ตอนที่6 ผู้หญิงที่น่าสงสาร
นิรานั่งมองคนทั้งสองที่จูกงมือกันออกไปด้วยความเ็ป ธีรวัฒน์ไม่แม้แต่จะหันมามองเธอด้วยซ้ำนิรานั่งก้มหน้าร้องไห้น้ำตานองหน้าปานใจจะขาด
ฮือ! ฮือ! ฮือ เธอปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร ทุกสายตาหันมามองที่เธอเป็ตาเดียวกันด้วยความสงสาร
ผ้าเช็ดหน้าในมื่อใหญ่ของใครบางคนถูกยื่นมาตรงหน้าของเธอ นิราแหงนหน้ามองเ้าของผ้าเช็ดหน้า ทั้งๆ ที่มีแต่น้ำตาไหลอาบแก้ม อย่างซึ่งใจ
ไทเกอร์มองสบตาคู่เศร้าของสาวน้อย ที่อยู่ไต้กรอบแว่นตาหนาที่เห็นว่ามันคงเป็แค่แว่นธรรมดาไม่ใช่แว่นสายตา อย่างเวทนา
เขามองเธอด้วยความเห็นใจ สามีมีชู้สินะ ไทเกอร์คิดในใจพลางนึกชังผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบคนนั้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
นิรามองหน้าผู้ชายที่ยื่นน้ำใจส่งมาให้เธออย่างขอบคุณ (ขอบคุณค่ะ) เธอกร่าวขอบคุณเบาๆ แทบไม่มีเสียง พร้อมับคราบน้ำตาที่ยังเอ่อล้นเต็มดวงตาคู่สวย
"ลุกขึ้นเถอะครับ"ไทเกอร์พยุงร่างเล็กที่นั่งอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นด้วยความอ่อนโยน
การกระทำของผู้เป็นายสร้างความ
แปลกประหลาดใจให้กับมาคัสและเร อยู่ไม่น้อยปกติเ้านายของเขาไม่เคยเอาใจผู้หญิง ไม่เคยอ่อนโยนกับผู้หญิง และไม่ชอบยุ่งเื่ของผู้อื่น นี้คืออุปนิสัยของผู้เป็นายของพวกเขา
แต่วันนี้มาแปลกแฮะนายของเขากลับสนใจคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จัก แล้วน้ำเสียงที่ใช้กับผู้หญิงคนนั้นเขาก็ไม่เคยได้ยินและได้เห็นมาก่อนเลยนับั้แ่อยู่ด้วยกันมา
มาคัสแปลกใจั้แ่เห็นเ้านายเดินตามผู้หญิงคนนั้นมาั้แ่ที่ลานจอดรถเข้ามาในห้างแห่งนี้แล้ว
มันแปลกมากที่นายสนใจผู้หญิงแปลกหน้า แถมผู้หญิงคนนี้ก็ยังแต่งตัวแสนจะธรรมดา สวมแว่นตาหนาเตอะ แต่ผู้หญิงธรรมดาๆ แบบนี้เขาไม่เคยเห็นนายสนใจ และไม่เคยชายตามองด้วยซ้ำ ยิ่งผู้หญิงที่มีสามีแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงมาคัสคิดในใจ
ทั้งสองมองหน้ากันอย่างแปลกในใจแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาได้แต่ยืนมองดูปู้เป็นายอย่างนิ่งๆ
นิราลุกขึ้นยืนตามแรงพยุงของผู้ชายแปลกหน้า พลางกร่าวขอบคุณ
"ขอบคุณค่ะ"เธอกล่าวขอบคุณเบาๆ นราพึ่งจะสังเกตผู้ชายตรงหน้า เขาเป็ลูกครึ่งตัวสููงใหญใบหน้าคมติดจะดูค่อนข้างจะดุ นิราพึ่งจะสังเกตว่าตัวเองเตี้ยมาก เธอสูงแค่คางของเขาเอง นิราเช็ดน้ำตาด้วยผ้าเช็ดหน้าที่ชายหนุ่มยื่นให้ก่อนหน้านี้
"เดี๋ยวดิฉันจ่ายค่าผ้าเช็ดหน้าให้นะคะ"เธอกร่าวกับผู้ชายตัวโตอย่างเกรงใจเพราะผ้าเช็ดหน้าของเขามันเต็มไปด้วยน้ำมูกน้ำต่ของเธอเต็มไแหมด
"ไม่เป็ไร เธอโอเคขึ้นหรือยัง" ไทเกอร์ถามหญิงสาวตรงหน้าเพราะตอนนี้เธอหยุดร้องไห้แล้วเหลือก็แต่แววตาเศร้ากับสีหน้าอมทุกข์ที่ยังคงหลงเหลือให้ได้เห็นอยู่บนใบหน้าหวาน
นิราพยักหน้าน้อยไป "ขอบคุณมากนะค่ะ"เธอมองไปรอบๆ ก็ยังคงมีคนมองมาที่เธอกับเขาอยู่เช่นเดิม พวกคนเ่าั้คงมองเธอด้วยความสมเพชเวทนาที่ถูกสามีทิ้งเอาไว้กลางห้างอย่างไม่ใยดีแบบนี้ เธอหันกลับมามองผู้ชายแปลกหน้าที่หยิบยื่นน้ำใจมาให้เธอในตอนที่เธอไม่เหลือใครอย่างขอบคุณ ในน้ำใจของเขา ไม่ว่าจะเป็เพราะความสงสารหรือเวทนาในตัวเธอ แต่เธอก็ยังอยากจะขอบคุณเขาอยู่ดีอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว คิดไปน้ำตาเ้ากรรมก็พลันก็จะไหลออกมาอีกครั้ง อย่างกลั้นไม่อยู่
"ขอบคุณอีกครังนะค่ะที่คุณไม่เดินผ่านฉันไป ขอบคุณที่คุณไม่ทิ้งให้ฉันโดดเดี่ยว ขอบคุณที่ไม่ทิ้งฉันเหมือนกับ...." เธอพูดแล้วหยุดอยู่แค่นั้นเพื่อกลืนก้อนสะอื้นแข็งลงคอ..."เขา"
ไทเกอร์มองดูหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกมันรู้สึกอึดอัดที่หัวใจ อย่างไรไม่รู้มันบอกไม่ถูก มันเหมือนมีอะไรหนักๆ มากดทับที่หัวใจจนหายใจไม่ออก เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนนี้มันคือความรู้สึกสงสารใช้ไหมไทเกอร์ ถามกับตัวเองในใจ ผู้หญิงตัวเล็กผิวขาวอมชมพู ดวงตากลมโต ในตาคู่สวยดูเศร้าหมอง และอ่อนหล้าภายใต้วงหน้าหวานนั้นดูน่าสงสารยิ่งนักในความรู้สึกของเขา
ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เจอเื่แบบนี้มันน่าเห็นใจอยู่ไม่น้อยใช้ว่าจะทุกคนที่จะรับได้ไหว ฉันหวังว่าเธอคงจะรับไหวนะสาวน้อย เขาบอกกับเธอในใจ
"ไม่เป็ไรผมยินดี"ถือซะว่าได้เพื่อนใหม่ในยามวิกฤตก็แล้วกันนะสาวน้อย"
นิรายิ้มให้กับคำพูดของผู้ชายแปลกหน้า อย่างขอบคุณ
ไทเกอร์ตะลึงกับรอยยิ้มของสาวน้อยตรงหน้า ถึงมันจะเป็รอยยิ้มที่แฝงมาด้วยความเศร้าแต่ก็ดูหวานซึ้งจนหน้าหลงไหล
"ผมว่าคุณเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าร้องไห้นะ"ไทเกอร์เย้าหญิงสาวตรงหน้ายิ้มๆ นี้อาจจะเป็รอยยิ้มในรอบปีของเขาที่ยิ้มให้ผู้หญิง
นิราพยักหน้ารับช้าๆ"นิก็ไม่อยากจะร้องหรอกค่ะ"
เขามองใบหย้าหวานที่เริ่มจะเข้าโหมดเศร้าอีกครั้งเขาจึงรีบแนะนำตัวเองกับหญิงสาวโดยไวก่อนที่น้ำใสๆ จะไหลออกมาอีกครั้ง
'"ผมไทเกอร์ หรือจะเรียกสั้นๆ ว่าคุณเสือก็ได้"เขาแนะนำตัว
"นิราค่ะ หรือจะเรียกหนูนิ เฉยๆ ก็ได้ค่ะ ขอบคุณอีกครังนะค่ะ ที่ไม่เดินผ่านหนูนิไป"ทั้งๆที่คุณก็ทำได้
"ครับผมยินดี"เขาตอบ
"งั้นหนูนิขอตัวกลับก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้งกับน้ำใจครั้งนี้ นิ จะไม่ลืมเลยค่ะลาก่อนนะคะ"
"ลาก่อนครับสาวน้อยหวังว่ารสคงจะได้เจอกันอีก"ไทเกอร์มองดูหญิงสาวที่เดินหันหลังเดินจากไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เขารู้สึกเป็ห่วงเธอ สงสารเธอ แปลกความรู้สึกแบบนี้ มันไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อนให้ตายสิ ไทเกอร์ทำไมหัวใจเต้นแรงวะเขาสบถกับตัวเองในใจ
เป็ห่วงงั้นเหรอ?
ไทเกอร์รู้สึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่เขาเข้ามาให้ความช่วยเหลือคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเขาไม่เคยทำ และไม่คิดที่จะทำ
เขาหันกลับมาหาคนสนิทพ่วงด้วยตำแหน่งบอดี้การ์ด ทั้งสองคนกำลังยืนมองเขาอยู่ด้วยสีหน้า งงๆ?
เหมือนมองสิ่งมหัศจรรย์
"มองอะไร?"เขาถามคนสนิททั้งสองเสียงดุ
มาคัส กับเร ยิ้มเจื่อนๆ ส่งไปให้ให้กับผู้เป็นาย
" เปล่าครับ "มาคัสตอบ
" กลับกันเถอะ"ไทเกอร์บอกกับลูกน้องด้วยเสียงเหนื่อยๆ ใช้เขารู้สึกเหนื่อยแทนคนที่พึ่งเดินจากไป
"หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะสาวน้อย" ไทเกอร์พูดกับตัวเองเบาๆ อีกครั้งเมื่อเธอเดินลับตาไปแล้ว
นิรากลับมาถึงบ้านด้วยร่างกายและจิตใจที่อ่อนหล้า เธอเดินเข้าบ้านด้วยจิตใจเลื่อนลอยเธอเดินผ่านคนรับใช้ที่เดินเอาน้ำมาต้อนรับอย่างเช่นทุกครั้ง แต่เธอกลับเดินผ่านโดยไม่แม่แต่จะเหลียวมอง เธอไม่อยากจะพบเจอใครในตอนนี้ อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ อย่างใช้ความคิด
น้อยสาวใช้ มองตามนายหญิงด้วยความสงสัยพลางเอ่ยถามกับแม่บ้านสูงวัย
" ป้าอิ่ม ป้าว่าคุณนิเป็อะไรดูเหม่อๆจิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอย"
"ไม่รู้สิ" นางอิ่มสาวใช้รุ่นลูกออกไปพรางมองตามนายสาวที่เดินขึ้นห้องไปอย่างนึกเป็ห่วง นางเองก็รู้สึกสงสารเ้านายสาวอยู่ในใจไม่ใช่น้อย แต่นางก็ช่วยอะไรไม่ได้ นางรู้สึกเอ็นดูนายสาวอยู่ไม่น้อย เธอเป็คนจิตใจดีไม่ถือเนื้อถือตัวกับคนใช้ในบ้าน เธอก็มีน้ำใจ
" อุ้ยจะมีอะไรซะอีกก็ผัวไม่สนใจนะสิ"
บุหงาสาวใช้อีกคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
ป้าอิ่มกับน้อยมอง บุหงาอย่างไม่พอใจ
"นี้นังบุหงาปากแกนะหุบเอาไว้บ้างก็ได้นะ "อ่าปากที่กูนึกว่าส้วมแตก"สาวใช้ที่ชื่อน้อยด่าสาวใช้รุ่นพี่อย่างไม่ไว้หน้า
"ว้าย!อีนี้ "บุหงาแหวกลับด้วยสี่หน้าไม่พอใจที่ถูกสาวใช้รุ่นน้องดา
"นี้นังน้อยแกจะรักอะไรนักหน้าวะ เ้านายที่จืดๆ วันๆ เอาแต่วาดรูปงานการก็ไม่รู้จักทำแต่งตัวก็เหมือนกรรมกร เสื้อยืดกางเกงยีนเชยๆ ฉันล่ะสงสารคุณผู้ชายมากกว่าที่ต้องทนอับอายที่มีเมียไม่เอาไหนแบบนี้"
น้อยอดใจไม่ไหวที่ได้ยินบุหงารามปามถึงนายสาว
" นี้นังบุหงานังโงถึงคุณนิเธอจะใส่กางเกงยีนเสื้อยืด เงินเดือนแกครึ่งปีก็ไม่มีปัญญาซื้อกางเกงเธอได้แม้แต่ครึ่งตัวเสียด้วยด้วยซ้ำนังโง่!!นังโง่"น้อยยังด่าซ้ำอีกรอบพลางใช้นิ้วจิ้มหน้าฝากบุหงาไปอย่างเหลืออด
"เหอะ! "บุหงาทำเสียงในลำคออย่างเย้ยหยัน
"ถ้าไม่มีคุณผู้ชายมีเหรอคุณนิของแกจะมีปัญญาซื้อของแพงๆ แบบนี้ได้ ชิ"
พูดจบบุหงาก็เดินสบัดหน้าออกไปทันที"อย่างน่าหมั่นไส้
"โทรไปเล่าให้คุณท่านฟังดีกว่า"
น้อยส่ายหัวระอาใจกับบุหงาที่มีแต่ความอิจฉาริษยา และความมักใหญ่ใฝ่สูงอย่างไม่เจียมตัว
"สงสารคุณนินะป้า"แม่ผัวไม่ปลื้ม แถมผัวยังไม่สนใจอีกถ้าเป็ฉันนะป้า ฉันเลิกไปตั้งนานแล้ว ไม่มานั่งทนทุกข์มองผัวตัวเองควงผู้หญิงคนอื่นออกงานแบบไม่ให้เกียรติ์ตัวเองอยู่แบบนี้หรอก"
นิรายืนฟังอยูหลังประูตู น้ำตาไหลเป็ทางอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอได้แต่บอกตัวเองให้เข้มแข็ง ในเมื่อเขาไม่ได้รักเธอแล้ว เขาไม่ได้ชอบเธอแล้ว โดยเฉพาะคุณปรางทิพย์ไม่รู้ว่าทำไมถึงเกลียดชังเธอนักเธอได้แต่คิดในใจพลางเอาหลังมือเช็ดน้ำตา
เธอต้องทำใจเอาไว้แล้วสินะ เมื่อเขาเจอผู้หญิงที่เขารักสุดท้ายเขาก็คงต้องขอหย่า กับเธอในเร็วๆ นี้แน่นอน แต่เธอก็ไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลยจริงๆ เธอกลัวจะทำใจไม่ได้
นิราเก็บตัวอยูในห้องนอนจนเวลาล่วงเลยนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ได้ เธอนั้งคิดทบทวนเวลาที่เธอเข้ามาอยู่ในตระกูลเวลุวัต เธอไม่เคยมีตัวตน ไม่เคยมีใครรู้ว่าเธอเป็สะใภ้ของตระกูลเวลุวัต ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็ภรรยาของ CEO ของ เวลุวัต นิราลุกขึ้นไปมองดูตัวเองในกระจกและเสไปมองนาฬิกาติดผนังจะถึงเวลานัดทานอาหารที่บ้านใหญ่แล้วสินะ
(ไม่อยากไปเลย)
นิราสวมชุดกระโปรงสีฟ้า แตยังคงสวมแว่นอยู่เช่นเดิม เธอไม่ได้สายตาสั้นแต่เธอใส่เพราะไม่อยากสบตากับใครเพราะตอนนี้เธอไม่ได้เข้มแข็งมากพอ
นิราลงมา แล้วเดินจากห้องแล้วเดินเลยไปหาป้าอิ่มในครัว
(ป้าอิ่มคะวันนี้ นิไปทานข้าวบ้านใหญ่นะคะ) พูดจบเธอก็เดินมาขึ้นรถแล้วขับออกไปยังบ้านพ่อแม่ของสามีทันทีเพื่อให้ทันเวลานัด
นิราขับรถเข้ามาจอดในบ้านหลังใหญ่เธอนั่งทำใจอยู่ซักพัก ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ด้วยความไม่สบายใจ
นายสุวัตและคุณปรางทิพย์บิดาและมารดาของสามีนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
หญิงสาวยกมือขึ้นไว้ทักทายคนทั้งสองอย่างนอบน้อม และสุภาพ
คุณสุวัต รับไหว้ลูกสะใภ้ด้วยรอยยิ้ม ส่วนคุณปรางทิพย์รับไหว้ลูกสะใภ้ด้วยสีหน้าบูดบึ้ง อย่างไม่ชอบใจ
"แล้วตาธีไม่ได้มาพร้อมกันเหรอหนูนิ ? "คุณสุวัสถามสูกสะใภ้เสียงนุ่ม
"ปล่าวค่ะพี่ธีคงเลิกงานแล้วตรงมาที่นี้เลยค่ะคุณพ่อ"เธอตอบพ่อของศาลมี
"อ้ออย่างงั้นเหรอ"คุณสุวัตชวนลูกสะใภ้คุยเพื่อทำรายบรรยากาศที่อึมครึม
"ตาธีคงเบื่อคงไม่อยากกลับบ้านนะสิ" นางปรางทิพย์โพล่งขึ้นมากลางปล้องอย่างไม่ถนอมน้ำใจของลูกสะใภ้เลยสักนิด
"คุณปราง" คุณสุวัตปรามภรรยาเสียงขุ่น "คุณพูดอะไร"
"ก็ฉันพูดเื่จริงวันๆ เอาแต่วาดรูปไม่ทำอะไรนั่งลอยหน้าลอยตาให้สามีหาเลี้ยงไปวันๆ น่าอายชะมัด"นางปรางทิพย์ยังคงต่อว่าลูกสะใภ้ที่เธอไม่ชอบอย่างไม่ไว้หน้า
"คุณปรางผมบอกให้หยุดพูด"นายสุวัสปรามภรรยาอีกครั้งเสียงดุ
"ให้ท้ายกันเข้าไปไม่รู้ว่ามีอะไรดีนักหนาสัญญาก็สัญญาของคุณกับเพื่อนคุณ แต่ทำไมต้องมาทำให้ฉันกับลูกเดือดร้อนด้วย"นางหมายถึงสัญญาของเพื่อนรักทั้งสองที่จะให้ลูกแต่งงานกัน
คุณปรางทิพย์พูดในสิ่งที่เธอไม่พอใจออกมาโดยไม่นึกถึงจิตใจของลูกสะใภ้ที่ยืนน้ำตาไหลอยู่ตรงหน้าอย่างน่าสงสารเสียใจกับคำพูดของนาง"
"ผมบอกให้คุณหยุดพูด คุณจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา คุณจะพูดอะไรก็นึกถึงจิตใจของหนูนิบ้าง"นายสุวัสขึ้นเสียงใส่ภรรยา
"ทำไมฉันจะต้องนึกถึงก็ฉันไม่ได้เห็นด้วยั้แ่แรก ฉันอุส่าหาลูกสะใภที่มีหน้ามีตามีฐานะที่เท่าเทียมกันทำงานเก่งเป็ที่นับหน้าถือตาในสังคมเอาไว้ให้ลูกแล้ว แต่คุณกับทำมันพังไม่เป็อย่างที่ฉันตั้งใจเอาไว้"
นิราหลับตาแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ "แค่นี้ใช้ไหมคะที่คุณแม่ไม่ชอบนิ นินามสกุลไม่ดัง? นิไม่รวย? นิไม่มีหน้ามีตาในสังคม? นิทำงานไม่เก่ง ?นิไม่สวยไม่เป็ที่เชิดหน้าชูตาให้คุณแม่ได้?แค่นี้ใช้ใหมคะ?" เธอถามพลางจ้องหน้าแม่สามี
นางปรางทิพย์เชิดหน้ามองลูกสะใภ้ด้วยสายตาที่เกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง
"ก็รู้ตัวนี้ถ้าเป็ไปได้ก็หย่ากับตาธีซะ"
คุณสุวัตใกับคำพูดของภรรยา"คุณอย่าพูดอะไรเหลวไหลคุณปราง"คุณสุวัสเริ่มไม่พอใจภรรยาที่เห็นแก่ตัวโดยไม่นึกถึงจิตใจของผู้อื่น
นิรามองหน้าคุณปรางทิพย์ด้วยความเสียใจปนน้อยใจ
"แล้วถ้าที่คุณแม่พูดมา นิมีทุกอย่างละคะ คุณแม่ยังจะรังเกียจนิอยู่ไหมคะ"
"เธอนี้นะ? ที่จะมีในสิ่งที่ฉันพูดมาแค่ทำงานเธอก็จะทำให้มันเป็ซะก่อนเถอะ ทุกวันนี้เธอก็เกาะลูกชายฉันกินไปวันๆ"อย่างมาทำพูดดี
นิรามองหน้าคุณปรางทิพ ด้วยความผิดหวัง เธอไม่พูดอะไร เธอหันมามองคุณสุวัตที่ยืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างรู้สึกผิดกับลูกสะใภ้อย่างมาก
"นิขอบคุณคุณพ่อมากนะคะที่ดีกับนิมาตลอด"
เธอยกมือไหว้ผู้สูงวัย ด้วยความเคารพ
"หนูนิพ่อขอโทษนะ"
"นิราส่ายหน้า ไม่เป็ไรค่ะก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องมีอะไรค้างคาใจกันอีก งั้นวันนี้นิขอตัวไม่ขออยู่รับประทานอาหารด้วยนะคะ"
นิรายกมือไหว้คุณปรางทิพย์ที่ยืนมองเธออย่างไม่พอใจ
คุณปรางทิพย์หันหน้าหนีไม่รับไว้ลูกสะใภ้ที่เธอจงเกียจจงชัง
นิราเดินออกมาจากบ้าน พอดีกับธีรวัฒน์ขับรถมาจอดและเปิดประตูลงมาพร้อมกับฟ้ารดา...ด้วยรอยยิ้ม
,????????????????