พ่อบ้านใหญ่เดินเข้าไปใกล้เด็กๆ ที่นั่งล้อมวงแบ่งขนมกันกินอย่างมีความสุข “เสี่ยวซวง ฮูหยินใหญ่เอาขนมให้เ้าหรือ?”
เสียงของบิดาทำให้เด็กหญิงหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว เด็กน้อยจำได้ว่าตนเองต้องเก็บเื่มารดาลับเอาไว้ไม่ให้บิดารู้
“มิได้เ้าค่ะ ของพวกนี้มีคนให้ข้ามา ข้าไม่ได้ขโมยอย่างแน่นอน”
สหายน้อยที่ถูกกำชับห้ามพูดเื่มารดาของเสี่ยวซวงอย่างเด็ดขาด ล้วนพากันพยักหน้าช่วยทั้งๆ ที่ขนมยังเต็มปาก ในมือแต่ละคนยังถือก้อนขนมรูปสัตว์ตัวโปรดเอาไว้
"ใช่ขอรับ ท่านลุง เสี่ยวซวงไม่ได้ขโมย ข้าเป็พยานได้ เมื่อวานข้าก็อยู่ด้วย มีคนให้พวกเรามาจริงๆ” เด็กน้อยแซ่อี๋ยืนยันหนักแน่น มารดาของเสี่ยวซวงกำชับแล้วว่าเื่ของนางต้องเก็บเอาไว้เป็ความลับ แล้วต่อไปจะเอาขนมมาฝากบ่อยๆ ดังนั้น อี๋เฉินจึงจะปล่อยให้ท่านลุงต้วนชางรู้เื่นี้ไม่ได้
“ถ้าเสี่ยวเฉินยืนยันเช่นนั้น ข้าก็ไม่บังคับ พวกเ้าก็กินกันตามสบายเถิด” ต้วนชางเสแสร้งเชื่อไปอย่างนั้น เขารู้ว่าเด็กๆ เห็นแก่ขนมย่อมไม่ยอมพูดความจริงแน่ รอจนพวกเขากินกันอิ่มเสียก่อน ค่อยเลือกจับตัวสักคนไปซักไซ้
ต้วนชางหลบไปยืนรออยู่หน้าประตูเรือนบริบาล พอเห็นเสี่ยวไป๋มาใกล้ก็เรียกมาสั่งความ “เ้าไปคอยดูให้ดี พอเด็กๆ กินกันอิ่มแล้ว เ้าแยกอี๋เฉินออกมาให้ข้าหน่อย ข้ามีเื่อยากจะสอบถามเขา”
“เื่อันใดหรือขอรับ?”
“เสี่ยวไป๋ ขนมสองกล่องนั่น เ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ใดให้เสี่ยวซวงมา?”
“ไม่ทราบขอรับ ข้าเองก็เพิ่งเห็นนี่ล่ะ ขนมพวกนั้นข้าจำได้ว่ากล่องหนึ่งแพงมากเลยนะขอรับ หากไม่ใช่ฮูหยินใหญ่กับฮูหยินน้อยให้มา ยังจะมีผู้ใดอีก?”
“นี่ล่ะ ที่ข้าสงสัย หากข้าสอบถามเสี่ยวซวง นางหัวดื้อไม่มีทางบอกข้าตามตรงแน่ หากอยากรู้ความจริงคงต้องถามเสี่ยวเฉินที่หลอกล่อได้ง่ายกว่า” พ่อบ้านต้วนเหลือบตาไปทางเด็กชายที่นั่งพยักเพยิดอยู่ข้างบุตรสาวของตน
“ได้ขอรับ แต่ดูเหมือนเพิ่งเริ่มกินขนมกัน คงอีกสักพัก เดี๋ยวข้าจะหลอกเขาออกมาให้ ท่านไปรออยู่ระเบียงฝั่งโน้นก็แล้วกัน” ผู้ช่วยพ่อบ้านรับคำแล้วกลับไปดูแลเรียกเด็กๆ ที่อยู่กระจัดกระจายกันให้มารวมกันเพื่อเตรียมตอนในตอนบ่าย
ไป๋ฉางชิงทำหน้าที่หลอกล่ออี๋เฉิน เด็กชายตัวน้อยหนึ่งในสี่สหายสนิทของต้วนซวงออกมาจากกลุ่ม
“ท่านอาไป๋ จะพาข้าไปไหนหรือขอรับ?”
“ท่านลุงต้วนมีเื่อยากสอบถามเ้าสักเล็กน้อยน่ะ” ไป๋ฉางชิงจูงมือเด็กชายพาหลบเด็กน้อยทั้งหลายในเรือนบริบาลออกไปด้านนอก
ต้วนชางเห็นไป๋ฉางชิงพาอี๋เฉินมาถึงก็รีบยิ้มรับ พ่อบ้านใหญ่เดินเข้าไปหาเด็กชายแล้วจูงมือเล็กๆ ไปที่ม้านั่งที่ระเบียงกว้าง “เสี่ยวเฉินน้อย ข้าเห็นพวกเ้ากินขนมกันอย่างเอร็ดอร่อย ความจริงข้าเองก็อยากกินเหมือนกัน พอจะบอกได้หรือไม่ว่าได้มาจากผู้ใด?”
อี๋เฉินยกสองแขนขึ้นกอดอก “นี่ท่านลุง ข้าไม่ได้คนโง่หรอกนะขอรับ ข้ารู้ว่าท่านคิดจะมาหลอกถามข้า หากเสี่ยวซวงรู้เข้าคงจะโกรธแย่”
“ถ้าอย่างนั้น เราสองคนไม่ต้องบอกเสี่ยวซวงก็ได้นี่?”
ใบหน้าขาวอวบเชิดขึ้นเล็กน้อย “ไม่ได้ขอรับ ข้าเป็ลูกผู้ชายจะต้องรักษาคำพูด ข้าสัญญากับเสี่ยวซวงเอาไว้แล้ว”
“ได้ๆ ถ้าอย่างนั้น ข้าไม่ให้เ้าพูด แค่เ้าพยักหน้าก็พอ ได้หรือไม่?”
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ขอรับ”
ต้วนชางอมยิ้ม “ขนมสองกล่องนั้น เป็ของฮูหยินใหญ่ใช่หรือไม่?”
อี๋เฉินส่ายหน้าเบาๆ
ต้วนชางนิ่วหน้า “ถ้าอย่างนั้น เป็ของฮูหยินน้อยให้มา?”
เด็กชายส่ายหน้าอีกครั้ง
“หรือว่าจะเป็ท่านชายจีมอบให้?”
เด็กชายแซ่อี๋สะบัดหน้าแรงขึ้น เขาอมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นว่าพ่อบ้านต้วนที่ทุกคนชื่นชมว่าเก่งกาจและเฉลียวฉลาด ยังทายเื่กล่องขนมนั้นไม่ถูก
ต้วนชางเห็นใบหน้าของเด็กน้อยคล้ายจะเยาะเย้ยตนก็ทำหน้าตึง “เป็คุณชายลี่ให้พวกเ้ามา ใช่หรือไม่?”
“ฮ่าๆ”เด็กชายหัวเราะด้วยความพอใจแล้วค่อยส่ายหน้าอีกครั้ง เขาเริ่มรู้สึกสนุกที่เห็นต้วนชางถามคำถามไม่ตรงคำตอบ ดวงตาเป็ประกายพราวระยับ ในใจก็คิดจะเก็บเอาเื่นี้ไปโม้ให้สหายน้อยกลุ่มตัวเองฟัง
...พวกนั้นต้องยอมรับว่าเขาฉลาดกว่าพ่อบ้านใหญ่...
“เสี่ยวเฉิน คนที่เอาขนมสองกล่องนั้นให้ ไม่ใช่คนในวังจีใช่หรือไม่?
เด็กชายนิ่งไปครู่หนึ่ง มารดาของเสี่ยวซวงสวมชุดสาวใช้ในวังจีแต่กลับบอกว่าตัวเองต้องกลับไปดูแลท่านยาย ไม่รู้ว่าจะนับเป็คนในวังจีได้หรือไม่?
“ทำไมเงียบไปเล่า? ถ้าใช่...เ้าก็แค่พยักหน้า ถ้าไม่ใช่...เ้าก็แค่ส่ายหน้า ไหนบอกว่าเ้าเป็ลูกผู้ชาย พูดคำไหนคำนั้น”
อี๋เฉินถอนหายใจแรง “ท่านลุง ไม่ใช่ว่าข้าไม่รักษาคำพูด แต่คำถามนี้ตอบยากนะขอรับ นางสวมชุดสาวใช้ในวังของเราแต่ไม่ได้อยู่ในวังของเรา ข้าก็เลยไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรน่ะขอรับ?”
“เอ๋? นางสวมชุดสาวใช้อย่างนั้นหรือ?”
เด็กชายพยักหน้ารับ
“เ้าเคยเห็นหน้านางมาก่อนหรือไม่?”
อี๋เฉินส่ายหน้าแรง
ต้วนชางพลันนึกถึงประโยคหนึ่งที่พวกเด็กๆ คุยกันขึ้นมาได้ “สตรีผู้นั้นอ้างว่าเป็มารดาของเสี่ยวซวง ใช่หรือไม่?”
อี๋เฉินพยักหน้าอย่างเสียมิได้ ในใจเด็กชายรู้สึกเสียใจที่พ่อบ้านใหญ่เดาถูก เขาเงยหน้ามองต้วนชางด้วยความกังวล เกรงว่าพ่อบ้านจะมาดักเจอมารดาของเสี่ยวซวงแล้วทำให้นางไม่เอาขนมมาให้อีก
“ท่านลุง ท่านทายถูกแล้ว เลิกถามข้าเถอะนะขอรับ”
ต้วนชางเองก็มึนงงไปชั่วครู่ เขารู้ว่าไม่มีทางที่คนผู้นั้นจะมาพบเสี่ยวซวงได้อีก มารดาของเสี่ยวซวงเสียชีวิตไปนานแล้ว สตรีที่อ้างว่าเป็มารดาของ เสี่ยวซวงเป็ผู้ใดกันแน่?
“เดี๋ยวสิ เสี่ยวเฉิน ข้าขอคำถามสุดท้าย นะ นะ”
เด็กน้อยทำท่าหนักใจ ต้วนชางจึงต้องงัดไม้ตายออกมา
“เ้าตอบข้าอีกหนึ่งคำถาม ข้าจะให้ขนมเปี๊ยะเ้าหนึ่งชิ้นใหญ่ ตกลงหรือไม่?”
เด็กชายทำตาโต “ขอสองก้อนได้หรือไม่ขอรับ? ชิ้นเดียวไม่พอแบ่งสหาย”
“ได้ๆ ตอบคำถามสุดท้ายของข้าก่อน”
“ท่านลุงว่ามาเลยขอรับ” เด็กชายที่ขาสั้นจนแกว่งขาบนเก้าอี้ได้ ะโลงมายืนต่อหน้าต้วนชาง ยกมือกอดอกทำหน้าคร่ำเคร่ง
“นางบอกว่าจะกลับมาอีกครั้งใช่หรือไม่?”
อี๋เฉินก้มหน้างุด ในที่สุดสิ่งที่เขากลัวก็กลายเป็จริง พ่อบ้านใหญ่ผู้นี้ฉลาดจริงเสียด้วย รู้ด้วยว่ามารดาของเสี่ยวซวงจะกลับมาอีกครั้ง
ต้วนชางเห็นเด็กน้อยก้มหน้านิ่งก็รู้แล้วว่าตนเองเดามาถูกทาง “ว่าอย่างไรเล่าเสี่ยวเฉิน?”
เด็กชายแซ่อี๋เงยหน้าขึ้น “ท่านลุง อย่าลืมรักษาคำพูดนะขอรับ ท่านสัญญาว่าจะให้ขนมเปี๊ยะข้าสองก้อนใหญ่”
“ข้าไม่ลืมแน่ ว่าแต่เ้าเถอะ จะตอบคำถามสุดท้ายได้หรือยัง?”
เด็กชายพยักหน้าหงึกหงักสองสามครั้งแล้วก็วิ่งตื๋อหนีไปโดยไม่บอกกล่าวเพราะกลัวว่าต้วนชางจะตะล่อมถามคำถามเพิ่มอีก
พ่อบ้านได้แต่ขมวดคิ้วขณะมองตามหลังเด็กชายตัวกลมป้อมที่วิ่งจากไป
หลังโรงเรือนบริบาลปิด ต้วนซวงกับสหายทั้งสามจับมือกันเดินกลับเรือนนอนที่อยู่ด้านหลังวังจีซึ่งเป็กลุ่มเรือนสำหรับคนรับใช้ในเรือนที่มีคู่ครองหรือบุตรธิดา
ต้วนชางลอบสังเกตบุตรสาวตัวน้อยก็เห็นว่านางยิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดียิ่ง ดูเหมือนั้แ่เมื่อวานต้วนซวงจะมีความสุขเป็พิเศษ นางไม่งอแงให้เขาไปนอนเป็เพื่อนในห้องนอนอย่างเช่นทุกวัน
“ท่านพ่อเ้าคะ วันนี้ข้าจะนอนคนเดียวนะเ้าคะ”
“ทำไมล่ะ? เสี่ยวซวง ปกติเราสองพ่อลูกนอนด้วยกันทุกคืน นี่เ้าคิดจะทอดทิ้งพ่อแล้วหรือ?”
ต้วนซวงถอนหายใจยาว ในวันปกตินางต้องอาศัยท่านป้าที่อยู่เรือนรวมช่วยอาบน้ำและเช็ดผมให้ จากนั้นค่อยเดินกลับมาเรือนของตนเองเพื่อให้ท่านพ่อหวีผมและเข้านอนพร้อมกัน แต่วันนี้เสี่ยวซวงน้อยกลับแต่งตัวหวีผมเรียบร้อยและมานั่งรับประทานอาหารใน่หัวค่ำพร้อมบิดา
“ท่านพ่อเ้าคะ ข้าโตแล้ว ควรจะนอนในห้องเพียงคนเดียวได้แล้ว ท่านพ่อไม่ต้องเสียใจไปนะเ้าคะ ท่านพ่อเองก็โตแล้ว อย่าให้ข้าลำบากใจเลย”
**********************
