มังกรพลิกสวรรค์

    ตอนที่ 38 เป็นที่ประจักษ์

            ตอนที่ 38 เป็นที่ประจักษ์




            หลินเฟยสะท้านไปทั่วร่างหนังหัวชาหนึบคลื่นพลังที่คนทั้งสิบระเบิดออกมาดั่งน้ำป่าที่ไหลหลากแล้วเขาเองก็เหมือนเรือลำน้ำท่ามกลางคลื่นลมพายุ!


            “ท่านเทพ! มอบดวงเนตรของท่านออกมา!”


            นักพรตรูปร่างสูงโปร่งคนนึงแยกเขี้ยวตะโกนกร้าวออกไปอย่างดุร้ายมือก็ทำมุทรารอบตัวปรากฏไอความเย็นสุดขั้วความว่างเปล่าบิดเบือนก่อตัวเป็นมังกรน้ำแข็งขนาดร้อยกว่าจั้งพุ่งทะยานเข้าใส่ตี้ชิงเทียน พร้อมทั้งพกพาพลังที่มากล้นไปด้วยความเกรี้ยวกราดคลื่นพลังแห่งความดุร้ายแผ่อบอวลถึงกับทำให้นภากาศสั่นสะเทือน!


            ตี้ชิงเทียน ถอยหายใจเบาๆสายตาที่ทอดยาวไปไกลนั้นหันกลับมาช้าๆแววตาเต็มไปด้วยความเรียบเฉยฉายแววปลดปลงอกมาน้อยๆ

            เพียงมองไปที่มังกรน้ำแข็งขนาดร้อยกว่าจั้งที่ทะยานเข้ามาพริบตาเดียวนั้นเองมังกรน้ำแข็งพลันหยุดกึกเบื้องหน้าบุรุษหนุ่มเขายกมือเรียวยาวขึ้นน้อยๆแตะไปที่หน้าผากของมังกรน้ำแข็ง

            เพียงพริบตาเดียวเสียงลั่นเปรี๊ยปร๊ะก็ดังขึ้นมังกรน้ำแข็งระเบิดออกเสียงดังสนั่นหวั่นไหวนักพรตร่างสูงโปร่งที่ปล่อยมังกรน้ำแข็งออกมากระอักเลือดออกมาคำใหญ่แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความละโมบเมื่อมองไปยังดวงตาซ้ายของ ตี้ชิงเทียน


            “สหายนักพรตทุกท่าน! โจมตีพร้อมกัน!”


            บุรุษหนุ่มอีกคนที่มีร่างกายกำยำกล่าวขึ้นอย่างเร่งร้อนอาภรณ์ท่อนบนของเขาเปิดเผยให้เห็นมัดกล้ามที่สมบูรณ์แบบคาดว่าพลังกล้ามเนื้อคงไม่ใช่ระดับธรรมดาๆสามัญ

            เมื่อสิ้นคำพูดของเขาคนทั้งสิบต่างระเบิดพลังการรบออกมาอย่างเต็มที่ทะยานเข้าหาร่างของตี้ชิงเทียนกันอย่างพร้อมเพรียง


            ภาพของเวทอภินิหารก่อตัวขึ้นพร้อมกับประกายแสงหลากสีพลังแข็งแกร่งระลอกหนึ่งระเบิดออกมาจากคนทั้งสิบคลื่นพลังที่แผ่ออกมาถึงกลับทำให้หลินเฟยร่างกายสั่นเทาสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่

            แต่ที่น่าตกใจคือเพียงแค่ตี้ชิงเทียนสะบัดปลายแขนเสื้อก่อเกิดน้ำวนขนาดยักษ์ขึ้นน้ำวนที่เป็นสีทองเปล่งประกายเจิดจ้าอีกทั้งยังแผ่พลานุภาพสยบที่แน่นอนออกมา

            ความเผด็จการนั้นมากพอจะทำให้เวทอภินารของคนทั้งสิบพลังทลายลงไปอย่างง่ายดายแล้วบัดนี้ดวงตาซ้ายของตี้ชิงเทียนพลันเปล่งแสงวาบขึ้นครั้งหนึ่งปากก็พึมพำเสียงเบาออกมา


            “หมื่นดารา”


            ทันทีที่สามคำนั้นเปล่งออกไปพลังทั่วร่างของตี้ชิงเทียนพลันระเบิดออกเป็นครั้งแรกท้องฟ้าสีครามพลันมืดมัวดวงดาวมากมายปรากฏขึ้นส่องแสงระยิบระยับก่อนจะพุ่งตกลงมาอย่างพร้อมเพรียงกลายเป็นพลังโจมตีที่สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งแผ่นฟ้าและปฐพี!


            ทุกอย่างนี้แม้ต้องใช้เวลาในการอธิบายแต่จริงๆแล้วเกิดขึ้นเพียงชั่วไม่กี่ลมหายใจเท่านั้นนักพรตห้าคนที่ทะยานมาถึงก่อนตกเป็นเป้าสังหารทันทีดาวตกจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่ร่างของพวกเขาถี่ยิบตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

            ดาวตกที่ขนาดพอๆกับหินอุกกาบาตขนาดย่อมๆแต่ละก้อนที่ตกลงมาขนาดไม่ต่ำกว่าห้าสิบจั้งเพียงการโจมตีครั้งเดียวนภากาศก็เปลี่ยนสีปฐพีถูกเขย่าคลอนไปทั้งแปดทิศ!

            ไม่สนอาวุธวิเศษหรือของวิเศษที่ใช้คุ้มกันกายไม่ว่าจะพยามต้านทานแค่ไหนพลังป้องกันพวกนั้นก็ไม่ต่างจากเต้าหู้ที่โดนเหยียบจนบี้แบนแม้จะถูกห่อไว้อย่างดี!


            ร่างของคนทั้งห้าระเบิดออกพร้อมกันดับสลายทั้งกายและจิต! แม้แต่วิญญาณของพวกเขาก็ดับมลายไปพร้อมกันไม่มีหนทางให้หลบหนี! พวกเขาตายตกไปทั้งๆที่สายตาต่างฉายแววเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม!


            พื้นดินรอบๆกลายเป็นหลุมลึกนับไม่ถ้วนท่ามกลางเวทคาถาพลิกฟ้านี้หลินเฟยเต็มไปด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดแม้จะรู้ว่านี่เป็นเพียงจิตสำนึกรู้เหมือนครั้งที่เขาเห็นอาจารย์มังกรในสนามรบในปีนั้น

            แต่กระนั้นสัญชาติญาณยังสั่งให้เขาหลบดาวตกพวกนั้นให้ไวขนาดแรงกดดันจากที่พวกเขาสู้กันยังเหมือนจริงขนาดนั้นแล้ว

            หลินเฟยไม่กล้าเดิมพันว่าถ้าตัวเองโดนการโจมตีของยอดฝีมือพวกนี้คนใดก็ตามเขาจะไม่เป็นอะไร ใครรับประกันให้ได้ล่ะ? ระวังไว้ก็ย่อมดีกว่านี่นา


            คนที่เหลือทั้งห้าชะงักกึกในหัวเหมือนมีสายฟ้าฟาดแต่ละคนสูดลมหายใจเข้าแรงๆอยู่คนละสองสามทีสะท้านสะเทือนไปกับภาพเบื้องหน้าแต่เมื่อมองไปยังตี้ชิงเทียนก็เห็นว่าใบหน้าของตี้ชิงเทียนซีดขาวลงกว่าเดิมไม่น้อย

            คนทั้งห้าที่ตกตายไปล้วนมีฝีมือและตบะพลังที่ไม่ธรรมดาการสังหารพวกเขาแม้จะดูเหมือนง่ายแต่ก็แลกมากับการที่ต้องสูญเสียพลังไปมหาศาลไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ


            “นะ..นี่ ตายแล้วหรอ นักพรตที่แข็งแกร่งห้าคนตายในการโจมตีเดียว!”

             

            หลินเฟยอ้าปากค้างจับจ้องไปที่ดวงตาของซ้ายของตี้ชิงเทียนสะท้านสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ


            นักพรตทั้งห้าที่เหลือหนึ่งในนั้นยังมีนักพรตเฒ่าที่เหลือรอดอยู่ร่างของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายอบอวลคลื่นพลังสีม่วงเต็มไปด้วยวิญญาณผีร้ายล้อมวนร่างของเขาดูน่าสยดสยอง


            “วันนี้หนึ่งในสามเนตรบรรพกาลต้องเป็นของข้าผู้อาวุโส!”


            นักพรตเฒ่าคำรามกร้าวไม่สนใจนักพรตคนอื่นอีกอานุภาพสะเทือนฟ้าที่ดวงเนตรของตี้ชิงเทียนแสดงออกมานั้นเป็นที่ประจักษ์ทำเอาเขาอยากได้มาครองจนตัวสั่นไปหมดแล้ว

            ความแข็งแกร่งเพียงร่ายวิชาออกมาแค่ครั้งเดียวถึงกับทำให้ฟ้าดินเปลี่ยนสีเมฆและลมซัดตลบพลานุภาพเขย่าคลอนไปทั้งฟ้าดิน

            เช่นนี้ต่อให้รู้ว่าตี้ชิงเทียนผู้นี้เป็นเผ่าเทพผู้ไม่ธรรมดาแต่ทุกสิ่งอย่างย่อมมีราคาของมัน! และนักพรตเฒ่าไม่รู้เลยว่าราคาที่ต้องจ่ายนั้นจะมากมายมหาศาลขนาดไหนเพราะเขาจะไม่ได้อยู่เห็นมัน!


            ตอนนี้นักพรตเฒ่าขยับชี้ไม้เท้าข้างตัวออกไปบังเกิดเสียงอึกทึกเลือนลั่นความว่างเปล่าถูกฉีกกระชากเบื้องหน้าเผยให้เห็นเล็บมือสีดำสนิทแผ่ไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายค่อยๆแหวกกระชากความเปล่าออกมาจนกระทั่งมือขนาดยักษ์ขนาดพอร้อยจั้งเต็มไปด้วยหนามแหลมคมทะลุพรวดออกมา


            รอบๆความว่างเปล่านั้นเส้นสายฟ้าวิ่งแล่นไปทั่วส่งเสียงเปรี๊ยปร๊ะที่เกิดจากการบิดเบือนของมิติ ทั้งพื้นผิวสีดำสนิทนั้นยังเต็มไปรอยตะปุ่มตะป่ำน้ำเลือดน้ำหนองไหลย้อยลงมาไม่ขาดสายส่งกลิ่นน่าเหม็นไม่ต่างจากซากศพ


            ยิ่งพลังกดดันที่แผ่ออกมาระลอกหนึ่งเหนือกว่าระดับของนักพรตทั้งสิบไปอีกหลายขุม! ยื่นพรวดออกมาตรงเข้าหาตี้ชิงเทียนอย่างดุดัน!


            ศึกครั้งนี้ของตี้ชิงเทียนกับนักพรตทั้งสิบเหมือนเปิดประตูสู่โลกใหม่ให้กับเขาหลินเฟยจับจ้องตาไม่กระพริบหัวใจเต้นตึกตักบังเกิดความคาดหวังต่อความแข็งแกร่งของตัวเองในภายภาคหน้า


            “ข้า...จะแข็งแกร่งขนาดพวกเขาได้ไหมนะ”


            ขณะที่หลินเฟยกำลังลุ้นละทึกทั้งยังแอบหวาดผวามือปีศาจนั้นอยู่ไม่คลายเวลาเดียวกันนี้ตี้ชิงเทียนที่หน้าเปลี่ยนสีเป็นครั้งแรกพลันยกมือขึ้นทำมุทราชี้ไปที่ข้างดวงตาของเขา

            หากเข้ามาดูใกล้ๆจะเห็นมังกรสีทองพุ่งทะยานออกมาจากดาวห้าแฉกขณะทะยานออกมาพลังอำนาจเทียมฟ้าก็พลันระเบิดออกจากดวงตาซ้ายของตี้ชิงเทียน! ระเบิดออกจากหนึ่งในเนตรบรรพกาล!

            เมื่ออำนาจนี้ระเบิดออกปณิธานแห่งฟ้าดินราวกับถูกฉีกกระชากพลังฟ้าดินทั้งหมดเหมือนถูกรวมไว้ที่มังกรสีทองขนาดยักษ์ตัวนี้!


            หลินเฟยผู้มองอยู่ไม่ไกลเมื่อมองขึ้นไปราวกับเห็นภูเขาขนาดยักษ์ที่ปิดบังแผ่นฟ้าไว้จนมิดเพียงคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมาก็มีพลานุภาพสยบจนทำให้มือปีศาจสั่นเทาด้วยความหวาผวา!


            นักพรตเฒ่าตัวสั่นเทาพลานุภาพสยบจากมังกรสีทองนี้มากเกินไปยิ่งเดิมทีพลังตบะของมันก็ไม่สามารถเทียบเคียงกับตี้ชิงเทียนได้อยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นว่าตี้ชิงเทียนสูญเสียพลังไปไม่น้อยหลังจากสังหารนักพรตไปพร้อมกันถึงห้าคนมันจึงกัดฟันใช้เวทลับที่เผาผลาญพลังชีวิตไปไม่น้อยถึงจะอัญเชิญมือปีศาจนี้ออกมาได้


            ตอนนี้เมื่อเห็นมือปีศาจที่กำลังยื่นออกไปสั่นเทาแทบจะไม่กล้าขยับไปข้างหน้าต่อมันก็กัดฟันเพิ่มพลังเผาผลาญต้นกำเนิดแห่งชีวิตอย่างบ้าคลั่งอีกทั้งยังหยิบหยกแผ่นหนึ่งขึ้นมา!


            “บัดซบ! ตี้ชิงเทียน เจ้ากล้ารึ!”


            แผ่นหยกพุ่งคำราวกลายเป็นรุ้งเส้นนึงเคียงคู่มากับมือปีศาจที่กำลังฮึกเหิมจากพลังชีวิตที่ได้รับเพิ่มมา ตี้ชิงเทียนร่างสั่นเทาสายตาจับจ้องไปที่แผ่นหยก


            แผ่นหยกนั้นแล่นมาได้ระยะนึงก็กระจายแสงอ่อนออกมาพร้อมกับภาพของคนๆนึง!


            ภรรยาของตี้ชิงเทียน!


            ร่างของตี้ชิงเทียนสั่นเทิ้มเวลาราวกลับหยุดชะงักเดิมทีดวงตาซ้ายของเขาก็มีความสามารถดั้งเดิมที่ทำให้ทุกอย่างดูเชื่องช้าได้อยู่แล้ว


            บัดนี้สองตาของเขาแดงก่ำภาพภรรยาของเขาที่สภาพทรุดโทรมอย่างถึงที่สุดอีกเพียงนิดเดียวก็เรียกได้ว่าเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก! ลมหายใจรวยรินร่างถูกมัดตรึงไว้กับแท่นหินรอยอักขระทั่วแผ่นหินสีม่วงกระจายคลื่นพลังที่กำลังกัดกินชีวิตนางไปเรื่อยๆและดูเหมือนเวลาของนาง...จะเหลืออีกเพียงไม่นานนัก


            “ไม่!!”


            เสียงคำรามกร้าวของตี้ชิงเทียนดังยิ่งกว่าเสียงฟ้าคำรณกึกก้องไปถึงเก้าชั้นฟ้า! มือก็เร่งทำมุทราสะบัดมังสีทองให้ออกจากเส้นทาง


            เส้นทางที่จะเข้าปะทะกับมือปีศาจ...และแผ่นหยกบันทึกที่กำลังฉายภาพภรรยาของเขาอยู่!


            “ตอนนี้แหละพวกเจ้า!”


            นักพรตเฒ่าคำรามกร้าวอีกครั้งนักพรตที่เหลืออีกสี่คนร่ายเวทลับของตัวเองทันที!


            .

            .

            .


            ปล. ขออนุญาตเอาระบบแก่นแท้ออกนะครับ ผมมาคิดดูแล้วแก่นแท้ไม่ควรเอามาทำเป็นขั้นแบบนั้นและดูเหมือนจะพาให้วุ่นวาย

                   ติชมได้ครับเพื่อนพี่น้อง ติเพื่อก่อ นำไปปรับปรุงได้แนวแก้ไข ชม เพื่อเป็นกำลังใจให้คนเขียน

            ขอบคุณเพื่อนๆที่ยังอ่านกันมาถึงตอนนี้ครับขอบคุณจริงๆ