"ดื่มชาหน่อยไหมครับคุณนักบุญหญิง? ไม่ต้องกลัวนะ ผมไม่ได้ใส่ยาพิษ... ผมเป็สายซัพพอร์ต ใส่ได้แต่ยาฟื้นพลัง" คิรินพูดยิ้มๆ พลางรินน้ำชาสีทองใสลงในแก้วกระเบื้องเคลือบ
เซราฟิน่ารับแก้วชามาด้วยมือที่สั่นเทา เพียงแค่จิบเข้าไปคำแรก ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง "นี่มัน... รสชาตินี้มันอะไรกัน? ความเหนื่อยล้าสะสมจากการใช้พลังงานแสงสว่างตลอดหลายปี... มันกำลังหายไป?"
"ผมแค่ 'รักษา' ใบชาที่แห้งตายให้กลับไปอยู่ในสภาวะที่สมบูรณ์ที่สุดก่อนจะถูกเก็บน่ะครับ" คิรินอธิบายพลางเอนหลังพิงพนัก "ใบชาพวกนี้ก็เหมือนคนนั่นแหละ ถ้าเรา 'ซ่อม' ถึงระดับแก่นสาร รสชาติที่มันควรจะเป็จริงๆ ก็จะปรากฏออกมา"
"ท่านคิริน..." เซราฟิน่าวางแก้วลง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน "สิ่งที่ท่านทำที่ลานกว้าง... การรักษาคำสาปโลหิตเน่าเปื่อยด้วยการอัดพลังจนล้น มันขัดต่อ 'ตำราเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์' ทุกเล่มที่ข้าเคยเรียนมา วิหารสอนว่าเราต้องใช้แสงสว่างค่อยๆ ชำระล้างความมืดด้วยความอดทน แต่ท่านกลับ..."
"กลับใช้กำลังบังคับให้มันหายไป?" คิรินต่อประโยคให้ "คุณเซราฟิน่าครับ ตำราพวกนั้นมันก็แค่ 'คู่มือใช้งานเบื้องต้น' ที่เขียนมาเพื่อจำกัดพลังของมนุษย์เท่านั้นแหละ"
เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปเห็นกองทัพอัศวินเทมพลาที่เริ่มเคลื่อนพลมาปิดล้อมเนินเขาคฤหาสน์
"โลกใบนี้มันมี 'กฎ' พื้นฐานที่ทำงานอยู่เื้ั วิหารของคุณมองว่าพลังของเทพเ้าคือของขวัญที่ต้องขอแบ่งปันมาทีละนิด แต่สำหรับผม... พลังฮีลมันก็แค่ 'เครื่องมือแก้ไขความผิดพลาด' ถ้ามีจุดไหนที่มันไม่ถูกต้อง เราก็แค่ส่งพลังงานเข้าไปทดแทนจนมันกลับมาทำงานได้ปกติ"
"แต่การทำแบบนั้น... มันคือการฝืนโชคชะตา!" เซราฟิน่าแย้งเสียงสั่น "ถ้าทุกคนทำได้เหมือนท่าน สมดุลของชีวิตและความตายจะหายไป!"
"สมดุลที่วิหารสร้างขึ้นน่ะเหรอ? สมดุลที่ปล่อยให้คนยากจนขาขาดนับสิบปีเพียงเพราะเขาไม่มีเงินบริจาคให้วิหารน่ะนะ?" คิรินหันมามองด้วยสายตาเ็า "ถ้ากฎของโลกนี้มันห่วยแตกจนปล่อยให้คนดีๆ ต้องทนทุกข์ ผมก็นี่แหละที่จะเป็คน 'แก้บั๊ก' ของโลกนี้เอง"
ครืนนนนนนน!
ทันใดนั้น แผ่นดินใต้คฤหาสน์ก็สั่นะเื แสงสีขาวบริสุทธิ์นับสิบสายพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินล้อมรอบคฤหาสน์ไว้ กลายเป็โดมแสงขนาดมหึมาที่ปิดกั้นทุกสิ่งอย่างสิ้นเชิง
"กรงขังนิรันดร์แห่งทูต์!" เอเลน่าชักดาบออกมาทันที "สภาผู้าุโเอาจริงแล้ว พวกเขาใช้พลังจาก 'ศิลาต้นกำเนิด' ของเมืองสร้างบาเรียนี้ขึ้นมา! ไม่มีใครสามารถเข้าหรือออกจากที่นี่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของิญญา!"
เสียงกึกก้องจากท้องฟ้าดังผ่านบาเรียเข้ามา "นักบวชนอกรีตคิริน! เ้าถูกพิพากษาให้ถูกกักขังชั่วนิรันดร์ในข้อหาบิดเบือนกฎแห่ง์! จงยอมจำนน และส่งตัวนักบุญหญิงออกมาเดี๋ยวนี้!"
เซราฟิน่าหน้าซีด "พวกเขา... พวกเขาจะกักขังเราไว้ในนี้จนกว่าเราจะแก่ตายไปเอง! บาเรียนี้ไม่มีวันทำลายได้จากภายใน เพราะมันดูดซับพลังโจมตีทุกอย่างมาเป็พลังงานของตัวเอง!"
คิรินไม่ได้ดูใ เขาเดินไปที่ผนังบาเรียสีขาวที่กำลังส่องแสงสว่างจ้า "ดูดซับพลังโจมตีงั้นเหรอ? เป็ระบบป้องกันที่คลาสสิกดีนะ... แต่น่าเสียดายที่ผมไม่ใช่สายโจมตี"
เขายื่นมือไปััผนังบาเรียที่กำลังเดือดพล่านด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์
"คุณเอเลน่า คุณเซราฟิน่า... ถอยไปข้างหลังหน่อยนะครับ ผมจะช่วย 'รักษา' บาเรียนี้ให้ดู"
"รักษาบาเรียเนี่ยนะ!?" เซราฟิน่าอุทาน
"มหาเวทฮีลวงจรอาคม: ไฮเปอร์ รีเจนเนอเรชัน (Hyper Regeneration)"[ ผลของ Overflow: อัดฉีดพลังงานศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่ตัวบาเรียโดยตรง เพื่อ 'เร่งการเติบโต' ของมันข้ามผ่านขีดจำกัด ]
คิรินไม่ทำลายบาเรีย แต่เขาเลือกที่จะ "ฮีลบาเรีย" ให้มันแข็งแกร่งขึ้น ใหญ่ขึ้น และหนาแน่นขึ้นอย่างบ้าคลั่งในเสี้ยววินาที!
เปรี้ยะ! เปรี้ยะ!
บาเรียสีขาวที่เคยดูสง่างามเริ่มขยายตัวจนบิดเบี้ยว มันเริ่มสั่นพริ้วเพราะพลังงานที่คิรินยัดเยียดเข้าไปนั้นมหาศาลเกินกว่าที่ "ศิลาต้นกำเนิด" จะรับไหว ตัวบาเรียที่ถูก 'รักษา' จนสมบูรณ์แบบเกินไปเริ่มเกิดการสะสมความร้อนจากการไหลเวียนมานาที่รวดเร็วเกินขีดจำกัด
"มัน... มันกำลังจะะเิ!" เอเลน่าะโ
"ไม่ใช่ะเิครับ... มันแค่ 'ล้น' จนระบบพังไปเอง" คิรินพูดเสียงเรียบ
เพล้งงงงงงงงงงงง!
โดมแสงขนาดั์แตกกระจายเป็เสี่ยงๆ เหมือนกระจกที่ถูกทุบ เศษละอองแสงสีทองร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าดุจหิมะ พลังสะท้อนกลับทำให้อุปกรณ์เวทมนตร์ของสภาผู้าุโที่อยู่ข้างนอกะเิทำลายตัวเองทั้งหมด ทหารและนักบวชนับพันล้มลงไปกองกับพื้นเพราะถูกคลื่นพลังงานความดีงาม (ที่รุนแรงเกินไป) กระแทกใส่หน้าเข้าอย่างจัง
คิรินเดินออกมาที่ระเบียงคฤหาสน์พลางปัดมือ "บาเรียที่นี่คุณภาพต่ำไปหน่อยนะครับ ครั้งหน้าช่วยสร้างให้มัน 'แข็งแรง' กว่านี้หน่อย ผมจะได้ไม่ต้องฮีลเหนื่อย"
เซราฟิน่ามองภาพความพินาศของบาเรียที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยความรู้สึกที่พังทลายลงพร้อมกับความเชื่อเดิมๆ ของเธอ "ท่าน... ท่านไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ ด้วย"
"ผมก็แค่ซัพพอร์ตที่ชอบทำอะไรเกินตัวน่ะครับ" คิรินหันมายิ้ม "เอาล่ะ... ในเมื่อบาเรียพังแล้ว เราไปหาซื้อโคมไฟที่ค้างไว้กันต่อไหมครับคุณเอเลน่า?"