หลังจากที่ประตูบานเลื่อนกระจกหน้าคฤหาสน์หลักถูกเลื่อนปิดลงตามหลังการเข้ามาของเตย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเด็กสาวในชุดลำลองก็ดังตึกๆ มุ่งหน้าตรงไปยังโถงทางเดินกลางบ้านอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีนที่ลนลานจัดระเบียบชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินบางสีพีชของเธอให้เข้าที่ ก่อนจะรีบก้าวเดินกึ่งวิ่งออกไปต้อนรับเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงร่าเริงแจ่มใส เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและปกปิดสถานการณ์ชวนหัวใจวายที่เพิ่งเกิดขึ้นบนหน้าตักของผมเมื่อครู่ใหญ่
ปล่อยให้ผมนั่งจมอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังตัวใหญ่ภายในห้องทำงานกระจกใสชั้นล่างเพียงลำพัง
ผมยังคงนั่งนิ่ง ตัวสั่นเทาด้วยความสับสนและตื่นตระหนกใอย่างรุนแรง สองมือแกร่งที่จับพนักวางแขนเก้าอี้บีบแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดช่องจมูกช้าๆ ด้วยจังหวะที่หอบกระชั้นถี่ ร่างกายส่วนล่างใต้กางเกงขาสั้นสีดำเนื้อบางเบายังคงเกร็งตัวตื่นตัวขยายขนาดจนเป่งนูนเด่นขึ้นมาเป็ลำรูปทรงยาวใหญ่อย่างน่าอับอาย มันตึงเปรี๊ยะปวดร้าวค้างคาอยู่ในกางเกงด้วยอารมณ์รักและแรงตัณหาที่ถูกปลุกเร้าจนดิ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่กลับถูกขัดจังหวะลงกะทันหันจนทรมานไปทั้งท้องน้อย
ภาพแผ่นหลังขาวนวลเนียนละเอียดสะท้อนผ่านกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง และยอดปทุมถันสีหวานชูชันชี้ตั้งใต้ชุดนอนซาตินบางสีพีชยามที่ร่างบางของมีนนั่งบดเบียดส่ายวนสะโพกนุ่มหยุ่นทับอยู่บนหน้าตักของผม... มันยังคงลอยเด่นฉายซ้ำอยู่ในหัวสมองจนขาวโพลนอย่างไร้ทางสู้ กลิ่นหอมแป้งเด็กผสมกลิ่นเนื้อสาวสะอาดสะอ้านที่พวยพุ่งเข้าใส่ประสาทััยังคงตลบอบอวลไม่จางหาย ปลุกเร้าความดิบของเพศชายอายุยี่สิบเก้าปีให้พลุ่งพล่านจนปวดหนึบที่แก่นกายร้อนผ่าว
"พับผ่าสิ... เกือบไปแล้วภัทร" ผมพึมพำกับตัวเองเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจหอบเอากลิ่นกายสาวสะพรั่งที่ค้างบนเสื้อผ้าเข้าไปเต็มปอด ผมยกมือขึ้นลูบใบหน้าและขยี้ขมับแรงๆ สะกดกลั้นสัญชาตญาณความใคร่ที่ตื่นตัวอย่างหนาแน่น พยายามปรับจังหวะการหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อสยบความเป็ชายที่บวมเป่งขึงเกร็ง
ผมใช้เวลาเกือบห้านาทีในการสะกดอารมณ์รักให้สงบลงพอที่จะยืนขึ้นได้โดยไม่มีพิรุธเด่นชัด จัดแจงดึงชายเสื้อยืดสีเทาลงมาคลุมเป้ากางเกงที่ยังขึงเกร็งปูดนูนบางเบา ก่อนจะสาวเท้าก้าวออกจากห้องทำงานกระจกใส มุ่งหน้าไปยังห้องนั่งเล่นหรูหราของคฤหาสน์เพื่อทำหน้าที่เป็ "เ้าบ้านที่ดี" ต้อนรับเพื่อนสนิทของลูกสาวภรรยาตามมารยาทอันควร
แสงแดดยามเย็นเริ่มลับขอบฟ้าไปแล้ว บรรยากาศรอบคฤหาสน์ถูกแทนที่ด้วยความมืดสลัว แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟระย้าคริสตัลดวงใหญ่ในห้องนั่งเล่นสาดทอดลงมากระทบเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ราคาแพง ทว่าบรรยากาศอันหรูหรากลับแฝงเร้นไปด้วยความอึดอัดตึงเครียดแปลกประหลาดทันทีที่ผมก้าวพ้นเหลี่ยมมุมกำแพงเข้าไป
เตย เพื่อนสนิทของมีนในวัยยี่สิบเอ็ดปี ยืนอยู่ข้างโซฟาหนังตัวยาวคู่กับกระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมของเธอ รูปร่างของเธอสมส่วน หุ่นปราดเปรียวและดูแข็งแรงแตกต่างจากมีนอย่างสิ้นเชิง วันนี้เตยสวมเสื้อยืดสีขาวเนื้อหนาพอดีตัว เผยให้เห็นหน้าอกอวบหยุ่นซ่อนรูปชัดเจน กางเกงขาสั้นผ้าฝ้ายสีเทาเผยให้เห็นเรียวขาเรียวยาวผุดผ่อง ผมสีดำขลับถูกมัดรวบตึงเป็หางม้าสูงโชว์รูปหน้าคมคาย ลำคอขาวระหงเนียนละเอียดปราศจากเครื่องสำอางดูสดใสเป็ธรรมชาติ ทว่าดวงตาเรียวคมดุจเหยี่ยวที่จ้องมองมายังผมกลับเต็มไปด้วยความระแวดระวังและสงสัยใคร่รู้
"อ้าว พี่ภัทร..." มีนเอ่ยทักเสียงหวานใสพลางขยับเดินเข้ามากอดแขนเตยอย่างสนิทสนม ร่างบางของเธอยังอยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวซาตินบางสีพีชตัวเดิมที่ยอดอกปทุมถันคู่งามยังคงนูนเด่นชัดเจนใต้เนื้อผ้าลื่นชวนมอง "พอดียัยเตยต้องมานอนค้างคืนที่นี่เป็เพื่อนมีนค่ะ เพราะน้าอรไม่อยู่บ้านเนื่องจากเดินทางด่วนไปต่างจังหวัดั้แ่เย็นนี้ ส่วนป้าสายใจแม่ครัวใหญ่ก็ขออนุญาตแม่กลับบ้านต่างอำเภอเหมือนกัน ยัยเตยเลยหอบเสื้อผ้ามานอนค้างช่วยมีนทำรายงานวิจัยต่อค่ะ พี่ภัทรคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ"
"ใช่ค่ะพี่ภัทร... หนูคงต้องมารบกวนค้างคืนที่นี่สักคืน หวังว่าจะไม่รบกวนเวลาส่วนตัวและการทำงานของพี่ภัทรนะคะ" เตยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าหางเสียงและแววตากลับแฝงนัยจับผิดรุนแรง ดวงตาคมคู่นั้นจับจ้องใบหน้าและกวาดมองต่ำลงไปยังกึ่งกลางลำตัวของผมชั่วพริบตา คล้ายกำลังสำรวจหาความผิดปกติของสามีใหม่ของแม่เพื่อนสนิทที่เธอมักระแวดระวังอยู่เสมอ
"ไม่รบกวนเลยครับเตย... ตามสบายเลยนะ บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้อยู่กันหลายคนก็ไม่เหงาดี น้าอรกับป้าสายใจไม่อยู่พอดี มีเตยมาอยู่ค้างคืนเป็เพื่อนมีน พี่ก็รู้สึกโล่งใจ" ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเนิบนาบ พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่นเครือ แสร้งส่งรอยยิ้มอบอุ่นและสุภาพในฐานะเ้าบ้านที่ดี ทว่าลึกๆ ในอกกลับสะท้านไหวเต้นรัวด้วยความประหม่าหวาดเกรง
การอยู่ต่อหน้าเตยทำให้ผมอึดอัดใจอย่างยิ่ง แววตาคมกริบของเธอเหมือนกำแพงสูงที่คอยจับตามองความเคลื่อนไหวของผมกับมีน แต่ทว่า ลึกๆ ในใจส่วนดิบของผม เสน่ห์ขัดกันของสองสาววัยยี่สิบเอ็ดปีกลับกระตุ้นสัญชาตญาณความใคร่ทางกามารมณ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ มีนคือเด็กสาวสดใสน่ารัก ขี้เล่น เย้ายวนและออดอ้อนเก่งดุจลูกแมวตัวน้อย ขณะที่เตยมีความดิบห้าว ลุยๆ ปราดเปรียวและมีเรือนร่างอวบหยุ่นสะพรั่งในแบบของหญิงสาวที่เต็มตัว แววตาคมดุและความห้าวหาญของเธอสร้างแรงดึงดูดใจที่รุนแรงและปั่นป่วนในหัวใจของผมจนตึงร้อนไปหมด
"ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปทานข้าวเย็นกันเถอะค่ะ ป่านนี้กับข้าวที่น้าอรเตรียมไว้คงเย็นหมดแล้ว เดี๋ยวมีนพายัยเตยไปเก็บกระเป๋าบนห้องนอนแป๊บนึงนะคะแล้วจะรีบลงมา" มีนพูดพร้อมรอยยิ้มแสนหวานและเ้าเล่ห์ แอบส่งสายตาหยอกล้อขี้เล่นมาที่เป้ากางเกงของผมก่อนจะลากแขนเตยวิ่งขึ้นบันไดไม้สักทองไปยังชั้นสอง
ผมลอบกลืนน้ำลาย จ้องมองตามสะโพกกลมกลึงนุ่มนวลของมีนใต้ผ้าซาตินลื่นสีพีช และสะโพกงอนงามแน่นตึงของเตยใต้กางเกงฝ้ายขาสั้นสีเทาที่ขยับไหวสอดประสานกันยามก้าวขึ้นบันได... ภาพเรือนร่างสาวสะพรั่งของสองคนที่แนบชิดกอดคอกันมันช่างงดงามและปลุกไฟกามราคะในอกของผมให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่มีวันมอดดับ
---
ห้องรับประทานอาหารอันกว้างขวางของคฤหาสน์ถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงัด แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟระย้าเหนือโต๊ะไม้สักตัวยาวสาดส่องลงมาตกกระทบจานชามราคาแพงและอาหารมื้อค่ำที่น่าทาน ต้มยำกุ้งน้ำข้นสีส้มสดส่งกลิ่นหอมกรุ่น แกงจืดเต้าหู้หมูสับควันฉุย และผัดผักรวมมิตรรสเลิศ ทว่าความน่าลิ้มลองของอาหารตรงหน้ากลับไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากผมได้เลยแม้แต่น้อย
ผมนั่งอยู่ที่ตำแหน่งหัวโต๊ะอาหาร ขณะที่มีนและเตยนั่งเคียงคู่กันบนเก้าอี้ฝั่งขวาของโต๊ะ ระยะห่างระหว่างเรามีเพียงโต๊ะไม้สักกว้างขวางกั้นขวางไว้ แต่กิจกรรมและพฤติกรรมที่เกิดขึ้นตรงหน้ากลับทำให้หัวใจของผมเต้นกระหน่ำปั่นป่วนและร้อนรุ่มในลำคอจนแทบจะกลืนข้าวไม่ลง
"เตย... อ้าปากเร็ว ลองชิมกุ้งตัวนี้สิ น้าอรทำสูตรพิเศษเลยนะ หวานอร่อยมากเลย" มีนเอ่ยเสียงหวานหยดออดอ้อนพลางแกะเปลือกกุ้งอย่างเบามือ แล้วใช้ช้อนตักเนื้อกุ้งขาวอวบไปจ่อที่ริมฝีปากของเพื่อนสนิท
เตยส่งยิ้มหวาน อ้าปากรับเนื้อกุ้งชิ้นโตจากช้อนของมีนเข้าปาก เคี้ยวอย่างเชื่องช้าอย่างมีความสุข แววตาคมดุของเธอละมุนลงทันตาเห็นยามที่จ้องมองใบหน้าหวานของมีน "อืม... อร่อยมากเลยมีน หวานฉ่ำสุดๆ ขอบใจนะจ๊ะ" พูดจบเตยก็ยื่นมือเรียวสวยขึ้นไปกุมแก้มใสของมีนลูบเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
ภาพความสนิทสนมแนบชิดของสองสาวตรงหน้าทำให้ผมนิ่งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกในอก สายตาจับจ้องการกระทำของสองคนอย่างประหม่าสั่นไหว ทว่าสิ่งที่เป็ตัวเร่งอุณหภูมิความร้อนในกายของผมให้พุ่งกระฉูดคือ แววตาเรียวคมของเตยที่จู่ๆ ก็ตวัดขึ้นมาประสานสายตากับดวงตาของผมตรงๆ ยามที่เธอจงใจวาดวงแขนไปโอบไหล่บางของมีน ดึงร่างบางในชุดนอนซาตินสีพีชให้ขยับเข้ามาบดเบียดแนบชิดติดกับอกอวบหยุ่นภายใต้เสื้อยืดสีขาวของเธอจนไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน
มือเรียวของเตยลากไล้แผ่นหลังเนียนบางของมีนผ่านเนื้อผ้าซาตินลื่นเบาบางอย่างช้าๆ จงใจถูไถแผ่นหลังและเนินไหล่ระหงของเด็กสาว ลูบลงมาถึงส่วนเว้าโค้งของเอวอย่างเปิดเผยต่อหน้าต่อตาผม แววตาคมของเตยจ้องเขม็งสบตาผมอย่างท้าทาย ส่งยิ้มมุมปากแฝงนัยยั่วยวนกึ่งตั้งคำถามราวกับกำลังท้าทายพ่อเลี้ยงหนุ่มว่ารู้สึกเสียวซ่านและอิจฉาในใจหรือไม่ที่เห็นเรือนร่างของมีนถูกแนบชิดและััโดยคนอื่น
มีนไม่ได้ขัดขืนหรือผลักไส เธอกลับส่งยิ้มหวานออดอ้อนซบหน้าเข้ากับลาดไหล่ของเตย บดเบียดหน้าอกหน้าใจอวบหยุ่นของเธอเข้าหากันกับอกของเพื่อนรักจนเนินอกลึกขาวผ่องเบียดชิดจนยอดอกชูชันใต้ผ้าซาตินสีพีชเด่นชัด และมีนยังแอบชำเลืองสายตาหวานเยิ้มเชื่อมลอดใต้แพขนตาจ้องมองตรงมาที่ผมอย่างมีความหมาย ปั่นประสาทผมจนสมองบิดมวน
"พี่ภัทรคะ... ต้มยำกุ้งไม่อร่อยเหรอคะ เห็นพี่ภัทรตักแต่ข้าวเปล่าๆ ทาน ไม่ตักกับข้าวเลย หรือว่ามีเื่อะไรทำให้พะว้าพะวังจนทานข้าวไม่ลงกันแน่คะ..." มีนแกล้งเอ่ยถามน้ำเสียงกระเส่าหยอกเย้า แววตาสนุกสนานขี้เล่นปนยั่วโทสะ
"ปะ... เปล่าครับ ต้มยำอร่อยมาก พี่แค่คิดเื่แบบแปลนระบบเครือข่ายไอทีที่ต้องส่งพรุ่งนี้น่ะ" ผมแก้ตัวเสียงพร่าแหบ สองมือที่ถือช้อนส้อมสั่นสะริกช้าๆ จนต้องรีบวางลงพึ่งขอบจาน ลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอที่แห้งผาก
ไอร้อนระอุท่วมท้นร่างกายของผมั้แ่ลำคอแล่นลงสู่ท้องน้อยทันทียามจับจ้องความแนบเนื้อของสองสาวที่กอดก่ายลูบไล้กันต่อหน้า ความเปียกชื้นของสายตาเตยและความฉ่ำหวานของมีนกระตุ้นตัวตนความเป็ชายใต้กางเกงขาสั้นสีดำของผมให้เกร็งตัวตื่นตัวขยายบวมเป่งขึ้นมาอีกระลอกจนตึงเปรี๊ยะปวดร้าวรุนแรง ทรมานและเสียวซ่านจนสะท้านไปทั้งแถบ ขาหนีบเกร็งตัวขยับเบี่ยงหลบใต้โต๊ะเพื่อปิดบังขนาดที่ปูดโปนขึงเกร็งสุดความสามารถ
"ทำงานระบบก็น่าเห็นใจนะคะพี่ภัทร ดูใช้สมองและกำลังเยอะ... ทานต้มยำเยอะๆ นะคะ จะได้มีแรง... 'ทำอย่างอื่น' ต่อคืนนี้" เตยเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเน้นย้ำคำว่า 'มีแรง' และ 'ทำอย่างอื่น' อย่างจงใจ แววตาคมกริบของเธอลดต่ำลงมองที่หน้าขาใต้โต๊ะอาหารของผมอย่างจงใจปั่นอารมณ์ ปลายเท้าของเธอใต้โต๊ะขยับมาแตะโดนหน้าแข้งของผมเบาๆ ราวไม่ได้ตั้งใจ ทว่าสะกิดกระแสเสียววาบวิ่งพล่านขึ้นสู่หัวใจจนตัวสะดุ้งน้อยๆ ลมหายใจร้อนหอบกระชั้นออกมาทางปาก
มื้ออาหารเย็นมื้อค่ำดำเนินไปท่ามกลางความเงียบงันปนความเสียวซ่านอึดอัดสามเส้าที่แสนทรมานและเร้าอารมณ์ในเวลาเดียวกัน
---
"เตยขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะมีน... ทานเสร็จพอดี ฝากเก็บจานชามไปไว้ในครัวก่อนนะ เดี๋ยวฉันรีบตามไปช่วยล้าง" เตยเอ่ยขึ้นเสียงเรียบหลังจากที่พวกเราทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอลุกขึ้นยืนบิดสรีระเอวคอดสะโพกกลมกลึงช้าๆ ยั่วสายตาของผม ก่อนจะเยื้องกรายเดินออกจากห้องอาหารไปทางห้องน้ำชั้นล่างอย่างแช่มช้า
เสียงก้าวเท้าของเตยค่อยๆ หายไป ทิ้งให้ผมและมีนยืนอยู่ตามลำพังในส่วนของห้องครัวกว้างขวาง แสงไฟสีเหลืองนวลเหนือเคาน์เตอร์อ่างล้างจานสแตนเลสสาดส่องลงมากระทบเศษจานชามระยิบระยับ ผมเดินมาเปิดก๊อกน้ำ เสียงสายน้ำไหลซ่าดังก้องช่วยกลบความเงียบงันรอบตัวที่ชวนสับสน
ผมยืนล้างจานชามด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามพยายามควบคุมสมาธิให้อยู่กับสายน้ำและฟองสบู่สีขาว ทว่าความเงียบงันเพียงชั่วครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็ความตึงเครียดเสียวซ่านขึ้นมาทันทีเมื่อััได้ถึงฝีเท้าแ่เบาที่ก้าวเดินเข้าประชิดแผ่นหลังของผม
*หมับ...*
ร่างกายของผมสะท้านวาบ ลมหายใจสะดุดกึกทันทีที่วงแขนเรียวเล็กของมีนเอื้อมมาโอบกอดรอบเอวสอบของผมจากด้านหลัง แผ่นหลังแกร่งััได้ถึงความร้อนระอุและความนุ่มนวลของเต้าทรวงอวบหยุ่นสองข้างภายใต้ชุดนอนซาตินบางสีพีชที่บดเบียดแนบชิดลงมาอย่างไร้สิ่งกีดขวาง สะโพกกลมกลึงนุ่มละมุนของเธอกดทับขยี้เข้าหาบั้นท้ายของผมอย่างจงใจ กลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นปนกลิ่นกายสาวะเิฟุ้งล้อมรอบประสาทััการดมกลิ่นของผมจนหัวสมองตึงเปรี๊ยะ
"พี่ภัทรคะ..." มีนกระซิบกระซาบเสียงหวานกระเส่าหยดข้างใบหูของผม ลมหายใจร้อนเป่ารดผิวเนื้อลำคอจนขนลุกซู่ไปทั่วร่าง "เมื่อกี้ตอนกินข้าว พี่ภัทรเอาแต่จ้องมองมีนกับยัยเตยตลอดเลยใช่ไหมคะ... รู้นะว่าแอบดูหน้าอกของพวกเราน่ะ สายตาพี่ภัทรมันเชื่อมเยิ้มฟ้องความ้าหมดแล้วนะคะ"
"มีน... อย่าเล่นแบบนี้เลยครับ ยัยเตยจะกลับมาเห็นเข้านะ พี่เป็พ่อเลี้ยงของมีนนะ..." ผมเตือนเสียงสั่นพร่า คอแห้งผากราวดินทราย มือที่ถือฟองน้ำสั่นจนจานเกือบหลุดมือ พยายามเบี่ยงตัวหนีแต่อ้อมกอดของมีนกลับรัดเอวผมแน่นขึ้น สะโพกนุ่มขยับถูไถบดขยี้เข้าหาก้นของผมผ่านผ้าเนื้อบางสั่นสะท้านกระตุ้นอารมณ์รัก
"ไม่เห็นหรอกค่ะ เตยเข้าห้องน้ำนานจะตาย..." มีนหัวเราะคิกคักเบาๆ เสียงหัวเราะหยอกล้อหยดหวานปนเสียงสายน้ำไหลจากก๊อกซ่าๆ "แล้วพี่ภัทรไม่อิจฉายัยเตยเหรอคะที่ได้โอดไหล่ได้ลูบหลังลูบเอวมีนแบบนั้น... หรือว่าพี่ภัทรอยากทำเองมากกว่าคะ หือ?"
ใบหน้าหวานของมีนซุกไซร้ที่ซอกคอและลาดไหล่ของผมเบาๆ ก่อนจะกระซิบประโยคแสนร้ายกาจยั่วยวนที่ส่งผลให้ความเป็ชายใต้กางเกงขาสั้นขยายขนาดขึงแข็งจนเกร็งปวดหนึบ้าระบายความใคร่
"บอกมีนหน่อยสิคะ... กระบอกปืนใหญ่ของพี่ภัทรที่ตึงเปรี๊ยะปูดโปนขู่มีนเมื่อตอนบ่ายน่ะ ตอนนี้มันกลับมาขยายใหญ่ปูดนูนออกมาทักทายข้างหลังมีนอีกแล้วใช่ไหมคะ... แอบคิดลามกกับมีนและยัยเตยอยู่ล่ะสิ พี่ภัทรคนลามกปากแข็ง..."
"พี่ไม่ได้คิด... มีน ปล่อยพี่ก่อนเถอะ" ผมพยายามเค้นเสียงทุ้มต่ำสะกดอารมณ์ใคร่ตอบกลับไป ทว่าเสียงสั่นเครือแหบแห้งสะท้อนความตัณหาที่ท่วมท้นในอก ร่างกายส่วนล่างตึงเกร็งเป่งปวดร้อนรุ่มจนแทบจะทนทานไม่ไหว สรีระเนื้ออุ่นของมีนที่ถูไถเข้าใส่ปั่นหัวของผมจนแทบคลั่งสะท้านไปถึงทรวงใน
---
ในขณะที่สถานการณ์กลางห้องครัวกำลังดำเนินไปอย่างล่อแหลมเสี่ยงต่อศีลธรรมอันงาม เสียงฝีเท้าหนักๆ จากโถงด้านนอกก็ดังใกล้เข้ามาขัดจังหวะทันที
*ตึก... ตึก... ตึก...*
ผมและมีนสะดุ้งตัวโยนผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความใกลัว มีนก้าวถอยห่างไปยืนข้างตู้เย็นแสร้งทำเป็หยิบผ้ามาเช็ดแก้วน้ำอย่างเร่งรีบ ส่วนผมรีบหันหน้าเข้าหาอ่างล้างจานเปิดก๊อกน้ำล้างจานชามต่อ หัวใจเต้นตูมตามเสียงดังสนั่นจนแทบทะลุออกมานอกอก
เตยเดินกลับเข้ามาในครัว ย่างก้าวเชื่องช้าทว่ามีน้ำหนัก แววตาคมกริบของเธอกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าทันที ดวงตาคมของเธอมองต่ำจับจ้องระยะห่างที่เพิ่งแยกออกจากกันระหว่างผมกับมีน และเห็นริ้วรอยยับย่นบนชุดนอนซาตินของเพื่อนรัก รวมถึงท่าทีสั่นสะท้านก้มหน้าก้มตาของผม
เตยไม่ถามพิรุธใดๆ แต่รอยยิ้มมุมปากของเธอกลับเหยียดขึ้นเป็รูปโค้งแสนเ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอกที่รู้ความลับทั้งหมด เธอสาวเท้าก้าวตรงเข้าคั่นกลางระหว่างผมและมีน แทรกกายเข้าโอบเอวคอดของมีนจากด้านหลังอย่างเป็เ้าของและตั้งท่าปกป้อง
"มีนจ๋า... ดึกแล้วนะ รายงานเอาไว้ทำพรุ่งนี้ต่อเถอะ คืนนี้พวกเราไปอาบน้ำนอนดีกว่าค่ะ ฉันเพลียและเมื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว อยากแช่น้ำอุ่นๆ แล้วให้มีนช่วยถูหลังให้จังเลย..." เตยเอ่ยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มออดอ้อน จงใจส่งเสียงนี้ให้ดังชัดเจนเข้าหูของผม
"เอ๋... แช่น้ำอุ่นด้วยกันเหรอเตย" มีนแสร้งทำเสียงขวยเขิน ทว่าดวงตากลับประกายวิบวับสนุกสนานชอบใจ
"ใช่ค่ะ... แช่น้ำถูหลังให้กันสองคนสบายจะตาย ไปกันเถอะนะจ๊ะ" เตยว่าพลางโอบสะโพกมีนและดึงรั้งให้เดินตามออกไป ทว่าก่อนจะพ้นขอบประตูครัว เตยชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เธอหันใบหน้าสวยคมกลับมาจ้องสบประสาทสายตากับดวงตาของผมตรงๆ
เตยส่งยิ้มมุมปากแฝงนัยท้าทายลึกซึ้ง แววตาเรียวคมประกายเพลิงตัณหายั่วเย้ากวนอารมณ์ความใคร่ของผมอย่างมีนัยสำคัญ ปล่อยให้ผมยืนเคว้งคว้างอารมณ์ค้างปวดร้าวท่อนเนื้อใหญ่ใต้เป้ากางเกงอยู่ในความมืดสลัวของห้องครัวเพียงลำพัง
เสียงน้ำล้างจานที่ไหลซ่าเปรียบเสมือนเสียงตอกย้ำถึงความโดดเดี่ยวและความ้าที่ถูกปลุกจนคั่งค้างทรมานในกายของผม
---
ความเงียบสงัดเข้าโอบล้อมคฤหาสน์หลังโตอีกครั้งเมื่อเวลายามค่ำคืนล่วงเลยเข้าสู่่ดึกสงัด แสงไฟสีนวลในตัวบ้านเกือบทั้งหมดถูกปิดดับลง เหลือเพียงแสงไฟสลัวสีส้มนำทางตามโถงทางเดินชั้นสอง
ผมนอนพลิกตัวไปมาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวชั้นล่างด้วยความรุ่มร้อนทรมานทางร่างกายและจิตใจ ความ้าทางกามารมณ์ที่คั่งค้างสะสมั้แ่่บ่ายและมื้ออาหารค่ำเปรียบเสมือนกองเพลิงที่สุมอยู่ใต้ิั แก่นกายร้อนผ่าวใต้กางเกงขาสั้นขยายขนาดขึงแข็งตึงเครียดเป่งปูดจนปวดหนึบแสนทรมาน ท้องน้อยบิดมวนเสียวซ่านสะท้านรุนแรงไปทุกอณูขุมขน
ในหัวสมองของผมสับสนเต็มไปด้วยภาพฉากยั่วสายตาของเตย และเสียงกระซิบออดอ้อนของมีนยามบดเบียดสรีระอุ่นชื้น สองมือเรียวที่ลูบไล้กันต่อหน้า กลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นรุ่มร้อนยังคงหลงเหลืออบอวลประสาทััปั่นหัวของผมจนสมองขาวโพลนจนทนทานไม่ไหวอีกต่อไป
ในที่สุด ความเสน่หาและแรงตัณหาดิบตามสัญชาตญาณชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีก็เอาชนะความผิดชอบชั่วดีและศีลธรรมจนหมดสิ้น ผมขยับกายลุกขึ้นจากโซฟาหนังช้าๆ ก้าวเท้าก้าวเดินออกจากห้องทำงาน มุ่งตรงขึ้นบันไดไม้สักทองสู่ชั้นสองของคฤหาสน์ด้วยหัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำในอกราวกลองรบ
ทุกฝีเท้าเงียบกริบราวฝีเท้าของสัตว์ป่าลอบล่าเหยื่อ ยามที่เท้าััลงบนแผ่นไม้ พยายามสะกดกลั้นลมหายใจร้อนผ่าวไม่ให้ดังเกินไปในความมืดเงียบ เมื่อก้าวขึ้นมาถึงโถงทางเดินชั้นสอง แสงไฟสลัวสีเหลืองนวลทอดลอดช่องแง้มของประตูห้องน้ำใหญ่ส่วนกลาง
บานประตูห้องน้ำใหญ่ไม่ได้ถูกล็อกกลอน... มันเปิดแง้มออกอยู่เล็กน้อยประมาณหนึ่งฝ่ามือ ราวตั้งใจเชิญชวนสายตาของผู้ผ่านมาล่วงล้ำเข้าไปลอบมอง
ไอน้ำอุ่นๆ สีขาวหนาทึบโชยลอยฟุ้งกระจายออกมาตามรอยต่อบานประตู หอบเอากลิ่นหอมฟุ้งของครีมอาบน้ำราคาแพงและแชมพูสระผมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่หวานฉ่ำโชยมาปะทะประสาทััการดมกลิ่นของผมทันที พร้อมกับเสียงสายน้ำสาดกระทบพื้นกระเบื้องดังสลับกับเสียงหยอกเย้าหัวเราะคิกคักหวานใสของสองสาวดังแว่วลอดช่องแง้มประตูออกมา
"คิกๆ... เตย อย่าจับตรงนั้นสิ มันเสียวนะ... ตรงนั้นมันไวต่อความรู้สึก..." เสียงหวานใสกระเส่าของมีนเอ่ยเย้ากระซิบดังมา
"โธ่... ก็มีนน่ารักขนาดนี้ เต้าหน้าอกของมีนก็นุ่มนิ่มกลมกลึงเต็มมือขนาดนี้ ใครจะอดใจไม่บีบเค้นไหวล่ะคะ ดูสิ ยอดอกเม็ดสีหวานชูชันแข็งสู้มือของฉันเลยนะ..." เสียงห้าวปนกระเส่าของเตยดังตอบหยอกเย้า ตามด้วยเสียงผิวเนื้อเปลือยเปล่าัับดเบียดสอดประสานและเสียงน้ำสาดกระเซ็นสะท้อนกิจกรรมอาบน้ำรุ่มร้อน
ผมยืนตัวแข็งทื่อราวกับหินสลักอยู่หน้าประตูห้องน้ำ ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายร้อนรุ่มราวจับไข้ แก่นกายที่ตึงเปรี๊ยะเป่งขยายขนาดจนขึงแข็งปูดโปนตึงแน่นรบเร้ากางเกงขาสั้นสีดำจนปวดร้าวทรมานแสนเสียวซ่าน ท้องน้อยขมิบขยับตุบๆ ตามจังหวะเต้นของชีพจรตัณหาจนขาสองข้างอ่อนแรงสั่นสะท้าน
ความขัดแย้งในใจระหว่างศีลธรรมความกลัวโดนจับได้กับความใคร่อยากล่วงรู้ความลับหลังบานประตูถูกแผดเผาจนมอดไหม้ไปหมดสิ้น สมองของผมตอนนี้มีเพียงสัญชาตญาณดิบที่ชักนำการกระทำอย่างสมบูรณ์แบบ
ผมลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอที่แห้งผาก สะกดใจที่สั่นสะท้าน ค่อยๆ ยื่นมือแกร่งที่สั่นเทาด้วยไฟปรารถนาออกไปแตะััที่ขอบบานประตูไม้ที่เปิดแง้มอยู่ช้าๆ หัวใจในอกเต้นโครมครามกระหน่ำรุนแรง
ผมตัดสินใจออกแรงนิ้วผลักบานประตูไม้บานนั้นให้เผยอเปิดกว้างออกทีละมิลลิเมตรอย่างเงียบงันแ่เบาที่สุด เพื่อลอบมองภาพการอาบน้ำอันเย้ายวนใจในสายหมอกไอน้ำอุ่นของสองสาวที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในห้องน้ำ...???