หลินหยวนก้าวออกจากถ้ำลับด้วยรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงทั่วทั้งร่างของเขาแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายที่ทั้งเก่าแก่และดิบเถื่อนดุจขุนเขาอัสนีที่ดำรงอยู่มานับหมื่นปี
ดวงตาข้างซ้ายยังคงเป็สีม่วงเข้มเยือกเย็นของวิชาสลายิญญาทว่าดวงตาข้างขวาที่ได้รับมาใหม่กลับเป็สีแดงชาดโชติ่ราวกับทับทิมที่ถูกหลอมในเตาไฟนรกมีประกายสายฟ้าสีดำขลิบแดงหมุนวนอยู่ภายในม่านตาตลอดเวลา
ทัศนวิสัยของเขาบัดนี้ไม่ได้เป็เพียงการมองเห็นภาพวัตถุแต่มันคือการ 'มองทะลุ' ถึงแก่นแท้ของพลังงานแผ่นดินที่เคยดูธรรมดากลับปรากฏเส้นสายของชีพจรปฐีสีน้ำเงิน ส่วนอากาศที่ว่างเปล่าก็เต็มไปด้วยละอองปราณสีเทาขุ่นที่บิดเบี้ยว
[เปิดใช้งาน:เนตรอัสนีพิโรธ (สถานะสมบูรณ์)]
[ความสามารถ:มองเห็นจุดอ่อนของค่ายกลและสิ่งมีชีวิตในระยะ 5 ลี้ /ตรวจจับจิตสังหารล่วงหน้า]
[สถานะปัจจุบัน:พลังฝีมือฟื้นฟูสู่ระดับก่อเกิดิญญาขั้นต้น (ชั่วคราว) ด้วยเจตจำนงกระบี่]
หลินหยวนกระชับด้าม 'ดาบอัสนีพิโรธแดง' ที่สะพายไว้กลางหลังดาบเล่มนี้ดูเหมือนจะหลอมรวมเข้ากับกระดูกสันหลังของเขาไปแล้ว
ทุกจังหวะการหายใจของเขาคือการแลกเปลี่ยนปราณระหว่างคนกับดาบเขาออกเดินมุ่งหน้าลึกเข้าไปในหุบเขา ทว่าเพียงก้าวไปได้ไม่กี่ลี้เนตรอัสนีสีแดงของเขาก็พลันกระตุกวูบ
ภาพในคลองจักษุซีกขวาฉายแสงเตือนเป็สีเืเขาเห็นเงาร่างห้าสายกำลังทะยานผ่านยอดไม้ที่ไหม้เกรียมมาด้วยความเร็วสูงกลิ่นอายที่พวกมันแผ่ออกมานั้นไม่ใช่สัตว์อสูร
แต่เป็กลิ่นอายของมนุษย์ที่ผ่านการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วนและที่สำคัญ... พวกมันสวมชุดเกราะสีดำทมิฬที่มีสัญลักษณ์ 'หัวกะโหลกคาบดาบ' เหมือนกับพวกนักรบที่เขาเคยจัดการไป
"พวกกลุ่มล่าิญญา...มาเร็วกว่าที่คิด" หลินหยวนพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงด้วยเจตนาสังหารที่เข้มข้น
คราวนี้พวกมันไม่ได้มาแค่ทหารเลวทว่าคนนำหน้ากลับแผ่กลิ่นอายระดับก่อเกิดิญญาขั้นกลางออกมาอย่างชัดเจนมันถือโซ่ตรวนสีดำขลับที่สลักอาคมสะกดิญญาไว้โดยรอบ
มืออีกข้างถือป้ายคำสั่งที่มีรูปวาดใบหน้าของหลินหยวน—ไม่ใช่ใบหน้าขอทานที่เขาเคยเป็แต่เป็ใบหน้าที่ฉายแววตาปีศาจสองสีในปัจจุบัน!
"หาเจอแล้ว...เ้าตัวประหลาดที่กล้าฆ่าคนของข้า"หัวหน้ากลุ่มล่าิญญาหยุดยืนอยู่บนยอดหินที่ห่างออกไปห้าสิบก้าว
แววตาของมันเต็มไปด้วยความละโมบเมื่อเห็นดวงตาและดาบในมือของหลินหยวน"ดวงตานั่น... ดาบนั่น... หากข้านำไปมอบให้ท่านเ้าเมืองวาสนาของข้าคงไร้ขีดจำกัด!"
หลินหยวนไม่ได้ตอบโต้อะไรเขาเพียงแค่ค่อยๆ ชักดาบอัสนีพิโรธแดงออกมาจากฝักช้าๆ
เสียงใบดาบเสียดสีกับฝักดังประดุจเสียงฟ้าคำรามแ่ๆเมฆบนท้องฟ้าที่เคยปั่นป่วนพลันหยุดนิ่งลงราวกับหวาดเกรงต่ออำนาจของดาบเล่มนี้
"เ้าอยากได้วาสนา?"หลินหยวนเอ่ยเสียงเย็น
"เช่นนั้นเ้าก็จงเอา'ิญญา' ของเ้ามาแลกสิ"
ประกายสายฟ้าสีแดงฉานพุ่งพล่านออกจากดวงตาข้างขวาของเขาบรรยากาศรอบด้านบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็เงาสีเืทาบทับไปทั่วทั้งบริเวณการนองเืครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และคราวนี้...มันจะไม่จบลงเพียงแค่การล่าถอย!
ม่านหมอกสีเทาที่เคยปกคลุมความเงียบสงัดพลันฉีกขาดด้วยเสียงหวีดหวิวของโซ่ตรวนสะกดิญญาหัวหน้ากลุ่มล่าิญญาสะบัดข้อมือเพียงคราเดียว
โซ่โลหะดำทมิฬที่อาบด้วยอาคมหนาแน่นก็พุ่งทะยานประดุจงูพิษเหล็กมุ่งตรงเข้าหาร่างของหลินหยวนหวังจะพันธนาการดวงิญญาให้สิ้นฤทธิ์ในคราเดียว
"วิชาต่ำต้อย..."หลินหยวนเอ่ยเสียงเย็น
เนตรอัสนีสีแดงชาดข้างขวาหมุนวนอย่างรวดเร็วในคลองจักษุของเขา โซ่ที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงกลับดูช้าลงจนมองเห็น 'รอยแยกของพลังงาน' ที่รอยต่อของโซ่ทุกข้อเขาไม่แม้แต่จะขยับกายหลบ แต่กลับตวัดดาบอัสนีพิโรธแดงสวนกลับไปในองศาที่พิสดาร
เคร้ง!
ประกายสายฟ้าสีแดงะเิออกทันทีที่ใบดาบัักับโซ่พลังความว่างเปล่าจากวิชาสลายิญญาที่แฝงไปกับคมดาบเข้ากัดกินอาคมบนโซ่ตรวนจนสลายไปในพริบตา
โซ่โลหะที่เคยแข็งแกร่งกลับเปราะบางยิ่งกว่ากิ่งไม้แห้งและแตกกระจายเป็เศษเล็กเศษน้อยต่อหน้าต่อตาพวกมัน
"เป็ไปไม่ได้!โซ่สะกดิญญาของข้า..." หัวหน้ากลุ่มล่าิญญาอุทานด้วยความใทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียง ร่างของหลินหยวนก็เลือนหายไปจากจุดที่เคยยืนอยู่
[ท่าร่าง:อัสนีทมิฬ—ก้าวพริบตา]
หลินหยวนปรากฏกายขึ้นใจกลางวงล้อมของนักรบชุดดำทั้งสี่คนทิ้งไว้เพียงรอยไหม้สีแดงบนพื้นดิน ดาบยาวในมือวาดเป็วงกลมที่สมบูรณ์แบบหนึ่งวง
แสงดาบสีเืพุ่งกระจายออกรอบทิศทางประดุจดอกไม้เพลิงแห่งความตายนักรบเ่าั้ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ร้องขอชีวิต ร่างของพวกมันถูกคมดาบอัสนีตัดผ่านจุดชีพจรสำคัญอย่างแม่นยำก่อนจะถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงแผดเผาจนกลายเป็ตอตะโกภายในเสี้ยววินาที
"เ้า...เ้าไม่ใช่คน! เ้ามันปีศาจ!" หัวหน้ากลุ่มล่าิญญาสั่นสะท้านไปทั้งร่างมันรีบรีดเค้นปราณก่อเกิดิญญาขั้นกลางออกมาสร้างโล่พลังงานสีดำเพื่อปกป้องตนเอง
หลินหยวนเดินก้าวเข้ามาหาช้าๆดาบสีแดงในมือส่งเสียงครางหึ่งๆ ราวกับความหิวกระหายยังไม่ได้รับการเติมเต็ม
"ปีศาจงั้นหรือ?หากการทวงคืนความยุติธรรมต้องกลายเป็ปีศาจ...เช่นนั้นข้าก็จะยอมรับนามนั้นด้วยความยินดี"
เขาชูดาบขึ้นเหนือศีรษะประกายสายฟ้าสีดำจากท้องฟ้าพลันฟาดลงมาที่ใบดาบราวกับจะหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวบรรยากาศรอบตัวหลินหยวนหนักอึ้งจนพื้นหินเริ่มปริร้าว
หัวหน้ากลุ่มล่าิญญาที่เคยโอหังบัดนี้กลับทรุดเข่าลงด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุดเมื่อมองเห็นเงาของพญามัจจุราชซ้อนทับอยู่ในร่างของชายตาเดียวเบื้องหน้า!
หัวหน้ากลุ่มล่าิญญาทรุดกายลงแทบเท้าหลินหยวนร่างกายที่เคยกำยำบัดนี้สั่นเทาไม่ต่างจากใบไม้ต้องลมพายุ โล่ปราณของมันถูกทำลายลงั้แ่อัสนีทมิฬยังไม่ทันััถูกตัว
หลินหยวนใช้ปลายดาบอัสนีพิโรธแดงเชยคางมันขึ้นมาแสงสีแดงจากเนตรขวาส่องสว่างวาบจนมองเห็นกระแสเืที่ไหลเวียนด้วยความหวาดกลัวภายในร่างของมัน
"ข้าจะถามเพียงครั้งเดียว..."หลินหยวนเอ่ยด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจสังหาร
"เ้าเมืองสายฟ้าสั่งให้พวกเ้ามาตามหาอะไรในหุบเขาแห่งนี้กันแน่?และทำไมภาพวาดในป้ายคำสั่งถึงเป็ใบหน้าปัจจุบันของข้า?"
"ขะ...ข้าไม่รู้ทั้งหมด!"มันละล่ำละลักบอก "ท่านเ้าเมืองได้รับคำสั่งมาจาก 'เบื้องบน'ว่ามีผู้บุกรุกมิติที่พลังความว่างเปล่าหนีเข้ามาส่วนเื่ที่ท่าน้า... ท่านเ้าเมืองกำลังรวบรวม 'ผลึกเนตรัสายฟ้า'เพื่อใช้เป็กุญแจเปิดประตูสู่ 'สุสานมหาเทพ'ที่ซ่อนอยู่ใจกลางหุบเขา!"
[วิเคราะห์คำให้การ:สอดคล้องกับความจริง 92%]
[ข้อมูลเพิ่มเติม:สุสานมหาเทพคือแหล่งรวมพลังงานอัสนีบริสุทธิ์ที่สามารถคืนอายุขัยที่สูญเสียไปได้]
[คำเตือน: 'เบื้องบน' ที่มันอ้างถึงอาจหมายถึงเ้าสำนักเมฆาคล้อยที่ยังไม่ตาย หรือขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น!]
หลินหยวนหรี่ตาลงพลังสลายิญญาที่ปลายนิ้วเริ่มกัดกินิญญาของหัวหน้ากลุ่มล่าิญญาทีละน้อยเพื่อเค้นความจริงที่ซ่อนอยู่
"เ้าเมืองสายฟ้าแข็งแกร่งแค่ไหน?"
"ทะ...ท่านอยู่ที่ขอบเขตข้ามขอบเขติญญาขั้นกลาง...และท่านมี 'เนตรัเทียม' ที่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวล่วงหน้าได้!"มันะโออกมาด้วยความเ็ปเมื่อพลังความว่างเปล่าเริ่มแทรกซึมเข้าสู่แก่นิญญา
หลินหยวนสะบัดมือเพียงคราเดียวร่างของหัวหน้ากลุ่มล่าิญญาก็สลายกลายเป็ผุยผงสีดำหายไปกับสายลมเขาไม่ได้รู้สึกยินดีกับการฆ่าแต่มันคือการกำจัดเสี้ยนหนามที่จะมาขัดขวางเส้นทางแห่งการล้างแค้น
"สุสานมหาเทพงั้นรึ..."หลินหยวนเงยหน้ามองยอดเขาที่ถูกสายฟ้าฟาดฟันอย่างบ้าคลั่งแววตาสองสีของเขาฉายแววทะเยอทะยาน
"ในเมื่อเ้าเมืองอยากได้กุญแจข้าก็จะไปที่นั่น... แล้วจะทำให้มันเห็นว่าใครกันแน่คือเ้าของหุบเขาอัสนีแห่งนี้ตัวจริง!"
เขาเก็บดาบเข้าฝักก่อนจะทะยานร่างหายไปในม่านหมอกที่หนาทึบขึ้นเรื่อยๆมุ่งตรงสู่ใจกลางหุบเขาที่ซึ่งความลับและการต่อสู้ที่แท้จริงกำลังรอคอยเขาอยู่!
หลินหยวนทะยานร่างผ่านม่านหมอกสีเทาหนาทึบที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีม่วงเข้มประจุไฟฟ้าในอากาศเข้มข้นจนเกิดเสียงประทุเปรี๊ยะปะอยู่รอบกายเขาทุกฝีเก้า
ทันใดนั้นเนตรอัสนีสีชาดของเขากระตุกวูบภาพเบื้องหน้าถูกย้อมด้วยสีแดงเพื่อเตือนภัยถึงข่ายอาคมระดับสูงที่วางซ้อนทับกันอยู่เป็ชั้นๆ
ตรงหน้าของเขาคือหน้าผาหินรูปทรงประหลาดที่ดูเหมือนหัวกะโหลกัขนาดมหึมาอ้าปากค้างไว้ภายในคอหอยันั้นคือทางเข้าสู่เขตชั้นในของหุบเขา
แต่สิ่งที่เป็อุปสรรคสำคัญคือ'กำแพงอัสนีไร้ลักษณ์' ที่สั่นะเืด้วยความถี่สูงจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นหากใครสุ่มสี่สุ่มห้าก้าวเข้าไป ร่างย่อมถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆด้วยแรงสั่นะเืของโมเลกุลอากาศ
[ตรวจพบ:ค่ายกลมหาเวทย์ัคลั่งสยบิญญา]
[สถานะ: ทำงานสมบูรณ์ 100%— ป้องกันการบุกรุกจากขอบเขตข้ามขอบเขติญญา]
[กลยุทธ์แนะนำ:อย่าใช้กำลังหักหาญ! ให้ใช้ 'ดาบอัสนีพิโรธแดง'เป็สื่อกลาง และรีดเค้นพลังสลายิญญาเพื่อสร้าง 'ช่องว่างสุญญากาศ' แทรกซึมผ่านรอยต่อของอาคม]
หลินหยวนหยุดยืนนิ่งหลับตาซ้ายที่เปี่ยมด้วยพลังม่วงลง และเปิดเนตรอัสนีสีชาดข้างขวาจนสุดขีดเขาเห็นเส้นสายพลังงานที่ถักทอเป็ตาข่ายถี่ละเอียดดุจใยแมงมุม
มือซ้ายค่อยๆเอื้อมไปจับด้ามดาบพิโรธแดงพลังความว่างเปล่าไหลเวียนออกจากจุดตันเถียนผ่านแขนเข้าสู่ใบดาบ จนเกิดเป็ออร่าสีดำขลับที่กลืนกินแสงสว่างรอบข้าง
"ในเมื่อไม่มีทางเข้า...ข้าก็จะสร้างทางขึ้นมาเอง!"
เขาไม่ได้ฟาดฟันอย่างรุนแรงแต่กลับค่อยๆ ปักดาบลงบนอากาศธาตุที่ว่างเปล่าพลังสลายิญญาทำหน้าที่เป็สว่านที่ไร้เสียงกัดกินม่านพลังงานจนเกิดเป็รอยแยกขนาดเล็ก
หลินหยวนแทรกตัวผ่านรอยแยกนั้นเข้าไปอย่างระมัดระวังทุกวินาทีที่อยู่ในรอยแยกร่างกายของเขาสั่นสะท้านจากการปะทะของพลังงานที่บีบคั้นอายุขัย
ทันทีที่ก้าวพ้นปราการมหาเวทย์ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้หลินหยวนถึงกับหยุดหายใจมันคือหุบเขาเวิ้งว้างที่ใจกลางมีวิหารโบราณสร้างจากโลหะสีดำทะมึนลอยอยู่เหนือทะเลลาวาสายฟ้า
สายฟ้าขนาดมโหฬารนับร้อยเส้นฟาดลงมาจากท้องฟ้าสู่ยอดวิหารนั้นตลอดเวลาประดุจเป็เสาค้ำจุนโลก
ที่หน้าประตูวิหารเขาเห็นร่างของชายในชุดคลุมสีทองอร่ามยืนเด่นตระหง่านแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายัที่น่าสะพรึงกลัว นั่นคือ 'เ้าเมืองสายฟ้า'ที่กำลังทำพิธีบางอย่างเพื่อเปิดประตูสุสานมหาเทพ!
"มาถึงจนได้สินะ...เ้าหนูตาเดียว" เสียงของเ้าเมืองดังกึกก้องประดุจสายฟ้าฟาดโดยที่เขาไม่ได้หันกลับมามอง
"เ้ามาได้ถูกเวลาจริงๆเพราะ 'กุญแจ' ดอกสุดท้ายที่ข้า้า...ก็คือเนตรอัสนีที่อยู่ในเบ้าตาของเ้านั่นเอง!"
หลินหยวนกระชับดาบในมือแน่นรอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้า
"อยากได้ดวงตาข้า?ก็เข้ามาเอาไปพร้อมกับิญญาของข้าสิ...หากเ้ามีความสามารถพอ!"
**************************
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (และฉบับเพิ่มเติม)
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเื่ "เนตรวิวัฒนาการพลิกวิถีลวง์"
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ลิขสิทธิ์เป็ของ : พิมภัสสร