เซรอสเดินตามออกมาก็เห็นเธอนั่งหน้ามุ้ยอยู่ตรงเก้าอี้กลางสวนหย่อมสาวเ้านั่งกอดอกดวงหน้างามนั้นดูจะมุ้ยลงเมื่อมองมที่เขา พร้อมกันนั้นก็มีเซริวที่อยู่ในร่างจริงอยู่ด้านหลังเธอ
แม่คุณดูโมโหมาก
“เบียคโกะ”
เสียงเรียบเธอเรียกเทพอสูรของเขาให้ออกมา ซึ่งเบียคโกะก็ยอมออกมาง่ายๆ
‘ไหงว่าง่ายขนาดนี้ละ’
‘ผู้มีตราแผลศักดิ์สิทธิ์อย่างสติกมาตา เป็เหมือนตัวแทนโอริว ดังนั้นจึงสามารถสั่งเราเหล่าสี่จตุรเทพได้’ เบียคโกะอธิบาย
ไม่แฟร์!
“ฉันอยากให้ท่านกับเซริวช่วยสร้างม่านพลังกั้นฉันกับเซรอสไว้ตรงนี้ เอาซักระยะ25เมตรก็พอ”
“จริงๆข้าทำคนเดียวก็ได้” เซริวพูดสวน หางนั้นตีพรึ่บๆลงพื้นเล็กน้อยแบบไม่สบอารมณ์ ซึ่งแบบนอนว่าสายตาพิฆาตจึงถูกส่งมาให้แทบจะในทันที แต่ในตอนนั้นเองที่เซริวรู้ทันทีเลยว่า ไม่ควรปากพล่อยยามที่เธออารมณ์
“บอกตามตรง ยังไม่มั่นใจเพราะนายพึ่งได้พลังที่ถูกผนึกคืนมามันอาจจะไม่คงที่ก็ได้อย่างน้อยก็มีเบียคโกะช่วยก็ยังจะชัวร์กว่า แม้นจะพลังเพียงครึ่งหนึ่งก็ตาม.. “
คำว่า’ครึ่งหนึ่ง’ทำเอาเซรอสหน้าเสียเล็กน้อย
แม่คุณคงรู้อะไรมาจากโอริวแน่ๆ
“ข้าตกลง” เบียคโกะตอบตกลงทันที
“ขอแบบไม่เห็น ไม่ได้ยินนะ เพราะอาจจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นบ้าง”
เซรอสยิ้มแห้งๆให้เธอ ดูเหมือนว่าวันนี้เขาคงจะได้เจ็บตัวเสียแล้ว
สองเทพอสูรสร้างข่ายมนต์ขึ้นพร้อมกันมนต์ตราทีขาวขุ่นค่อยขยายและครอบคลุมคนทั้งสองเป็รูปครึ่งวงกลม โดยไม่ให้ใครเข้ามาแทรกแซงและรับรู้การคุยของทั้งสองคน
“ขอบคุณนะ และขอเชิญคุณเซรอส เอลดิเร็คโต้ ที่ผู้ครองรัฐไฟล์ทางนี้ด้วยคะ “
รีเซ่พูดเชิญด้วยเสียงที่เย็บเยียบ ซึ่งเซรอสก็ยอมเดินไปแต่โดยดี ร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามรีเซ่ แต่บัดนี้ั์ตาสีม่วงเข้มนั้นกลับไม่ค่อยสบตากับผู้เป็เ้าของั์ตาสีทับทิมที่กำลังวาวโรธด้วยไฟโกรธในขณะนี้
“นายมีอะไรจะบอกฉันไหม??” รีเซ่พูดขึ้น
“แล้ว..จะให้บอกอะไรละ”
ด้วยคำตอบของคนตรงหน้านั้นเหมือนดั่งเชื้อเพลิงให้ไฟปะทุ คนตัวเล็กลุกพรวดขึ้นมากระชากเสื้อคอคนตัวโตกว่าอย่างรุนแรงจนเขาต้องลุกตาม ก่อนจะประเคนหมัดเข้าไปเต็มๆ ที่ปากและหน้าของร่างสูงอย่างจัง แรงจนเืกลบปากคิ้วแตกเล็กน้อย สองเทพอสูรถึงกับหวาดเสียวกับฉากตรงหน้า
ให้ตายเขาก็จะไม่ทำให้เธอโมโหอีก
เอาเรียวแรงจากไหนมาเยอะแยะ
“นายเห็นว่าฉันโง่รึไงเซรอส!! ฉันเห็นนะ ั้แ่กลับมาจากตอนหาอัญมณีนายมียากินตลอด ฉันไม่รู้หรอกว่าไอ้ยานั้นมาคืออะไร แต่นายแอบกินตอนที่พวกมันไม่เห็นประจำ ซึ่งนั้นมันชี้ชัดอยู่แล้วว่ามีอะไรปิดบังอยู่ แล้วรู้ไหมว่าโอริวบอกว่ายังไง? เขาบอกว่านายถูกสาป!!มีพิษในร่าง!! เเต่นายกลับไม่ยอมบอกอะไรฉันเลยซักนิด!!!! ไม่แม้นแต่จะขอให้ช่ว…ทั้งๆที่ฉันสามารถช่วยนายได้!”
คำด่าแบบสาดเสียเทเสียพรั่งพรูดออกมาเป็ชุด จัดได้ว่าชุใหญ่เลยทีเดียว เพราะทั้งการกำเสื้อเขาแล้วเขย่าตัวแรงๆ กำปั้นที่ทุบเข้าอกเขาเป็ชุดอย่างไม่ขาดสาย
“ทำไมต้องฉันมารู้ทีหลังตลอด!ทำไมนายถึงไม่ไว้ใจฉัน!! ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาทำยังไง…”
จากความโมโหกลายเป็ร้องไห้ น้ำตาที่ร่วงพล่อยๆออกมาเป็สายนั้นทำเอาเซรอสปรับตัวไม่ทัน เขาถอนหายใจ แล้วจึงเดินเข้าไปลูบหัวเธอเบาๆแทนคำขอโทษ ร่างสูงดึงคนตัวเล็กกว่าขึ้นมากอดเป็การปลอบ แม้นจะพยามกลั้นก็ตามทีน้ำตาก็ยังคงไหลไม่หยุด
ให้มันได้อย่างงี้สิน่า
บ่นจะดุก็ดุ แต่บทจะงี่เง่างอแงก็สุดๆไปเลย
เซรอสคิดแต่ก็ไม่วายที่จะพยามทำให้เธอหยุดร้องไห้ เซรอสใช้มือปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของคนตรงหน้าออกอย่างเอ็นดู
“ ร้องทำไมกันฮึ..ฉันขอโทษ ฉันก็แค่ไม่อยากให้เธอต้องลำบากหรือคิดมาก แล้วที่สำคัญฉันไม่อยากให้เธอคิดว่าการที่ฉันเข้ามาวนเวียนอยู่กับเธอเพื่อหวังผลประโยชน์”
‘เบียคโกะ..ข้าว่าเรามาปิดหูปิดตากันเถอะ ไม่อยากเอียนความรัก’
‘นั่นสิข้าเห็นด้วย’
สองเทพอสูรตกลงกันเป็มั่นเหมาะและเป็ครั้งแรกที่ดูเหมือนจะเห็นตรงกัน
คนตัวเล็กทุบปั้กๆเข้าที่อกร่างสูง ทุบเอาๆ พร้อมกับร้องไห้งอแงเหมือนเด็ก ซึ่งเขาก็ปล่อยให้เป็ไปอย่างนั้น แม้นจะถูกทับเขาก็ยังคงกอดเธอไว้ แล้วเมื่อเธอสงบลงก็มีคำถามจากเ้าหล่อนขึ้นมาอีก
“เเล้วยานั้นคือยาอะไร” เธอถามพร้อมเสียงสะอื้นเบาๆและปาดน้ำตาไปด้วย
“ยาต้านพิษมิร่าเป็คนทำมาให้ เธอทำให้กินมาั้แ่เด็กๆแล้วเพราะงั้นฉันถึงแอบหนีออกมาที่บ้านได้บ่อยๆไง”
“มิร่า…มิร่าไหน?” รีเซ่ถามขึ้นเพราะเธอนึกไม่ออกว่ามิร่าคือใคร
“มิร่าคือคนที่สู้กับฉันเมื่อตอนชิงอัญมณีชิ้นสุดท้ายไง”
เมื่อ รีเซ่จะเริ่มนึกออก มิร่าคือผ้หญิงที่มาช่วยเธอจากครูสแล้วยังยิ้มให้เธออีก
มิร่าทั้งสวยทั้งสง่า ดูดีกว่าเธอตั้งเยอะ
รีเซ่เริ่มหน้างอ เธอรู้สึกหงุดหงิด หงุดหงิดจนอธิบายไม่ถูก เเล้วเ้าหล่อนกผ้เริ่มออกอาการประชดประชัน
“ดีจริงนายนะที่มีคนสวยๆเป็ห่วง”
“หยุดเลย ฉันกับมิร่าไม่ได้มีความสัมพันธ์กันแบบนั้นเพราะฉันมีแค่คนๆเดียวเท่านั้น”
เซรอสพูดพรางยิ้มไปด้วยแล้วก็ยื่นหน้าเข้าไปหารีเซ่ แต่เธอก็สบัดหน้าหนี
“อย่ามาทำเปลี่ยนเื่ พิษกับคำสาปนั้นนายจะเอายังไง”
“จริงๆแล้วเื่พิษไม่จำเป็นต้องถอนก็ได้เพราะมียาอยู่แล้ว เเล้วถ้ และถ้าไม่ผิดเงื่อนไขมันก็จะปัญหา ส่วนคำสาปฉันก็ไม่รู้เพราะก็ไม่เห็นว่ามันจะกำเริ่บเลย”
“แล้วมีอะไรที่ฉันต้องรู้อีกไหม?” รีเซ่ทวนถาม
“ก็มี…”
เซรอสยื่นมือไปด้านหน้าเธอพน้อมกับถกแขนเสื้อขึ้นก่อนที่จะปลดมนต์อำพรางตาออกเผยให้เห็นรอยแผลมากมาย
“!!!” รีเซ่ยกมือปิดปากอย่างใ
“แผลนี้…นายได้มายังไง”
“ฉันโดยการาดอฟจับไปั้แ่เด็กเพราะฉันคือเด็กพิเศษที่ถูกแปนฝรพลังธาตุั้แ่อยู่ในครรถ์ จึงสามารถเป็คนที่ขฝจะช่วยเหลือผู้มีตราสติกมาตาได้ กานาดอฟตั้งใจแยกฉันออกมาและในคำสาปกับยาพิษพร้อมกับบังคับให้เป็เงาของเฮียว แต่เพราะฉันไม่เคยเข้าร่วมและไม่เคยยอมทำตามจึงถูกทรมาน”
“มีแผลเยอะไหม” รีเซ่ถามอย่างเป็ห่วง
“ทั่วทั้งตัว”
มือน้อยนั้นจับไปแขนของเขา จับเขาหันหลัง ซ้ายทีขวาทีราวกับสำรวจ เผวรอสอดยิ้มไม่ได้กับท่าทีของเธอ
“มันเหบือแค่รอยแล้ว ไม่เจ็บหรอกน่า”
“แล้วมีใครรู้อีกไหม” รีเซ่ถามขึ้นอีกครั้ง
“แค่เลโอ”
ปัง!!
เสียงทุบโต๊ะทำเแสเซรอสสะดุ้งเล็กน้อยเพราะดูท่าว่ารีเซ่จะฌโกรธอีกแล้ว เวลาเธอโมโหมากๆมันก็ทำให้เขาก็หวาดได้เหมือนกัน
‘ขนาดยังไม่แต่งก็มีอาการกลัวว่าที่ภรรยาเสียแล้ว’ เบียคโกะแซว
‘เงียบไปเลย’ เซรอสสวนเบียคโกะ ซึ่งเทพอสูรก็เพียงขำอย่างชอบใจ
รีเซ่่หันหลังให้เขา เธอโกรธที่เซรอสไม่ยอมบอกอะไรเลย ชอบให้รรู้ที่หลังคนอื่นตลอด
“ต่อไปนี้อย่าทำแบบนี้อีกมีอะไรให้บอกกันเเละไปบอกพวกที่เหลือด้วย”
“คร๊าบๆ”
เซรอสยกมือยอมแพ้ก่อนที่จะดึงคนตัวเล็กมากอดทางด้านหลังอีกคั้ง
“รู้แล้ว หายโกรธเถอะ ฉันยอมเเล้ว”
“ห้ามทำอีกนะ ฉันจะช่วย แต่นายต้องห้ามตายเข้าใจไหม ห้ามไปไหน แล้วแผลนั้นไม่ต้องปิดมันแล้วก็ได้นะ” รีเซ่ตอบด้วยเสียงที่สั่นคลอ
“ขออยู่แบบนี้สักพักนะ” ร่างสูงฟุ้บหน้าลงที่ไหล่มนเงียบๆ
‘ข้าดีใจ ที่เ้ามีความสุข เด็กน้อยของข้า’ เายงของเบียคโกะนั้นลอยเขามาในโสตประสาทของร่างสูง
‘ขอบคุณ’
เมื่อเซรอสและรีเผซ่เดินกลับมา ก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นเพราะสภาพของเพื่อนหนุ่มนั้รค่อนข้างยับพอควร เซรอสปากแตกชนิดที่เืกลบปาก เสื้อแสงยับประหนึ่งว่าโดนกระชากอย่างแรง ตาขวาช้ำเขียวเล็กน้อย แต่ที่น่าสนใจคือแผลเป็ตามตัว
มันไปคุยกันอีท่าไหนไหงเซรอสมันเละเป็โจ๊กแบบนี้
นี้ไม่น่าเรียกไปคุย
น่าเรียกว่าเรียกไปกนะทืบมากกว่า
เลโอมองสภาพเซรอสอย่างอดสู เขาและทุกคนคุยกันระหว่างนั้นไว้ก่อนแล้วว่าเดี๋ยวต้องมีเื่แน่ๆและก็เป็ดั่งคาดจริงๆ
“ไอเืกลบปาก คิ้วแตก กับเสื้อแสงกับจากนะฝีมือยัยนี้ แต่แผลอื่นนะไม่ไม่ใช่ เดี๋ยวไว้ฉันเล่าให้ฟัง” เซรอสชี้มาทางรีเซ่แต่ก็ถูกมือไวกว่าฟาดเพี้ยะเข้าจนได้
เจ็บตัวซ้ำซ้อน
ทุกคนรุ้ดีว่าเซรอสสามารถหลบพ้นได้อย่างสบายๆ แต่ที่ยอมเพราะคงรู้ตัวดีว่าทำอะไรผิดมา แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือจะลงไม้ลงมือกันถึงคั้นเืตกยางออก เสื้อแสงยับขนาดนี้
“ฉันว่ารอบนี้แกทำเกินไปนะ” เร็งกะดุเธอ
“แรงไม่แรงพวกแกก็ลองฟังดูแล้วกัน” เธอพูดพร้อมกับเดินไปนั่งบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่พร้อมกับเอาตุ๊กตาหมีั์ตัวโปรดขึ้นมากอดแล้วใช้คางมองเพื่อนๆ เซรอสถอนหายใจกับท่าทีที่ดูเหมือนเด็กของเธอ ส่วนเลโอก็ไปนั่งทีเก้าอี้โยกไม้สีน้ำตาลตัวใหญ่ เซรอสเริ่มต้นเล่าั้แ่แรกจนจบทุกคนฟังเสร็จต่างก็รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าเสียฉาดใหญ่
เื่โคตรใหญ่แต่มันเสือกไม่บอก
หนักสุดก็ไอ้เลโอ รู้แล้วก็ทำหุบปากเงียบเหมือนเป็ใบ้
“แกควรอัดมันมากกว่านี้” เดเรสพูดพร้อมหักข้อนิ้วดังกรอบแกรบ
“แต่ฉันกลับเห็นใจเซรอสนะ แกลองคิดดูทั้งๆที่ทนมาได้เป็สิบปี แต่ถูกขู่ว่าจะโดนทำลายเมืองเราเป็แกจะยอมไหมละ “ ยูซีทพูดด้วยเหตุผล
“อันนี้ฉันเห็นด้วยนะ เพราะถ้าเป็ฉันฉันก็เลือกยอม..แม้นจะไม่ทำตามแผนก็เถอะ” เร็งกะเสร็จขึ้น
ซึ่งแน่นอนว่าเหตุผลของสองคนนี้ชัดเจนอยู่แล้ว เพราะถ้าเซอุกม่าถูกข่มขู่แบบนี้เป็เขาก็ต้องยอมโอนอ่อนลงไม่ต่างกัน ไหนจะครอบครัว ไหนจะประชาชน คนไม่น้อยเลยที่จะต้องสูญเสีย
รีเซ่เดินหน้ามุ้ยๆขึ้นห้องนอนไป ดูท่าจะยังไม่หายงอนเท่าไหร่ ยูนะจึง้ดินตามไปติดๆ
“พรุ่งนี้แกก็พามันเดินเที่ยวหน่อยก็แล้วกันเดียวก็อารมณ์ดี ยังไงซะพรุ่งนี้เป็วันเทศกาลแห่โคมอาบไฟของเอเธน่าอยู่แล้วด้วย
“แห่โคมอาบไฟ?” เซรอสถวนถาม
“เอาเป็เป็เทศกาลและประเพณีของเมืองฉันก็แล้วกัน รีเซ่มันชอบงานนี้มา พวกร้านค้าจะตั้งกันสายไ แหโคมจะสัก2ทุ่มได้ สวนพิธีอาบไฟจะอยู่ที่5ทุ่ม แกก็พามันไปแล้วกัน เพราะฉันเองก็มีหน้าที่ต้องทำ” เลโอตอบ
“รีเซ่มันง้อง่ายจะตายไปแค่พาเที่ยวก็หายโกรธแล้ว”
ยูซีทพูดขึ้นซึ่งนั้นก็เรียกเสีนยงหัวเราะให้กับทุกคนได้