ฉิน เสี่ยวเฟิง เป็นักฆ่าสาวผู้มีชื่อเสียงในวงการลอบสังหารของแผ่นดินใหญ่ ด้วยทักษะที่ไม่ธรรมดาและความแม่นยำในการทำงาน เธอได้รับความเคารพและหวาดกลัวจากศัตรูที่มีมากมาย การปฏิบัติภารกิจของเธอมักจะสำเร็จลุล่วงเสมอ และชื่อเสียงของเธอก็ลามไปทั่วทั้งแผ่นดิน
แต่ความสำเร็จและชื่อเสียงนั้นก็ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยง และวันหนึ่งเธอก็พบว่าตัวเองถูกหักหลังโดยองค์กรที่เธอเคยทำงานให้ องค์กรนี้เห็นว่าเธอเป็ภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของพวกเขาและตัดสินใจที่จะกำจัดเธอ
วันนั้นเป็วันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉิน เสี่ยวเฟิง เธอถูกซุ่มโจมตีโดยกลุ่มนักฆ่าที่ได้รับคำสั่งจากองค์กร ท่ามกลางการต่อสู้ที่นองเื เธอได้รับาเ็สาหัสและถูกจับตัวไปอย่างโเี้ เธอถูกฆ่าอย่างไร้ความเมตตา ทิ้งให้เธอตายอย่างโดดเดี่ยวและเ็ป
ฉิน เสี่ยวเฟิง ลืมตาตื่นในเช้าของวันที่มีแสงอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างไม้เก่าแก่ ขณะนี้เธอพบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของยุคสมัยโบราณ ขอบของผนังที่ทำจากหินขัดสีเทาเข้มและเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีลวดลายแกะสลักอันวิจิตรทำให้ห้องนี้มีความรู้สึกย้อนยุคไปหลายร้อยปี
"นี่ข้ายังไม่ตายอีกเหรอ?" เสียงกระซิบออกมาจากปากของเธอเองอย่างสับสนและงงงวย ในขณะที่มือของเธอแตะที่ข้างศีรษะและร่างกาย เพื่อยืนยันว่ามันเป็ความจริง
เธอพยายามลุกขึ้นจากที่นอนที่ทำจากวัสดุที่ดูเหมือนผ้าลินินที่มีลวดลายเก่าแก่ แต่ขาของเธอยังคงรู้สึกหนักหน่วงจากการนอนหลับที่ยาวนาน เธอมองไปรอบๆ และเห็นวัตถุโบราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นาฬิกาทรายที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้อง และโต๊ะไม้ที่มีแผ่นกระดาษเก่าๆ วางอยู่บนมัน
การที่เธออยู่ในห้องนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกพาไปยังโลกที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งเป็การย้อนกลับไปใน่เวลาที่เธอไม่รู้จัก ท่ามกลางความสับสนและความรู้สึกหวาดกลัว เธอเริ่มพยายามตั้งสติและคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ อะไรคือเหตุการณ์ที่ทำให้เธอมาที่นี่?
”าแพวกนี้มันอะไรกัน? รอยเฆี่ยนตีเต็มไปหมด” เธอสามารถจดจำาแที่เธอเคยโดนก่อนหน้าได้เป็อย่างดี เพราะเนื้อตัวของเธอนั้นมีแต่คมะุ ไม่ใช่าแลักษณะนี้ เธอมึนงงได้อยู่ไม่นานนัก หลังจากนั้นความทรงจำของเ้าของร่างเดิมค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาภายในความรู้สึกนึกคิดของเธออย่างช้าๆ
ภาพเหตุการณ์และความรู้สึกเ็ปเริ่มชัดเจนขึ้น เธอััได้ถึงความทรมานและความเครียดที่เ้าของร่างเดิมเคยเผชิญ ความทรงจำที่เหมือนเป็าแในจิตใจ สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความเ็ปกำลังค่อยๆ เปิดเผยออกมา เธอเห็นภาพของการถูกลงโทษและการถูกกระทำอย่างไร้ความปรานี การััถึงรอยาแจากการเฆี่ยนตีและความรู้สึกของการถูกทอดทิ้งทำให้เธอรู้สึกถึงความเ็ป
ความทรงจำเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็ความทรมานทางกายเท่านั้น แต่ยังเป็การเปิดเผยถึงความทุกข์ใจและความสูญเสียที่เ้าของร่างเดิมต้องเผชิญ เธอรู้สึกถึงความรู้สึกอับอายและความทรงจำที่ยังคงอยู่ในใจ แม้ในปัจจุบันจะไม่สามารถเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดได้ แต่ความรู้สึกที่ลึกซึ้งนี้ทำให้เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงและความเข้าใจต่อประสบการณ์ของเ้าของร่างเดิม
เ้าของร่างเดิม ฉิน เสี่ยวเฟิง เติบโตในเงามืดของจวนแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพผู้มีลูกนับสิบคนกระจายไปทั่วแผ่นดิน โดยไม่เคยสนใจหรือใยดีถึงความรู้สึกของเธอและแม่ที่เป็เพียงสาวใช้ในจวน ชีวิตของเธอถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบงันและความไม่ยุติธรรม
แม่ของเธอเป็เพียงสาวใช้ที่ถูกเลือกให้เป็นางสนมของท่านแม่ทัพ ผู้ซึ่งไม่มีความรู้สึกถึงความรักหรือความสงสารต่อเธอและแม่ แม้จะมีความรักและอุปการะจากแม่ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็เพียงความเงียบงันและการปฏิเสธจากครอบครัวที่ใหญ่โตของพ่อ
แม้จะเป็ลูกของท่านแม่ทัพใหญ่ แต่เสี่ยวเฟิงกลับต้องเผชิญหน้ากับความอึดอัดและความรู้สึกที่ไม่เป็ธรรมในทุกย่างก้าว ความแค้นและความเ็ปเกิดขึ้นในใจของเธอ
เธอรู้ดีว่าความยุติธรรมในครอบครัวไม่เคยมีให้เธอ และชีวิตของเธอต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่เธอจะไม่ยอมแพ้ ความมุ่งมั่นปรากฏภายในแววตาของเธอ
“อ่อนแอ เสียจนน่าสงสารจริงๆ ท่านแม่ของข้า” ฉิน เสี่ยวเฟิง กล่าวด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความเ็ปและความผิดหวัง
แม่ของเธอเป็เพียงสาวใช้ผู้หนึ่งที่ไม่เคยคิดที่จะดิ้นรนหรือเรียกร้องความยุติธรรมให้ตนเองและลูกสาว แม้จะโดนรังแกขนาดนี้ก็ยังคงมัวแต่ก้มหน้ารับกรรมโดยไม่ปริปากพูดถึงความทุกข์ที่เกิดขึ้น
แต่เธอก็ไม่ได้กล่าวโทษหรือตำหนิท่านแม่ของเธอเลยแม้แต่น้อย ความรักและความเข้าใจที่เธอมีต่อท่านแม่ยังคงแข็งแกร่งเช่นเดิม แม้เธอจะมาอยู่ในยุคที่ต่างออกไปย่อมมีความคิดความรู้สึกที่แตกต่างเธอให้คำมั่นสัญญาว่าจะแก้แค้นในส่วนของผู้เป็แม่ให้ด้วย
ในขณะที่ ฉิน เสี่ยวเฟิง กำลังจมอยู่ในจินตนาการของตนเอง หญิงวัยกลางคนในชุดของสาวใช้เปิดประตูเข้ามาอย่างช้าๆ ด้วยความกังวลใจและน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
"ลูกแม่ เ้าเจ็บมากไหม" เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความรักความห่วงใย "เดี๋ยวแม่จะทายาให้"
ฉิน เสี่ยวเฟิง หันมาจ้องมองที่ใบหน้าของแม่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรัก แม้าแจะทำให้รู้สึกเ็ป แต่การมาของแม่ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาก
ใบหน้าของแม่ดูงดงามไม่น้อย แม้จะไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัวอย่างพิถีพิถัน แต่แม่ของ ฉิน เสี่ยวเฟิง นั้นปล่อยตัวเองเป็อย่างมาก เพราะเธอคิดว่าตนเองเป็เพียงแค่สาวใช้ธรรมดา
“ท่านแม่ พวกเราออกจากตระกูลแห่งนี้กันเถอะ” ฉิน เสี่ยวเฟิง กล่าวด้วยความความมุ่งมั่น
แม่ของเธอ มองลูกสาวของเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความเ็ป “เสี่ยวเฟิง ข้า… ข้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้” น้ำเสียงของเธอนั้นสั่นเครือและเศร้าสร้อย
แม่ของเธอถอนหายใจและส่ายหัวเบาๆ “ข้ารักท่านแม่ทัพ ข้าไม่มีวันที่จะทิ้งท่านไปไหน”
“หึ ตามแต่ใจท่านเถิด..” เมื่อได้ยินเช่นนี้นางก็ไม่มีอะไรที่จะพูดกับแม่ของนางอีก หากเป็นางเพียงคนเดียวนางคงหลีกหนีไปจากสถานที่แห่งนี้ไปในสถานที่ไกลแสนไกล