เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 บทที่ 107 อำนาจคือของดี

            ฮั่วเยี่ยนไหวไม่ใช่คนโง่ย่อมมองออกว่าไป๋ซูเหอคิดอะไรอยู่

            สายตาของเขาเย็นเยียบถึงขีดสุด

            สกุลไป๋สมควรถูกเตือนสติได้แล้ว

            เห็นสตรีของเขารังแกง่ายทั้งยังทำเหมือนเขาไม่รู้ความ

            หลังจากเขาเอ่ยเช่นนั้น ก็ไม่ส่งเสียงใดๆอีก

            ทว่าความเงียบของเขาราวกับไอสังหารอันไร้เมตตาโอบล้อมร่างของสองคนที่กำลังคุกเข่าอยู่

            ไป๋ซูเหอตัวสั่นริมฝีปากซีด

            ไป๋เหล่าฮูหยินที่คุกเข่าอยู่ข้างๆรู้สึกโกรธเคือง นางมองไปทางไป๋ซูเหอด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วยการตำหนิ ทำให้ผู้ใดขุ่นเคืองไม่ทำดันทำให้พญายมผู้นี้ขุ่นเคืองเสียได้!

            เป็นอย่างที่นางคาดไป๋ซูเหอกระทำการสิ่งใดด้วยความบุ่มบ่ามเพราะยังเยาว์วัยอยู่

            เพียงแต่ไม่ทราบว่าตอนนี้พวกนางจะมีจุดจบเช่นไร?

            ไป๋เหล่าฮูหยินไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนนางกำลังคาดหวังให้ไป๋เซี่ยเหอปรากฏตัว

            “คุณหนูใหญ่มาถึงแล้ว”

            น้ำเสียงฟังชัดเจน

            ไป๋เซี่ยเหอสวมชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนท่วงท่าดูสง่างามราวกับเทพเซียนมาจุติ ใบหน้าไม่ได้แต่งแต้ม ทว่ากลับเต็มไปด้วยความงามที่ไม่อาจพรรณนาได้แววตาที่ดูเอ้อระเหยเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์

            “เกิดอะไรขึ้น?”

            ไป๋เหล่าฮูหยินที่ปกติดูดุดันราวกับแม่เสือจู่ๆ กลับกลายเป็นแมวที่ถูกถอนฟันไปเสียได้

            ส่วนไป๋ซูเหอคุกเข่าสะอึกสะอื้นอยู่ด้านข้างด้วยท่าทีราวกับฟ้าถล่ม

            การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงเช่นนี้ทำให้ไป๋เซี่ยเหอปรับตัวไม่ได้ในชั่วขณะมุมปากประดับด้วยรอยยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มี

            อำนาจคือของดีอย่างที่คาด

            “ไม่มีอะไร มีคนทำน้ำชาหกใส่ชุดคลุมของข้าจากนั้นคิดจะชดใช้ด้วยความตายก็เท่านั้น”

            ร่างของทั้งสองสั่นสะท้านทันที

            ไป๋เหล่าฮูหยินถลึงตามองไป๋ซูเหอที่คุกเข่าอยู่ข้างๆด้วยความเกลียดชัง

            ไม่มีความสามารถในการทำหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงทว่ากลับมีความสามารถเหลือเฟือในการทำลายแผนการ!

            ไป๋เซี่ยเหอเป็นคนมีไหวพริบนางจึงเข้าใจได้ในทันที นางเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบางๆ

            “น้ำชาหกเพียงนิดเดียวก็จะฆ่าจะแกงเลยหรือ? ช่างไม่กลัวว่าจะทำให้ชื่อเสียงของตนเองเสื่อมเสียจริงๆ”

            ฮั่วเยี่ยนไหวมองสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้ารอยยิ้มอันลึกซึ้งปรากฏในแววตาที่เย็นชา “มานี่สิ”

            ไป๋เซี่ยเหอเดินไปยืนอยู่ข้างกายเขา ก่อนจะแสร้งเอ่ยว่า“มิสู้เห็นแก่หน้าของข้าและละเว้นพวกนาง เช่นนี้ดีหรือไม่?”

            ไป๋เหล่าฮูหยินมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อยแทบอยากจะให้ไป๋เซี่ยเหอรีบเกลี้ยกล่อมเทพอสูรตรงหน้าผู้นี้เสีย ทำให้เขาลืมความไม่สบอารมณ์เมื่อครู่ให้หมดก็ยิ่งดี

            ฮั่วเยี่ยนไหวไม่ได้คิดจะสังหารสองคนนี้จริงๆตั้งแต่แรก เพียงข่มขวัญพวกนางเท่านั้น

            เมื่อไม่ได้อยู่ในระหว่างการนำทัพออกศึกเซ่อเจิ้งอ๋องจะคำนึงถึงครอบครัวของตนเองเสมอ

            ตอนนี้เขาต้องการให้ไป๋เหล่าฮูหยินและไป๋ซูเหอตระหนักว่าทั่วทั้งจวนนี้ ผู้ใดสูงศักดิ์ที่สุด!

            ถูกต้อง เขามาที่นี่เพื่อให้ท้ายพระชายาในอนาคตของเขา

            “ในเมื่อเจ้าบอกให้ละเว้นเช่นนั้นก็ละเว้นแล้วกัน”

            แววตาของฮั่วเยี่ยนไหวทอประกายเล็กน้อยเต็มไปด้วยการให้ท้าย

            หากไป๋เซี่ยเหอไม่รู้ว่านี่คือการแสดงขนที่ลุกทั้งหมดคงนำมาผัดเป็นอาหารได้จานหนึ่งแล้ว

            “ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋อง”ไป๋เหล่าฮูหยินลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นไป๋ซูเหอยังคงคุกเข่าอยู่ด้านข้างด้วยแววตาอิจฉาและไม่ยินยอมไป๋เหล่าฮูหยินก็ตกใจจนเหงื่อแตกพลั่ก ก่อนจะถีบไป๋ซูเหอไปหนึ่งที“ยังไม่รีบขอบพระทัยอีก!”

            ไป๋ซูเหอได้สติ นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน“ขอบพระทัยท่านอ๋องและพระชายาเพคะ”

            คำเรียกขานว่าพระชายาซึมลึกเข้าไปถึงหัวใจของฮั่วเยี่ยนไหว

            เขาโบกมือคราหนึ่งทันที“ตบรางวัล!”

            ไป๋ซูเหอกวาดสายตามองด้วยความกระวนกระวายทันทีทว่าไป๋เหล่าฮูหยินกลับรู้สึกโชคดีที่ไป๋ซูเหอรู้จักรับมืออย่างมีไหวพริบ

            ริมฝีปากของฮั่วเยี่ยนไหวค่อยๆยกขึ้นเป็นเส้นโค้ง เขามองไป๋ซูเหอด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง

            “สาวใช้ของจวนสกุลไป๋รูปโฉมไม่เลวเลย”

            ไป๋เหล่าฮูหยินหน้าซีดในชั่วพริบตาความอัปยศอดสูเกิดขึ้นในจิตใจ ใบหน้าแก่ชราโมโหจนแดงก่ำ

            ทว่าไป๋ซูเหอไม่คิดเช่นนี้นางคิดว่าเขาไม่รู้ว่าตนเองคือคุณหนูสามแห่งจวนสกุลไป๋

            เขาชมว่านางมีรูปโฉมไม่เลว

            นั่นหมายความว่านางมีความหวังใช่หรือไม่?

            จวนเซ่อเจิ้งอ๋องยินดีต้อนรับนางใช่หรือไม่?

            หลังจากฮั่วเยี่ยนไหวเอ่ยประโยคนั้นจบเขาก็หันไปมองไป๋เซี่ยเหอ พลางชี้ไปที่คราบน้ำบนเสื้อคลุม “ชุดของข้าเปียกเจ้าพาข้าไปเปลี่ยนชุดเถิด”

            ไป๋เซี่ยเหอเห็นแววตาจริงจังของฮั่วเยี่ยนไหวจู่ๆ ก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีในใจ

            “...”

            “จวนสกุลไป๋จะมีชุดของท่านได้อย่างไร?”

            ฮั่วเยี่ยนไหวเอามือวางบนศีรษะของไป๋เซี่ยเหอก่อนจะลูบเบาๆ และคลี่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “เจ้าลืมไปแล้วหรือ? ชุดนั้นที่ข้าลืมไว้ในเรือนของเจ้าเมื่อครั้งก่อนอย่างไรเล่า”

            “...”

            ไป๋เซี่ยเหอไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่า เปลวเพลิงสองสายกำลังลุกโชนและทิ่มแทงแผ่นหลังของนาง

            นางไม่ขยับเขยื้อน

            ฮั่วเยี่ยนไหวเอ่ยต่อทันที“เสื้อคลุมของข้าถูกคนในจวนสกุลไป๋ทำเปียก ข้าย่อมไม่อาจกลับจวนไปทั้งอย่างนี้ได้หากข้าป่วยขึ้นมา...”

            “ข้าไม่ได้เป็นคนทำเสื้อคลุมของท่านเปียก!”

            หากวันนี้นางพาฮั่วเยี่ยนไหวไปที่เรือนของนางถึงจะมีสิบปากก็ไม่อาจแก้ต่างอะไรได้

            เหตุใดนางถึงไม่รู้มาก่อนว่าฮั่วเยี่ยนไหวมีช่วงเวลาที่มีนิสัยหน้าเนื้อใจเสือปานนี้ด้วย?

            เขาคิดจะฉุดนางลงน้ำชัดๆ!

            “เช่นนั้น...”

            ฮั่วเยี่ยนไหวกวาดตามองสองคนนั้นอย่างเย็นชาน้ำเสียงอันทุ้มต่ำเต็มไปด้วยการข่มขู่

            ไป๋เซี่ยเหอกอดอกยืนอยู่ด้านข้างโดยไม่ขยับเขยื้อนนางอยากรู้ว่าบุรุษผู้นี้ต้องการเล่นลูกไม้อะไร

            ทั้งสองที่คิดว่ารอดพ้นจากอันตรายแล้วกลับถูกสายตาอันดุดันของฮั่วเยี่ยนไหวกวาดตามองก็ตกใจจนเหงื่อแตกพลั่ก

            “ไป๋เซี่ยเหอเจ้าไม่ได้ยินหรือว่าท่านอ๋องทรงต้องการไปเปลี่ยนชุดที่เรือนของเจ้า? ยังไม่รีบพาไปอีกมัววางมาดคุณหนูอะไรอยู่?”

            ผู้เป็นย่าถูกข่มขู่จนแทบจะถึงแก่ชีวิตแล้วผู้เป็นหลานสาวกลับยังนิ่งเฉยอยู่ได้ ช่างอกตัญญูจริงๆ!

            “มาดคุณหนู? ท่านหมายถึงแบบนี้หรือ?”

            ไป๋เซี่ยเหอนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะเอนกายอย่างสบายอารมณ์ทันที

            ไป๋เหล่าฮูหยินโมโหจนปากเบี้ยวนางปรารถนาจะปรี่เข้าไปทุบไป๋เซี่ยเหออย่างโหดเหี้ยมถึงจะคลายโทสะได้

            เมื่อเห็นว่าไป๋เซี่ยเหอไม่ขยับเขยื้อนไป๋ซูเหอก็กลอกตา ก่อนจะยื่นมือไปดึงแขนเสื้อของไป๋เหล่าฮูหยิน

            ไป๋เหล่าฮูหยินเข้าใจความหมายทันทีนางเอ่ยประจบประแจงฮั่วเยี่ยนไหวด้วยความยำเกรง

            “ท่านอ๋องจวนของหม่อมฉันไม่ได้มีไป๋เซี่ยเหอเป็นหลานสาวเพียงคนเดียว หากท่านอ๋องไม่ถือสามิสู้ไปเปลี่ยนอาภรณ์ที่เรือนของหลานสาวคนที่สามของหม่อมฉันเถิดเพคะ”

            “หลานสาวคนที่สามของหม่อมฉันไม่ได้ด้อยไปกว่าไป๋เซี่ยเหอเลยหากท่านอ๋องชมชอบนาง ยังสามารถทูลต่อฝ่าบาทได้ทันที หากท่านอ๋องต้องการเปลี่ยนตัวพระชายาจวนสกุลไป๋ก็ไม่มีความเห็นใดๆ เพคะ”

            ไป๋ซูเหอยืดตัวตรงทันที นางเชิดใบหน้ารูปไข่ของตนเองขึ้นคล้ายตั้งใจคล้ายไม่ตั้งใจหางตาของนางมีไฝน้ำตาเม็ดหนึ่ง ทำให้นางยิ่งดูมีเสน่ห์

            “เจ้าคิดว่าข้าคือคนที่ว่าง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?”

            น้ำเสียงเย็นยะเยือกมาพร้อมกับความหนาวเย็นที่สามารถพรากวิญญาณผู้คนได้ไป๋เหล่าฮูหยินตัวสั่นเทิ้มทันที

            นางทำผิดมหันต์เสียแล้ว!

            คนตรงหน้าคือผู้ใด?

            เขาคือเซ่อเจิ้งอ๋องที่กระหายเลือดและไร้เมตตานึกไม่ถึงว่านางจะกล้าตัดสินใจแทนเซ่อเจิ้งอ๋อง นางคู่ควรที่จะทำเช่นนั้นด้วยหรือ?

            “หม่อมฉันสมควรตายเพคะ”

            “ผู้ใดก็ได้เข้ามานี่ ลากนางออกไปโบยให้ตาย!”

            สีหน้าของฮั่วเยี่ยนไหวดำมืดราวกับก้นหม้อเขาจับมืออันขาวผ่องและอ่อนนุ่มของไป๋เซี่ยเหอเอาไว้ ฝ่ามือของเขาร้อนระอุ

            แววตาของไป๋เซี่ยเหอสั่นไหวเล็กน้อยความรู้สึกอันแปลกประหลาดผุดขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจ

            “ท่านอ๋องหม่อมฉันสำนึกผิดแล้ว พระองค์โปรดละเว้นหม่อมฉันด้วยเพคะ!”

            ไป๋เหล่าฮูหยินร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลไม่หลงเหลือมาดใดๆ อีกต่อไป หัวใจของนางเย็นเยียบ

            เมื่อคนเรามีอายุเท่านี้ก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตอีกแล้วในเรือนของนางมีเครื่องประดับล้ำค่ามากมายปานนั้น นางยังมองไม่เบื่อเลย แล้วจะตายได้อย่างไร?

            เมื่อเห็นว่าฮั่วเยี่ยนไหวไม่ตอบสนองใดๆเพียงใช้ดวงตาสีดำอันอ่อนโยนจับจ้องเสี้ยวหน้าของไป๋เซี่ยเหอตลอดเวลา

            ไป๋เหล่าฮูหยินก็เข้าใจโดยพลัน

            นางคลานเข่าไปหาไป๋เซี่ยเหอท่าทางนั้นดูต่ำต้อยยิ่งนัก

            “เซี่ยเหอ หลานรักของย่าเจ้าโปรดช่วยย่าด้วยเถิด ย่าสำนึกผิดแล้ว ย่าตาบอดไปเองย่ารับรองว่าวันหน้าไม่กล้าทำอีกแล้ว ย่ารู้ว่าเจ้าคือผู้มีใจกตัญญูมากที่สุดใช่หรือไม่?”

            ------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน