วันหยุดปิดเทอม
สายนทีพาครอบครัวและญาติพี่น้องไปพักผ่อนที่ชายทะเลทางฝั่งตะวันออกเหมือนอย่างทุกครั้ง โดยเขาเป็นคอยจัดแจงเรื่องการเดินทาง ที่พักและอาหารการกินไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
น่านฟ้าวัยห้าขวบตื่นเต้นที่ได้กลับมาสถานที่ในความทรงจำอีกครั้ง เขาชอบน้ำทะเลสีฟ้าและท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่มองไกลออกไปไม่มีจุดสิ้นสุด
ดวงตาสีน้ำเงินเป็นประกายเมื่อเห็นขอบน้ำทะเลที่ค่อย ๆ โผล่พ้นจากผิวถนน กลิ่นอายของทะเลที่พัดไหวมาตามสายลมทำให้เขาอดใจไม่ไหว
ทันทีที่รถจอดเรียบร้อยจึงออกวิ่งไปที่ชายหาดฝุ่นตลบ สองเท้าเล็ก ๆ แตะน้ำใสเย็นพลางหันมาตะโกน “พ่อคร้าบบบบ รีบมาเล่นน้ำกับผมมมมที”
สายนทียิ้มบางเพราะท่าทางของลูกชายก่อนจะบอกให้แสงทิวา ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาช่วยดูหลานชายตัวน้อยไปแล้วหันไปพูดกับพ่อและแม่ของเขา
“เดี๋ยวผมเข้าไปเช็กอินโรงแรมก่อนนะครับ พ่อกับแม่อยากได้อะไรหรือเปล่า” เจ้าตัวยืนกระเป๋าใบเล็กที่เก็บสัมภาระน่านฟ้าให้นรินทร์
“ไม่หรอก” วสันต์ส่ายหน้าแล้วจูงมือบุษรา ภรรยาของตัวเองไปนั่งเตียงผ้าใบริมชายหาด สีหน้าผ่อนคลายเพราะความเงียบสงบในเวลานี้
ส่วนอีกทางด้านหนึ่ง คิมหันต์ อาแท้ ๆ ของสายนทีกำลังยืนเลือกดูชุดว่ายน้ำทูพีซด้วยสีหน้าจริงจังแล้วหยิบมาเทียบให้คนที่ยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ แต่ไม่วายโดนมองค้อน
“ตัวนี้เหมาะกับคุณมากจริง ๆ นะ” คิมหันต์ยังคงไม่รู้ตัวว่าหายนะกำลังจะมาเยือน “ลองหน่อยไหม”
“...” อีกฝ่ายยังคงตีหน้านิ่งเงียบรอดูสถานการณ์ว่าสามีจะทำอะไรต่อ
“หรือว่าเอาแบบบิกินี่ สีแดงเหมือนสีผมกับดวงตาของคุณด้วย”
“คิมหันต์” น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยเรียก คิ้วกระตุกเล็กน้อยจนคนขายทำหน้าเลิ่กลั่กไปด้วย “ลูกอายุสิบเจ็ดแล้ว คุณยังเล่นเป็นเด็กอยู่เหรอครับ”
ศีตกาล คนรักของเขาและพ่อแสงทิวาถอนหายใจ
“ได้มาทะเลทั้งที ผมเลยนึกถึงความหลังตอนโน้นทุกที” คิมหันต์ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วซื้อตัวสีแดงกลับมาด้วย รอยยิ้มมีเลศนัยไม่สนใจว่าคนข้างกายจะถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่แล้ว
นรินทร์มองเห็นคู่ของพ่อแม่กับคู่ของอาแล้วหันมามองสามีที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะกอดเขาเอาไว้แน่นแล้วปล่อยฟีโรโมนกลิ่นกุหลาบออกมา
“หืม” สายนทีมองซ้ายมองขวาแล้วนึกขึ้นได้ “นายก็รู้ว่าหลังผูกพันธะฟีโรโมนแล้ว พี่จะไม่ได้กลิ่นโอเมก้าคนอื่น”
“ผมรู้ แต่ว่าคนอื่นอาจจะไม่รู้”
“แต่ก็ยังหึงอยู่งั้นเหรอ” คนเป็นพี่อมยิ้ม “โอเมก้าของพี่ชอบวางอาณาเขตจริง ๆ”
“พี่เป็นอัลฟ่าของผมนี่นา ไม่หึงก็แปลกสิ หรือว่าไม่อยากให้ทำแบบนี้” นรินทร์ปล่อยมือจากเขาแล้วถอยออกมาหนึ่งก้าว
“ชอบสิ” สายนทียอมรับแล้วขยับเข้ามากอดนรินทร์ แล้วบอกว่า “รออยู่ที่นี่กับลูกนะ พี่จะรีบมา”
“ครับ” ร่างบางรับปากพลางถือกระเป๋าข้าวของน่านฟ้าไปที่เก้าอี้ริมชายหาด
ดวงตาสีส้มอ่อนมองเด็กชายตัวน้อยเล่นน้ำกับอาของเขาอย่างสนุกสนาน
นรินทร์ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งจะมีครอบครัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ความอบอุ่นที่สายนทีและคนในครอบครัวมีให้ทำให้นรินทร์รู้สึกขอบคุณพวกเขาอยู่เสมอ
เมื่อครั้งที่ต้องเผชิญปัญหาชีวิตที่ถาโถมเมื่อห้าปีก่อน กำลังใจจากคนรอบกายสำคัญกับเขาจริง ๆ จนถึงเวลานี้ผ่านมาได้แล้วจึงทำทุกอย่างเพื่อรักษาครอบครัวที่หวงแหน
แม้ว่าคนในครอบครัวนี้จะแข็งแกร่งอยู่แล้วก็ตาม...
“พี่” แสงทิวารีบอุ้มน่านฟ้ามาหานรินทร์ “แฟนผมโทรมา”
“อืม ๆ” นรินทร์พยักหน้าแล้วถามลูกชาย “ไปเล่นทรายรอพ่อไหมครับ”
“คร้าบบบบ” น่านฟ้าตอบรับทันที มือข้างซ้ายถือถังกับอุปกรณ์ตักนานาชนิดไว้พร้อม “ผมจะสร้างปราสาทเจ้าหญิงครับ พ่อช่วยผมด้วยนะ”
“น่านฟ้าจะเป็นอัศวินคุ้มกันปราสาทเหรอ” เจ้าตัวเล่นบทบาทสมมติกับเขาเหมือนทุกครั้ง
“ช่ายยยย พ่อเป็นเจ้าหญิงนะ ผมจะคุ้มกันพ่อเอง” เจ้าเด็กตัวเล็กยิ้มแป้น เอื้อมมืออีกข้างจับนรินทร์แล้วเดินไปยังที่ว่างที่แสงทิวาปักร่มคันใหญ่เอาไว้ให้ก่อนหน้านั้น
การละเล่นสองคนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ปราสาทหลังเล็กถูกก่อสร้างจนเริ่มใหญ่โตขึ้นมาทีละนิด ดูท่าแล้วน่านฟ้าคงจะมีแววชอบเรื่องออกแบบบ้านเหมือนกับพ่อของเขา
ทว่า เด็กคนหนึ่งที่ดูโตกว่าเขาสักสองปีกลับเดินมาชนปราสาททรายที่ตั้งใจรอสายนทีมาชื่นชมจนเละไม่เป็นท่า น่านฟ้าหันขวับไปมองไม่พอใจ
“ขอโทษมานะ” เขาเอ่ยปากบอกเด็กคนนั้น
“ไม่” เด็กคนนั้นแสดงท่าทางเหนือกว่า
“ขอโทษเดี๋ยวนี้” น่านฟ้ายังคงรอคำขอโทษเพราะคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่เด็กคนนั้นกลับเตะไปที่ปราสาทอีกกองหนึ่งที่ก่อไว้
น่านฟ้าจึงทนไม่ไหวผลักด้วยแรงที่มีจนคนตรงหน้าล้มก้นกระแทกพื้นทราย นรินทร์จึงรีบลุกเข้ามาห้ามปรามแล้วขอโทษเด็กน้อยแทนน่านฟ้าเพราะห้ามไม่ทัน
“พ่อขอโทษเขาทำไม”
“ขอโทษที่น่านฟ้าผลักเขา ถ้ามีแผลขึ้นมาคงอดเล่นน้ำทะเลแน่ ๆ เลย” นรินทร์เอื้อมมือช่วยพยุงเด็กดื้อแล้วปัดทรายออกจากเสื้อผ้า “น่านฟ้า เด็กดีต้องไม่ใช้กำลังตัดสินปัญหานะครับ”
เจ้าตัวนิ่งเงียบไม่ยอมรับว่าตัวเองทำอะไรผิดเพราะอีกฝ่ายมาทำลายของที่เขาตั้งใจทำก่อน แม้นรินทร์จะทำท่าดุลูกชายไปอย่างนั้นแต่ก็ไม่ปล่อยผ่านเด็กน้อยที่จงใจทำลายความรู้สึกของน่านฟ้าเหมือนกันเพราะรู้ว่าเขาอยากให้สายนทีได้เห็นปราสาททรายที่ก่อเอาไว้
“หนูก็ต้องขอโทษลูกน้าเหมือนกันนะ รู้ไหมว่าเขาใช้เวลาทำตั้งนานแน่ะ”
กระนั้น เด็กชายดันรู้สึกว่ากำลังถูกรังแกจึงร้องไห้จ้าแล้ววิ่งไปตามพี่ชายวัยรุ่นของตัวเองมาจัดการเรื่องนี้ให้
อัลฟ่าหนุ่มท่าทางทะมัดทะแมงสองคนเดินขนาบข้างน้องชายตัวน้อย สีหน้าจริงจังราวกับจะข่มขู่แสดงออกมาอย่างปิดไม่มิด หากแต่นรินทร์ยังคงยืนอยู่ที่เดิมแล้วกันให้น่านฟ้าหลบอยู่ข้างหลังตนเอง
เขาพยายามใช้โทนเสียงธรรมดาค่อย ๆ อธิบายว่าเรื่องราวทุกอย่างเป็นมาอย่างไรแต่เหมือนจะยิ่งทำให้ฝ่ายตรงข้ามหัวร้อนขึ้นเพราะคิดว่าข่มขู่โอเมก้าคนเดียวได้อยู่หมัด
แสงทิวาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งเข้ามาสมทบ ดวงตาสีน้ำเงินจ้องกลับไม่เกรงกลัวคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
“พ่อ ไปช่วยหลานเร็วเข้า” บุษราที่กำลังนอนดูวิวน้ำทะเลเงียบ ๆ หันไปเจอบรรยากาศมาคุจึงรีบบอกสามีตัวเอง แต่คิมหันต์ผู้เป็นน้องชายส่ายหน้าแล้วบอกว่า “เรื่องแค่นี้เอง นรินทร์จัดการได้อยู่แล้วครับ อีกอย่างแสงทิวาก็อยู่ตรงนั้นด้วย หายห่วงได้เลย”
ศีตกาลมองลูกชายตัวเอง รอดูว่าเขาจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไรด้วยสีหน้าสบายใจ
ส่วนคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่มีใครยอมลงให้ใครก่อนเพราะคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก นรินทร์จึงขอโทษอีกฝ่ายไม่อยากให้มีเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะอยากให้เกิดเรื่องมากนักจึงยื่นมือจะผลักนรินทร์ออกไปพร้อมปล่อยฟีโรโมนอัลฟ่าข่มขู่
หมับ ร่างบางโต้ตอบด้วยความเร็วจับมือวัยรุ่นคนนั้นไว้ ไม่เกรงกลัว “ผมขอโทษแล้วก็ควรจะจบได้แล้วนะครับ”
วัยรุ่นสองคนนั้นมองหน้ากันด้วยความสงสัย “ทำไมถึงไม่รู้สึก” ไม่เข้าใจว่าทำไมนรินทร์ไม่มีปฏิกิริยาอะไรกับฟีโรโมนอัลฟ่าของพวกเขา
“เพราะว่าผูกพันธะแล้วไง เด็กน้อยอย่างพวกนายกล้ายุ่งกับครอบครัวฉันเหรอ” สายนทีโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้มายืนขวางหน้านรินทร์เอาไว้
ครั้นเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นผู้ใหญ่กว่า วัยรุ่นสองคนนั้นจึงหันไปมองพ่อของพวกเขา ชายร่างกำยำหนายักษ์จึงเดินเข้ามาร่วมวงอีกคนแถมไม่รอช้าปล่อยฟีโรโมนอัลฟ่าเข้มข้นข่มขู่ให้หวาดกลัว
แสงทิวาแทบจะอดทนยืนนิ่งไม่ไหว การไม่ใช้กำลังก็ดีอยู่หรอกแต่บางคนไม่โดนสักหมัดคงจะไม่ดีขึ้นเลย เขาจึงปล่อยฟีโรโมนอัลฟ่ายีนเด่นกลบ
“อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยครับ เดี๋ยวจะอายชาวบ้านเปล่า ๆ ที่ยกโขยงมาทั้งบ้านเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง” แสงทิวากล่าวอย่างใจเย็น
เวลานี้อีกฝ่ายไม่คิดแล้วว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากอะไรแต่จะยอมแพ้ตอนนี้คงไม่ได้เพราะเป็นศึกของอัลฟ่าสองตระกูล ทั้งพ่อและลูกชายสองคนจึงปล่อยฟีโรโมนเกทับแสงทิวาเต็มที่จนสายนทีเตือนด้วยสายตาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วข่มขู่กลับด้วยฟีโรโมนของตัวเองทันที
ฟีโรโมนกลิ่นฝนของเขา บางครั้งให้ความรู้สึกผ่อนคลายปลอบประโลมจิตใจ หากแต่บางครั้งกลับสามารถกดดันให้คนคนนั้นจมดิ่งสู่ความเศร้าที่ไม่มีจุดสิ้นสุดได้เช่นเดียวกัน
คนตรงหน้าเขารู้สึกอึดอัดใจราวกับลมหายใจติดขัดขึ้นมาทันที สายนทีจึงกล่าวย้ำ “ถ้าพวกคุณไม่พอใจ ส่งทนายมาเจรจากับผมได้ตลอดเวลาครับ”
“พอ...พอแล้ว” วัยรุ่นคนนั้นมองหน้าเรียบเฉยของอัลฟ่ายีนเด่นกลิ่นฝน “หายใจไม่ออก หยุดได้แล้ว”
“...” เขาไม่พูดอะไรย้ำฟีโรโมนให้หนักขึ้น
“เข้าใจแล้ว หยุด หยุดสักที” พ่อของฝ่ายนั้นขอร้องสายนทีเพราะไม่อาจสู้ฟีโรโมนกลิ่นฝนได้ แม้สายตาจะโกรธแค้นแต่คิดในใจว่าอย่ามีเรื่องกับพวกเขาเลยจะดีกว่าจึงสั่งให้ลูกชายทั้งสามคนขึ้นรถกลับบ้านในทันที
เหล่าผู้ชมที่ดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดจึงพากันยิ้มหัวเราะ “ผมบอกแล้วว่าแค่นี้สบายมาก” คิมหันต์มั่นใจพลางโบกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องของตนที่กระจายอยู่เต็มชายหาดกลับไปพักผ่อนได้ตามปกติ
วัยรุ่นที่มาหาเรื่องหันมองเป็นครั้งสุดท้ายพลันขนลุกซู่บอกพ่อว่า “ดีแล้วฮะที่ไม่ไปยุ่งกับคนพวกนั้น พ่อดูดิ คนที่อยู่เต็มหาดเหมือนจะเป็นลูกน้องเขาเลย ดูยังไงก็มาเฟียชัด ๆ”
“รีบกลับดีกว่า น่ากลัว” ลูกอีกคนทำสีหน้าสยองแล้ววิ่งขึ้นรถอย่างรวดเร็ว
หลังจากเหตุการณ์คลี่คลาย ครอบครัวเหมจิรภาสจึงได้พักผ่อนอย่างเงียบสงบราวกับเป็นเจ้าของหาดส่วนตัวอย่างไรอย่างนั้น
น่านฟ้าจูงมือสายนทีและนรินทร์เดินเล่นริมหาดรับลมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พูดเจื้อยแจ้วตลอดทางไม่หยุดพลางวิ่งไปดูปูลมขุดหลุมบ้าง
“พ่อคร้าบ!!!” พ่อทั้งสองคนมักจะได้ยินเสียงสดใสของลูกชายตัวน้อยเรียกหาอยู่ตลอดเวลา
นรินทร์ถือกล้องวิดีโอบันทึกภาพน่านฟ้าและสายนทีราวกับอยากเก็บไว้เป็นความทรงจำเหมือนเมื่อครั้งที่พ่อแม่ทำให้ตอนเป็นเด็ก สายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้านึกถึงคนบนนั้น พึมพำเบา ๆ “พ่อครับ แม่ครับ ไม่ต้องเป็นห่วงผมแล้วนะครับ”
สายนทีจึงเอ่ยขึ้นมาบ้าง “คุณพ่อตาแม่ยายครับ ผมจะดูแลนรินทร์กับลูกให้ดีที่สุดเลยครับ” แล้วหอมแก้มแดงระเรื่อของเขาอย่างนุ่มนวล
“พ่อคร้าบบบ หอมด้วย” น่านฟ้าวิ่งเข้ามากอดขาทั้งคู่ อ้อนให้สายนทีอุ้มขึ้นมาแล้วทำแก้มกลม ๆ รอพ่อพ่อหอมแก้ม
หน้าตาจิ้มลิ้มทำให้พวกเขาทั้งเอ็นดูทั้งมันเขี้ยวจึงหอมหลายฟอดให้หนำใจ น่านฟ้าจึงหัวเราะร่าเพราะจั๊กจี้ที่โดนพ่อพ่อแกล้ง
คืนนั้น
ในขณะที่สายนทีกำลังนั่งพิงหมอนอิงหลังจากอาบน้ำเสร็จ จู่ ๆ เขาได้กลิ่นกุหลาบในแบบที่ไม่ได้สัมผัสมานานจึงรู้สึกแปลกใจแต่ทำท่าทางปกติและควบคุมความกระหายในตัวเอาไว้
นรินทร์สวมเสื้อคลุมอาบน้ำเดินมาหาคนเป็นพี่คิดอยากลองทำบางอย่างเพราะไม่ได้ทำมานานแล้ว แต่คนตรงหน้ากลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรจึงคิดว่าพันธะฟีโรโมนที่ใช้ยั่วยวนอัลฟ่าของตัวเองเสื่อมจนใช้งานไม่ได้
ครั้นอยากถามว่าพี่รู้สึกอะไรไหมก็กลัวจะถูกจับได้ว่าคิดอะไรแบบนั้นอยู่จึงลองปล่อยฟีโรโมนเข้มกว่าเดิม ดวงตาสีส้มอ่อนสบตาคนตรงหน้าอย่างมีความนัย
เมื่อฟีโรโมนถาโถมมากเข้า อัลฟ่ายีนเด่นจึงไม่อาจต้านทานความต้องการของตัวเองได้ เอื้อมมือคว้าร่างบางจนปลิวมาไว้ใต้ร่างในพริบตา
“นายคิดจะทำอะไร” สายนทีเอ่ยถาม
“ผมอยากรู้ว่ามันได้ผลหรือเปล่า”
“แค่มองหน้านายพี่ก็หลงแทบแย่แล้ว ถ้าถึงขั้นยั่วยวนด้วยฟีโรโมนรุนแรง คิดว่าพี่จะทนไหวเหรอนรินทร์” เสียงลมหายใจของสายนทีทำให้นรินทร์เขินหน้าแดงไปถึงหู
“แสดงว่าได้ผลเหรอครับ” สายตาของเขามองไล่ต่ำลงไปด้านล่างของสายนทีแล้วอมยิ้มกับคำตอบที่ได้รับ จึงพูดตัดบทไปว่า “อืม ได้ผลดีเชียวนะครับ ผมรู้คำตอบแล้ว เพราะอย่างนั้นนอนดีกว่า”
นรินทร์พึงพอใจกับผลตอบรับแต่ลืมไปว่าฟีโรโมนยั่วยวนรุนแรงมักจะแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยของตัวเอง ดังนั้นหลังจากลองใช้ฟีโรโมนยั่วสายนทีครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน เขาก็ไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นอีกเลย
หากแต่เพราะวันนี้อยากรู้มากเกินไปหน่อย ภัยจึงมาถึงโดยไม่รู้ตัวเพราะคนเป็นพี่ไม่ยอมง่าย ๆ
“นรินทร์ นายรู้ใช่ไหมว่าตรงนั้นของพี่มันจะไม่สงบจนกว่าจะน็อต” สายนทียิ้มมุมปากรอคำตอบจากเขา
“...” ร่างบางนิ่งอึ้งเพราะลืมจริง ๆ แล้วนึกสงสัย “พี่ยิ้มแบบนี้คงไม่ใช่ว่าจะแกล้งไม่ยอมน็อตอีกแล้วใช่ไหม”
“นายยั่วพี่เองนี่นา” คนเป็นพี่เลียริมฝีปากของตนเอง สายตาไล้เรือนร่างของนรินทร์ “นายคงต้องรับผิดชอบแล้วล่ะ”
“เอ่อ...” สีหน้าของเขาเลิ่กลั่ก คิดในใจว่า ไม่น่าเลย ไม่น่าทำแบบนี้เลย “เอ่อ... ผมขอโทษ ทีหลังจะไม่ทำแล้ว”
ทว่า สายนทียิ้มมุมปากกระซิบอย่างแผ่วเบาให้นรินทร์ได้เข้าใจ “พี่เลือกห้องที่เก็บเสียงเพื่อนายเลยนะ เพราะฉะนั้นครางเสียงดัง ๆ ให้พี่ได้ยินได้ไหมนรินทร์”
“คนหื่น พี่วางแผนมาตั้งนานแล้วใช่ไหม” นรินทร์ทำหน้าอึ้งเพราะตกหลุมพรางของตัวเอง
“น่านฟ้าบอกว่าอยากมีน้อง” เขากระซิบข้างหู ลมหายใจร้อนรดต้นคอนรินทร์จนเสียวซ่าน “ส่วนพี่อยากทำกับนายใจจะขาดแล้ว ทำกันเถอะนรินทร์”
เสียงออดอ้อนของสายนทีมักจะได้ผลเสมอจนนรินทร์ใจอ่อนยวบถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้รู้อยู่แก่ใจว่าคืนนี้อาจจะไม่ได้นอนทั้งคืนเลยก็เป็นได้
“นะครับนรินทร์” สายนทีจุมพิตริมฝีปากบาง “นรินทร์จ๋า”
“อือ...” นรินทร์โอนอ่อนไปด้วยอีกครั้ง เอ่ยพึมพำกับคนตรงหน้า “บอกรักผมอีกครั้งได้ไหมครับ”
สายนทียิ้มกว้าง “พี่รักนรินทร์” พลางจูบหน้าผากอย่างอ่อนโยน ดวงตาสีน้ำเงินสบตาคนตรงหน้าย้ำอีกครั้งหนึ่ง “พี่รักนาย นรินทร์”
เก้าเดือนต่อมา
“พ่อคร้าบบบบบ” น่านฟ้าวิ่งมาหานรินทร์และสายนทีที่ห้องพักฟื้นคนไข้ ตะโกนบอกด้วยความตื่นเต้นที่ได้เห็นหน้าน้องชายเป็นครั้งแรก “น้องมีตาสองสีฮะ สีน้ำเงินเหมือนผมแล้วก็สีส้มเหมือนพ่อ”
จบบริบูรณ์