ในฐานะคนนอกหวงชื่อไม่สามารถไปพูดหรือบงการเื่ของสองแม่ลูกได้ แต่การที่เห็นแม่หนูหนิงถูกรังแกแล้วไม่พูดอะไรเลย เธอจึงรู้สึกไม่สบายใจ แต่โชคดีที่แม่หนูหนิงรู้ว่าควรจัดการกับเื่เหล่านี้อย่างไร หากครั้งนี้ยอมให้สวีชื่อเอาเนื้อไป ครั้งหน้าคงจะวุ่นวายยิ่งกว่านี้
บ้านตระกูลหนิงทำตัวราวกับปลิงจัดการไม่ได้ง่าย ๆ
“ป้าหวงเป็อะไรไป รีบเก็บหมั่นโถวขึ้นมาลอกผิวด้านนอกเถอะ ไม่งั้น...”
“มา ๆ !”
หวงชื่อเก็บหมั่นโถวขึ้นมาจากพื้นในใจก็รู้สึกเสียดาย แต่ถึงอย่างไรตกพื้นแล้วเก็บขึ้นมาก็ยังกินได้ ถึงหมั่นโถวจะไม่สวย คนก็คงแย่งกันกิน
แต่แม่หนูหนิงเยี่ยนเริ่มลอกผิวด้านนอกของหมั่นโถวออกแล้ว แม่หนูคนนี้ทำไมทำแบบนี้ น่าเสียดาย !
“แม่หนูหนิง จริง ๆ ไม่ต้องลอกผิวมันออกก็ได้”
“ไม่ได้หรอก”
หนิงเยี่ยนส่ายหัว เดี๋ยวเชื้อโรคเข้าปากไป เื่แบบนี้ผู้คนในภพเดิมของเธอต่างรู้ดี เธอต้องระวัง ถ้าเธอให้คนเอาหมั่นโถวเปื้อนดินกินเข้าไปจะเป็ยังไง ?จะไม่เป็การฆ่าทางอ้อมหรือ ?
ตอนนี้ยังมีเงินซื้อกินและไม่ใช่ปีที่แห้งแล้งอด ๆ อยาก ๆ เพราะฉะนั้นระวังเื่ความสะอาดจะดีกว่า หวงชื่อเองก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร จึงทำได้เพียงช่วยหนิงเยี่ยนลอกผิวด้านนอกที่สกปรกของหมั่นโถวออก
“งั้น.....แม่หนูหนิงบ้านข้าเลี้ยงหมูไว้สองตัว เศษหมั่นโถวพวกนี้.....”
หวงชื่อว่า แล้วหน้าก็แดงขึ้นมาเพราะความอาย...
แต่ว่าถ้าไม่ถามใจเธอก็นึกเสียดาย แม่หนูหนิงไม่กินเศษหมั่นโถวพวกนี้ ในบ้านก็มีแค่กระต่ายสองตัว สัตว์เลี้ยงอื่นก็ไม่มี ถ้าเธอเอากลับไปก็ไม่ได้เอาเปรียบใคร
“งั้นท่านเอากลับไปให้หมูเถอะ”
“…..”
หวงชื่อตะลึงที่หนิงเยี่ยนยกเศษหมั่นโถวให้อย่างง่าย ๆ
“ไม่เอาแล้วหรอจ๊ะ?”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่ เอาสิจ๊ะ”
หวงชื่อตอบแล้วเอาใบบัวห่อเศษหมั่นโถวกลับบ้านไป
หนิงเยี่ยนยกเอาน้ำหวานที่ทำไว้จนเย็นออกไปข้างนอก บอกจ้าวเหลียงให้เอาไปให้คนที่ทำงานแบ่งกันดื่ม
พอได้ดื่มน้ำหวาน คนที่มาช่วยก่อสร้างก็กระปรี้กระเปร่าทำงานได้ดีกว่าเดิม
......
......
เมื่อสวีชื่อกลับถึงบ้านตระกูลหนิง เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า พอได้ใส่เสื้อผ้าที่สะอาดก็กลับมานั่งลงบนเตียง ยิ่งนั่งไปั์ตาของสวีชื่อก็แดงก่ำขึ้นเรื่อย ๆ
สวีชื่อคิดถึงเื่ราวตอนที่เธอเข้ามาอยู่ในบ้านตระกูลหนิง เธอทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนม้า แล้วยังไม่ได้รับความเป็ธรรม อดทนเลี้ยงลูกชายจนมีอนาคต เธอคิดว่าเื่เหล่านี้จะจบลงแล้ว แต่นังไร้ประโยชน์กลับทำให้มันเปลี่ยนไป !
ไม่เชื่อฟังก็ยังพอทน ไฉนมาสร้างเื่สร้างราวทำให้เธอเดือดร้อนอีก
เื่ที่แม่ย่าให้ไปจัดการก็ไม่สำเร็จ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะโดนทำโทษแบบไหนบ้าง
ทำไมชีวิตของเธอถึงทุกข์ทรมาณเช่นนี้กัน ?
คิดคร่ำครวญถึงชายที่เธอไม่ได้ข่าวคราว แล้วนึกถึงความทุกข์ทรมานในหลายปีที่ผ่านมา สวีชื่อคว่ำหน้าลงบนเตียงแล้วร้องไห้ออกมาอย่างเ็ป
“สวีชื่อเ้าตายไปแล้วหรือไง ?เนื้อที่ข้าบอกให้ไปเอามาล่ะ ?”
เสียงของต้าหลี่ชื่อดังมาจากลานบ้าน สวีชื่อรีบเช็ดน้ำตา พอเปิดประตูออกไปก็เจอใบหน้าที่ดูโหดร้ายของยายแก่ต้าหลี่ชื่อ
เธอก้มหน้าตอบอย่างหวาดผวา
“แม่.... ขะ..ข้า...”
“อะไรของเ้า เนื้อล่ะ ?”
“มะ...ไม่มีเนื้อ”
สวีชื่อก้มหน้า ท่าทางของเธอนั้นน่าเวทนาเหลือทน
“ไม่มีเนื้อ แล้วกลับมาทำไม !อินังไร้ประโยชน์”
เสียงอันแสนดุร้ายของยายแก่ดังขึ้น แล้วก็เอื้อมมือไปบิดหูของสวีชื่ออย่างแรง แล้วเหวี่ยงแขนออกเต็มแรงจนร่างของสวีชื่อเซไปทางต้นไม้ในลานบ้าน
เพราะหมดเรี่ยวแรง ทำให้สวีชื่อหลบไม่พ้น ศีรษะของเธอชนเข้ากับต้นไม้ ตาลาย มึนงง มองอะไรไม่เห็นแล้วล้มสลบไป
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดในบ้านตระกูลหนิงนั้นไม่มีใครรู้ แม้แต่ต้าหลี่ชื่อเองก็ไม่ได้ใส่ใจ เธอเอาขี้เถ้าจากก้นหม้อทาศีรษะให้สวีชื่อ จากนั้นก็เอาสวีชื่อไปโยนคืนไว้บนเตียงเพียงเท่านั้น ไม่มีใครสนใจดูแล
................
...............
เวลาเที่ยง แสงแดดส่องลงกลางศีระษะ ชายหนุ่มที่กำลังทำงานก่อสร้างต่างก็ทนไม่ไหว แดดแรงเกินไป เผาหัวจนแสบไปหมด ไม่ต้องบอกเลยว่าทรมานขนาดไหน
จ้าวเหลียงเห็นดังนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าถึงเวลาพักแล้ว เขาจึงเดินไปที่ห้องครัว เห็นอาหารทำเสร็จแล้ว จึงบอกให้คนที่กำลังก่อสร้างหยุดก่อน กินข้าวแล้วค่อยว่ากัน
หนิงเยี่ยนอยู่ในห้องครัว เธอช่วยเติมอาหารใส่ถ้วยให้คนที่มาช่วยงานทีละคน เนื้อตุ๋นและหมั่นโถวคนละ 2 ลูก ในชามนั้นมีเนื้อมากกว่าเห็ดเสียอีก
พวกผู้ชายที่มากินข้าวต่างพากันใ ขนาดวันปีใหม่พวกเขายังไม่ได้กินอาหารดี ๆ แบบนี้ พอมองอาหารในชามแล้วก็ต่างพากันสงสัยว่าหากได้กินอาหารดี ๆ เช่นนี้ หลังจบงานคงไม่ได้เงินเป็แน่ แต่ว่าถึงจะไม่ได้เงินขึ้นมาจริง ๆ ก็ดูเหมือนจะไม่ได้เสียเปรียบแต่อย่างใด ได้ดื่มทั้งน้ำหวาน ได้กินทั้งเนื้อหมูติดมัน
จ้าวเหลียงนั่งกินอาหารอยู่กับคนพวกนั้น เพราะฉะนั้นเขาต้องได้ยินเสียงบ่นกระปอดกระแปดของคนพวกนั้นแน่นอน จ้าวเหลียงจึงลุกขึ้นพูดว่า
“ค่าจ้างก็ส่วนของค่าจ้าง อาหารก็ส่วนของอาหาร อย่าคิดมาก ได้ทั้งสองอย่างนั่นล่ะ”
ป้าหวงเดินกลับมาพอดีได้ยินประโยคที่จ้าวเหลียงพูด เธอก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิออกมา
“แม่หนูหนิงน่ะใจกว้างเสียเหลือเกิน มีลูกก็ไม่รู้จักเก็บเล็กผสมน้อย เลี้ยงลูกมันใช้เงินเยอะจะตายไป พอบอกก็ไม่ฟัง ยังไงก็จะเอาเนื้อใส่ลงไปเยอะๆ ข้าที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ล่ะปวดใจเหลือเกิน!”
“ป้าหวง....ลูกสะใภ้ท่าน เมียเ้าเถี่ยจู้น่ะ ก็ไม่ใช่ว่าจากไปนานแล้วหรอ ถ้าเกิดท่านชอบแม่นางหนิงขนาดนี้ ท่านไม่รับไปอยู่ด้วยล่ะ ?” คนงานคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น
“ปากเ้านี่ ...อย่าพูดจาซี้ซั้ว หากคนอื่นมาได้ยินเข้า แม่หนูหนิงเยี่ยนจะเอาหน้าที่ไหนไปพบคนอื่น”
ถึงหวงชื่อจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ในใจกลับแอบจับตาดูอยู่ ถ้าหากแม่หนูหนิงเป็แบบนี้ตลอด ไม่ก่อเื่สร้างปัญหา จะให้รับแม่หนูหนิงไปอยู่กับลูกชายของเธอ มันก็เป็ไปได้
แต่พอมองบ้านที่กำลังสร้างสิ่งที่เธอคิดในใจก็มอดดับลง
ถ้าหากรับแม่หนูหนิงไปอยู่กินกับลูกชายของเธอจริง ๆ ลูกชายของเธอก็จะถูกคนนินทาเอาได้ อีกอย่างแม่หนูหนิงก็เพิ่งสร้างบ้าน....
เดินกลับไปถึงรั้วบ้าน เห็นหลานสาวของเธอกับเ้าหนูน้อยหนิงโหย่วหยูกำลังประคองชามข้าว กินเสียจนปากเลอะน้ำมันไปหมด พอเห็นแบบนั้นความคิดที่เพิ่งมอดดับลงก็จุดติดอีกครั้ง
หลานสาวของหวงชื่อปกติอยู่แต่บ้านคอยช่วยงานที่ห้องหลอมเหล็กไม่อย่างงั้นก็ตัวติดกับเธอทั้งวัน ทำให้เธอไม่มีเพื่อนเลยสักคน
แต่ตอนนี้ได้เล่นกับเ้าหนูหนิงโหย่วหยู
ถ้าหากว่า....หวงชื่อทอดสายตามองไปยังหนิงเยี่ยนอีกครั้งสายตาของเธอมองอย่างพิจารณาและไตร่ตรอง
หนิงเยี่ยนรู้สึกถึงสายตาที่ทอดมองมายังตนเอง เธอหันกลับไป พบเข้ากับหวงชื่อที่กำลังจ้องมาที่เธอ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร.....
มื้อกลางวันผ่านไป งานก่อสร้างจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง
จั๊กจั่นบนต้นไม้ส่งเสียงร้องอย่างเหน็ดเหนื่อย เหล่าชายหนุ่มยังทำงานหนักไม่หยุดหย่อน
พอกระหายก็ได้ดื่มน้ำหวาน พอหิวก็ไปเอาหมั่นโถวที่ครัวมากิน แบบนี้ทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยทั้งวัน เหล่าชายหนุ่มที่มาช่วยงานก่อสร้างถึงกับหวังว่า อยากให้บ้านหนิงเยี่ยนใช้เวลาสร้างสัก 2-3 ปี จะได้กินดี ๆ กันไปตลอด
แต่ทว่า ยังไงมันก็เป็แค่บ้านหนึ่งหลังที่ตัวบ้านแบ่งเป็สองส่วน คนที่มาช่วยงานก็ทำงานกันอย่างขยันและซื่อสัตย์ ใช้เวลาแค่ประมาณ 10 วัน บ้านก็ออกมาเป็รูปเป็ร่างแล้ว
กำแพงสูง กระเื้ัคาสีแดง เหมือนกับบ้านของท่านอาจารย์ซวี
เพียงแต่บ้านของหนิงเยี่ยนนั้นเรียบง่ายกว่า เมื่อยืนอยู่ด้านในก็สามารถมองออกมาเห็นทิวทัศน์ได้เต็มตา นี่คือสิ่งที่หนิงเยี่ยนคิดเอาไว้
วันต่อมาขณะที่พวกผู้ชายกำลังสร้างบ้านอยู่ ยายแก่ต้าหลี่ชื่อและเสี่ยวหลี่ชื่อก็มาที่บ้าน เสี่ยวหลี่ชื่อแบกร่างของคนคนหนึ่งมาด้วย แน่นอนว่าเป็ร่างของสวีชื่อที่หัวชนเข้ากับต้นไม้เมื่อวาน หน้าของสวีชื่อซีดเหลืองเหมือนเทียนไข ดวงตาปิดสนิท การหายใจก็ดูผิดปกติไป
“อินังหนู!ออกมานี่!”
ยายแก่ต้าหลี่ชื่อพอเดินถึงมาประตูรั้วก็แหกปากร้องเรียก
พอได้ยินเสี่ยงของต้าหลี่ชื่อ หวงชื่อที่กำลังยุ่งอยู่ในครัวก็เบะปาก บนใบหน้าแสดงความรังเกียจออกมา ให้สวีชื่อมาฉกของกลับไปไม่พอ ยังมาทำซึ้งนึ่งหมั่นโถวตกลงพื้น ทำให้อาหารเสียหาย
วันนี้เปลี่ยนตัวคนที่มาหาเื่เป็ต้าหลี่ชื่อสินะ คนบ้านนี้มันมาฉกฉวยเอาเปรียบทุกวันเพราะเห็นเป็เื่สนุกหรือไงกัน ?หน้าด้านเสียจริง!
..................