การเดินทางจากทะเลทรายมรณะสู่ทิศเหนือใช้เวลาเพียงสามราตรี ทว่าบรรยากาศรอบกายของหลินเทียนกลับเปลี่ยนไปราวกับอยู่คนละโลก จากความร้อนที่แผดเผากลายเป็ความหนาวเหน็บที่เสียดแทงเข้าถึงกระดูก ูเาหินสีดำทมิฬขนาดมหึมาตั้งตระหง่านเบื้องหน้า ยอดของมันถูกปกคลุมด้วย "เมฆาโลกันตร์" สีม่วงเข้มที่ไม่เคยจางหาย ที่นี่คือทางเข้าสู่ 'หุบเขาไร้เนตร' สถานที่ซึ่งความตายและความว่างเปล่าถูกหลอมรวมเป็หนึ่งเดียว
หลินเทียนในชุดหนังสัตว์ที่บัดนี้แฝงไปด้วยรอยไหม้และคราบเืจากการต่อสู้ ก้าวเดินไปบนพื้นหินที่ลื่นชันอย่างมั่นคง ทุกลมหายใจของเขากลายเป็ไอสีขาวขุ่น ปราณัครามในร่างบัดนี้ไหลเวียนอย่างสมบูรณ์แบบสอดประสานกับกระบี่ัพลิกฟ้าที่สะพายอยู่ด้านหลัง พลังของมันไม่ได้แผ่ซ่านออกมาอย่างเอิกเกริก แต่กลับถูกควบแน่นจนกลายเป็กลิ่นอายที่เยือกเย็นและลึกลับประหนึ่งน้ำแข็งใต้สมุทร
"หยุดอยู่ตรงนั้น... ผู้บุกรุก"
เสียงกังวานใสทว่าแฝงไปด้วยพลังกดดันมหาศาลดังสะท้อนก้องจากม่านหมอกเบื้องหน้า หลินเทียนหยุดนิ่ง สายตาคมกริบจ้องทะลุหมอกสีม่วงจนพบกับร่างของชายชราผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนระฆังทองสัมฤทธิ์ขนาดั์ที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ชายชราผู้นี้มีผมสีเงินยาวสลวยจนถึงพื้นดิน และรอบกายของเขามีวงแหวนอักขระสีทองหมุนวนอยู่อย่างซับซ้อน เขาคือ "ผู้เฒ่าระฆังมรณะ" หนึ่งในผู้คุมกฎระดับสูงที่เฝ้าปราการด่านแรกของหุบเขา
"ข้ามาเพื่อทวงคืนทุกสิ่งที่พวกเ้าขโมยไป และเพื่อฝังหุบเขาไร้เนตรลงในประวัติศาสตร์" หลินเทียนตอบด้วยเสียงที่เรียบเฉยแต่หนักแน่นดุจขุนเขา
ผู้เฒ่าระฆังมรณะหัวเราะเบาๆ "เ้าผ่านพวกปลายแถวมาได้ก็นับว่าเก่ง แต่ด่านเมฆาแห่งนี้ไม่ได้ใช้เพียงกำลังตัดสิน... จงฟังเสียงแห่งความว่างเปล่า และดูว่าจิติญญาของเ้าจะทนรับมันได้นานเพียงใด!"
ชายชราสะบัดมือเบาๆ ระฆังั์พลันส่งเสียงกังวาน "เหง่งงงง!"
คลื่นเสียงสีทองมหาศาลพุ่งออกมาดุจคลื่นั์ มันไม่ได้ทำลายร่างกายภายนอก แต่กลับพุ่งเข้าโจมตีจิติญญาและระบบลมปราณโดยตรง หลินเทียนรู้สึกเหมือนสมองถูกค้อนั์ทุบซ้ำๆ โลกทัศน์รอบกายเริ่มบิดเบี้ยวและพังทลาย ทว่าเขากลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขาชักกระบี่ัพลิกฟ้าออกมา ใบดาบส่องประกายสอดประสานกับหมู่ดาว เขาใช้ "วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่เจ็ด: ัสูญสภาวะ" เปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็ความว่างเปล่าเพื่อหลีกเลี่ยงคลื่นเสียง
"มีดีกว่าที่ข้าคิด!" ผู้เฒ่าระฆังมรณะเร่งเร้าพลัง ปราณรอบตัวเขากลายเป็หอกเสียงนับพันเล่มพุ่งเข้าหาหลินเทียนจากทุกทิศทาง
หลินเทียนไม่ได้หลบหนีอีกต่อไป เขาโจนทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ กระบี่ในมือวาดเป็วงโค้งที่งดงาม "ัพลิกฟ้า: อัสนีิญญา!"
สายฟ้าสีน้ำเงินเข้มะเิออกจากคมดาบ ปะทะกับหอกเสียงสีทองจนเกิดแรงะเิที่สั่นะเืไปทั้งหุบเขา หลินเทียนพุ่งฝ่ากลุ่มควันเข้าหาชายชราด้วยความเร็วที่เหนือขีดจำกัด กระบี่ัพลิกฟ้าฟาดลงบนระฆังั์จนเกิดเสียงดังกัมปนาทสะท้านโลกันตร์
"ตูมมมม!"
ระฆังทองสัมฤทธิ์พังทลายออกเป็สองซีก ผู้เฒ่าระฆังมรณะกระอักเืคำโตและปลิวไปกระแทกกับหน้าผา แววตาที่เคยถือดีบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว "พลังระดับนี้... เ้าก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นสูงสุดแล้วรึ!"
หลินเทียนไม่ได้ตอบคำถาม เขาเพียงเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วก้าวเดินผ่านซากปราการด่านแรกไปอย่างเงียบเชียบ เมฆาโลกันตร์ที่เคยหนาทึบพลันเปิดออก เผยให้เห็นเส้นทางสู่หุบเขาลึกที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม
"การต่อสู้ที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มขึ้น"
หลินเทียนมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางหุบเขาไร้เนตร ที่ซึ่ง "จอมเทพไร้เนตร" กำลังรอคอยเขาอยู่บนบัลลังก์แห่งความตาย าสุดท้ายของัครามกำลังจะอุบัติขึ้น และโลกทั้งใบจะต้องสั่นะเื!