“ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว” หญิงวัยกลางคนที่เป็แม่ของหลินเฟิงพูดอย่างอ่อนโยน พร้อมกับสีหน้าที่คลายกังวัลอย่างเห็นได้ชัด
“เฟิงเอ๋อร์คงจะเหนื่อย ให้พักสักหน่อยเถอะ อย่าเพิ่งสักถามอะไรตอนนี้เลย ” ชายวัยกลางคนที่เป็พ่อของหลินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย แต่ก็ยังคงเป็กังวลอยู่เช่นเดิม เขาเห็นว่าอาการของหลินเฟิงยังไม่ดีขึ้นจึงอยากให้หลินเฟิงพักอีกสักหน่อย ในใจของเขานั้นมีเื่อยากถามหลินเฟิงมากมายเต็มไปหมด เพียงแต่ว่าเขาเป็ห่วงหลินเฟิงจึงเก็บคำถามเ่าั้ไว้ก่อน
“นั้นสินะ เฟิงเอ๋อร์เพิ่งจะตื่น พักอีกสักหน่อยก็แล้วกัน” เมื่อหญิงวัยกลางคนพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับชายวัยกลางคนที่เดินตามหลังไป
‘เห้อ นี้เราควรทำยังไงดีเนี่ย’ หลังจากที่ได้รับความทรงที่หลังไหลเข้ามามากมาย ในใจของหลินเฟิงนั้นเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เขาไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ ว่าเขามาอยู่ที่นี้ได้ยังไง เขาไม่รู้ว่าควรพูดเื่นี้ออกไปหรือไม่ ตอนนี้เขาค่อนข้างสับสนมาก
จากความทรงจำที่หลินเฟิงได้รับมา ตอนนี้เขาควรตายไปจากการถูกรถชน ดูเหมือนว่าเขามาเกิดใหม่ในร่างใหม่ โลกใบใหม่ โลกที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด สัตว์อสูร จอมยุทธ์ และอะไรอีกมากมายที่ในโลกใบเดิมของเขาไม่มีอยู่จริง
ที่ที่หลินเฟิงอยู่ตอนนี้คือหมู่บ้านตระกูลหลิน หมู่บ้านตระกูลหลินตั้งอยู่ในหุบเขาที่รายล้อมไปด้วยูเาและป่า ดังนั้นจึงมีทางเข้าเพียงทางเดียวเท่านั้น
เมื่อได้ความทรงจำที่หลังไหลเข้ามาภายให้หัวของหลินเฟิงแล้ว เขาก็รู้ว่าร่างที่เขาได้มาอาศัยอยู่ใหม่นั้นมีนามว่าหลินเฟิงเช่นเดียวกับเขา เ้าของร่างคนเก่าได้ตายไปแล้ว เ้าของร่างคนเก่ามีอายุ 13 ปี เขาตายเพราะเขาเข้าไปในป่าหลังหมู่บ้านตระกูลหลินเพื่อจะไปหาสมุนไพร เพื่อรักษาร่างกายที่อ่อนแอของเขา
ด้วยร่างกายที่อ่อนแอของเขานั่นเอง ทำให้เขาไม่สามารถบ่มเพาะพลังของเขาเหมือนกับรุ่นเยาว์คนอื่นๆในหมู่บ้านตระกูลหลินได้ ด้วยเหตุนี้บิดาของเขาจึงมักจะเข้าไปหาสมุนไพรบำรุงร่างกายมาให้เขาเป็ประจำ
เขาไม่้าให้บิดาของเขาเข้าไปในป่าเพื่อหาสมุนไพรมาให้เขา เพราะบิดาของเขาในตอนนี้มีร่างกายไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อก่อน ด้วยการที่ประสบอุบัติเหตุจนทำให้พลังของเขาถดถอยลงไปมากหากเทียบกับเมื่อก่อน และการเข้าไปภายหลังหมู่บ้านตระกูลหลินเป็อะไรที่อันตรายมากหากมีพลังไม่เพียงพอ
เมื่อก่อนตอนที่บิดาของเขายังไม่เกิดอุบัติเหตุจนทำให้พลังถดถอยนั้น เขาเป็ถึงผู้าุโที่หนึ่ง ซึ่งเป็รองเพียงผู้าุโสูงสุดและประมุขประจำตระกูลเท่านั้น ผู้คนส่วนมากคอยประจบสอพอเขาอยู่เสมอ จนในวันหนึ่งเขาไปทำภารกิจภายในป่าหลังหมู่บ้านตระกูลหลินซึ่งอยู่ลึกเข้าไปอีก และระหว่างที่เขากำลังทำภารกิจ จู่ๆก็มีฝูงสัตว์อสูรฝูงใหญ่เข้ามารุมทำร้ายเขา จนเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถึงแม้ว่าเขาจะรอดจากอันตรายครั้งนั้นมาได้ แต่มันก็เป็เหตุทำให้พลังของเขาถดถอยลงมาอย่างมาก เขาจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งและมาอาศัยอยู่ในบ้านที่อยู่ห่างจากผู้คนในหมู่บ้าน และหลังจากที่พลังของเขาถดถอยและลาออกจากตำแหน่งผู้าุโที่หนึ่งนั้นทำให้ผู้คนที่เคยยกย่อง ประจบสอพอเขาต่างก็หายตัวไปไม่เคยมาเยี่ยมเขาอีกเลย
บิดาของหลินเฟิงมีนามว่า หลินเทียน หรือที่คนส่วนใหญ่ให้ฉายาว่า ดาบคลั่งหลินเทียน เนื่องจากหลินเทียนมีดาบเล่มใหญ่เป็อาวุธคู่ใจ เขามักจะสะพายมันไปไหนมาไหนด้วยเสมอ ทุกครั้งที่เขาฟาดฟันดาบของเขานั้น สามารถทำลายได้แม้งกระทั้งหินผาขนาดใหญ่ คนส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้ารับดาบของเขาตรงๆ นี้จึงเป็ที่มาของฉายา ดาบคลั่นหลินเทียน หลินเทียนเป็ลูกชายคนที่ 2 ของประมุขตระกูลหลิน นามว่าหลินหยาง หลินเทียนเป็บุตรที่หลินหยางรักมากที่สุดและด้วยพร์ที่มากกว่าพี่ของเขา หลินเย่ ทำให้เขาได้รับการสนับสนุนมากกว่าผู้พี่ของเขา
ส่วนมารดาของหลินเฟิงนั่นคือสตรีผู้งดงาม นามว่า เซี่ยหลั่ว นางมาจากหมู่บ้านตระกูลเซี่ยที่อยู่ฝนบริเวณใกล้เคียงกับหมู่บ้านตระกูลหลิน เพียงแต่หมู่บ้านตระกูลเซี่ยไม่ได้รายล้อไปด้วยูเาหรือป่ารอบด้านเท่านั่นเอง นางเป็ลูกสาวคนที่ 3 ของประมุขตระกูลเซี่ย นามว่า เซี่ยคง
ด้วยการที่หลินหยางและเซี่ยคงเป็เพื่อนสนิทกัน ดังนั้นเซี่ยหลั่วซึ่งเป็บุตรสาวที่เซี่งคงรักมากจึงแต่งงานกับหลินเทียน บุตรชายที่หลินเทียนรักมากเช่นกัน เซี่ยหลั่วนางนี้เดิมทีก็เป็อัจฉริยะคล้ายๆกับหลินเทียนเพียงแต่ว่านางไม่ได้บ้าฝึกฝนเหมือนกับหลินเทียน พอนางมีหลินเฟิงนางก็เลิกสนใจที่จะฝึกฝนตนเอง และมาสนใจการดูแลและอบรมหลินเฟิงแทน
หลังจากที่หลินเฟิงเกิดมาได้เพียง 3 ปี หลินเทียนก็ประสบอุบัติเหตุจนทำให้พลังถดถอย และหลินเทียนได้ตั้งความหวังไว้ที่หลินเฟิง เพียงแต่พอหลินเฟิงเริ่มโตขึ้น อาการร่างกายอ่อนแอก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะทำให้เขารู้สึกผิดหวังแต่เขาก็ไม่ได้รักลูกของเขาน้อยลงเลย กลับกัน เขาเสียใจมากกว่าที่ตัวเองไม่สามารถอยู่ในฐานะผู้าุโที่หนึ่งได้ ไม่อย่างนั้นเขาจะหาซื้อสมุนไพรมาช่วยลูกเขาให้มีร่างกายแข็งแรงแน่นอน
ด้วยการที่หลินเฟิงได้ยินรุ่นเยาว์ในหมู่บ้านตระกูลหลินพูดว่าภายในป่าหลังหมู่บ้านตระกูลหลินที่อยู่ลึกเข้าไปมีสมุนไพรที่จะช่วยให้ร่างกายคนๆหนึ่งได้รับการชำระ ทำให้เหมือนว่าได้รับการเกิดใหม่ หากใครที่มีร่างกายอ่อนแอ ก็จะได้ร่างกายที่แข็งแรง หากใครมีร่างกายที่แข็งแรงอยู่แล้วก็จะแข็งแรงยิ่งขึ้นไปอีก นี้จึงเป็เหตุให้เขาตัดสินใจเข้าไปภายในป่าหลังหมู่บ้านตระกูลหลิน
ระหว่างทางเขานั้นพบเจอสัตว์อสูรตัวหนึ่งไล่ล่า ด้วยการที่ร่างกายของหลินเฟิงอ่อนแอ จงเป็เหตุให้เขาถูกทำร้ายจนาเ็สาหัส เป็โชคดีของเขาที่ไม่ได้ถูกสัตว์อสูรฆ่าตายในทันที เพราะได้มีผู้าุโท่านหนึ่งมาพบเข้าและช่วยเขาไว้ได้ทันเวลาพอดี แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอทำให้เขาต้องนอนอยู่แต่ในบ้านของเขาเป็เวลาหลายเดือน และไม่ว่าจะทำยังไงอาการก็ไม่เคยดีขึ้นเลย นอกจากนี้อาการของเขายังมีแต่จะแย่ลงไปเรื่อยๆ จนก่อนจะถึงวันที่หลินเฟิงจะฟื้นขึ้นมา ร่างกายของเขาก็ใกล้จะหมดลมหายใจไปเต็มทีแล้ว นี้จึงเป็เหตุให้บิดาของเขาตัดสินใจจะเข้าไปภายในป่า เพื่อหาสมุนไพรมารักษาเขา ถึงแม้ว่าเขาต้องเสี่ยงชีวิตก็ตาม
แต่ก่อนที่บิดาจะได้เข้าไปภายในป่าเพื่อหาสมุนไพรนั้น จู่ๆหลินเฟิงก็ฟื้นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจทั้งๆที่อาการไม่ต่างจากคนที่ตายแล้ว
ถึงแม้ว่าบิดาและมารดาของเขาจะสงสัยว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้ฟื้นขึ้นมาราวกับเกิดใหม่แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้ถามอะไร พวกเขาขอแค่ได้บุตรของเขาไม่ตายแค่นี้พวกเขาก็ดีใจมากแล้ว พวกเขาไม่ได้้าอย่างอื่น พวกเขายอมเสียได้ทุกอย่างเพื่อบุตรของตน
ในใจของเขาค่อนข้างเสียใจมาก ทั้งๆที่ได้มาเกิดใหม่ ในโลกที่เก็บไปด้วยเื่ราวที่น่าประหลาดใจ โลกที่มีจอมยุทธ์ เขาเองก็อยากเป็จอมยุทธ์บ้างเหมือนกัน เพราะมันน่าตื่นเต้น และเป็ิ่งที่เด็กๆในโลกใบเก่าของเขาใฝ่ฝันที่จะเป็ เพียงแต่เขาไม่สามารถฝึกได้เพราะร่างกายที่อ่อนแอนี้ นี้จึงเป็เหตุให้เขาเสียใจ แต่ยังไงเขาก็ยังรู้สึกว่าการมาเกิดใหม่ดีกว่าตาย ถึงแม้จะเป็จอมยุทธ์อย่างที่เขาคิดไม่ได้ แต่เขาก็ยังสามารถเป็อย่างอื่นได้
หลังจากผ่านไปหลายวัน อาการของหลินเฟิงก็ดีขึ้นมาก จนเกือบจะหายดีแล้ว หลินเฟิงจึงตัดสินออกไปข้างนอกบ้านเพื่อสูดอาการภายนอกบ้าง เขาค่อนข้างเบื่อที่จะอยู่เพียงแต่ในบ้าน แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอและอาการาเ็ที่ยังไม่หายดี ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยหลังจากที่เดินออกมานอกบ้านได้ไม่ไกล
‘เห้อ! เป็ร่างกายที่อ่อนแอจริงๆนั่นแหละ แค่เดินยังเหนื่อยเลย’ หลินเฟิงถอนหายใจอย่างหมดหวัง เขาไม่คิดเลยว่าร่างกายนี้จะอ่อนแอขนาดนี้
“สวะอย่างแกยังไม่ตายอีกรึ บางทีแกน่าจะตายไปซะ พ่อแม่แกจะสบายมากขึ้น ไม่ต้องมาคอยดูแลสวะอย่างแกให้เสียเวลา แกอยู่ไปก็มีแต่จะเป็ภาระซะเปล่าๆ” น้ำเสียงของเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์คนหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งดูถูกเหยียดหยาม ดังขึ้นมาจากข้างหลังเขา
ในขณะที่หลินเฟิงกำลังเดินอยู่นั้นเขาก็ต้องชะงักเพราะได้ยินเสียงที่ดูถูกเขาอย่างมาก พอเขาหันมาก็รู้ทันทีว่าคนที่พูดอยู่คือใคร คนที่พูดจาดูถูกหลินเฟิงคือ หลินฮุย เขาคือลูกของผู้าุโหนึ่ง ที่เดิมทีคือผู้าุโที่สอง เขาสามารถขึ้นมาเป็ผู้าุโที่หนึ่งได้ก็เพราะหลินเทียนาเ็จนพลังถดถอยลงมา หลินเย่ หลินเย่เป็พี่ชายของหลินเทียน แต่ด้วยการที่หลินหยางรักและสนับสนุนหลินเทียนมากกว่าเขาจึงทำให้เขาอิจฉาหลินเทียน นี้จึงทำให้หลินเทียนแลหลินเย่ไม่ถูกกัน รวมไปถึงลูกชายของพวกเขาด้วยเช่นกัน