ย้อนยุคมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยสาวชาวสวน กับ ระบบวิเศษ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 48 ปรับปรุงบ้านซ่ง

            “เซวียนเซวียน เจ้าช่วยข้าขอร้องท่านพ่อมิให้เขาหย่าข้าเร็วเข้า ขอเพียงแค่เขาตกลงจะมิหย่า ข้ายอมรับเงื่อนไขของเจ้าทุกข้อเลย” เฉียวซื่อประหลาดใจเล็กน้อยที่จิ่นเซวียนช่วยขอร้องให้นาง นางถือว่าจิ่นเซวียนเป็นความหวังสุดท้าย หวังให้จิ่นเซวียนช่วยเปลี่ยนใจสามี

            “ข้าจะพยายาม ท่านอย่าเพิ่งคาดหวังเลยเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนเรียกซ่งผิงมาคุยกันตามลำพัง ขอแค่ซ่งผิงมิให้อำนาจกับเฉียวซื่อ เฉียวซื่อก็สร้างปัญหามิได้มากนัก

            “เซวียนเซวียน เรื่องนี้ข้ามิโทษเจ้า ข้ารู้ดีว่านางเป็นคนเช่นไร” ซ่งผิงอยากบังคับหย่าภรรยา มิใช่เพราะในใจของเขามีผู้ใด แต่เพราะเขาทนใช้ชีวิตกับสตรีเช่นนี้มิได้ เฉียวซื่อมิคิดเปลี่ยนตนเอง ทั้งยังกดขี่ซ่งจื่อเฉิน นี่คือสิ่งที่ซ่งผิงรับมิได้ที่สุด

            “ท่านพ่อ แค่ท่านยินดีจะเชื่อข้า ข้าสัญญาว่าจะเปลี่ยนบ้านหลังนี้เองเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนพบข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง เหตุผลที่สามพี่น้องบ้านซ่งอยากได้สมบัติของซ่งผิงนั้น มิใช่ว่าพวกเขาเกียจคร้าน แต่เพราะเงินที่หามาได้นั้น มิเพียงพอที่จะมอบให้เฉียวซื่อ นางเชื่อว่าพ่อสามีมิมีทางรังแกพวกเขาสามพี่น้อง

            “ได้ เรื่องนี้เจ้าว่าอย่างไรก็เอาตามนั้น” ซ่งผิงมอบอำนาจให้จิ่นเซวียนจัดการ เพราะเขาเชื่อว่าจิ่นเซวียนจะมิทำร้ายทุกคน และเขาอยากทดสอบความสามารถในการจัดการของจิ่นเซวียน

            “ท่านแม่ ท่านพ่อบอกว่าเขาให้โอกาสท่าน แต่ท่านมิอาจเอาเปรียบพวกพี่สะใภ้ได้อีกต่อไปเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนนั่งลงข้างซ่งจื่อเฉิน ประกาศคำตัดสินของซ่งผิงต่อหน้าทุกคน

            “ท่านพ่อ ท่านหมายความว่าเงินที่พวกข้าหามาได้มิต้องมอบให้ท่านแม่แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?” เฉินซื่อเข้าใจที่จิ่นเซวียนบอก นางจึงซักไซ้ถามอย่างตื่นเต้น

            “ใช่ จากนี้พวกเจ้ามิต้องให้เงินกับนางแม้แต่อีแปะเดียว หญิงชราอย่างนางเอาเงินมากเช่นนั้นไปเพื่อสิ่งใด?พวกเจ้าควรคิดถึงเด็กๆ บ้างแล้ว” หนึ่งในสาเหตุที่ซ่งผิงรังเกียจเฉียวซื่อคือนางเห็นแก่เงิน และชอบขูดรีดเงิน แม้นางจะมีลูกชายถึงสามคน

            “พี่ชาย พี่สะใภ้ หลานชายและหลานสาวทุกคน หากครอบครัวรักใคร่ปรองดอง ทุกสิ่งจะเจริญรุ่งเรือง ขอเพียงพวกท่านยินดีละทิ้งความคิดก่อนหน้านี้ ข้ายินดีพาพวกท่านร่ำรวยไปด้วยกันเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนบอกกับทุกคนว่าตราบใดที่พวกเขามิเห็นแก่ตัวเหมือนก่อนหน้า นางจะดึงพวกเขาขึ้นมาเอง

            “เซวียนเซวียน ข้ามิใช่คนทะเยอทะยาน แค่ได้มีชีวิตที่มั่นคงกับพี่สามของเจ้า จากนั้นค่อยมีลูกสักคนก็เพียงพอแล้ว หากเจ้ามิรังเกียจ พวกเราก็ยินดีจะเป็นกำลังส่วนหนึ่งให้ครอบครัวนี้สามัคคีกัน” พานซื่อเป็นคนแรกที่ยืนขึ้นสนับสนุนจิ่นเซวียน

            “ข้ารู้ว่าพวกท่านมิใช่คนเกียจคร้าน ขอแค่พวกท่านมิระแวงและทำร้ายกันและกันเพื่อผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย ข้าเชื่อว่าพวกท่านจะกลายเป็นพี่น้องที่ปรองดองกันมากที่สุด และข้ายังเชื่อในคำกล่าวที่ว่า พึ่งพาภูเขา ภูเขาย่อมถล่ม พึ่งพาท่านพ่อ ท่านพ่อย่อมจากไปในสักวัน มีเพียงพึ่งพาตนเองเท่านั้น ที่จะพาก้าวไปจนประสบความสำเร็จ”

            “พี่ใหญ่ พี่สอง และพี่สาม มิว่าผู้ใดก็รักในทรัพย์สินเงินทองกันทั้งสิ้น แต่ทรัพย์สินนั้นต้องได้มาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขอแค่พวกท่านมิแบ่งพรรคแบ่งพวกกับข้า ข้ายินดีจะปฏิบัติกับพวกท่านเหมือนพี่ชายแท้ๆ พวกเราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข” ซ่งจื่อเฉินคิดเหมือนจิ่นเซวียน หากครอบครัวของตนเองยังมิสามัคคีกัน แล้วผู้อื่นจะมองพวกเขาอย่างไร

            แม้เขาจะมิชอบที่พวกพี่ชายของเขาเลือกปฏิบัติ ถึงอย่างไรก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกันอยู่ดี คิดจะทำสิ่งยิ่งใหญ่แต่มิรู้จักอดทนอดกลั้น คงทำได้เพียงอยู่เป็นชาวนาในหมู่บ้านสกุลโจวเล็กๆ แห่งนี้

            “เซวียนเซวียน เจ้ามีแผนการแล้วใช่หรือไม่?” ซย่าตงชิงเชื่อว่าจิ่นเซวียนมิพูดโกหก นางมองออกว่าจิ่นเซวียนเป็นคนรู้ว่าสิ่งใดควรมิควรพูด หากทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น นางก็พร้อมจะเสี่ยงไปกับจิ่นเซวียน

            “พี่ตงชิง ข้ามีแผนเช่นนี้เจ้าค่ะ เด็กๆ ในบ้านที่อ่านหนังสือออกจะถูกส่งเข้าไปเรียนที่สำนักศึกษา หากอ่านมิออกก็ให้พวกเขาทำธุรกิจกับข้า มีทักษะติดตัวไว้ ในภายภาคหน้าจะได้มิอดตายเจ้าค่ะ”

            คำพูดของจิ่นเซวียนจับใจซย่าตงชิงยิ่งนัก ลูกชายของนางเรียนหนังสือกับซ่งจื่อเฉินตั้งแต่เด็ก ผลการเรียนมิแย่ แต่เพราะแม่สามีลำเอียงจึงมิได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษา

            “ท่านอาสะใภ้ห้า ข้ามิอยากเรียนหนังสือ ข้าอยากทำธุรกิจกับท่านขอรับ” ลูกชายคนโตของซ่งหวาโตกว่าจิ่นเซวียนสี่ปี เพราะเป็นหลานชายคนโต เขาจึงโดนเฉียวซื่อให้บังคับเรียนหนังสือ

            แม้พวกเขาพี่น้องจะเป็นวิชาหมัดมวยกังฟู แต่ท่านย่าบอกว่าวรยุทธ์พวกนี้จะเอาไปทำสิ่งใดได้

            “ท่านปู่ ข้ากับพี่ใหญ่มิชอบเรียนหนังสือ มิสู้ให้พี่รองกับน้องสี่ไปเรียนแทนเล่าขอรับ” ลูกชายคนที่สองของซ่งหวาเองก็มิชอบเรียนหนังสือเช่นกัน เขาชอบเรียนวรยุทธ์มากกว่า ส่วนพี่รองที่เขาพูดถึงคือลูกชายของซย่าตงชิง เขาเกิดเป็นคนที่สองในหมู่พี่น้อง

            “พวกเจ้าเรียนกันอยู่ดีๆ เหตุใดจะมิไปเรียนเล่า” ซ่งหวาได้ยินว่าลูกชายสองคนมิอยากเรียนหนังสือก็ร้อนใจขึ้นมาทันที

            “ท่านพ่อ ข้าชอบเรียนวรยุทธ์ พี่ใหญ่ชอบค้าขาย ท่านบังคับให้พวกเราเข้าสำนักศึกษาเช่นนี้ มิเพียงสิ้นเปลืองเงิน ยังทำให้ผู้อื่นประสบความสำเร็จช้าลงอีกด้วย พี่รองฉลาดกว่าพวกเรา ควรให้เขาเข้าไปเรียนที่สำนักศึกษาขอรับ”

            แม้ซ่งหวาและซ่งเหลียงจะขัดแย้งกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง แต่ลูกชายของพวกเขากลับยังรักษาจิตใจที่บริสุทธิ์เอาไว้ได้

            พวกเขาหวังให้ครอบครัวนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่ดูแลซ่งจื่อเฉิน พวกเขาพี่น้องก็พยายามกันอย่างเต็มที่ ซ่งจื่อเฉินยังต้องยอมรับในจุดนี้

            “พี่ใหญ่ ข้าเข้าใจที่ท่านหวังให้ลูกชายมีหน้ามีตา แต่ความจริงแล้ว แว่นแคว้นมิได้ต้องการเพียงขุนนางพลเรือน พวกเขายังต้องการขุนนางทางทหารด้วยเจ้าค่ะ ขอเพียงท่านเชื่อข้า ข้ายินดีถ่ายทอดวรยุทธ์ให้พวกเขา ในภายภาคหน้า พวกเขาจะได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงและเกียรติยศให้ตระกูลซ่ง”

            จิ่นเซวียนดีใจที่เด็กๆ ยังมิแปดเปื้อน นางมองออกว่าคนที่ขัดแข้งขัดขากันจริงๆ คือพวกผู้ใหญ่เพียงไม่กี่คน

            “น้องสะใภ้ เจ้าหมายความว่าเจ้ายินดีรับพวกเขาเป็นศิษย์หรือ?” เฉินซื่อซักถามอย่างตื่นเต้น จิ่นเซวียนเก่งกาจเพียงนี้ ถือเป็นเกียรติที่ได้เป็นลูกศิษย์ของนาง

            “พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าหมายความตามนั้นเจ้าค่ะ คนเราเชี่ยวชาญกันคนละอย่าง หากเรียนจนแตกฉานก็สามารถโดดเด่นได้เจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนพยักหน้ายิ้มๆ

            “น้องสะใภ้ เช่นนั้นจากนี้ให้อาฉีกับอาเจี๋ยไปเรียนที่สำนักศึกษา ส่วนอาเฉวียนกับอาฝูตามไปเรียนกับเจ้าก็แล้วกัน” ซ่งหวาพอใจกับการจัดการของจิ่นเซวียนยิ่งนัก ในเมื่อมีชีวิตที่ดีกับทุกคนได้ เขาเองก็มิอยากอยู่แบบที่ต้องคอยชิงไหวชิงพริบหรอก

            “ค่าครูผู้สอนข้าออกเองเจ้าค่ะ ขอเพียงพวกท่านยินดีฟังแผนการของข้า ข้าเต็มใจเอาสินสมรสออกมาเกื้อกูลครอบครัวซ่ง จากนั้นจะพาพวกท่านเข้าสู่สังคมมีอันจะกินเองเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนเห็นทุกคนมิคัดค้าน นางจึงตัดสินใจเอาเงินออกมาลงทุน

            “ท่านน้าเล็ก สังคมมีอันจะกินคือสิ่งใดหรือเจ้าคะ?” ซ่งหยวนหยวนถามอย่างมิเข้าใจ

            “สังคมมีอันจะกินหมายถึงมีชีวิตที่ดี” จิ่นเซวียนอธิบายความหมายของสังคมมีอันจะกินให้ซ่งหยวนหยวนฟังคร่าวๆ นางกวาดสายตามองไปรอบๆ พบสายตาโกรธแค้นอยู่คู่หนึ่ง เจ้าของสายตานี้คือซ่งเป่าจู นางกำลังถลึงตามองมาที่จิ่นเซวียนอย่างดุร้าย

            “เป่าจู ในบ้านหลังนี้เจ้าเป็นปัญหาที่ร้ายแรงที่สุด ข้าจะเตือนเจ้าดีๆ”

            จิ่นเซวียนมิกลัวซ่งเป่าจูจะโกรธ นางพูดอย่างเฉียบขาด “เจ้าคิดว่าแม่ของเจ้ารักเจ้าหรือ?นางสอนเจ้าเช่นนั้น นางมิได้รักเจ้าจริงหรอก ในบ้านหลังนี้พวกเรายอมทนเจ้า เพราะเจ้าคือญาติ ในโลกภายนอกเจ้าคิดว่าผู้ใดจะมายอมเจ้ากัน”

    คล้ายกับเรื่องย้อนยุคมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยสาวชาวสวน กับ ระบบวิเศษ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247