อยู่ดีๆก็มี(ว่าที่)สามีซะงั้น!

    #ตาลุงคนนั้นกับคนนี้คือคนเดียวกัน!#

    #ตาลุงคนนั้นกับคนนี้คือคนเดียวกัน!#
    วันนี้ก็มาถึง วันที่ผมต้องไปตัดชุดแต่งงาน ผมอยากให้เวลาเดินช้ากว่านี้อีกสักนิด แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เอาวะ มาถึงขั้นนี้แล้วจะไปกลัวอะไร ยังไงเราก็ขัดคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้อยู่แล้วเอาเหอะสิ่งที่ท่านเลือกให้คือสิ่งที่ดีที่สุด สู้โว้ย 
    ผมลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว พูดวันนี้ที่ผมใส่คือเสื้อยืดตัวละ 199 กางเกงยีนส์มือสอง รองเท้าแตะช้างดาว ใช่ครับรองเท้าแตะ ทำไมผมจะใส่ไม่ได้หรอ ผมชอบนะผมว่ามันใส่สบายดี ผมชอบตอนที่เดินแล้วมันมีเสียงแปะแปะแปะ ได้ฟิวแบบยังไงไม่รู้ผมอธิบายไม่ถูก แต่ผมชอบไง ก็เหมือนที่คุณชอบไปเดินห้างแล้วเอามือไปจิ้มกับถุงข้าวสารนั่นแหละอารมณ์เดียวกัน ผมรู้ว่าคุณทำซึ่งผมก็ทำเหมือนกันฮ่าๆๆ 
    เมื่อผมจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วผมจะได้ลงมาข้างล่าง และผมก็ได้พบกับ….
    “เฮ้ย! ไอ้ลุงเมื่อวันก่อนนี่!”
    “พบรัก ทำไมลูกถึงไปเรียกพี่เขาอย่างนั้นล่ะ เดี๋ยวแม่ตีปากเลย พูดไม่เพราะเลยนะคะ”
    “ไม่เป็นไรครับคุณแม่ ผมไม่ถือ” ตาลุงคนนั้นตอบแม่ผม แอะเรียกแม่ผมว่าคุณแม่งั้นหรอเดี๋ยวนะ
    “นี่ลุง! มีสิทธิ์อะไรมาเรียกแม่ผมว่าคุณแม่ ผมมีพี่ชายแค่สองคนเท่านั้น”
    “มีสิทธิ์ครับ มีสิทธิ์ของคำว่าที่สามีไงล่ะ พี่ไม่ได้มาเป็นพี่ชายแต่พี่เป็นสามีเข้าใจนะ”
    “ไอ้!.....” 
    “พบรัก! ทำไมพูดไม่เพราะอย่างนี้ล่ะลูก เรียกพี่เขาดีๆก่อนที่คุณแม่จะโกรธมากกว่านี้”
    “หึ้ย! ก็ได้ ว่าไงไอ่คุณพี่”
    “เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวแม่จะตีให้หลังลาย ทำไมดื้อแบบนี้นะ”
    “ไม่เป็นไรครับคุณแม่ ผมเข้าใจ เดี๋ยวผมจัดการเองครับ ยังไงเดี๋ยวผมขอตัวน้องไปร้านตัดชุดแต่งงานเลยแล้วกันนะครับแล้วก็เดี๋ยวผมมาส่ง ”
    “อ๊ะ! จะพาผมไปไหนเนี่ยลุง ปล่อยผมนะ!”
    “ก็จะพาน้องพบรักไปตัดชุดแต่งงานของเราไงครับ อีกอย่างนะ ถ้าพบรักยังเรียกพี่ว่าลุงอยู่ พี่จะฟ้องแม่พบรัก คิดดูว่าคุณแม่พบรักจะเข้าข้างใคร ระหว่างพี่กับเด็กดื้ออย่างพบรัก”
    “ฮึ้ย! ได้เลยพอถึงวันของผมนะ ผมจะเอาคืนให้หนักเลยไอ้คุณพี่”
    “พี่จะรอนะครับน้องพบรัก”
    “ต้องมาพูด! ขับรถไปชิ้วๆ ”
    “หึหึ”
    แล้วสุดท้ายผมก็มากับลุงคนนี้จนได้ ทำไมล่ะก็ผมจะรีบลุงอีกอย่างเรียกในใจเขาไม่ได้ยินหรอกรู้กันแค่พวกเรานะโอเคหรือเปล่า 55555 
    เหมือนผมจะลืมบอกพวกคุณไปที่มาที่ไปของอิตาลุงที่ผมหมันไส้คนนี้มาจากไหน มันมาจากวันนั้นที่ผมอยู่บ้านคนเดียววันนั้นเป็นวันที่ผมร้อนมากผมก็เลยไปว่ายน้ำที่สระน้ำหลังบ้าน ผมก็ว่ายน้ำไปเรื่อยๆ จนผมรู้สึกว่ามีคนแอบมองอยู่ ไม่ใช่ครับเมื่อผมหันไปมองก็เห็นอีตาลุงข้างมองคนนี้แอบมองผมอยู่ตรงประตูบ้าน จริงมันก็ไม่เชิงแอบหรอก ลุงมันยืนมองตรงๆอยู่ตรงนั้นเลย แต่มันจะไม่อะไรเลยเมื่อผมขึ้นมาจากสระน้ำ แล้วจะถามเขาว่า
    “เฮ้ย ลุงเป็นใครครับเนี่ยลุงเข้ามาได้ยังไง ลุงเป็นนักถ้ำมองหรอ โรคจิตหรือเปล่า”
    “หึหึ พี่อายุมากกว่าน้องไม่กี่ปีเองนะ”
    “นั่นแหละอย่าลืมเข้ามาได้ยังไงผมจะฟ้องแม่บ้าน”
    “พี่ก็ขี่รถเข้ามาจอดปกติแล้วก็เดินเข้าประตูเข้ามานั่นแหละ”
    “ว่าแต่ลุงเป็นใครเนี่ย ไม่เคยคุ้นหน้าลุงเลยนะ”
    “เป็นใครไม่สำคัญหรอกครับแต่ตอนนี้ น้องไม่หนาวหรอครับ”
    เดี๋ยวนะสายตาที่มองมามันเวลแปลกๆ หรือว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า ขนลุกแปลกๆ
    “....”
    “ให้พี่ช่วยไปหยิบเสื้อคลุมให้ไหมครับต้องดูสั่นๆนะ”
    “ไม่ต้อง! ผมหยิบเองได้ ...อ๊ะ!”
    “จุ๊บ!”
    และนี่คือพล็อตน้ำเน่า ตามหนังสือนิยายต่างๆ ครับผมลืมลื่นน้ำที่หยดจากตัวผมลงสู่พื้น เรียนที่ผมยืนเพราะผมหันคือว่าไปเที่ยวไปหยิบเสื้อคลุมผมก็ลืมครับ สิ่งที่ตามมาคืออ้อมกอดอุ่นทีนมาปลุกกอดผมไว้กันผมกระแทกพื้นแล้วมันก็เป็นไปตามนิยายน้ำเน่าครับใช่เราจูบกัน 
    ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตจริงของผมจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ ใครจะไปคิดวะว่าไอ้ตอนที่เราอ่านตามนิยายหรือดูหนังเนี่ยมันจะเกิดในชีวิตจริงของเรา ซึ่งมันเร็วมาก ไม่นะจูบแรกของผม ! 
    พลัก!
    “ไอ้ตาลุงโรคจิต ปล่อยผมเดี๋ยวนี้!”
    “โอเคๆ ปล่อยแล้วครับ อีกอย่างที่ไม่ใช่ตาลุงโรคจิตสักหน่อยอุตส่าห์หวังดีช่วยประคอง”
    “ไม่ต้องมาหวังดี คิดจะแอบไปแต๊ะอั๋งก็บอกมาเถอะ!”
    “แล้วแต่น้องจะคิดครับ ว่าแต่ปากนิ่มดีนะครับ หึหึ”
    “ฮึ้ย! ฝากไว้ก่อนเถอะ” ผมก็วิ่งออกมา ผมจะขึ้นบ้านผมก็ได้ยินเสียงตามหลังว่า
    “อย่าลืมมาเอาคืนนะครับ พี่รออยู่นะ” 
    “ไม่เอาโว้ย แล้วก็อย่ามาเจอกันอีกเลยสาธุ!”
    “ไม่มีทางหรอกครับ น้องจะได้เจอพี่จนเบื่อหน้าแน่ๆ รอได้เลยหึหึ”
    “ม่ายยยยยย!!!”
    ปั้ง!
    วันนั้นผมก็ไม่ลงมาจากห้องอีกเลย พอตกกลางคืนผมก็เล่นเกมกับเพื่อนสนิทของผม จนผมตื่นเที่ยง นั่นแหละคือที่มาของสิ่งที่ผมพลาดไปในเมื่อวาน ทำให้เกิดวันนี้ขึ้นมาวันที่ผมต้องขึ้นรถอีตาลุงไปร้านตัดชุดแต่งงานของเรา 
    พอถึงร้าน พี่พนักงานเขาก็นำตัวผมกับพี่เขาไปลองชุดที่คุณพ่อคุณแม่ของพวกเรามาจัดการไว้ให้ ชุดที่ผู้ปกครองของผมและตาลุงเป็นชุดสูทสีขาว พนักงานเขาก็จับนู่นจับนี่ จนผมเวียนหัวไปหมด มันจะเยอะขนาดนั้น วุ่นวายจริงเชียว การแต่งงานครั้งหนึ่งมันยุ่งยากขนาดนี้เชียวหรอ ไหนจะต้องไปเลือกอาหารเลือกตรีมงาน เลือกดอกไม้ ของชำร่วย กว่าผมจะทำทุกอย่างเสร็จก็ตกเย็นพอดี 
    ส่วนข้าวเที่ยงนั่นเหรอ ผมพาเขาไปกินข้าวข้างทางนั่นแหละง่ายดี หากจะแต่งงานกับคนอย่างผม มันต้องติดดิน 5555 ใครจะไปคิดเล่าว่าตาลุงที่ดูคุณชายเหมือนจะกินแต่ของดีๆในห้าง จะกินอาหารข้างทางแบบผมเป็น แถมเซียนสั่งอาหารซะด้วย ฮึ้ย! คนเรามันจะเก่ง จะดีเลิศไปหมดทุกอย่างขนาดนี้เลยหรอ หมั่นไส้จริงโว้ย 
    กว่าจะถึงบ้านผมก็หมดแรงแล้วครับ ดีครับที่ผมไม่ตีกับลุงอีกรอบบนรถ อย่างที่บอกว่าผมหมดแรงนั่นแหละ ไม่อยากจะเอาแรงที่เหลือไปตีกับลุง อยากเอากลับมานอนสบายๆและตื่นสายๆอีกทีของวันใหม่ พี่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกหลังจากนี้ 

    __________________________#ทูบีคอนตินิวววววววครับ#เขียนสดต่อวันขอรับ ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย#ขอกำลังให้นักเขียนแค่เม้นมาคนละเม้นก็พอครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้า