายคนเล็กของเธอได้จริงๆ เื่ที่เอาดีเข้าตัวเอง ขอให้บอกเขาเถอะ ไม่มีใครเกินไปกว่าลูกชายคนเล็กของเธอแล้ว
"แม่ครับ! ผมเป็ลูกของแม่จริงๆ หรือเปล่า ทำไมแม่ต้องมาต่อว่าผมอย่างนี้ด้วยล่ะครับ ตอนนี้ผมทั้งเสียใจ และน้อยใจแล้วนะครับ"
แม่ลู่ที่เห็นลูกชายทำหน้าเหมือนเ็ปมากที่ถูกเธอต่อว่าให้ ก็ตีแขนเขาไปหนึ่งที ลูกชายคนนี้นี่ ช่างต่อล้อต่อเถียงกับเธอจริงๆ
ด้านลู่ตงหยางที่โดนแม่เขาตี เขาก็หยุดล้อเล่นกับแม่ของเขาทันที แล้วหันไปขอความช่วยเหลือจากภรรยาแทน
"ภรรยาครับ ช่วยผมด้วยครับ แม่ไม่รักผมแล้ว ต่อไปคงมีแค่ภรรยาเท่านั้นที่รักผม เพราะฉะนั้นแล้วภรรยาอย่าทิ้งผมไปนะครับ..."
"คุณนี่! เล่นอะไรคะ ฉันจะไปทำอาหารต่อแล้วค่ะ"
จากนั้นเธอก็เดินไปทำอาหารต่อ และทิ้งสามีให้เผชิญหน้ากับแม่สามีอยู่คนเดียว
อันหนิงลี่เห็นแม่สามีและสามีของตัวเองหยอกล้อกัน ก็คิดว่า ไม่แปลกใจเลยที่แม่สามีของเธอจะรักสามีของเธอมากขนาดนี้
ด้านแม่ลู่ที่ได้ยินลูกชายของเธอพูดกับลูกสะใภ้สี่อย่างนั้น เธอก็คิดว่าจะตีเขาอีกสักครั้งให้เธอหายโมโห แต่คราวนี้ ลู่ตงหยางไม่อยู่ให้แม่เขาตีได้ง่ายๆ แล้ว เขารีบวิ่งหนีออกไปจากห้องครัวทันที
ส่วนแม่ลู่ที่เห็นว่าลูกชายคนเล็กหนีไปแล้ว ก็ได้แต่บ่นด่าตามหลังของเขาไป...
**********
พอเห็นว่าอาหารสุกพร้อมทานแล้ว พ่อสามี พี่รองและพี่สะใภ้คนรองก็กลับมาถึงกันพอดี
"บ้านเรามีเนื้อทานกันเหรอครับวันนี้?"
ลู่โจวถามขึ้นอีกครั้ง เพราะพอเขาเดินมาถึงหน้าบ้าน ก็เห็นลูกทั้งสองคน ก็มายืนรอพวกเขา แล้วบอกว่าวันนี้มีเนื้อให้กิน ก็เลยหันไปถามภรรยาที่เดินมาด้วยกัน
"ฉันจะรู้ไหมล่ะคะ ฉันก็ได้ยินพร้อมคุณเหมือนกัน เรารีบไปกันเถอะ จะได้รู้ว่า มีเนื้อกินกันจริงหรือเปล่า?"
ซูซ่านได้ยินลูกสาวและลูกชายเธอบอกว่ามีเนื้อให้กินในวันนี้ เธอก็รีบเดินเข้าไปในบ้าน ทิ้งสามีที่ยืนงงอยู่หน้าบ้านอย่างรวดเร็ว
"ไปๆ เข้าไปในบ้านก่อน เดี๋ยวเแกก็รู้เองแหละเ้ารอง "
พ่อลู่ก็ทิ้งลูกชายคนรองไว้ที่หน้าบ้านและรีบตามลูกสะใภ้รอง เข้าบ้านไปด้วยอีกคน
ลู่โจวเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอเขาเลย พอรู้สึกตัว เขาก็รีบตามพ่อและภรรยาไป เพราะกลัวว่าถ้าเข้าไปช้ากว่านี้ ถ้าเกิดวันนี้ครอบครัวของเขาได้ทานเนื้อกันขึ้นมาจริงๆ แล้วเนื้อที่มีวันนี้เหลือไม่ถึงเขาแล้ว เขาจะทำยังไงได้อีกล่ะ เพราะฉะนั้นรีบเข้าบ้านไปก่อนดีกว่า
**********
หลังจากที่ได้ทานอาหารเย็นในวันนี้แล้ว อีกสามคนก็ได้รู้ว่า อาหารมื้อนี้ เป็อันหนิงลี่ที่เป็คนทำขึ้น มิน่าล่ะ! ถึงว่าทำไมมันถึงอร่อยมากกว่าทุกวันได้
เมื่อพวกเขารู้ก็ใกันมาก แต่เป็แม่ลู่ก็อธิบายเหตุผล ตามที่ลูกสะใภ้สี่ได้บอกกับเธอให้ทุกคนได้ฟังกัน ทุกคนก็เลยหายข้องใจ
"ถ้าอย่างนี้ น้องสะใภ้สี่ก็ช่วยทำอาหารได้แล้วสิคะ แม่!"
ซูซ่านก็อดที่จะพูดขึ้นมาไม่ได้ เพราะน้องสะใภ้สี่ของเธอี้เีมาก ไม่รู้ทำไมแม่สามีถึงยอมได้ขนาดนี้นะ
"ฉันช่วยทำอาหารได้ค่ะ แต่ว่าฉันช่วยทำได้แค่ตอนเที่ยงและตอนเย็นเท่านั้นนะคะ เพราะตอนเช้าฉันคงตื่นขึ้นมาไม่ทัน มาทำอาหารให้ทุกคนได้ทานกันก่อนออกไปทำงานทันแน่นอนเลยค่ะ"
ก่อนที่แม่สามีจะตอบ อันหนิงลี่ก็ชิ่งตอบก่อนทันที แต่เธอก็ยังคงความี้เีของเธอไว้อยู่ดี จะให้ลุกมาทำอาหารตอนเช้าให้ทุกคนได้ทานกัน เธอทำไม่ได้หรอกนะ และเธอตื่นไม่ทันอย่างแน่นอน
ซูซ่านที่ได้ยินอันหนิงลี่ตอบกลับเธอมา เธอก็ไม่คิดว่าน้องสะใภ้สี่จะเห็นด้วย ตอนแรกเธอคิดว่า น้องสะใภ้สี่จะต้องโวยวายอย่างแน่นอน
"แม่ครับ! ให้ภรรยาผมทำอาหารให้ตามที่ภรรยาของผมบอกนะครับ ลี่ลี่ตื่นเช้าไม่ได้จริงๆ นะครับแม่"
อันหนิงลี่ก็ไม่คิดว่าสามีจะช่วยพูดให้เธอด้วย อืม..ดูเหมือนเธอจะรักคนไม่ผิดเลยจริงๆ
"เอาเหอะๆ ตามใจพวกแกเถอะ เอาตามนี้นะ เธอคงไม่มีปัญหาแล้วใช่ไหมสะใภ้รอง?"
แม่ลู่รีบสรุปทันที เธอก็ไม่คิดว่าสะใภ้สี่ของเธอ จะรับปากมาช่วยทำอาหารให้ครอบครัวด้วยซ้ำ เพราะเธอรู้ดีว่า การที่จะให้คนี้เีทำงานได้แต่ละครั้งนั้นยากแค่ไหน ถ้าเธอหวังให้ลูกสะใภ้สี่มาทำอาหารเช้าให้ ก็ไม่รู้ว่าทั้งครอบครัวจะได้กินอาหารเช้ากันไหม? ยิ่งลูกชายคนเล็กของเธอเข้าข้างภรรยาของเขาขนาดนี้ อะไรปล่อยได้ก็ปล่อยไปเถอะ
และพอเห็นลูกสะใภ้คนรองพยักหน้ายอมรับ แม่ลู่ก็พอใจมาก เธอไม่อยากให้ครอบครัวต้องมีปัญหากันจริงๆ
ส่วนพ่อลู่และลู่โจว พวกเขาก็ได้แต่นั่งเงียบๆ เป็ผู้ฟังที่ดี เพราะเื่ในบ้าน แม่ลู่จะเป็คนจัดการเองทั้งหมด
แม้ว่าซูซ่านจะไม่อยากยอมรับ พอเห็นหน้าแม่สามีที่ดุมาก ก็ต้องยอมรับอย่างไม่เต็มใจได้เท่านั้น...
แล้วพอได้ยินน้องชายของสามี ที่ช่วยพูดให้กับลูกสะใภ้ของเขา ก็อดที่จะมองไปที่สามีของเธอที่นั่งเงียบๆ ไม่ได้
ทำไมนะ? พี่น้องพ่อแม่เดียวกันแท้ๆ ทำไมถึงแตกต่างกัน มากอย่างนี้ได้ล่ะน่า...