เห็นผู้ชมในไลฟ์พากันพิมพ์คุยสนุกกันอย่างเอิกเกริกสวี่มั่วก็ได้แต่กลอกตาในใจ
ใครบอกว่าฉันกลัวจนไม่กล้าขยับกันก็แค่ไม่เห็นเ้าหมาโง่นี่อยู่ในสายตาต่างหาก! ทว่า...ทำไมเ้าทิเบตันมาสทิฟตัวนี้ถึงได้มีท่าทีเป็ศัตรูกับฉันขนาดนี้แถมยังดูเหมือนคิดจะลงมืออีกด้วย?
คนอื่นอาจเห็นแค่มันคำรามใส่ฮัสกี้ธรรมดาแต่ตัวเขากลับััได้ถึงสิ่งอื่นที่ซ่อนอยู่จนอดสงสัยไม่ได้
ตอนนั้นเอง จ้าวลี่อิ่งก็เอ่ยขึ้นว่า “ไม่ต้องหรอกฉันไม่สนใจเื่สุนัขต่อสู้แล้วหมาทิเบตันของนายมันเหมือนจะทำให้มั่วมั่วของฉันกลัว ไปกันเถอะ มั่วมั่ว...”
เธอพูดพลางจะหันหลังกลับ แต่พอดึงสายจูงก็พบว่าฮัสกี้ยังไม่ขยับไปไหน
โจวเหล่ยเห็นท่าทีของเธอ แววตาก็วูบไหวไปชั่วครู่มุมปากกระตุกขึ้นน้อยๆ แล้วแอบกระตุกมือที่จับสายจูงเบาๆ สองครั้ง
“กรร...โฮ่ง!!”
ทันใดนั้นเอง ทิเบตันมาสทิฟตัวใหญ่ก็เห่าเสียงดังพร้อมก้มตัวต่ำลงแววตาเต็มไปด้วยความดุร้าย แยกเขี้ยวเผยให้เห็นฟันแหลมคม พร้อมจะโจมตีได้ทุกเมื่อ
และเป้าหมายของมันก็คือฮัสกี้ที่อยู่ตรงหน้า...สวี่มั่ว!
เห็นดังนั้น จ้าวลี่อิ่งหน้าถอดสี ร้องลั่น “โจวเหล่ย!คุมหมาของนายให้ดีนะ!!”
โจวเหล่ยทำเป็ดุ “ต้าเวยอย่าซน! สงบเดี๋ยวนี้! เฮ้ย!!”
เขาพูดพลางกระตุกสายจูงอีกครั้ง ดูเหมือนกำลังห้ามปรามแต่แท้จริงแล้วนี่คือสัญญาณโจมตีที่ถูกฝึกไว้
มาสทิฟคำรามก้อง แล้วพุ่งตรงไปยังฮัสกี้ทันที
ส่วนโจวเหล่ยก็แกล้งร้องอย่างใ ทำทีเหมือนควบคุมไม่อยู่ซ้ำยังปล่อยมือจากสายจูงเสียด้วย
ทิเบตันมาสทิฟกระโจนใส่ฮัสกี้ที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่
จ้าวลี่อิ่งใจนกรีดร้อง แต่สวี่มั่วกลับหัวเราะเ็าในใจก่อนจะอ้าปากเปล่งเสียงคำรามดังกึกก้องออกมา!
“บรู๋ว...โฮ่ง!!”
เสียงคำรามนี้ฟังดูเหมือนแค่ดังและทรงพลังในหูของคนทั่วไปเท่านั้นแต่สำหรับทิเบตันมาสทิฟ กลับดังสนั่นราวกับฟ้าผ่าเมื่อมันมองไปที่สวี่มั่วอีกครั้งก็เห็นร่างนั้นสูงใหญ่ดุจภูผาแผ่พลังข่มขวัญออกมาจนิญญามันหวาดหวั่น!
สกิลพลังข่มขวัญของาาสุนัขทำงาน!!
“อิ๋ง...”
ทิเบตันมาสทิฟที่เมื่อครู่ยังแยกเขี้ยวอย่างดุดันกลับส่งเสียงหงอราวกับกระต่ายใ แล้วกลิ้งลงตรงหน้าสวี่มั่วก่อนหมอบราบไปกับพื้นทั้งตัวราวกับเมื่อครู่ที่พุ่งเข้ามานั้นก็เพื่อจะมาหมอบกราบตรงหน้าฮัสกี้เท่านั้น…
“…”
บรรยากาศเงียบงันในทันตา
โจวเหล่ยกับจ้าวลี่อิ่งต่างตะลึงค้างเช่นเดียวกับผู้ชมในห้องไลฟ์ที่พากันอึ้งไปหมด
ในสายตาของพวกเขา มันคือฮัสกี้เพียงคำรามครั้งเดียวก็ทำให้ทิเบตันมาสทิฟล้มหมอบ ตัวสั่นเทิ้มอยู่ตรงหน้า!
...นี่มันเื่อะไรกันแน่! หรือว่าฉันตาฝาดไป!
ผู้คนต่างพากะพริบตาถี่ๆ แต่ภาพตรงหน้าก็ไม่เปลี่ยนไปทิเบตันมาสทิฟที่ล้มลงไปแล้วไม่ยอมลุกขึ้นอีกเลยเพียงก้มหมอบอยู่ตรงหน้าฮัสกี้อย่างหมดท่า
[เวรเอ๊ย?!]
[?????]
[ปุ๊!! อะไรกันวะเนี่ย]
[ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมทิเบตันมาสทิฟโดนฮัสกี้ขู่จนหมอบเลยเหรอ!]
[ฮ่าๆๆ จริงเหรอเนี่ย! หรือว่ามันเป็การแสดง?]
[พลังข่มขวัญของฮัสกี้!ตอนนั้นฉันถึงกับรู้สึกได้เลยว่าพลังาาแผ่ทะลุจอออกมา!]
[เหลือเชื่อ! นี่มันฮัสกี้จริงๆ เหรอหรือว่าเ้านั่นไม่ใช่ทิเบตันมาสทิฟกันแน่ เกินไปแล้วนะ!]
[ว่าแต่ลี่อิ่ง มืออย่าสั่นสิ! หันกล้องให้ตรงหน่อยฉันมองไม่เห็นแล้ว!!]
[อิ๋งอิ่งคงจะใสินะ…]
ผู้ชมในห้องไลฟ์ต่างตื่นเต้นส่งเสียงอื้ออึงกันไปหมดของขวัญในไลฟ์ก็หลั่งไหลเข้ามาเพิ่มอย่างฉับพลัน
ผู้ดูแลห้องไลฟ์ของแพลตฟอร์มรีบเปลี่ยนชื่อห้องอย่างรวดเร็ว
'ไลฟ์กลางแจ้งของอิ๋งอิ่งสัตว์เลี้ยงใหม่ฮัสกี้ตบหมาทิเบตัน!'
ชื่อห้องแปลกใหม่นี้ดึงดูดผู้ชมขาจรเข้ามาได้ทันที
“บรู๋ว…โฮ่งๆ!!”
ฮัสกี้เชิดหัวขึ้นอย่างองอาจกวาดตามองทิเบตันมาสทิฟตรงหน้าด้วยสายตาดูแคลนพลางเห่าใส่สองครั้งราวกับประกาศศักดา
ความจริงแล้ว สวี่มั่วกำลังสื่อสารกับมันว่า "ทำเป็กร่างนักนะอยากกัดฉันงั้นเหรอ"
ในดวงตาของทิเบตันมาสทิฟเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นสะท้านพูดเสียงสั่นเครือ “ไม่…ไม่กล้าๆๆ…พี่ใหญ่โปรดไว้ชีวิต ไม่…ไม่ใช่ความผิดของผมเลย!เป็นายของผมที่สั่งให้กัดคุณ…”
“โอ้?” สวี่มั่วหันไปมองโจวเหล่ยที่กำลังตะลึงก่อนหันกลับมาถามต่อ “เขาสั่งให้นายกัดฉันทำไม”
ทิเบตันมาสทิฟตอบ “เมื่อ…เมื่อกี้นายผมดูไลฟ์อยู่บ้านเห็นคุณก่อเื่ให้เทพธิดาของเขา เขาโมโหมาก เลยสั่งให้ผมมาจัดการคุณแถมยังพูดอีกว่าจะหาคนมาจับคุณไปทำหม้อไฟเนื้อหมากิน…”
เวรเอ๊ย! ปล่อยหมามากัดยังพอว่า แต่นี่ถึงขั้นคิดจะกินฉันเลยงั้นเรอะ!ทนไม่ได้แล้วโว้ย!!
สวี่มั่วได้ฟังดังนั้นก็โมโหจนขนลุกชัน เงยหน้ามองโจวเหล่ยแววตาพลันฉายแสงดุดันออกมา!