นิสัยข้าเปลี่ยนยาก

    บทที่ ๑๗ ภารกิจนอกเกาะ (2)

             

            ภายใต้ความกังวลที่มองไม่เห็นไม่ว่าอาวุธวิญญาณจะเป็นอาวุธระดับล่างหรือไม่ คงต้องจำใจยอมรับแล้วละ

            เสื้อคลุมไหล่ปีศาจช่วยรับแรงรัดจากงูวิญญาณได้ชั้นหนึ่งนางจึงมีเวลาตั้งสมาธิแล้วเรียกอาวุธวิญญาณออกมา ปรากฏฉินโบราณคันหนึ่งพลังวิญญาณแข็งกล้าลอยวนอยู่รอบๆ นางไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

            ในบรรดาอาวุธวิญญาณทั้งหมดการโจมตีด้วยเสียงถือว่านุ่มนวลอ่อนโยนที่สุดแล้วมิหนำซ้ำยังต้องใช้เวลานานในการทำให้ศัตรูสิ้นชีพ ที่แย่กว่านั้นคือ...ใช้อย่างไร?

            หลินหลานหรูจึงกรีดนิ้วบนสายพิณมั่วๆแล้วส่งพลังออกไป

            เหมือนจะใช้ได้ผล!ทั้งนางและงูวิญญาณต่างอึ้งในผลลัพธ์ของมัน ...นอกจากจะไม่ระคายผิวงูแล้วเสียงพิณยังห่วยยิ่ง

            ข้าต้องปรับสายพิณสักหน่อยหรือไม่

            พูดถึงกู่ฉินเห็นทีคงจะมีแต่เพลงพิณสังหารแล้วที่มีอยู่ในหัวของนางเวลานี้บนเกาะอาจารย์สิบแปดท่านไม่มีใครสอนให้ใช้อาวุธวิญญาณและการบ่มเพาะพลังทิพย์เน้นกำลังภายในและทักษะการต่อสู้ที่ทรงพลัง ศาสตร์คนละแขนงจะผนวกรวมกันได้อย่างไรแค่เรียนทั้งสองอย่างร่วมกัน ร่างกายนางไม่ระเบิดเป็นอากาศก็นับว่าสวรรค์เมตตาแล้ว

            ในช่วงเวลาเป็นตายนี้หลินหลานหรูพลันเกิดความคิดบ้าบิ่นและขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบนึกอยากลองใช้เคล็ดวิชาเพลงพิณต้องห้ามที่ได้มาจากอาจารย์ฝูเต้าเมื่อครั้งอยู่ในเมืองหนานจิงครั้งนั้นที่วางแผนไปทั้งหมด นางตั้งใจมอบเคล็ดวิชานี้ให้เฉิงอิ้นตั้งใจไว้ว่ารอเขากลับมาหานางหลังผ่านไปห้าปีเมื่อไรจะให้เขาฝึกไฉนกลับต้องมาฝึกใช้เอง?

            เดิมทีเคล็ดวิชาเพลงพิณต้องห้ามมีทั้งหมดสี่ขั้นคือฝัน หลงใหล มายา และสังหาร

            นางเป็นศิษย์ที่ไม่มีอาจารย์ทั้งยังหัวดื้ออวดเก่งแต่กลัวตายจึงข้ามขั้นไปฝึกขั้นที่สี่ซึ่งเป็นบทเพลงสังหารเสียเลยจะมีศิษย์คนใดบ้าดีเดือดได้เท่านาง

            'ความตายเป็นเรื่องที่ควรอยู่ให้ห่างแล้วเจ้าจะอายุยืน' ปรัชญาที่หลินหลานหรูตั้งตีขึ้น แต่ทว่าเส้นกั้นระหว่างปัญญาอ่อนกับอัจฉริยะของนางเหลื่อมกันแค่คืบตายหนนี้ตาเฒ่าเคราเงินไม่มีทางปล่อยให้กลับมาเกิดใหม่อีกแน่กลับกันหากรอดไปได้ทั้งหมดนี้ก็คือกำไรของนางแล้ว

            ท่วงทำนองเพลงพิณทั้งสี่รายเรียงอักษรขึ้นมาในสมองหลินหลานหรูมองหาทำนองเพลงพิณสังหาร ก่อนวางมือสัมผัสสายพิษราวกับทำจิตให้สงบ

            เมื่อเสียงสัมผัสแรกดังขึ้นคือแข็งกร้าวและดุดันนำพาให้สั่นสะเทือนไปทั้งหอเสอหลิง ต่อมาจึงค่อยนุ่มนวลอ่อนเบา พรมนิ้วไปบนสายพิณทุกเส้นลงน้ำหนักและจังหวะหนักหน่วงทุกท่วงทำนองบีบคั้นทรมานและอัดแน่นด้วยจิตสังหาร กระทั่งห้วงสุดท้ายกระหน่ำรัวอย่างบ้าคลั่งประหนึ่งปีศาจกระหายความตายไอมารแผ่กำจายวนเวียนเป็นมวลอากาศพิษเข้มข้นนัยน์ตาที่เคยงดงามสาดประกายสีแดงเพลิง

            เพียงเวลาไม่ถึงชั่วอึดใจงูวิญญาณดิ้นดับหมดสภาพ นอนหายใจรวยรินรอเวลาไปเยือนปรโลก

            สำเร็จแล้วแต่หลินหลานหรูกระอักเลือด

            นางสะบัดมือเก็บพิณวิญญาณก่อนสกัดจุดบนร่างในทันทีหยุดการไหลเวียนของเลือดที่ผิดปกติและจุดเส้นลมปราณที่แตกซ่านนิ้วมือขาวผ่องทั้งสองข้างบัดนี้สั่นระริกตัดกับสีเลือดบนปลายนิ้วการใช้กำลังภายในลงไปกับเสียงเพลงและความสิ้นคิดที่ข้ามไปใช้ขั้นที่สี่ของเพลงพิณต้องห้ามขาดทั้งพื้นฐานและความชำนาญ หากเป็นกู่ฉินธรรมดาสายคงขาดไปนานแล้ว

            ขุมพลังระลอกใหม่ตีกลับให้นางกระอักเลือดเป็นครั้งที่สองตวัดมือเกร็งพลังทิพย์ของอู่เทียนไฉ่เมื่อคราวก่อน ช่วยพยุงพลังวิญญาณของตนเองขณะที่มืออีกข้างคว้าจับต้นเสา ใช้เวลาประคองสติได้สักพักก็ฝืนพาร่างกายอันแสนสาหัสออกจากหอเสอหลิงเดินข้ามงูวิญญาณที่หยุดการเคลื่อนไหวแน่นิ่งประหนึ่งตายแล้ว

            อานุภาพของเพลงพิณต้องห้ามน่าครั่นคร้ามนักร้ายแรงกว่าที่คาดไว้หลายเท่างูวิญญาณตัวนี้ตำนานเล่าว่าฤทธิ์เยอะเทียบเท่าสัตว์เทพหลงเทียนในแดนมนุษย์พ่ายแพ้ให้กับเพลงพิณต้องห้ามจากปรมาจารย์กู่ฉินอัจฉริยะส่วนหนึ่งอาศัยพลังวิญญาณจากฉินโบราณคันนั้นด้วยมิเช่นนั้นแล้วผลที่ออกมาคงไม่ถึงครึ่ง

            หลินหลานหรูเดินกึ่งไร้กึ่งมีสติออกจากหอเสอหลิงอย่างยากลำบากเลือดสีแดงสดจากบาดแผลที่ถูกกระแสพลังฟาดหยดไปตลอดทาง เมื่อเห็นท้องฟ้าด้านนอกยังมืดสนิทจึงเบาใจไปกว่าครึ่งลัดเลาะไปตามแนวป่ากระทั่งถึงโรงนอนที่สอง

            ทว่านางแปลกใจที่เห็นเด็กฝึกหมายเลขอื่นกลับมาจากการทำภารกิจเจ็ดวันนั้นแล้วทั้งที่ฟ้ายังไม่ทันสว่างพวกเขาไม่น่ากลับมาเร็วถึงเพียงนี้ต่อให้รีบกลับเพียงใดช้าสุดก็ต้องรอถึงช่วงบ่ายของวันนี้

            ดวงตาเรียวรีที่กึ่งปรือกึ่งปิดนางรู้สึกสับสนกับช่วงเวลา อีกอย่างนางยังรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ลดลงฮวบฮาบจนน่าตกใจทันทีที่เดินมาถึงฟูกที่นอนก็ไม่อาจฝืนทรงตัวได้อีกหมดสติไปด้วยอาการสาหัสภายในอย่างรุนแรงนับแต่นั้น...

             

             

            "นางหายไปกี่วัน?"

            "เรียนผู้คุมใหญ่ สามวันค่ะ"เด็กสาวร่างกำยำล่ำสันเอ่ยรายงาน "หลังจากทำภารกิจพิเศษเร่งด่วนลุล่วงกลับมาวันแรกข้าน้อยก็ไม่พบนาง และไม่ทันเฉลียวใจในเรื่องนี้จึงไม่ได้ออกตามหาแต่วันที่สามแล้วก็ยังไม่เห็นนางกลับมาข้าน้อยจึงไปหารองผู้คุมเพื่อตรวจสอบบัญชีหมายเลข พบว่านางยังไปตายอีกทั้งยังอยู่ในเขตค่ายฝึก

            จนกระทั่งเมื่อเช้าตื่นขึ้นมาถึงเห็นนางนอนหมดสติทั้งตัวชุ่มเลือดชีพจรเต้นอ่อนพวกข้าน้อยจึงช่วยกันเคลื่อนย้ายกำลังภายในเพื่อประคองพลังชีวิตที่เหลือน้อยเต็มทีให้นางเรื่องทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้ตอนนี้นางยังไม่ได้สติข้าน้อยจึงไม่ทราบสาเหตุของบาดแผลพวกนั้น"

            "หมายเลขหนึ่งรู้หรือไม่"ผู้คุมใหญ่ยังคงไต่ถามอย่างสงบสุขุมโครงหน้าเคร่งขรึมมีเหลี่ยมสันไม่แสดงความรู้สึกว่าคล้อยตามหรือต่อต้านทว่าในใจกลับมีรอยยิ้มไม่น่าไว้วางใจ เห็นช่องทางเหมาะจะเล่นงานคนรางๆ

            "เรื่องนี้หมายเลขหนึ่งไม่ทราบเจ้าค่ะพวกข้าน้อยเกรงว่าหมายเลขหนึ่งจะเล่นงานช่วงที่นางกำลังบาดเจ็บจึงได้ปิดปากเงียบและให้คนเฝ้าโรงนอนที่สองไว้ตลอด"

            ผู้คุมใหญ่นิ่งคิดเล็กน้อยก่อนเลื่อนมือไปทางกล่องไม้เนื้อบางสีน้ำตาล ตัดขอบให้เกลี้ยงมนเปิดฝาแล้วหยิบขวดยาสีเลือดนกออกมา ส่งให้เด็กสาวร่างกำยำล่ำสันตรงหน้า"เอายารักษาอาการบาดเจ็บภายในให้นางกินทุกวัน รอจนบาดแผลภายนอกสมานตัวหน้ามีสีเลือดแล้วก็ไม่ต้องให้นางกินยาต่อ ฟื้นเมื่อไรให้นางมาพบข้า"

            "ทราบแล้วเจ้าค่ะ"เด็กสาวเก็บขวดยาด้วยสีหน้ายินดี ประสานมือคารวะแล้วถอยออกไป

            แววตาผู้คุมใหญ่มีประกายยิ้มรออีกเล็กน้อยก็ไม่อาจปกปิดรอยยิ้มบนใบหน้าได้ เขากำลังหาทางเล่นงานเด็กฝึกนางนี้อยู่ช่างโชคดีนักที่นางหายไปแล้วกลับมาในสภาพอาบเลือดเช่นนั้น

             

             

            หลินหลานหรูไม่รู้สึกตัวว่าตนเองหายไปถึงสามวันเต็มๆในหอเสอหลิง

            หอเสอหลิงลงอักขระยันต์แผ่นใหญ่ไว้บนฐานหอชั้นล่างเป็นค่ายกลบิดเบือนเวลาเพื่อเก็บรักษาอาวุธวิญญาณและเคล็ดวิชา ผนวกกับเหมาะแก่การใช้ฝึกฝนวิชาได้ก้าวกระโดดแม้เวลาภายนอกหอผ่านไปแล้วหนึ่งวันคนที่อยู่ข้างในจึงแค่รู้สึกว่าผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้นรวมเวลาทั้งหมดที่หลินหลานหรูอยู่ข้างใน นับเป็นสามชั่วยามพอดิบพอดีข้างนอกจึงผ่านไปถึงสามวัน

            อู่เทียนไฉ่พูดเพียงครึ่งก็หายไปประหนึ่งหมอกควันเขาบอกให้ใช้เวลาให้เร็วที่สุดก็เพื่อการนี้เองเวลานี้นางเหมือนคนไม่ได้นอนหลับมาสามวันเต็มหลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บสาหัสจึงสลบเหมือดไปอีกสามวัน

            "เจ้า... เอาเรื่องที่ข้าหายไปแล้วกลับมาในสภาพกึ่งคนกึ่งผีไปบอกผู้คุมใหญ่แล้วหรือ" หลินหลานหรูเอ่ยเสียงยานคางคล้ายขี้เกียจพูดมากกว่าจะตกใจกับเรื่องที่ถูกหักหลัง

            "ลูกพี่! ข้าเป็นห่วงเจ้าหากไม่รายงานผู้คุมเผื่อก่อน เกิดเจ้าตายขึ้นมาพวกข้าจะทำอย่างไรตราบใดที่หมายเลขหนึ่งยังจ้องจะเล่นงานเจ้า นั่นหมายถึงพวกข้าย่อมมีสิทธิ์โดนด้วยเจ้าอาจเห็นเป็นเรื่องเล็กแล้วขี้เกียจต่อไปแต่ชีวิตพวกข้าแปดคนขึ้นอยู่กับเจ้ารู้หรือไม่!"

            หลินหลานหรูปรือตามองเด็กสาวร่างกำยำล่ำสันหมายเลขเก้าสิบเอ็ดที่กำลังกระทืบเท้าตำหนินางอย่างไม่พอใจภาพนี้ชวนให้รู้สึกเหมือนบุรุษฉกรรจ์แต่งกายเป็นหญิงอย่างไรอย่างนั้น

            "เก้าสิบเอ็ด เอาไว้พรุ่งนี้ข้าจะสังหารหมายเลขหนึ่งให้เจ้าจะได้ไม่ระแวงดีหรือไม่" นางงึมงำอีกสองสามคำแล้วก็หลับไป

            "นี่! เจ้า... ลูกพี่!"เก้าสิบเอ็ดจนใจ คิดจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเปื้อนเลือดให้หลินหลานหรูแต่นางดันหลับไปอีกแล้ว

            หากลูกพี่ของนางไม่สวมเสื้อคลุมปีศาจผีสิงตัวนี้อยู่คงเปลี่ยนให้ได้ไม่ยากทว่าเมื่อไรที่หลินหลานหรูได้สวมเสื้อคลุมแล้วคิดถอดออกจากตัวนางนั้นกลับกลายเป็นการกระทำที่โง่งมยิ่งเชือกผูกสีดำเส้นนั้นราวกับซ้อนคมมีดไว้ หลายปีมานี้มีหลายคนคิดถอดออกแต่กลับได้เลือดกลับมาทุกที ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องขโมยเสื้อมาเป็นสมบัติตนเพราะไม่มีใครสวมมันได้นอกจากหลินหลานหรูผู้เดียว

            เรื่องนี้จึงนับว่าแปลกนักถึงอย่างนั้นเพราะความพิเศษนี้พวกนางจึงยกหลินหลานหรูให้เป็นพี่ใหญ่แม้วรยุทธ์อ่อนหัดแต่ฉลาดเป็นกรดจึงวางใจให้คุ้มครองพวกตนที่ยังเหลือรอดแปดคนในโรงนอนที่สองซึ่งไม่นับรวมสิบเก้ากับสี่สิบเอ็ด สามคนนั้นเป็นสหายกันพวกนางแปดคนมิอาจเทียบเคียงเป็นสหายได้

             

             

            วันถัดมาหลินหลานหรูตื่นขึ้นในช่วงสาย ดวงอาทิตย์แผ่รัศมีแรงกล้าลอยเหนือศีรษะเห็นเก้าสิบเอ็ดนั่งพับผ้าห่มที่ซักแล้วอยู่ไม่ไกล บนพื้นทางเดินมีที่ว่างสะอาดๆพอให้วางพับผ้าห่มสิบกว่าผืนได้อย่างไม่ขัดสายตา

            "ตื่นแล้วหรือตื่นแล้วก็ไปหาผู้คุมใหญ่ได้แล้วกระมังหากเจ้ายังนอนต่อข้าจะแบกเจ้าออกไปทั้งฟูกที่นอนเลยคอยดู"เก้าสิบเอ็ดเงยหน้ามองแค่แวบเดียวก็พับผ้าห่มต่อ ในคำพูดแฝงการข่มขู่แต่น้ำเสียงกลับฟังแง่งอนเสียมากกว่า

            หลินหลานหรูขยับผ้าห่มเล็กน้อยก่อนลุกขึ้นนั่งไม่ได้ตอบรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เอ่ยถามอีกเรื่องที่อยากรู้แทน "คนอื่นๆเล่า"

            ช่วงที่นางบาดเจ็บได้ยินจากเก้าสิบเอ็ดบอกว่าผู้คุมใหญ่ให้ยามาขวดหนึ่งเขาคงคลางแคลงใจอาการบาดเจ็บของนางไม่น้อยกระมังถึงได้ส่งยาชั้นดีเช่นนั้นมาให้ยังดีที่ยารักษาอาการบาดเจ็บภายในที่เขาส่งมาไม่พบสิ่งผิดปกติใด ลึกๆต่อให้ชิงชังผู้ใต้บังคับบัญชาแค่ไหน แต่กลัวเสียหน้ามากกว่าที่ปล่อยให้เด็กฝึกในความควบคุมดูแลของตนตาย

            "วันนี้มีหีบอาวุธหลายใบขนจากเรือสำเภาหกลำขึ้นมาทุกคนจึงถูกเรียกไปทำงานนั้นชั่วคราวเว้นแต่ข้าคนเดียวที่ติดอยู่กับเจ้าที่นี่"

            หลังเด็กฝึกยี่สิบคนออกไปทำภารกิจนอกเกาะครึ่งปีจำนวนผู้คุมบนเกาะจึงลดน้อยถอยลง แค่จะหาคนไปยกหีบอาวุธยังขาดแคลนถ้าเช่นนั้นผู้คุมใหญ่คงจำใจอนุญาตให้เด็กฝึกอย่างพวกนางเข้าออกอาคารส่วนกลางได้ตามสะดวกแล้วกระมัง

            คิดถึงตรงนี้แววตาหลินหลานหรูเป็นประกายวิบวับหกเดือนก่อนนางเพิ่งสังหารหมายเลขยี่สิบไป ถึงคราวต้องใช้สิทธิ์ของหมายเลขนี้แล้ว"ข้าจะไปหาผู้คุมใหญ่ เจ้าก็รีบไปช่วยพวกเขาขนหีบอาวุธเถอะ"

            กล่าวจบนางจึงลุกขึ้นผลัดเสื้อผ้าชุดเปื้อนเลือดตัวเก่าเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อวานซืน เพราะเริ่มส่งกลิ่นนางเป็นคนรักสะอาดก็จริงแต่เพราะความขี้เกียจมีมากเกินกว่าจนกระทั่งเมื่อวานซืนที่ความขี้เกียจเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ยามนั้นเก้าสิบเอ็ดขำจนจุกร่างกำยำของนางสั่นเทิ้มราวกับไม่เคยเห็นเรื่องตลกขบขันเช่นนี้มาก่อนหลินหลานหรูถึงกับมองค้อนอีกฝ่ายตาดุ

            เก้าสิบเอ็ดมองความเปลี่ยนแปลงนี้ของหลินหลานหรูก็อึ้งกิมกี่จากง่วงซึมเมื่อครู่กลายเป็นกระปรี้กระเปร่าในพริบตา จริงอยู่ที่หลินหลานหรูพักฟื้นมาหลายวันแต่ไม่เคยเห็นใครบาดเจ็บสาหัสแล้วฟื้นตัวได้รวดเร็วเท่านี้

            สีหน้าเก้าสิบเอ็ดอยู่ในสายตาของหลินหลานหรูตลอด"เจ้าคงเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ข้าแล้วกระมัง"นางตัดต้นอ่อนความระแวงสงสัยที่อาจก่อหายนะให้ในอนาคตในหัวของเก้าสิบเอ็ดทิ้ง

            ช่วงนี้นางต้องระมัดระวังเป็นพิเศษที่ฟื้นตัวได้รวดเร็วอาจหยิบขวดยาสีเลือดนกของผู้คุมใหญ่มากล่าวอ้างได้หากแต่เรื่องที่นางลอบเข้าหอเสอหลิงแล้วขโมยอาวุธวิญญาณอีกทั้งยังมีวิชามารไหลเวียนอยู่ในร่างกายนั้นเป็นเรื่องที่คนบนเกาะจะรู้ไม่ได้เด็ดขาด

            "เออ... นั่นไงข้าเตรียมไว้แล้วอยู่ในกล่อง"เมื่อถูกเปลี่ยนเรื่องกะทันหันเก้าสิบเอ็ดจึงงันไปเล็กน้อยก่อนชี้ไปที่กล่องไม้ไผ่ใกล้เท้าหลินหลานหรู

            พับผ้าห่มเสร็จแล้วแต่เก้าสิบเอ็ดเหมือนเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงล้วงของในแถบรัดเอวออกมา"ลูกพี่ นี่คือของที่เจ้าต้องการใช่หรือไม่"

            หลินหลานหรูผูกผ้าคาดศีรษะเสร็จจึงเปลี่ยนมือมารับของสิ้นเล็กที่เก้าสิบเอ็ดโยนมา

            "ในโรงฝึกมีอาวุธหลายชิ้นที่ชำรุดส่วนใหญ่แล้วจะถูกผู้คุมเก็บกวาดในทันทีของที่เจ้าต้องการข้าหาอยู่หลายวันยังหามาแทบไม่ได้ที่อยู่ในมือเจ้าได้คนของโรงนอนที่สี่หามา แลกกับอาวุธชั้นยอดสองชิ้นข้าขาดทุนไปมาก ถ้ายังไม่ใช่ที่เจ้าต้องการอยู่อีกละก็ทั่วทั้งเกาะนี้คงไม่มีของให้เจ้าแล้วละ"

            อาวุธที่คนของพรรคมารผลิตขึ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะแต่เปลี่ยนรูปแบบใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่เคยซ้ำประหนึ่งว่าผลิตขึ้นมาให้เหมาะกับภารกิจหนึ่งภารกิจใดเท่านั้น เมื่อเสร็จสิ้นงานหลักฐานทุกอย่างจึงถูกทำลายไปด้วย ดังนั้นถ้าอยากได้ของจึงค่อนข้างหายาก

            "ไม่เป็นไร เจ้าทำดีแล้ว"หลินหลานหรูยกของชิ้นน้อยขึ้นสำรวจ หัวลูกธนูเหล็กเจ็ดแฉกสะท้อนแสงเล็กน้อยฝั่งหนึ่งมีคราบเขม่าควันดำๆ กลืนไปกับเนื้อเหล็ก แต่ตรงข้อต่อไม่มีรอยขีดเล็กๆสองขีดให้เห็น ไม่ใช่หัวลูกธนูแบบเดียวกันแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่เกี่ยวข้องกัน

            "ข้าจะไปแล้วเจ้าก็รีบไปหาผู้คุมใหญ่แล้วกัน" เก้าสิบเอ็ดพูดทิ้งไว้

            แผ่นหลังเก้าสิบเอ็ดหายลับออกจากโรงนอนหลินหลานหรูมองหัวลูกธนูต่ออีกชั่วประเดี๋ยวก็เก็บยัดใต้แถบรัดเอวก้มลงเปิดฝากล่องไม้ไผ่แล้วหยิบซาลาเปาไส้เนื้อออกมาสองลูก กัดไปคำหนึ่งจากนั้นค่อยเดินตามหลังเก้าสิบเอ็ดออกไปเงียบๆ

            เห็นเก้าสิบเอ็ดเดินเลี้ยวไปทางทิศใต้ของอาคารส่วนกลางที่นั่นเป็นคลังเก็บอาวุธที่มีการคุ้มกันเข้มงวดและหนาแน่นหลินหลานหรูยืนมองไม่นาน กัดซาลาเปาลูกสุดท้ายหมดจึงมุ่งหน้าไปหาผู้คุมใหญ่ทางทิศเหนือ

             

             

            อาคารสูงสามชั้นอยู่ตรงหน้าแต่บรรยากาศกดดันไม่ต้อนรับแขกลอยวนเวียนแทบอยากหมุนตัวกลับ

            "ผู้คุมใหญ่ ข้าน้อยมาแล้ว"หลินหลานหรูยืนสงบนิ่งเอ่ยอยู่หน้าประตูฉลุลายงดงาม

            ผู้คุมใหญ่กล่าวอนุญาตก่อนโบกมือให้ผู้นำส่งบัญชีรายการอาวุธสองคนในห้องจากไป

            เขาพับปิดบัญชีที่ระบุรายการและรายละเอียดของอาวุธแปดชนิดจากเรือสำเภาทั้งหมดหกลำใหญ่พอดีกับหลินหลานหรูเดินสวนเข้ามาดวงตาคมเฉียบจึงสบประสานกับแววตามีเล่ห์ของเด็กสาวที่เวลานี้ยืนสงบเยือกเย็นอยู่กลางห้อง แม้จะเพิ่งอายุสิบสองย่างเข้าสิบสามแต่ดูเป็นผู้ใหญ่และลึกลับเกินตัว

            ทว่าแค่เด็กอายุย่างเข้าสิบสามจะมีอะไรซับซ้อนให้ต้องคิดมากมิหนำซ้ำยังขี้เกียจเป็นนิสัยจำได้ว่าพักก่อนมีเด็กฝึกคนหนึ่งในค่ายรายงานพฤติกรรมของนางที่เอาแต่นอนไม่ยอมฝึกฝนน่าแปลกใจที่วันทดสอบใหญ่เหตุใดไม่ถูกตัดนิ้วเท้าเมื่อคิดว่านางเพียงแต่พึ่งพาสิบเก้ากับสี่สิบเอ็ดจึงอดดูถูกดูแคลนในใจไม่ได้

            ดวงตาชิงชังแฝงแววเดียดฉันท์ของผู้คุมใหญ่ฉายชัดประดุจเห็นหลินหลานหรูเป็นคนโง่ นางเคยคาดเดาไปต่างๆนานาถึงบ่อเกิดของความชิงชังในแววตาของผู้คุมใหญ่นี้ ซึ่งดูเหมือนเขาจะวางคนสมองสกปรกประเภทชอบเกาะผู้อื่นเอาตัวรอดอย่างนางไว้นอกสายตา

            กระนั้นแม้พูดว่านอกสายตาแล้วแต่ยังจับผิดหาทางเล่นงานนางไม่หยุดหย่อนต้นเหตุส่วนหนึ่งคงมาจากสิบเก้าที่ผู้คุมใหญ่รักเอ็นดูเหมือนบุตรคงมิชอบใจที่บุตรคบสหายคล้ายปลิงดูดเลือดเนื้ออย่างนาง

            หลินหลานหรูไม่แยแสสะบัดปัดกวาดความคิดไร้สาระเหล่านี้ทิ้งไป ต่อให้ผู้คุมใหญ่เก่งกาจมาจากไหนในสายตานางเขาก็แค่สมุนพรรคมารปลายแถวผู้หนึ่งเท่านั้นมีค่าอะไรให้ต้องลดตัวมาต่อกร แม้แต่อู่เทียนไฉ่นางยังจะถอนหงอกเขาสักวัน

            สักพักต่อมาผู้คุมใหญ่ค่อยเก็บสายตาชิงชังนั้นลงก่อนโยนหินถามทางไปหนึ่งประโยค "เก้าสิบเอ็ดมาหาข้า"

            เอ่ยไปแล้วก็ลอบสังเกตปฏิกิริยาของหลินหลานหรูว่าร้อนตัวเรื่องใดหรือไม่แต่กลับต้องชื่นชม เพราะนางไม่เผยพิรุธใดออกมาเขาจึงเอ่ยเรื่องที่ใกล้ตัวมากขึ้นไปอีก"วันก่อนรองผู้คุมได้ส่งรายงานมาสองฉบับ ฉบับแรกรายงานว่าสัตว์วิญญาณในหอเสอหลิงบาดเจ็บน่าแปลกใจที่มันถูกทำร้ายด้วยวิชาสูงสุดของพรรคมารทั้งยังมาจากอาวุธวิญญาณเสียด้วย

            ข้ามีวิธีตรวจสอบได้ว่าผู้ใดครอบครองอาวุธวิญญาณอยู่ในขณะนี้เพียงแต่ต้องแล่เนื้อเถือหนังคนผู้นั้นเพื่อตรวจสอบ ซึ่งเหมือนจะโหดเกินไปมิสู้เจ้าทายดูสักหน่อยว่าเป็นฝีมือใครกันความเมตตานี้ของเจ้าอาจทำให้คนทรยศผู้นั้นหลุดพ้นจากความทรมานแล้วมองเจ้าด้วยความซาบซึ้ง"

            กล่าวมายืดยาวสามพันลี้เข้าหูหลินหลานหรูอยู่ประโยคเดียว 'สัตว์วิญญาณในหอเสอหลิงบาดเจ็บ' โฮ? ที่แท้ก็ยังไม่ตาย จิ๊ๆๆ น่าเสียดายจริงแท้

            "คงมีแต่ท่านประมุขพรรคมารกระมังเจ้าคะที่ทำเรื่องเช่นนี้ได้คราวก่อนท่านยังเคยเอ่ยเรื่องนี้ให้สิบเก้าฟัง ข้าน้อยเสียใจที่หักหลังสหายเอ่ยเรื่องนี้กลับท่านแต่ดูเหมือนท่านกำลังสงสัยเรื่องที่ข้าหายตัวไปจึงคิดหยั่งเชิงข้าน้อยด้วยสัตว์วิญญาณในหอเสอหลิง เฮ้อ...คงทำให้ท่านผิดหวังไม่น้อย"

             

    คล้ายกับเรื่องนิสัยข้าเปลี่ยนยาก ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775