ย้อนอดีตกลับมารักเธอ

    ตอนที่80 เพื่อนยังไงก็คือเพื่อน

    “ไงวันนี้ แต่งตัวมาซะสวยเลยนะ” บาสแซวขำๆ ก่อนจะมองหาสาวๆคนอื่นๆ “ว่าแต่พวกยายพริ้งไม่ได้มาด้วยเหรอ”
    “ไม่อะ พวกมันก็เหมือนเดิมนั่นแหละ อ่อยเด็กหนุ่มมหาลัย” ฟางยังคงสวยสดเหมือนเดิม ตอนนี้เธอยังไม่มีแฟน ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว เธอไม่ชอบอะไรอย่างนั้น ถึงแม้จะมีหนุ่มหน้าตาดีหลายคนเข้ามาจีบก็ตาม เธอไม่สนใจเลยจนพาลให้คนอื่นเขาคิดไปไกลว่าเป็นแฟนของบาสซึ่งความจริงนั้นไม่ใช่เลย พวกเขาก็แค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้น
    “คนแน่นร้านเลยนะเนี่ย” ฟางมองไปรอบๆร้านชาบูร้อยเล่ห์ ที่ว่างมันแทบจะเต็มหมด แทบไม่มีเหลือให้ลูกค้านั่งเลย
    โดยส่วนใหญ่แล้วคือกลุ่มนักศึกษาและวัยทำงาน พวกเขาจะมาเป็นกลุ่มอย่างน้อยสี่คน นั่งกันเต็มโต๊ พร้อมกับตักกุ้งมากันทีละมากๆ ของทะเลเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาบูร้อยเล่ห์เป็นที่น่าสนใจ ของสดใหม่ กุ้งตัวใหญ่พอดีคำ ปลาหมึกที่คัดสดๆมาจากเจ้าประจำ ทำให้ชาบูร้อยเล่ห์ตกเป็นที่นิยมเพียงเวลาไม่กี่เดือน
    “อื้ม ช่วงเย็นก็แบบนี้แหละ จะนั่งมั้ย”“ไม่ว่ะ เราแค่เเวะมาดูเฉยๆว่ากิจการช่วงนี้เป็นไงบ้าง แต่ดูแล้วน่าจะไปได้สวยเลยนี่”“เรื่องนี้ต้องขอบใจฟางนะ ถ้าหากไม่ได้ฟาง เราคง...”“เห้ยพูดมากน่า เราแค่จะมาบอกว่าอาทิตย์หน้าเราจะไปเยอรมันแล้วนะเว้ย”
    “จริงดิ แล้วได้จองร้านฉลองก่อนไปยัง” บาสไม่แปลกใจที่ฟางจะไปเรียนต่อเมืองนอก บ้านของเธอเป็นคนรวยเป็นธรรมดาที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดี สุดท้ายฟางจึงเลือกต่อที่นั่นโดยหวังว่าความแปลกใหม่ของที่นั่น จะทำในเธอได้ไอเดียใหม่ๆ กลับมาทำธุรกิจ รวมถึงการใช้ชีวิตของผู้คนที่ต่างกัน ก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะมีแฟนเป็นฝรั่งกลับมาด้วยหรือเปล่า ถ้าหากมีก็ดี เพราะบาสไม่อยากให้เพื่อนคนสวยขึ้นคานหรอกนะ
    “วันเสาร์ อาทิตย์หน้า ร้านบาร์ระยำนะเว้ย เราจองร้านไว้แล้ว คนที่มามีแต่เพื่อนกันทั้งนั้น บาสจะพาใครมาด้วยก็ได้นะ”“โอเค”“โอเค แล้วเจอกันนะ...บาย” ฟางโบกมือบ๊ายบาย ก่อนจะออกไปจากร้านชาบู
    มองแผ่นหลังของฟางไม่รู้ทำไมบาสจึงรู้สึกแปลกๆ ช่วยเวลาที่อยู่ด้วยกันกับฟางมันดีเหลือเกิน ดีซะจนเขาไม่อยากแยกจากเธอเลย แต่คงเพราะฐานะที่ต่าง ต่อให้ตอนนี้บาสมีร้านเป็นของตัวเอง แต่หากให้พูดตรงๆแล้ว ที่มาอยู่ตรงนี้ได้ส่วนหนึ่งก็เพราะอิทธิพลของบ้านฟาง หากไม่มีเส้นสายคงหมดเงินไปกับร้านและอย่างอื่นไม่น้อย
    วันถัดมา บาสกลับไปที่บ้านนอก หมู่บ้านดอนมดซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วที่นอนไม่หลับ เรื่องที่ไอ้อี๊ดเล่ามันจี้ใจเขาเหลือเกิน ทนไม่ไหวจึงต้องบึ่งรถจากเมืองกลับมาบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ของวัน
    บาสยืนอยู่หน้าบ้านของเพลิง เขาไม่กล้าเข้าไปข้างใน ได้แต่ยืนอยู่ตรงนี้เงียบๆ
    บ้านของเพลิงยังเหมือนเดิมเหมือนครั้งสมัยเด็กที่บาสเคยมาเล่นกันบ่อยๆ เป็นบ้านไม้เรียบง่ายอย่างคนบ้านนอกควรมี มองจากตรงนี้บาสเห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งที่คุ้นเคย แต่ทว่าใบหน้านี้กลับเศร้าหมองอย่างน่าประหลาด
    เพลิงเสียแขนซ้ายไปกับเรื่องต่อยตีวันนั้น เขาไม่ได้ติดคุกเพราะคนที่ฆ่านักเรียนอีกคนคือเพื่อนของเขา ซึ่งคนที่ตายก็คือคนที่ฟันแขนของเพลิงขาดนั่นเอง
    เพลิงเป็นเหมือนกับเสาหลักของบ้าน เป็นอนาคตที่พ่อแม่ฝากหวังไว้ แต่ว่า...ความฝันที่ว่าดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้แล้ว ตอนนี้เพลิงเป็นแค่คนพิการเท่านั้นคนพิการหางานยาก ไม่ว่าจะไปที่ไหนใครเขาจะรับล่ะ นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเงินที่เพลิงใช้จ่ายกับค่าเล่าเรียนเลยพวกเขาขายข้าวไปหนึ่งคันรถไว้ใช้เป็นทุนการศึกษาของเพลิง หวังว่าการลงทุนครั้งนี้จะนำมาซึ่งความก้าวหน้าของลูกชาย อนาคตที่ดีกว่าพ่อแม่อย่างการทำนา
    ซ้ำร้ายเพลิงยังเป็นลูกคนเดียว เขาไม่มีพี่น้อง พ่อแม่ตอนนี้ก็อายุเยอะแล้วจะเอาแรงที่ไหนมาผลิตลูกอีกคน อีกอย่างอายุเยอะแล้วการมีลูกถือว่าเป็นเรื่องอันตราย จึงได้แต่ทอดถอนใจกับวันพรุ่งนี้ที่ไม่มีอยู่ ดูใบหน้าของครอบครัวที่อยู่กันพร้อมหน้า นี่ไม่เหมือนกับบ้านของบาส พวกเขาทุกคนมีใบหน้าอมทุกข์ ดูเศร้าหมอง ดวงตาคล้ำๆคล้ายไม่ได้นอนมาหลายวัน
    บาสรู้สึกเจ็บหน้าอกอย่างน่าประหลาด ต่อให้เพลิงจะเคยรุมกระทืบเขากับเพื่อนๆ ก็ตาม แต่พอเห็นเพื่อนที่โตมาด้วยกันเป็นแบบนี้ก็ทนอยู่เฉยไม่ได้
    บาสรวบรวมความกล้าแล้วเดินเข้าไปในบ้านของเพลิง บ้านของเพลิงมีรั้วรวดหนามล้อมรอบ ประตูไม้ดาษๆที่ทำขึ้นเอง ทันทีที่บาสเดินเข้าไปเพลิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็เห็นเขา ใบหน้าดูตกใจลนลาน ริมฝีปากของเขากำลังจะขยับ...แต่ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา
    บาสไม่ได้สนใจท่าทางประหลาดของเพลิง เขานั่งลงข้างๆเพื่อนคนนี้ มองไปที่หน้าบ้าน มองทุ่งนาที่ไกลสุดลูกหูลูกตา กลิ่นดินโคลนโชยมาตามลม มันทำให้บาสรู้สึกดี กลิ่นนี้ที่เขาเติบโตมาต่างกับในเมืองใหญ่ที่คลุ้งด้วยมลพิษ
    “เพลิง...มึงสบายดีนะ” ก็รู้อยู่หรอกว่าถามแบบนี้มันดูโง่มาก แต่บาสเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดอะไรดี
    “อืม...แล้วมึงล่ะ ไม่ค่อยเห็นกลับบ้านเลย อยู่แต่ในเมืองเหรอ”
    บาสไม่คิดเลยว่าเพลิงจะตอบกลับมาด้วย ต่อให้อีกฝ่ายจะเคยมีเรื่องชกต่อย แต่คนเป็นเพื่อนกันวันวานวันนี้หากยังมีเยื่อใยก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่เหมือนเดิม
    “ใช่...ช่วงนี้กูยุ่งๆน่ะ เลยไม่ค่อยได้กลับบ้าน”“ดีจังนะ...แล้วพี่ทรายล่ะ มึงยัง....”“กูขอโทษว่ะ เพลิง...กูขอโทษมึงจริงๆ”
    บาสรู้ว่าตัวเองผิดที่แย่งพี่ทรายมาจากเพลิง ต่อให้เขาและเธอรักกันมาก่อนแล้ว แต่ในความจริงก็ยังผิดอยู่ดี
    “มาขอโทษกูตอนนี้...เพื่ออะไรวะ กูไม่เหลืออะไรแล้ว” เพลิงแสยะยิ้มอย่างเย็นชา ในสายตาของเขาพี่ทรายไม่มีค่าอะไรในใจอีกต่อไป
    บาสอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็กลืนคำนั้นลงไป เพลิงที่นั่งอยู่ข้างๆจึงเปิดปากขึ้น
    “แล้วมึงได้เจอกับไอ้อี๊ดบ้างมั้ย ตอนนี้มันยังอ้วนอยู่หรือเปล่า”“คนอย่างไอ้อี๊ด คงไม่มีใครสามารถเปลี่ยนมันได้หรอก อ้วนยังไงก็อ้วนอย่างนั้น”“ฮ่าฮ่า นั่นสินะ ต่อให้มันจะได้เมียสวยก็ตาม มันก็ยังเหมือนเดิม...”“เพลิง...”“มึงจะพูดอะไรก็พูดมาเถอะบาส ไม่ต้องมัวมาอ้ำอึ้ง”บาสสูดหายให้เข้าลึก แล้วจึงพูดออกไปว่า“มึงว่างอยู่ใช่มั้ย”“อื้ม ว่างสิ คนพิการอย่างกูใครล่ะจะจ้างทำงาน ที่กูทำได้ตอนนี้ก็แค่หาปลาเล็กๆแถวลำคลอง น่าสมเพชใช่มั้ยล่ะ”“ไม่หรอกว่ะ ยังดีกว่าคนบางพวกซะอีกที่มีมือมีตีนคบ แต่ไม่ยอมทำอะไร”“จริงเหรอ...”“มึง...ถ้ามึงว่างก็มาทำฟาร์มหนูให้กูสิ”
    บาสไม่สามารถเอาแขนของเพลิงกลับคืนมาได้ ที่เขาทำได้ตอนนี้คือความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ พอที่จะให้อีกฝ่ายมีงานประทังชีวิต แล้วสู้ต่อไปในวันพรุ่งนี้
    “ฟาร์มของมึงเหรอ...แต่กูเสียแขนไปข้างหนึ่งนะเว้ย”
    เพลิงรู้จักฟาร์มของบาสดี ตอนแรกมันก็เป็นแค่ฟาร์มเลี้ยงหนูเล็กๆนั่นแหละ แต่พอผ่านไปหลายปีเข้า กลายเป็นที่รู้จัก ได้ออกทีวีจนโด่งดัง ฟาร์มหนูนี้ก็เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไม่ได้ตั้งอยู่หลังบ้านพ่อรุ้งแม่หน่อยแล้ว แต่ซื้อที่สำหรับเลี้ยงหนูโดยเฉพาะ เปิดเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ที่ส่งทั่วประเทศ
    กลายเป็นว่า นี่คือธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสุดๆของบาส ฟาร์มหนูที่ใครหลายคนต่างดูถูก กลับทำเงินอย่างมหาศาลให้กับบาส
    “กูเป็นเจ้าของฟาร์ม จะเอาใครเข้าก็ได้ มึงไม่ต้องห่วงหรอก อีกอย่างหนึ่งไอ้จ่อยก็ทำงานอยู่ที่ฟาร์ม มึงไม่ต้องกังวลอะไรหรอกน่า”
    เมื่อฟาร์มใหญ่ขึ้นก็ต้องมีคนงานที่มากขึ้น จ่อยคือคนแรกที่ทำงานกับบาส เขาเป็นแค่นักเรียนที่จบ ม.3 เท่านั้น ไม่วาดฝันเลยว่าวันหนึ่งฟาร์มเล็กๆแห่งนี้จะใหญ่โต รวมถึงหน้าที่การงานของตัวเองที่พุ่งกระฉูดจนหยุดไม่อยู่ ส่วนหนึ่งต้องบอกว่าเพราะเขาอยู่ในช่วงที่ฟาร์มเลี้ยงหนูเพิ่งสร้างด้วยนั่นแหละ มีความสัมพันธ์กับเจ้าของฟาร์มที่แน่นแฟ้น ไม่แปลกเลยที่จ่อยจะกลายเป็นผู้จัดการฟาร์ม ทั้งที่มีแค่วุติ ม.3
    “ขอบใจนะเว้ยบาส แต่ว่า...เรื่องที่กูเคยทำกับมึง...” เห็นเพื่อนดีแบบนี้เพลิงเลยอดรู้สึกผิดไม่ได้ ตอนนั้นต้องบอกเลยว่าเขาสติแตกจริงๆ ที่ยกพวกมารุมบาส ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ เพลิงก็ไม่อยากทำแบบนั้นหรอก
    “เรื่องอะไร...อ๋อ ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็กูลืมไปแล้วเว้ย กูไม่เก็บมาคิดให้หนักใจหรอก ยังไงมึงก็เพื่อนกูนะ”
    “ขอบใจนะ คงมีแต่มึงกับไอ้อี๊ดนั่นแหละ ที่คิดว่ากูเป็นเพื่อน...” เพลิงไพร่นึกถึงเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย มีเพื่อนฝูงมากหน้าหลายตา รวมถึงผู้หญิงหน้าเหียกที่เข้ามาคลอเคลีย แต่พอเขากลายเป็นคนพิการคนพวกนั้นก็หนีหน้า ไม่ใยดีอย่างที่เคยเป็น ราวกับว่าพวกเขาเป็นแค่คนแปลกหน้ากัน
    มองบาสในตอนนี้แล้ว เพลิงรู้สึกซึ้งใจจริงๆ เขาไม่อยากเก็บอดีตมาคิดให้หนักใจ เพราะยังมีพ่อแม่ที่รออยู่ พวกท่านทำเพราะเขามามาก จะให้เลี้ยงดูคนพิการอย่างเขาไปจนตายก็ยังไงอยู่ สุดท้ายจึงตัดสินใจ
    “ตกลง กูจะทำ ว่าแต่เริ่มงานพรุ่งนี้เลยได้หรือเปล่า เจ้านายครับ”“ได้สิ แต่ว่าอยู่กันแค่สองคนแบบนี้มึงไม่ต้องเรียกกูว่าเจ้านายหรอก มันฟังดูแปลกๆว่ะ”

    คล้ายกับเรื่องย้อนอดีตกลับมารักเธอ ที่คุณอ่าน