เวลาย่ำค่ำใต้ซุ้มกระทกรกอาหารถูกจัดวางบนโต๊ะโดยมีสมาชิกสมคม ”คนว่างยามเช้า” นั่งอยู่พร้อมเพียง อาปลัดนั่งข้างกระติกน้ำแข็งตรงหน้ามีแก้วทรงเตี้ยใส่เหล้านอกผสมโซดาวางอยู่ป้าวรรณากำลังจัดจานตักเข้าสวยใส่จานยายดาวเรืองกำลังอาบน้ำให้แก้วมุกดาอีกไม่นานก็คงเสร็จ
...
ซุ้มกระทกรกที่เพิ่งสร้างเสร็จก่อนหน้าฝนปีที่แล้วเครือกระทกรกกำลังเลื้อยยาว ทอดยอดปกคลุมโครงเหล็กที่สร้างด้วยสมชายกับนิรุจติ์ ที่ปีนขึ้นไปเชื่อมเหล็กมีปณตมาวางแปลน ควบคุมงานก่อสร้าง อาปลัดเป็เ้าภาพยืนดูงานเอามือไพล่หลังชี้โบ๊ชี้เบ๊ คอยสั่งการอยู่ข้างล่าง
เวลาอยากได้อะไรยายดาวเรืองเพียงเอ่ยปากคนในซอยก็พร้อมใจลงมือทำให้โครงเหล็กสร้างแค่สองวันก็เสร็จเสร็จเร็วจนเ้าของโครงการยังไม่มีเวลามาดูงานเลยซ้ำ
“โหแม่ เสร็จไวอะ กลางยังไม่มีเวลามาดูช่วยเลย”มะลิฉัตรส่งเสียงใเมื่อเห็นโครงเหล็กที่เธอ้าตั้งเด่นหน้าบ้านขนาดและแบบตรงตามที่เธอออกแบบเป๊ะหลายวันมานี้เธอกลับบ้านดึก ออกจากบ้านเช้าเลยไม่มีเวลาแวะดูสักเท่าไหร่ หากแต่วันนี้พอมีเวลาเลยมากินข้าวเช้ากับดูงานสักหน่อย
“ปณตเขาเป็นายช่างงานเลยเสร็จเร็ว” ยายดาวเรืองพูดขณะตักข้าวต้มไก่ใส่ชามให้ลูกสาวคนกลางมะลิฉัตรกล่าวขอบคุณพร้อมตักกระเทียมเจียวใส่ช้อนพู
“เดี๋ยวหาโต๊ะไม้เก้าอี้ยาวมาวางก็คอมพลีท” น้ำเสียงมะลิฉัตรค่อนข้างพอใจในผลงานที่ได้เป็อย่างมากอีตาพ่อม่ายนี่ก็เก่งแฮะ เก็บงานละเอียด กะระยะได้พอดี ฐานก็แข็งแรง สมกับเป็วิศวกรมะลิฉัตรชื่นชมปณตในใจ
“เจอหน้าก็อย่าลืมขอบคุณเขาล่ะ”ยายดาวเรืองพูดเตือนขึ้น
“จ้าเดี๋ยวเดินไปบอกเลยจ้า กินเสร็จจะเดินไปบอกถึงบ้านเลยจ้า”ลูกสาวคนกลางส่งน้ำเสียงยียวนเล็กน้อย
“ป่านนี้เขาออกไปทำงานแล้วเจอหน้าค่อยขอบคุณเอา” ยายดาวเรืองพูดเบาๆก่อนยกแก้วไข่ลวกเข้าปาก
มะลิฉัตรรู้สึกหมั่นไส้เล็กน้อยั้แ่บ้านพ่อม่ายย้ายมาอยู่ก็ดูแม่ของเธอจะโปรดปราณบ้านนั้นเป็พิเศษเธอเองก็คุ้นเคยและเอ็นดูลูกชายมากกว่าผู้เป็พ่อเพราะบ่อยครั้งที่พ่อม่ายนั้นไม่อยู่ แผ่นดินมักจะมานอนค้างที่บ้านประจำด้วยความเป็เด็กฉลาดช่างพูดช่างถาม เลยทำให้เธอชอบคุยกับแผ่นดินบ่อยๆเวลาเล่าอะไรให้ฟังดวงตากลมโตคมเข้มมักเบิกโพลงเป็ประกายหลานสาวพอเห็นคนโปรดของเธอตื่นเต้นก็จะตื่นเต้นตาม เป็ลูกคู่ที่เข้าขากันดีจริงๆ
ไม่กี่วันหลังจากโครงเหล็กเสร็จอาปลัดยกโต๊ะไม้ยาวที่ทำจากไม้เนื้อแข็งแผ่นใหญ่ทนทานต่อแดดและฝนขนาดแปดที่นั่งมาให้เป็โต๊ะเก่าที่ั้แ่เมียป่วยจนจากไปก็ไม่ได้ใช้จัดงานรับรองที่บ้านอีกเลย
“เอาไว้ตรงนี้แหล่ะคงดีกว่าตั้งอยู่บ้านเฉยๆ” อาปลัดบอกตอนที่ให้คนมาส่งส่วนเก้าอี้ยาวได้มาจากสมชายที่ทำงานในโรงไม้ทำขึ้นให้ยายดาวเรืองให้ค่าไม้กับค่าแรงไปแต่สมชายขอรับแค่ค่าไม้เท่านั้น
แล้วซุ้มองุ่นของมะลิฉัตรก็ถือว่าสมบูรณ์แบบอย่างที่เธอคิดไว้เพียงแต่ว่าเธอปลูกองุ่นไม่ขึ้นเท่านั้น
....
เสียงจอดรถหน้าบ้านฝั่งตรงข้ามดังขึ้นทำให้ทุกคนรู้ว่า บ้านพ่อม่ายได้กลับมาแล้วยังไม่ทันที่ยายดาวเรืองจะตักข้าวใส่จานเตรียมให้ปณตแผ่นดินก็วิ่งแทรกตัวเข้าประตูรั้วมาพร้อมกระเป๋านักเรียนใบใหม่ยกมือไหว้ทุกคนที่นั่งอยู่และตรงไปที่แก้วมุกดาที่นั่งกินข้าวคลุกปลาทู
“หนูดาพี่ได้กระเป๋าใหม่ใส่ขึ้น ป.1 สวยไหม?”แผ่นดินหยิบกระเป๋ามาอวดแก้วมุกดามองตาประกาย ใช้มือลูบไล้ไปทั่วกระเป๋า พยักหน้ารับรัวๆด้วยความชอบใจ
“พี่ซื้อนี่มาให้ด้วยนะสมุดระบายสี” แผ่นดินรูดซิปกระเป๋าเอาสมุดระบายสีออกมายื่นให้ แก้วมุกดา“ยิ้มแก้มแตก” (สำนวนยายดาวเรืองเวลาเห็นหลานสาวได้ของถูกใจ)เปิดดูหน้าต่างๆอย่างตื่นเต้นปีนลงจากโต๊ะกินข้าวจะวิ่งเข้าห้องหนังสือไปเอาสีมาระบาย
“เดี๋ยวก่อนหนูดากินข้าวให้อิ่มก่อน ค่อยไป” เด็กหญิงวิ่งกลับมาหน้าหงอถึงแม้เธอจะเป็ที่รักมากเพียงใดแต่ก็ไม่ได้ถูกตามใจไปทุกเื่ยายดาวเรืองค่อนข้างเข้มงวดเื่ระเบียบวินัย มารยาทแต่ตาสมัครมักหัวเราะลับหลังบ่อยๆเวลาที่ยายดาวเรืองสอนลูกสาวเื่ความเรียบร้อยผู้หญิงที่ขี่ควายแข่งจนชนะระดับตำบล ผู้หญิงที่แข่งพายเรือกับผู้ชายจนเข้าที่สองผู้หญิงที่ปีนหน้าต่างบ้านหนีไปดูลิเก ไม่น่าสอนใครให้เรียบร้อยได้
“ไม่เป็ไรนะหนูดาเดี๋ยวเรารีบกิน รีบไประบายสีกัน”แผ่นดินกระซิบเบาๆที่มีเพียงเขากับเธอได้ยินกันเพียงสองคน แก้วมุกดายิ้มปากกว้างรับพี่ดินใจดีกับเธอเสมอ พูดเพราะ ตามใจเธอทุกอย่าง เธอรักพี่ดินเด็กหญิงเปิดหน้าสมุดระบายสีดูพร้อมจินตนาการว่าจะลงสีอะไร ตรงไหนอย่างตื่นเต้น
“พฤษภานี้หนูดาก็เข้าโรงเรียนแล้ว เดี๋ยวเอาเข้าโรงเรียนเดียวกับพี่ดินนี่แหล่ะเวลาไปรับ-ส่งจะได้ไปด้วยกัน” ยายดาวเรืองพูดขึ้นขณะแกะปลาทูใส่จานหลานสาวโดยมีแผ่นดินกับหนูดานั่งขนาบข้างซ้ายขวา นั่งแบบนี้จะได้คอยดูแลอย่างทั่วถึง มณจำปาทำรายงานกลับบ้านค่ำมะลิฉัตรกลับบ้านไม่เป็เวลา ดังนั้นเวลาเย็นจึงมีสมาชิกเพียงเท่านั้นนอกจากบางวันที่ปรางจิตปิดร้านเร็วก็จะพาเมฆามากินด้วย
“ได้ครับยายดาวเรืองดีเลย ไปโรงเรียนเดียวกัน หนูดาจะได้มีเพื่อน” ปณตรับเสียงใสด้วยความเต็มใจนั่งกวาดสายตามองอาหารที่อยู่บนโต๊ะอย่างสนใจ ปณตเรียกยายดาวเรืองว่ายายดาวเรืองเพราะยายดาวเรืองั้แ่รู้ตัวว่าเป็ยายก็ระบุคำว่ายายลงในชื่อราวกับเป็คำเดียวกัน ยกเว้นคนที่รู้จักก่อนหน้าการเปลี่ยนชื่อเองของยายดาวเรืองนี้อาจไม่ทำให้คุ้นชิน
“เคยกินยำเกสรชมพู่ไหมลองชิมดูนะ ฉันเพิ่งอ่านเจอไม่กี่ปีมานี่เอง เนี่ยเสียดายก่อนหน้านี้ปล่อยให้บานทิ้งเสียเปล่ามานานหลายปี”ยายดาวเรืองเลื่อนจานไปวางต่อหน้าปณต เป็สัญญาณเชิงบังคับให้กินก่อนจะยกแก้วเบียร์ใส่ปาก เบียร์เย็นๆไหลลื่นคอดีนัก ไม่กี่อึกก็หมดแก้ว
“ไม่เคยกินเลยครับรสชาติเปรี้ยวๆ หอมๆแปลกดี” ปณตกล่าวชมหลังได้ชิมไปคำหนึ่งด้วยรสชาติที่เหมือนยำทั่วไป แต่ได้รสเปรี้ยวจากเกสรดอกชมพู่มะเหมี่ยวพร้อมกลิ่นหอมของชมพู่มะเหมี่ยวที่เป็เอกลักษณ์เจือมาหูหมูกรุบกรอบซอยบางๆให้ความมัน ช่างเข้ากันดีมาก ทำให้เขารู้สึกอร่อยแบบประหลาดจนต้องกินอีกคำ
“ตอนแรกก็มีแต่คนว่าแปลกพอทำให้กินก็ติดใจ ต้องรอเป็เมนูประจำปีเลยนะ พี่เรืองทำอะไรก็อร่อย”อาปลัดกล่าวชมประจบเอาใจ
“ไม่ต้องมาชมหลอกกินอร่อยไม่อร่อยเธอก็ต้องกินอยู่ดี” ป้าวรรณากล่าวดักคอ มือเท้าคาง ชันขาขึ้นมาข้างหนึ่ง่เย็นๆแบบนี้เธอไม่ค่อยอยากอาหารมากนักอาจเป็เพราะวัยที่ล่วงก้าวเข้ากลางคนมาแล้วที่มานั่งก็เพราะมานั่งคุยให้พอคลายเหงาฆ่าเวลารอเข้านอนเท่านั้น
“ไม่ได้ชมหลอกกินอร่อยจริงๆ” อาปลัดหัวเราะ ยายดาวเรืองอมยิ้มเื่ฝีมือทำอาหารน่ะเธอก็คิดว่าไม่มีใครเกิน อย่างน้อยๆก็ในซอยนี้ยกเว้นฝีมือตำน้ำพริกกะปิของพี่วรรณาที่ลูกสาวของเธอปลื้มนักปลื้มหนานอกนั้นก็ไม่เป็รองใคร เธอแกะปลาทูทอดให้หลานทั้งสอง แผ่นดินเด็กผู้ชายที่กินรสชาติผู้ใหญ่ได้โดยเฉพาะรสจัดตักแกงเผ็ดสับปะรดหอยแมลงภู่ราดข้าวเข้าปากกินแกล้มด้วยปลาทูทอดอย่างเอร็ดอร่อย
เด็กชายดูมีน้ำมีนวลแววตาแจ่มใสขึ้นกว่าตอนย้ายมาอยู่ใหม่ๆมากนั่นทำให้ยายดาวเรืองภูมิใจในตัวเองลึกๆที่ปฏิบัติภารกิจที่ตั้งเองในใจได้สำเร็จส่วนแก้วมุกดาก็กินเก่งขึ้นตามพี่ชายคนโปรด พี่กินอะไร เยอะแค่ไหนเธอก็พยายามกินตาม ั้แ่แผ่นดินย้ายมาแก้วมุกดาดูมีผ่อนคลายขึ้น ยิ้มง่ายหัวเราะง่าย ถึงแม้ว่ายังไม่พูดแต่ก็ทำให้รับรู้ได้ว่าแก้วมุกดาเปิดใจให้พี่ชายคนนี้มากกว่าเด็กชายคนอื่นๆในซอย
...
หนึ่งปีแล้วที่ปณตย้ายมาที่นี่ ่สามเดือนแรกของการอยู่กันสองพ่อลูกแบบผู้ชายๆทำให้ยายดาวเื่นึกเป็ห่วงระคนหงุดหงิด อาหารข้าวแกงถุงเอยการเลิกงานไม่เป็เวลาทำให้ไปรับลูกช้าเอยการทิ้งลูกไว้ในบ้านคนเดียวเวลาที่ต้องออกไปดูงานด่วนเอยถึงแม้แผ่นดินเป็เด็กที่โตเกินวัยแต่ก็ไม่ควรปล่อยไว้อย่างนั้น
วันหนึ่งยายดาวเรืองเห็นรถจอดหน้าบ้านราวๆหนึ่งทุ่มแผ่นดินร้องไห้งอแงไม่ยอมลงจากรถ เพราะทั้งหิวทั้งกลัวที่พ่อไปรับช้าจนโรงเรียนปิดยายดาวเรืองผู้อยู่เฉยไม่ได้จึงเดินไปหาปณตด้วยปิ่นโตเถาใหญ่ชั้นที่หนึ่งใส่ข้าวสวย ชั้นที่สองใส่ผัดเผ็ดปลาดุก ชั้นที่สามใส่แกงจืดวุ้นเส้นยัดใส่มือพร้อมเบอร์โทรศัพท์บ้าน
“วันไหนกลับค่ำก็โทรมาบอกฉันจะได้ไปรับให้แล้วมาอยู่กับฉันก่อน ลูกจะได้ไม่กลัว ไม่หิวพ่อปณตจะได้ไม่ต้องเป็ห่วงอะไรด้วย ทำงานไป”ยายดาวเรืองพูดจบก็เดินกลับบ้านไม่อยู่รอคำตอบ
หลังจากนั้นแผ่นดินก็กลายเป็สมาชิกอีกคนในบ้านของยายดาวเรืองเลิกเรียนกลับมาบ้าน เล่นเสร็จกินข้าว อาบน้ำทำการบ้านมีมณจำปาคอยสอนรอจนพ่อกลับมาบ้านจึงจะกลับไปนอนบ้าน ่ไหนที่ปณตต้องออกต่างจังหวัดยายจะปูที่นอนในห้องหนังสือ นอนเรียงกันกับยายดาวเรือง แก้วมุกดาแผ่นดินบางวันก็มีมณจำปาหรือมะลิฉัตรมานอนด้วย
...
“พี่ดินจะปกป้องหนูดาเองไม่ให้ใครรังแกเด็ดขาด”แผ่นดินที่นั่งฟังผู้ใหญ่คุยกันก็พูดขึ้นมาเสียงแข็งราวกับคำมั่นสัญญาแก้วมุกดานั่งฟังก็พยักหน้าถี่ๆ แววตาเป็ประกาย ยิ้มหวานเชื่อในคำสัญญานั้น
“ใครมันจะกล้ารังแกใครแกล้งมาบอกตาปลัดนี่ ตาจะตีให้”อาปลัดพูดเสียงจริงจังหลังเหล้านอกผสมโซดาหมดไปหนึ่งแก้ว แววตาขี้เล่นยายดาวเรืองส่ายหัวเบาๆ
“หนังสือมันก็บอกอยู่ว่าอย่าสอนเด็กใช้ความรุนแรงปลัดนี่ เดี๋ยวพี่นี่แหล่ะจะตีปลัด” ยายดาวเรืองพูดขึ้นมาพร้อมทำท่ายกมือจะฟาดปลัดทำหน้าหงอ ดึงแขนเข้าชิดลำตัวทำท่ากลัว เด็กๆทุกคนหัวเราะลั่น ปณตยิ้มขำเบาๆไม่กล้าหัวเราะดังเพราะเกรงใจความเป็ปลัดของอาปลัด
พอกินข้าวเย็นเสร็จผู้ใหญ่นั่งคุยกันเพื่อนั่งย่อยอาหาร แผ่นดินชวนแก้วมุกดาเข้าห้องหนังสือ“ไปหยิบเอาดินสอสีมาระบายกัน” แก้วมุกดาเดินตามพี่ดินของเธออย่างว่าง่ายนั่งบนผ้าทอมือผืนใหญ่ลายพื้นเมืองสีสดที่มะลิฉัตรเอามาปูกลางห้องเด็กหญิงเปิดหน้าสมุดที่เป็รูปเด็กผู้หญิงตาโต ผมลอน ใส่ชุดเดรสแขนพองพร้อมลงมือระบายสี แผ่นดินนอนราบอีกฝั่ง ระบายสีไปพร้อมๆกัน
“พี่ดินว่าตัวนี้เหมือนหนูดา แก้มป่อง ตาโตเหมือนกัน”
แก้วมุกดาเอียงคอมองตัวการ์ตูนที่อยู่ตรงหน้าส่ายหัวเบาๆเป็เชิงบอกว่าไม่เหมือน ใช้มือจับผมที่สั้นเสมอติ่งหูบิดไปมาแผ่นดินเห็นท่าทางเลยบอกว่า
“หนูดายังเด็กเดี๋ยวโตขึ้น ผมยาวก็ผมหยิกแบบนี้แหล่ะ ที่บ้านหนูดาผมหยิกทั้งบ้าน”
“แต่หนูดาจะผมหยิกสวยที่สุด รองจากน้ากลางคนเดียว”แผ่นดินยิ้มเขินเวลาพูดถึงน้ากลางคนสวยขวัญใจของเขา คนอะไรปากแดง เล็บแดงแถมยังเก่งไปหมด ตัวหอม หน้าสวย เสียอย่างเดียวหน้าบูดไปหน่อยแต่ก็ยิ้มเวลาที่เห็นเขาตลอดการที่รู้ว่าตัวเองเป็คนโปรดของคนที่ชอบทำให้เขาต้องเป็เด็กดีทำคะแนนขึ้นไปอีกแก้วมุกดามองสีหน้าที่ยิ้มเล็กยิ้มน้อยอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักระบายสีอย่างตั้งใจแม้ว่ากำลังมือจะไม่เอื้ออำนวย
“พี่ดินกลับบ้านกันลูก เดี๋ยวจะนอนดึกเอานะ” ปณตเดินมาตามลูกชายยืนเกาะขอบประตูส่องหน้าเข้ามาแผ่นดินลุกขึ้นนั่งเก็บสีไม้ลงกล่องพร้อมลูบหัวบอกลาแก้วมุกดาน้องสาวของเขาอย่างเอ็นดู เดินมาหาพ่ออย่างรวดเร็วไม่ต้องรอให้พ่อเรียกซ้ำ
สองพ่อลูกยกมือไหว้ลาผู้ใหญ่ทั้งสามที่ยังคงนั่งคุยกันต่อมือหิ้วกระเป๋าใหม่ของลูกชายอีกหลายเดือนต่อจากนี้เขาจะยุ่งมากคงไม่มีเวลาไปซื้อของตอนเปิดเทอมใหม่ตอนนี้มีเวลาเลยทะยอยซื้อก่อน เขาและลูกชายเดินข้ามถนนเล็กๆเปิดรั้วไม้เข้าบ้านขณะไขกุญแจประตูบ้าน จู่ๆแผ่นดินก็พูดขึ้น
“พ่อคับพี่ดินชอบน้ากลาง เราชวนเขามาอยู่บ้านเราไม่ได้เหรอคับ” ปณตสะดุ้งกับคำขอของลูกชาย
“พี่ดินครับการชวนผู้หญิงมาอยู่บ้านผู้ชายมันไม่งามครับ เราต้องทำตามประเพณี”
“ประเพณีอะไร?”
“แต่งงานครับ”
“งั้นพ่อก็แต่งกับน้ากลางสิคับหรือน้ากลางแต่งกับแผ่นดินได้ไหม? แผ่นดินชอบน้ากลางมากอยากเห็นหน้าทุกวัน” พูดไปถอดถุงเท้านักเรียนไป หน้าเปื้อนยิ้มแบบมีความสุข
“เร็วไปไอ้หนู”ปณตใช้มือหน้าใหญ่จับหัวลูกชายส่ายไปมา ขำกับท่าทีแก่แดดนั้นพลางนึกถึงน้ากลางของเด็กชาย สวยน่ะสวยอยู่หรอก แต่น่ากลัวแววตารู้ทันคนนั้นทำเขาขนลุก
“ไปอาบน้ำไปอย่าฝันให้มาก” แผ่นดินถอดเสื้อผ้าวิ่งเข้าห้องน้ำตักน้ำสามขัน ถูสบู่รอบสะดือหนึ่งรอบ ตามด้วยน้ำอีกสามขันเป็อันเสร็จพิธีกำลังพันผ้าข้าวมาผืนน้อยออกจากห้องน้ำ เสียงพ่อก็ตระโกนเข้ามา
“สระผมแปรงฟันด้วย” เท้าเรียวเล็ก ชะงัก ส่ายหน้าเบาๆก่อนจะถอดผ้าขาวม้าออกถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่ต้องทำพิธีกรรมใหม่อีกรอบ พ่อรู้ได้ยังไงว่าเขายังไม่สระผมแปรงฟัน เป็พ่อคนต้องมีมนต์วิเศษในการจับผิดลูกแน่ๆ
ปณตจัดข้าวของที่ซื้อมาวันนี้เข้าตู้เก็บของก่อนมานั่งตรวจแบบในมุมทำงานเล็กๆที่มีเพียงโต๊ะไฟเขียนแบบ ชั้นหนังสือและชุดโต๊ะทำงานที่ทำจากไม้ มุมนี้อยู่ริมหน้าต่างฝั่งหน้าบ้านหากชะโงกหน้าต่างมองข้ามรั้วไปจะเจอบ้านนางฟ้าที่ตรงกับโต๊ะเขียนแบบเขาพอดีบางคืนที่เขาทำงานดึกก็มักมีเสียงเพลงลอยมาเบาๆตามสายลมเ้าของบ้านสีฟ้าหลังนั้นก็คงทำงานดึกอยู่เหมือนกันความรู้สึกอุ่นใจที่มีเพื่อนร่วมทางด้วยทำให้เขาไม่รู้สึกเคว้งคว้างนัก
่ครึ่งปีหลังหลังจากย้ายมาเขามักมาผูกท้องที่บ้านยายดาวเรืองเสมอตอนแรกเขาก็เกรงใจแต่ยายดาวเรืองมักเรียกเขามากินข้าวด้วยกันประจำวันไหนที่กลับค่ำก็มักมีปิ่นโตวางไว้หน้าบ้าน แถมยังคอยดูแลแผ่นดินอย่างดีสะอาดสะอ้าน อ้วนท้วนสมบูรณ์
ตอนแรกเขาไม่แน่ใจนักว่าตัวเองคิดถูกรึเปล่าที่ย้ายมาไกลขนาดนี้ไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อน แต่การอยู่บ้านหลังเก่าสภาพแวดล้อมเก่าๆก็ทำให้เขาทำใจที่จะมีชีวิตต่อได้ยากยิ่ง เมื่อย้ายมาเจอเพื่อนบ้านที่แสนดีก็ทำให้เขาอุ่นใจขึ้นมากแสนดีจนทำให้เขาเกรงใจ วันหนึ่งเลยปรึกษาอาปลัดว่าควรทำอย่างไรดีอาปลัดเลยบอกว่าให้เอาเงินรายเดือนให้ยายดาวเรืองยัดเยียดให้เหมือนอย่างที่ยายดาวเรืองยัดเยียดปิ่นโตให้เขา ให้ในจำนวนที่เขาสบายใจไม่เดือดร้อน เพราะอาปลัดก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน