ตอนที่เจ็ดสิบสี่ การดวลวิชาอาคม
“ที่ชั้นทำลงไปไม่ได้หมายความชั้นเป็นห่วงเธอหรอกนะ”
ผมดัดเสียงเป็นสาวซึนเดเร่ด้วยความรวดเร็วเพื่อให้พิธีกรรมยังมีผล
“โอ้ แม่ตะเคียนทองอย่าได้เล่นตัวพี่จะดูแลเจ้าไม่ให้ใครหยามหมิ่น”
นอกจากดัดเสียงเป็นสาวซึนเดเร่แล้วผมยังพูดเป็นเสียงตนเองได้ในประโยคถัดไปราวกับเป็นนักพากย์มืออาชีพ
จนผมคิดนิดๆว่าอาจารย์คงหรือหมอผีต่างๆหากพวกเขาเข้าวงการบันเทิงได้
คงไม่ต้องลำบากมากเป็นหมอผีแล้ว
แบบเดียวกับนักแสดงระดับโลกนั้นหลายคนมาจากการแสดงละครเวทีหรือการเล่นมวยปล้ำอย่างเดอะร็อค
ที่ต้องแสดงจริงๆไม่มีคัทเบรก
ทำให้ความสามารถในการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าสูงกว่านักแสดงแบบปรกติ
ส่วนอาจารยคงที่เห็นไอ้เจิดสามารถทำให้พิธีไม่เสียไปได้ก็พยักหน้าคิดในใจว่าไอ้นี่มันสำมะคัญนัก น่าจะสามารถสืบทอดวิชาของตนเองต่อไปได้
“กูไม่ไป”
เสียงดังมาจากคลองที่ไม้ตะเคียนนั้นจมอยู่ลมได้พัดแรงขึ้น
พวกหมาแมวและนกกาเกิดความหวาดกลัววิ่งหนีกันแตกกระเจิง
แต่ไม่มีก้อนไม้และเศษหินบินขึ้นมาได้เพราะไอ้เจิดใช้ให้คนงานเก็บออกไปหมดแล้ว
นี่ล่ะคือพลังของลูกชายกำนัน!!!
“ทำไมเธอถึงได้ดื้อดึงอย่างนี้ถึงได้มารักสาวที่เอาแต่ใจตนเองอย่างชั้นทำให้หัวใจของชั้นที่ไม่เคยมีใครมาหลายร้อยปีนั้นหวั่นไหว”
ผมยังคงดัดเสียงเป็นผู้หญิงสู้กับนางตะเคียนทองต่อไป
“ก็เพราะว่าพี่ต่างจากผู้ชายลวงหลอกคำพูดดั่งคชสารงางอกไม่หลอกลวง”
“ไม่เอาน้องมองออกว่าพี่จะหลอกลวง”
“ขอเพียงแต่มีเธออยู่ใกล้”
“พี่เจิดขา”
ผมกล่าวราวกับนักพากย์ด้วยความรวดเร็ว
ทันใดนั้นในคลองก็มีควันกรุ่นขึ้นมาราวกับนางตะเคียนทองเกิดความโมโหโกรธาอย่างมาก
หึหึหึ สำมะคัญนัก เจ้าเจิดศิษย์ข้า
เจ้าสามารถสะกดข่มนางตะเคียนทองด้วยเวทย์ได้ขนาดนี้
อนาคตเอ็งไกลเป็นหมอผีที่ดังไปทั้งจังหวัดแน่ๆ
อาจารย์คงคิดในใจวาดฝันถึงอนาคตของศิษย์ที่จะมีผีสาวหลายนางคอยรับใช้
แม้ไอ้เจิดจะคิดว่า
จะมีไปทำเพื่อ?