ณ ทวีปทุ่งสังหาร
"โฮกก" บัดนี้ัอัสนีนภามาถึงดินแดนทวีปทุ่งสังหารเเล้ว
"ตูม.. ตูม" ัอัสนีนภาได้ทำลายพื้นที่ต่างๆของทวีปทุ่งสังหารซึ่งมันได้มุ่งทำลายพระราชวังของกษัตริย์ทวีปทุ่งสังหารเป็พิเศษ รองลงมาเป็สิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับการทหารของทวีปทุ่งสังหาร เช่น กำแพงป้องกันเมือง หอคอยสังเกตการณ์ โดยัอัสนีนภาไม่ได้ทำลายบ้านเรือนของชาวบ้านเลยซักนิดเดียว
ซึ่งในขณะที่ัอัสนีนภาได้ทำลายพื้นที่ต่างๆไปกว่าครึ่งกษัตริย์ทวีปทุ่งสังหารก็ได้มาถึงเมืองหลวงของตนเเล้ว
"เวรจริงๆ มันสร้างความเสียหายเร็วกว่าที่ข้าคิดเสียอีก" กษัตริย์ทวีปทุ่งสังหารสบถขึ้น
"เราจะทำยังไงดีท่านาา" ผู้ติดตามของกษัตริย์ทวีปทุ่งสังหารพูดขึ้น
"เหอะ เ้าจะให้ข้าเอาชีวิตไปทิ้งอย่างนั้นเรอะ" กษัตริย์ทวีปทุ่งสังหารสบถขึ้นเนื่องจากัอัสนีนภาเป็สัตว์อสูรที่มันไม่สามารถต่อต้านด้วยได้
"เเล้วท่านาาจะปล่อยให้มันทำลายบ้านเมืองของเราต่อไปอย่างนั้นหรอ" ผู้ติดตามของกษัตริย์ทวีปทุ่งสังหารคนเดิมพูดขึ้น
"ข้าว่าคงไม่เป็เช่นนั้นหรอก เ้าเห็นหรือไม่ว่ามันมุ่งแต่ทำลายพระราชวังและป้อมปราการต่างๆของท่านาา" กุนซือของกษัตริย์ทวีปทุ่งสังหารเอ่ยขึ้น
"เห้อ.. ถ้าแค่นั้นก็คงดี ข้าไม่น่าส่งคนเข้าไปลากคอมันเลย ดันเป็การไปยั่วยุเ้านั้นให้โมโหซะได้" กษัตริย์ทวีปทุ่งสังหารพูดขึ้น
พอครบกำหนดครึ่งชั่วยามัอัสนีนภาก็เลิกทำการโจมตีแล้วบินกลับไปในทิศทางทวีปวังน้ำวนทันที ซึ่งการโจมตีในครั้งนี้ของัอัสนีนภาไม่ได้ฆ่าผู้ใดเลย เว้นเเต่ทหารของทวีปทุ่งสังหารที่าเ็เล็กน้อย
"เ้านั้นเป็คนรักษาคำพูดจริงๆ บอกแค่ครึ่งชั่วยามก็ครึ่งชั่วยามจริงๆ" กษัตริย์ทวีปทุ่งสังหารพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม แม้บ้านเมืองของมันจะเสียหายไปมากแต่ก็สามารถซ่อมเเซมได้ แต่เื่ที่สร้างรอยยิ้มให้แก่มันก็คือได้รู้ว่าผู้ที่ปกครองพลับพลาแห่งนิรันดร์เป็คนเช่นไร
"นานแค่ไหนเเล้วนะที่พวกเราไม่ได้เห็นรอยยิ้มของท่านาา"เหล่าผู้ติดตามของกษัตริย์ทวีปทุ่งสังหารพูดขึ้น
"สั่งการลงไปรีบไปช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับาเ็และรีบซ่อมเเซมเมืองหลวงให้เร็วที่สุด" กษัตริย์ทวีปทุ่งสังหาระโสั่งการ
"ครับ"
ณ พลับพลาแห่งนิรันดร์
"ไป๋หู่ เ้าเตรียมตัวเสร็จรึยัง"
"เสร็จจ.. เสร็จเเล้วครับนายน้อย" เป็เวลานานมากแล้วที่มันไม่ได้ย่างกรายออกจากปราสาทจึงเป็ธรรมดาที่มันจะรู้สึกตื่นเต้นทำตัวไม่ถูก
"ว่าแต่นายน้อยทำไมท่านถึงต้องเปลี่ยนผ้าคลุมของท่านด้วย" ไป๋หู่อดสงสัยไม่ได้จึเอ่ยถามขึ้น
"วันนี้ข้าจะไปในฐานะผู้ปกครองพลับพลาแห่งนิรันดร์" จินหลงเอ่ยขึ้น ซึ่งชุดคลุมที่จินหลงเปลี่ยนนั้นเป็ชุดคลุมสีขาวที่ตนได้ซื้อมาจากร้านค้าทวีปหมื่นภูผา และชุดคลุมนี้สวยงามอย่างมากเมื่อจินหลงสวมใส่เเล้วเผยให้เห็นถึงใบหน้าที่หล่อเหลาของตัวเองมิหน่ำซ้ำยังแฝงกลิ่นอายของผู้สูงศักดิ์อีก
"ไป๋หู่ เ้าเอาชุดคลุมตัวนี้ไปใส่" จินหลงมอบชุดคลุมสีดำทมิฬที่เหมือนกับชุดคลุมที่ตนเองเคยใส่ให้แก่ไป๋หู่
"นายน้อยข้ามิบังอาจใส่เสื้อคลุมของท่านได้หรอก"
"ไม่ต้องกังวลไปชุดคลุมตัวนี้เป็ตัวที่เหมือนกับของข้าเท่านั้น ข้ามีมันหลายตัว"
"ถ้าเช่นนั้นข้าขอรับไว้ด้วยความเต็มใจ" เมื่อเห็นจินหลงเอ่นขึ้นเช่นนั้นไป๋หู่จึงไม่กล้าปฎิเสธ
เมื่อไป๋หู่เปลี่ยนชุดคลุมเสร็จเเล้วจินหลงได้ทำการเปิดมิติเพื่อไปทวีปเ้าสมุทร ซึ่งที่จินหลงไม่เลือกทำการเดินทางแบบคนปกตินั้นเพราะบริเวณใกล้ๆทางเข้าพลับพลาแห่งนิรันดร์มีคนของกษัตริย์ 6 ทวีปใหญ่คอยเฝ้าจับตาดูอยู่ ซึ่งถ้าจินหลงออกไปเมื่อไรคงไม่พ้นถูกเชิญไปพูดคุยเป็เเน่
ณ ทวีปเ้าสมุทร
จินหลงโผล่ออกมาจากมิติในบริเวณป่าใกล้ๆทางเข้าเมืองหลวงทวีปเ้าสมุทร ซึ่งในประตูทางเข้าเมืองหลวงทวีปเ้าสมุทรนั้นมีผู้คนต่อแถวกันอย่างยาวเหยียด นั้นก็เพราะในวันนี้จะมีการประมูลของล้ำค่าเกิดขึ้นที่โรงประมูลวังน้ำเขียว ทำให้เหล่าสำนักใหญ่ๆต่างมาเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้
ประตูทางเข้าเมืองหลวงทวีปเ้าสมุทรมีอยู่ 2 ทาง ประตูบานแรกนั้นเป็ทางเข้าสำหรับบุคคลทั่วไป ส่วนประตูอีกบานเป็ประตูสำหรับเหล่าเชื้อพระวงศ์ ไม่รอช้าจินหลงเดินไปที่ประตูสำหรับเหล่าเชื้อพระวงศ์