เทพอู่เฉินอุ้มพาร่างบอบบางกลับห้องพัก โดยไม่พูดถึงสระบัวอันสวยงาม ซึ่งถูกทำลายราบคาบ แม้กระทั่งค่ายกลเทพใต้น้ำยังไม่มีเหลือ
โชคชะตายังเข้าข้างพยัคฆ์อัคคีตัวน้อย ดอกบัวสีทองไม่กลายเป็เศษบัวไปเสียก่อน มารดาของมันได้ยาถอนพิษไปรักษาบุตร หายจากพิษร้ายเพียงพริบตาเดียว
"เ้าช่างสรรหาความวุ่นวายให้ข้า"
เทพอู่เฉินคอยประชดประชันนางั้แ่นางได้สติกลับมา ก้มหน้าลงมองใบหน้าซีดขาวบนตั่งนั่งไม้ในห้องพักของเรือนใต้เท้าจีกง บัดนี้ยังคงหยิ่งผยองทะนงตนสมเป็นาง
อาเป้ยไม่มีแม้เรี่ยวแรงนั่งด้วยตัวของนางเองด้วยซ้ำ นางพิงศีรษะบนไหล่กว้าง เทพอู่เฉินคอยประคองต้นแขนของนางไว้ไม่ให้สำลักหากนางนอนราบลง โลหิตสีแดงฉานยังเปียกนองเต็มเสื้อและ่ลำคอ นางพูดจาด้วยน้ำเสียงแ่เบายังกับว่านางจะไม่ไหว
"ท่านควรเชยชมข้า... มิใช่ซ้ำเติม"
"เ้าเก่งมาก... อาเป้ย สภาพของเ้าตอนนี้เป็ยังไง สมใจเ้าหรือไม่?"
"ข้า... เจ็บ... เพียงเล็กน้อย"
"คงไม่ใช่เพียงเล็กน้อย แต่ว่าเ้าต้องอดทน เหมือนที่เ้าบอกกับเ้าพยัคฆ์ตัวน้อยนั่นว่าให้อดทน"
"ข้ากำลัง... อดทน"
นางยิ้มหยันเพียงนึกถึงคำพูดตน ทั้งที่นางกำลังาเ็ ปวดในอกเหลือคณาจนร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อน ราวกับว่านางถูกทิ่มแทงด้วยอาวุธที่แหลมคมและแสบร้อน
อาเป้ยไม่เคยสำลักพลังเวท ธาตุในกายสู้รบกันเองมาก่อน ั้แ่นางฝึกวิชามากับอาจารย์ฮุ่ยิ ท่านอาจารย์จะคอยบอกสอน ระวังเื่นี้ให้นางอยู่เสมอ นางไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการใดเกินกำลังของนางเอง
นางระลึกถึงบุญคุณของท่านอาจารย์ แต่หากว่าท่านจะห้ามนางก็จะทำมันอยู่ดี หัวใจของนางยังััถึงความอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
"ท่านใจดี... กับข้า"
"ข้าจำเป็ต้องดูแลเ้า ใช่ว่าข้าอยากดูแลเ้าเสียเมื่อไร เงียบเสียอาเป้ย เ้าห้ามพูดอะไรอีกแม้สักคำเดียว นี่เป็คำสั่งของข้า"
ในน้ำเสียงหนักแน่นดุดัน ดวงตาคู่คมจรดมองโลหิตไหลจากริมฝีปากของนาง
เทพอู่เฉินเห็นอาการของนางไม่ดีนัก ตัดสินใจเลื่อนมือขึ้นปล่อยกระแสเวทสายรักษา หากพอไอสีดำหลุดออกมาจากฝ่ามือโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงก้มหน้าลงมองมือของตนด้วยท่าทีตื่นตระหนก
"ช้าก่อน... เทพอู่เฉิน กายท่านยังคงเหลือกลิ่นอายพลังหยิน ไม่สามารถรักษาาแจากภายในได้ ข้ากำลังให้บ่าวในเรือนนำยามาให้นาง ดอกบัวสีทองยังเหลือพอบดยามาให้นางดื่ม"
ใต้เท้าจีกงมาบอกเทพอู่เฉินได้ทันเวลาก่อนที่นางจะถูกสังหารไปเสียด้วยน้ำมือเทพปีศาจ แล้วรีบไปกำกับงานยาในครัว ไม่ปล่อยให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
อาเป้ยถูกไอหยินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นางสำรอกโลหิตออกมาอีกเป็จำนวนมาก หากพออาการของนางสงบลง อาการร้อนรนของเทพปีศาจกลับอยู่ในสายตาของนาง
"ข้าไม่เป็ไร... ท่านไม่ได้... ตั้งใจ... ทำร้ายข้า..."
"เงียบปากเสีย อาเป้ย ลองพูดอีกสักคำเดียว ข้าจะปิดปากเ้าเอาไว้"
"... อย่างไร?"
นางหัวเราะเยาะเย้ยแม้ร่างกายแสนาเ็ ทั้งปากและฟันของนางเต็มไปด้วยโลหิต
นางช่างน่าเกลียดนัก!
เทพอู่เฉินบริภาษนางในใจ สะบัดมือขึ้นเช็ดรอบปากนางด้วยชายเสื้อ กระทำอย่างไม่ใส่ใจเหมือนไม่ใคร่จะอยากเช็ดปากให้นาง อยากจับนางตีก้นเสียด้วยซ้ำ ครั้นพอนางจะอ้าปากพูดอีกครา ก็ยกมือขึ้นปิดป้องปากนาง ปิดไปเสียครึ่งใบหน้า
"ข้าสั่งเ้าว่าห้ามพูดอะไรทั้งสิ้น เ้าต้องทำตามคำสั่งของข้า อาเป้ย"
ดวงตาเรียวรีคู่นี้กำลังหัวเราะ นางแสนดีใจที่มีใครสักคนเป็ห่วงเป็ใยนาง นอกเสียจากท่านอาจารย์ฮุ่ยิแล้ว เห็นว่าจะไม่เคยมี ยิ่งเป็เทพปีศาจผู้ไม่เคยแยแสในสิ่งใด คล้ายกับว่านางได้รับชัยชนะเล็ก ๆ สักครั้งในชีวิตแสนอาภัพของนาง
เทพอู่เฉินดันเสียหน้าไม่น้อย เมื่อแววตาเข้มขรึมดุดันปรากฏความรู้สึกมากมาย ทั้งสับสนเป็กังวล รู้สึกผิดต่อนางอย่างยิ่งยวด
เพราะเกือบปลิดชีพนางเป็ครั้งที่สอง! แม้ว่าจะไม่ได้เจตนาเลยก็ตาม
ใบหน้าเคร่งเครียดของบุรุษเทพยังจับจ้องดวงตาสวยใสของนางกะพริบปรือ
การสบประสานสายตาของหนุ่มสาวในห้องเงียบสนิท อาจทำให้ฝ่ายหนึ่งหวั่นไหว อย่างไรเสียคงไม่ใช่เทพปีศาจอู่เฉิน ซึ่งปิดปากนางจนแน่ใจว่านางจะไม่พูดอะไรอีกแม้สักคำ กว่าจะยอมปล่อยมือออก
อยู่ดี ๆ นางก็เลื่อนมือขึ้นรั้งมือเปียกชุ่มโลหิตเอาไว้ ฝ่ามือเล็กกว่ามือของบุรุษเกือบครึ่งหนึ่งกุมมือหนาใหญ่อย่างบรรจงัั นางยิ้มปลอบประโลมท่านเทพว่านางจะไม่เป็อะไรไป ให้ท่านรู้สึกผิดมากไปกว่านี้แน่ ๆ
แม้ใบหน้าครึ่งหนึ่งของนางจะเลอะเทอะเปรอะเปื้อน คิ้วเรียวสวยชนชิดติดกันเพราะความเ็ป และนางไม่สามารถเก็บอาการทางสีหน้าได้อีก นางบีบมือหนาท่านเอาไว้แน่น ก่อนคลายแรงออกในทันทีทันใดที่ปิดตาลงอย่างสิ้นกำลัง
"อาเป้ย ๆ...!"
เทพอู่เฉินะโเรียกนาง ก้มหน้าลงมองปลายจมูกของนางให้แน่ใจว่านางยังมีลมหายใจ หันไปหน้าเร่งสตรีทั้งสองซึ่งยืนรออยู่หน้าประตู ให้รีบนำยามารักษานางเป็การด่วน
อาเป้ยใช้เวลารักษาตัวหลายราตรี นางหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะอาการเ็ปรวดร้าวจากภายใน ในห้องรับรองแขกซึ่งใต้เท้าจีกงให้คำอนุญาตนางได้พักรักษาตัว บริเวณด้านหลังสุดของเรือน เพื่อไม่ให้เป็การเอิกเกริกมากนัก
นางไม่เคยาเ็ถึงขั้นนี้จึงไม่ใช่เื่ดีสำหรับนาง นางเ็ปทรมานในอก รู้สึกเหมือนถูกปักด้วยกริชคมซ้ำแล้วซ้ำแล้ว จนสำรอกโลหิตออกมาเช้าและเย็นวันละสองเวลา แม้แต่การผ่อนลมหายใจเข้าออกยังกลายเป็เื่ยาก ราวกับว่านางถูกใครสักคนกดหัวนางลงไปในน้ำ
ทว่านางยังระลึกรู้ถึงบุญกุศลครั้งนี้ นางได้รักษาชีวิตสัตว์อสูรที่น่ารักตัวหนึ่ง ได้ััถึงอีกมุมอุปนิสัยใจคอของเทพปีศาจผู้แสนเกรี้ยวกราด
ยามใดนางเปิดเปลือกตาหนักอึ้งราวถูกถ่วงเอาไว้ด้วยหินขึ้น จะพบอสรพิษคอยเฝ้าดูอาการของนาง ด้วยแววตาเป็ห่วงเป็ใย รู้สึกผิดต่อนางยิ่ง เมื่อท่านเกือบปลิดชีพนางถึงสองครา
ทั้งในร่างบุรุษและในร่างอสรพิษผู้มีั์ตาดั่งสีของโลหิต เฝ้ามองนางอย่างเมตตาสงสาร
ทั้งที่จริงแล้วนั่นเป็ความผิดของนาง...
อาวุทเวทของอาจารย์ฮุ่ยิทรงพลัง กล้าแกร่งไม่น้อยไปกว่าอาวุธของเทพและปีศาจในโลกของเทพเซียน อาวุธชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นโดยนักพรตาุโนับสิบรวมถึงท่านอาจารย์ฮุ่ยิด้วย ร่วมใจกันถ่ายพลังลงในอาวุธเวท ในขณะที่ตัวนางนั้นเป็เพียงเซียนหญิงระดับกลาง ไม่มีทางเทียบเท่าพวกเขา แม้แต่เทพปีศาจผู้มีพลังมากเข้าขั้นทำลายล้าง ผู้เป็บ่อเกิดพลังในร่างของนาง
นางเพิ่งตระหนักรู้ว่าหากนางใช้ผิดวิธี หมายถึงชีวิตของนาง