บทที่1
เรือประมงลำใหญ่ดูเล็กไปถนัดตาเมื่อลอยลำอยู่กลางกระแสคลั่งของคลื่นลมในผืนมหาสมุทร ทุกคนเริ่มตัวส่ายโงนเงนเสียการทรงตัว
“รีบหาอะไรจับยึดให้แน่นซิตงพาคุณหนูลงไปข้างล่างเร็ว”อรุณเบิกะโแข่งกับเสียงคลื่นลมที่ซัดใส่ลำเรือ
ลำเรือส่ายโงนเงนเดี๋ยวเชิดหัวขึ้น เดี๋ยวก็ทิ้งตัวลงท้องกระแทกผืนน้ำดังโครม เดี๋ยวก็กดหัวดิ่งลงปานจะจมลงท้องทะเลทุกคนอยู่ในอาการตื่นผวาใจหายใจคว่ำ พวกเขาไม่เคยเดินทางเรือมาก่อนไม่คิดว่าเพียงครั้งแรกที่ออกมหาสมุทรจะเจอกับพายุใหญ่เช่นนี้
“ลงไปท้องเรือให้หมด”ทรงกลดะโสั่ง“บนนี้ผมจัดการเอง”
แม้จะไม่วางใจเท่าไหร่แต่ด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดทุกคนจึงรีบตะเกียกตะกายเข้าไปในเก๋งลงสู่ท้องเรือชั้นล่าง
เมื่อทุกคนลงไปหมดแล้วทรงกลดบนดาดฟ้าหลังห้องควบคุมเรือเริ่มนั่งลงทำสมาธิ ปรากฏเป็พลังงานรูปทรงใสๆกดทับเรือไว้ทั้งลำเรือที่เดิมโคลงเคลงกับนิ่งสงบแล่นตัดคลื่นลมไปอย่างน่าอัศจรรย์
เสียงคลื่นลมยังคงดังปั่นป่วนปลายกระแสน้ำซัดกระแทกข้างเรือปานจะทุบให้แตกแยก แต่ทุกคนกลับประหลาดใจลำเรือกลับสงบนิ่งราบเรียบเหมือนยานที่แล่นบนทางหลวงชั้นดี ไม่มีใครกล้าขึ้นไปดู พวกเขาได้แต่ส่งความห่วงใยไปหานายน้อย้าเท่านั้น
หนักหนาที่สุดคงไม่พ้นอลิสา เธออ๊วกออกมาจนหมดท้อง ใบหน้าซีดขาว ร่างกายดูอ่อนแรงเธอนอนฟุบอยู่มุมหนึ่งของท้องเรือ
เหตุการณ์ผ่านไปช่างเนิ่นนานไม่มีใครคาดการณ์ได้ เสียงบ้าคลั่งของทะเลและคลื่นลมเริ่มเบาลง เบาลง จนสงบในที่สุดทุกคนยังคงนอนใจหายระทึกอยู่ท้องเรือ
“ขึ้นมากินปลาย่างกันได้แล้ว”เสียงทรงกลดะโเรียกพวกเขาค่อยๆเคลื่อนกายออกมาด้วยความอ่อนระโหยโรยแรง
ภาพที่เห็นทำให้ถึงกับประหลาดใจอ้าปากตาค้าง
ปลาตัวใหญ่ดิ้นกระแด่วบนพื้นดาดฟ้าเต็มไปหมดมีทั้งปลาเก๋า ปลากะพง ปลาอินทรีย์ ปลากะทุงเหวฯลฯ
ทรงกลดกับอารมณ์สบายๆจับด้ามไม้ย่างปลาไฟในกระถางลุกโชนขับไล่ความหนาวออกไป กลิ่นเนื้อปลาย่างช่างหอมอบอวล
“นายน้อยทำได้ไงเกิดอะไรขึ้นบนนี้” บงโอถามขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา เขากำลังเรียกสติตัวเองมากกว่า
“หลังพายุร้ายย่อมมีสิ่งดีดีเข้ามาเสมอ”ทรงกลดกล่าวอย่างมีเลศนัย
ทั้งหมดเริ่มคลายกังวลหันมาย่างปลากินกัน บรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย
เมื่อผ่านวิกฤติมาได้ก็ถึงเวลาสะสางบางเื่
“อลิสา เธอมาได้ไง”ทรงกลดเปิดปากถาม ทุกคนหันมามองหน้าหญิงสาว
เด็กสาวเงียบเธอกัดกินปลาในมือตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย ไม่สนใจคำพูดของชายหนุ่ม
ทรงกลดไม่ใช่คนเร้าหรือเมื่อไม่ได้คำตอบเขาก็เปลี่ยนเื่
“พี่รุนพอส่งผมขึ้นฝั่งแล้วให้พาอลิสากลับบ้าน”
ครั้งนี้ได้ผลอลิสาหันมามองตาเขียวปัด ฟันบนขบริมฝีปากล่างแน่นเธอเขวี้ยงปลาในมือใส่ทรงกลดแล้วลุกขึ้นวิ่งลงท้องเรือไป
นิสัยคุณหนูแบบนี้อยู่บ้านดีแล้วทรงกลดไม่โกรธ เขาคิดในใจ อย่างน้อยผู้ว่าการก็มีบุญคุณกับเขาทำได้ดีที่สุดก็แค่นี้แหล่ะ
นับจากคืนนั้นอลิสาก็อยู่แต่ท้องเรือ ไม่เคยออกมาข้างนอก ซิตงมีหน้าที่ส่งอาหารให้ ไม่มีใครสนใจเธออีกต่อไป
เดินเรือมาเจ็ดวันทุกอย่างดูราบรื่นความสัมพันธ์ของสี่หนุ่มดีขึ้นตามลำดับ ทุกคนเริ่มยอมรับนายคนใหม่นายน้อยมีความรู้กว้างขวาง เขารอบรู้เื่ราวมากมาย ตอบข้อสงสัยได้แทบทุกเื่ ช่วยแก้ปัญหาการเดินทางได้เป็อย่างดี
เรือประมงโลดแล่นพาสี่หนุ่มล่วงล้ำเข้าสู่ทะเลสีเข้มผิดกับทุกวันทุกคนต่างมองดูด้วยความประหลาดใจ แม้แต่ทรงกลดเองก็ยังไม่มีความเห็น เขานิ่งคิดเหตุการณ์นี้ไม่มีในตำราเล่มใด ยิ่งเรือแล่นไปสีน้ำทะเลยิ่งเขียวเข้มดูน่ากลัวยิ่งนัก
ท้องฟ้าเบื้องบนสดใสไร้ก้อนเมฆ ดวงอาทิตย์ส่องแสงจ้าเป็ไปไม่ได้ที่น้ำทะเลจะสะท้อนสีจากท้องฟ้า มองยังไงก็ยังเห็นเป็เขียวเข้ม
ชายหนุ่มเพ่งสายตาก้มมองลงไปสู่ท้องทะเลเบื้องล่างสักครู่เขาก็เอ่ยคำพูดที่ทำให้ทุกคนถึงกับใ
“คงต้องลงไปดูถึงจะหายสงสัย”
“ไม่ดีแน่ครับนายน้อย”อรุณเบิกยิ้มแหยๆกล่าวห้าม ใครจะกล้าลงไปแต่หากนายน้อยสั่งพวกเขาก็ยากปฏิเสธ
ทรงกลดหัวเราะมองหน้าทุกคน“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใครบอกจะให้พวกพี่ลงไป ผมจะลงไปเอง”
“นายน้อย” ทุกคนกล่าวเสียงละล่ำละลัก นายคนใหม่มีเื่ให้ประหลาดใจอีกแล้ว
“ถังออกซิเจนอยู่ได้สี่สิบนาทีนายน้อยแน่ใจหรือว่าจะลงไป”อรุณเบิกมองผิวน้ำสีหน้าไม่มั่นใจ เขาเป็ห่วงมากกว่า
ทรงกลดยิ้มมุมปาก“ไม่เอาถังครับ มันหนัก เกะกะ ขอเชือกผมเส้นเดียวพอ”
บ้าไปแล้วฆ่าตัวตายชัดๆ
“เชื่อใจผมดับเครื่องยนต์ ทิ้งสมอ ลึกได้แค่ไหนก็แค่นั้น ผมจะไต่ลงไปตามสมอเอง”ชายหนุ่มสั่งยังกับผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อไม่สามารถห้ามได้สามองครักษ์เงาจึงหันมามองนายน้อยด้วยความกังวล
“นะ...นายน้อยระวังตัวด้วย” บงโอกับซิตงมองดูด้วยความเป็ห่วง อรุณเบิกกลับมองด้วยสายตาชื่นชม
“ถ้าผมไม่ขึ้นมาก็หารัยกินไปก่อนนะไม่ต้องรอ” กล่าวจบทรงกลดก็หงายหลังลงน้ำไป
ยังอีกทำยังกับแค่ไปเที่ยวนะนายน้อย คนนะ ไม่ใช่ปลา จะได้อยู่ในน้ำได้นานๆ
ทรงกลดดำดิ่งลึกลงไปสิบห้านาทีที่ดิ่งลงเหมือนทุกที่ไร้ขอบเขต ทุกสิ่งรอบตัวดูมืดสนิทเขายังคงดิ่งลงไปเรื่อยๆ ด้วยสายตาที่พิเศษเขาสามารถมองเห็นทุกสิ่งรอบๆตัวได้ ไม่พบปลาไม่พบสิ่งมีชีวิตมีแต่ความว่างปล่าวเวิ้งว้าง
ไม่รู้ที่ความลึกเท่าไหร่ที่ชายหนุ่มดำลงไปยังไม่มีวี่แววว่าจะเห็นก้น แรงดันน้ำรอบกายเริ่มบีบรัด แต่ด้วยร่างกายที่พิเศษกับการฝึกที่แสนจะหนักหน่วง ทุกสิ่งจึงไม่ใช่ปัญหา
และในที่สุดเขาก็ลงมาถึงก้นทะเลภายในรัศมีสายตาไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดๆน้ำเย็นะเืสงบนิ่งอุณหภูมิตอนนี้น่าจะแตะจุดเยือกแข็งคงไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอาศัยอยู่ได้ชายหนุ่มหมุนตัวมองรอบๆ ไม่ดีแน่หากออกไปใกลกว่านี้คงจะห่างจุดเรือลอยลำเขาตัดสินใจสำรวจรอบๆบริเวณนั้น
เมื่อไม่พบสิ่งใดเขาจึงใช้ปลายนิ้วขุดพื้นทรายลงไปเพียงััเกิดความอบอุ่นที่ปลายนิ้ว ใต้ทรายน่าจะมีอะไรสักอย่าง
เนื่องจากพื้นล่างเป็ทรายจึงง่ายต่อการขุดสองมือกอบขุดลงไปจนลึกประมาณห้าฟุตก็ถึงชั้นดินแข็ง ไม่ใช่สิ น่าจะเป็หินมากกว่าแต่เมื่อััดูอีกครั้ง มันกลับลื่นใสเหมือนเป็แก้ว ชายหนุ่มออกแรงกดฝ่ามือ ทุบต่อย แต่สิ่งนั้นแข็งมาก ไม่สามารถทำลายได้
เขาเปลี่ยนวิธีการใหม่ล้วงมีดพกออกมาจากกระเป๋า ใบมีดที่ทำจากวัสดุพิเศษ สามารถตัดได้แม้กระจกไม่สร้างความผิดหวังให้ชายหนุ่มเขาออกแรงกรีดพื้นแก้วนั้นเสียงดัง กรี๊ซซ ได้ผล ปรากฏรอยร้าวที่ผิว ทรงกลดเกร็งกำลังต่อยลงไปตรงรอยร้าวนั้นสุดแรง
กึกสสส์! ชิ้นส่วนกะเทาะออกชายหนุ่มหยิบมาตั้งใจเพ่งมองผ่านความมืด
เพชรมันคือเพชร ชายหนุ่มถึงกับใ พื้นใต้เท้านี้เป็เพชรสีน้ำเงินเข้มก้อนใหญ่ไม่ใช่สิ ผืนใหญ่มากกว่า มันใหญ่แค่ไหนกันแน่ หากใครรู้เข้าคงได้เกิดศึกแย่งชิงกลายเป็าใหญ่กลางทะเลแน่
เกือบสองชั่วโมงที่ทุกคนบนเรือเฝ้ารอด้วยความกระวนกระวายใจหลายครั้งที่อรุณเบิกแทบจะะโลงไปค้นหานายน้อย นานขนาดนี้คงไม่มีมนุษย์คนไหนรอดชีวิตอย่างน้อยขอแค่พบร่าง จะได้เก็บกลับกรีนแลนด์
“เอางัยดีเฮียจะสามชั่วโมงแล้วนะ ที่นายน้อยลงไป”ในที่สุดก็มีคนหมดความอดทน ซิตงนั่นเอง
“ไม่รู้จะเอายังไงทะเลกว้างขนาดนี้จะไปหานายน้อยเจอที่ไหน”อรุณเบิกเหม่อมองผืนทะเล
“ถ้านายน้อยรอดกลับมาผมยอมหมดใจ ชีวิตนี้ขออยู่รับใช้นายน้อยตลอดไปขอเทพสมุทรช่วยคุ้มครองให้นายน้อยปลอดภัยด้วยเถิด” บงโอกุมมือหลับตาอธิษฐานนับั้แ่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันบนเรือ ทุกคนเริ่มยอมรับนายคนใหม่คนนี้เป็เื่น่าเสียดายถ้าทุกสิ่งจะจบลงวันนี้
เมื่อไม่สามารถจะทำอะไรได้ทุกคนคงได้แต่รอ บรรยากาศจึงตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
ดวงอาทิตย์จวนจะลับขอบทะเลท้องฟ้าอีกฝั่งเริ่มมืดสลัว สี่ชั่วโมงแล้วที่ทรงกลดลงไปในทะเล
ซูมสสส์! เสียงผิวน้ำแตกกระจายปลุกทั้งสามให้ตื่นจากอาการเหงาหงอย
“นายน้อยกลับมาแล้ว”โบอาะโด้วยความดีใจ
“พี่รุณพี่โบ พี่ซิ พวกเรารวยแล้ว”ประโยคแรกที่เห็นหน้าทำเอาทั้งสามบนเรือถึงกับประหลาดใจ