ความงามของเฟยเฟยสะกดทุกสายตา แม้จะยังเป็ไม่ถึงวัยปักปิ่น แต่ความงามของนางนั้นเรียกได้ว่าสามารถล่มเมืองได้ย่อมไม่เกินความจริง
“ องค์หญิงอย่างงั้นเหรอ!! มันจะเป็ไปได้ยังไง เื่แบบนี้มัน.. ”
“ ความงามของนางราวกับเทพธิดาลงมาจุติโดยแท้จริง ”
เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันถึงตัวตนของเฟยเฟย แน่นอนว่าย่อมมีผู้คนเชื่อและยังไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น ทั้งสองคนต่างเดินมายังที่ประทับ เฟยเฟยนั่งใกล้กับเฟยหงผู้เป็พ่อพร้อมกับเผยรอยยิ้มสดใสออกมา
เป็รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจชายหนุ่มหลายคนต่างเต้นโครมคราม แต่ทว่าทันใดนั้นทุกคนในที่นี้ล้วนััได้ถึงพลังบางอย่างที่แผ่กลิ่นอายออกมาจากตัวจักรพรรดิื
ราวกับว่าทุกคนในที่นี้เห็นภาพหลอน มีัสีดำขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังจักรพรรดิ์กำลังแสดงท่าทีพิโรธออกมา จนทำให้เหล่าบุรุษต่างหลบสายตาออกไป
[ นายท่านโปรดระงับโทสะก่อน ท่านเป็คนตัดสินใจเกี่ยวกับเื่นี้เอง เพราะฉะนั้นท่านต้องเตรียมใจ มิแน่ว่างานนี้อาจจะมีหนึ่งในว่าที่ลูกเขยของท่านก็เป็ได้ ]
“ ถ้ามันผู้นั้นไม่รักชีวิตก็เข้ามา ”
เฟยหงกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเ็า ก่อนที่จะมองเหล่าผู้เข้ารับการทดสอบกว่าร้อยชีวิต
“ วันนี้ข้าจักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียน จะเป็กรรมการตัดสินร่วมกับแม่ทัพเฉิน เพราะฉะนั้นพวกเ้าไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็ธรรม อยู่ที่นี่ทุกคนล้วนเท่าเทียม ข้อห้ามสำคัญ ห้ามเอาตระกูลหรือยศฐาบรรดาศักดิ์มาใช้ในการแข่งขันครั้งนี้เด็ดขาด
และกรรมการพิเศษองค์หญิงซูเฟยเฟย บุตรีเพียงคนเดียวของข้า พวกเ้าในที่นี่อาจจะสงสัยว่าเหตุใดตลอดระยะที่ผ่านมาข้าต้องปกปิดถึงการมีตัวตนอยู่ของนาง นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของนางเองและหลังจาการปราบปรามขุนนางกบฎรวมทั้งเป่าจือ ในวันนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ข้าต้องเปิดเผยถึงการมีตัวตนของนาง ”
ประชาชนที่ต่างมาคอยเชียร์บุตรหลานหรือแม้กระทั่งทหารองครักษ์ต่างอดไม่ได้ที่จะมีสีหน้าตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน
“ หนี่เอ๋อ เื่ที่จักรพรรดิ์ทรงพูดเป็ความจริงหรือไม่? ”
อู่เจ๋อถามหนี่เอ๋อที่เป็ฝ่ายข่าวกรองภายในพรรคทันที
“ อืม เมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน เกิดเหตุการณ์ที่เหล่าขุนนางกว่าครึ่งถูกสังหารภายในข้ามคืน ข่าวที่ข้าได้รับมากล่าว่าผู้ออกคำสั่งก็คือจักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียนไม่ผิดแน่ ”
“ แต่ข้าชอบวิธีคิดของพระองค์นะ เด็ดขาดดีเป็การตัดรากถอนโคนโดยสิ้นเชิง แต่น่าแปลกเกิดเื่ใหญ่ขนาดนี้ทำไมตระกูลใหญ่ต่างๆถึงไม่ออกมาเคลื่อนไหวเลย
หญิงสาวร่างบางผู้นี้ก็คือ เจียงอี้
“ เจียงอี้ที่เ้าพูดมาก็มีเหตุผล หนี่เอ๋อแล้วเื่นี้มีรายงานเข้ามาบ้างหรือไม่ ”
อู่เจ๋อกำลังเก็บรวบรวมข้อมูลราวกับว่ากำลังคิดวิเคราะห์บางอย่าง...
“ อาจจะไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ในรายงานระบุไว้ว่า วันนั้นเกิดเหตุท้องฟ้าแปรปรวนอย่างรุนแรง อัสุนีบาตฟาดลงมายังบ้านเรือนของตระกูลใหญ่ หลายสิบตระกูลพร้อมกัน ”
“ มีบางอย่างแปลกๆ เื่นี้มันต้องมีที่มาที่ไป เจียงอี้ หนี่เอ๋อ รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมแล้วมารายงานข้าหลังจากจบการทดสอบครั้งนี้ เราต้องสืบทราบให้แน่ชัดว่าจักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียนเป็มิตรหรือศัตรู!! ”
แน่นอนว่าภารกิจของสำนักเซียนกระบี่ไร้เงาคือการจับตามองจักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียน
“ แต่ว่าเมื่อครู่นี้เ้าหลงเสน่ห์ขององค์หญิงใช่ไหม ข้าเห็นนะ ”
“ พูดอะไรของเ้า ไร้สาระ!! ”
อู่เจ๋อตอบปัดในทันที แน่นอนว่าทุกคนล้วนเห็นพฤติกรรมที่แปลกไปของเขาั้แ่ได้ยลโฉมขององค์หญิง ขณะนั้นเฟยหงก็กล่าวบางอย่างขึ้น
“ และสุดท้ายองค์หญิงซูเฟยเฟยจะเป็กรรมการพิเศษในสนามสอบพ่อครัวหลวง ข้าขอประกาศการทดสอบประเภทที่ 1 การรับราชการทหาร ขอเริ่มต้น ณ บัดนี้ ผู้ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการสอบประเภทที่ 1ให้เดินลงจากลานประลองเพื่อรอการสอบในประเภทของตนเอง การแข่งขันจะจัดขึ้น 2 วัน วันแรกเป็การปฏิบัติและวันที่สองภาคทฤษฎี”
แน่นอนว่าในใบประกาศได้แจ้งไว้แล้วในวันสมัคร นี่เป็ระบบการสอบที่เฟยหงคิดขึ้นมา เพื่อเฟ้นหาผู้มีพร์
“ พี่เหวินหลง ทำไมท่านยังยืนอยู่พวกเราต้องลงไปด้านล่างแล้วนะ ”
“ เอ่อ อันที่จริงแล้วตอนข้ากรอกใบสมัครข้าอยากลงการแข่งขันในประเภทที่1 ”
“ ทำไมท่านไม่เห็นบอกพวกข้าสักคำ ”
ฮุ่ยหรานกล่าวพลางแสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย
“ เอาน่าๆ งั้นก็แสดงว่าพวกเราทั้งสามคนเลือกการทดสอบไม่เหมือนกันสักคนเลยสิ ฮุ่ยหรานลงสมัครพ่อครัวหลวง ส่วนข้าลงสมัครองครักษ์ แล้วก็เ้าลงสมัครเป็ทหาร อย่าแพ้ั้แ่รอบแรกนะเหวินหลง ”
“ เอาเถอะในเมื่อพี่เหวินอวี้พูดถึงขนาดนี้ อย่าทำให้อาจารย์ขายหน้าล่ะ ”
ฮุ่ยหรานกล่าวสมทบ เหวินหลงเชิดหน้าพร้อมกับถูจมูกแสดงสีหน้ามั่นใจออกมา
“ แน่นอนอยู่แล้วคอยดูได้เลย ”
หลังจากนั้นไม่นานทั่วทั้งลานประลองก็เหลือผู้เยาว์อยู่ประมาณเจ็ดสิบคน จำนวนที่เหลืออยู่ก็คือผู้ที่เข้ารับการทดสอบประเภทที่1 การสอบทหาร
[ นายท่านทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ]
“ เนื่องจากปีนี้เป็ปีแรกที่ข้ามาเป็ผู้ตัดสินด้วยตัวเอง การสอบในครั้งนี้จะแตกต่างไปจากครั้งก่อนๆที่พวกเ้าจะเคยเจอ หุ่นกระบอกอักขระ!! ”
ทันใดนั้นก็ปรากฎหุ่นกระบอกรูปร่างคล้ายมนุษย์กลางลานประลองมากกว่าหนึ่งร้อยตัว สร้างความแตกตื่นให้กับผู้เข้ารับการทดสอบ
“ การทดสอบนั้นง่ายมาก หากพวกเ้าทั้งหมดไม่พลาดท่าถูกหุ่นกระบอกซัดตกลานประลองก็เป็อันผ่านการทดสอบแต่ในขณะเดียวกับพวกเ้าก็ต้องร่วมมือกันจัดการหุ่นกระบอกทั้งหมดนี้ ”
เฟยหงกล่าวขึ้นด้วยสงบแฝงกลิ่นอายสมกับเป็องค์จักรพรรดิ์
อู่เจ๋อแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาทันที ไม่เว้นแม้กระทั่งศิษย์ของสำนักใหญ่หลายๆสำนัก หากเป็ผู้คนโดยทั่วไปแล้วย่อมไม่รู้ถึงความสามารถและความแข็งแกร่งของหุ่นกระบอก
ยิ่งวัสดุที่ใช้ทำเป็ของที่ทรงพลัง หุ่นกระบอกตัวนั้นจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อผ่านตำราในสำนัก ไม่เคยมีผู้ใดรู้ถึงเคล็ดวิชาการสร้าง เพราะวิชาหุ่นกระบอกหายสาบสูญไปั้แ่ยุคแรกเริ่มของการบุกเบิกยุทธภพ
และวิชาที่สาบสูญก็อยู่ในมือของจักรพรรดิ์ผู้นี้!!!
“ หนี่เอ๋อเ้ารีบรายงานเ้าสำนักโดยด่วน!! วิชาหุ่นกระบอกอยู่ในมือของจักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียน ”
เื่นี้มีเพียงสำนักใหญ่ไม่กี่สำนักที่รู้ถึงความสุดยอดของเคล็ดวิชาหุ่นกระบอก แต่จักรพรรดิ์ผู้นี้กลับใช้มันเป็การทดสอบ
[ ทุกอย่างเป็ไปตามแผนที่นายท่านได้วางเอาไว้ ]
“ หุ่นกระบอกพวกนี้ข้าสร้างขึ้นมาจากไม้ธรรมดา และที่มันสามารถเคลื่อนไหวได้ก็เพราะตราเวทย์ที่ข้าใส่ผนึกเอาไว้ในอก ข้าอยากจะรู้จริงๆว่าสำนักใหญ่จะเดินเกมในครั้งนี้ยังไง ”
จบ...