“คุณนี่กล้าดีจังเลยนะ”เอริก้ายิ้มระรื่นอยู่กับจอห์น “เก่งแล้วก็กล้ามากอย่างที่ฉันไม่อยากเชื่อเลย”
จอห์นยิ้มรู้สึกภูมิใจอยู่บ้างที่ได้รับคำชมกึ่งยกยอแต่ไม่ใช่เพราะท่าทางยั่วยวนกวนเสน่ห์ของเอริก้าแน่แม้ว่าหล่อนจะนอนร่วมเตียงอยู่เสมอมาจนเกิดความเบื่อหน่ายแต่น่าจะเป็เพราะการที่หล่อนเข้าใจที่เขากล้าจะพูดคุยกับหล่อนอย่างเปิดเผยต่อสายตาคนอื่นเช่นนี้เอริก้าไม่ใช่คนโง่ แม้ว่าบางครั้งหล่อนจะทำให้ใครๆ คิดว่าหล่อนเป็อย่างนั้นก็ตาม
เอริก้าเพิ่งเข้ามาทำงานกับเอเยนซี่แห่งเดียวกับจอห์นได้ประมาณเดือนกว่าเป็คนมีฝีมือที่เรียนรู้อะไรต่อมิอะไรได้อย่างรวดเร็วหล่อนมีความปรารถนาอันสูงส่งเช่นเดียวกับจอห์น คืออยากเป็ศิลปินเต็มขั้นสามารถทำมาหากินจากฝีมือของตนเองและเฝ้าแต่ตั้งความหวังไว้ว่าสักวันหนึ่งความฝันจะเป็จริง
ตอนที่จอห์นขอแต่งงานกับวิลลี่นั้นเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า เธอเป็ผู้หญิงที่พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์ศฤงคารออกจะเป็เื่น่าแปลกอยู่ที่ว่า เขากลับมีความรู้สึกว่า เงินทองเ่าั้มันเป็ภาระอันยิ่งใหญ่เสียเหลือเกินถ้าเธอยากจนกว่านี้เขาจะไม่ลังเลใจเลยที่จะขอให้เธอกัดก้อนเกลือกินกับเขาหางานอะไรก็ได้ทำ เพียงเพื่อเลี้ยงชีวิตให้อยู่รอด
แต่เมื่อวิลลี่มีเงินมากมายออกอย่างนี้เขามีความรู้สึกว่า มันเป็ความจำเป็ที่จะต้องพิสูจน์ว่าเขาไม่้าเป็ผู้ชายที่เกาะเมียกิน มันเป็อะไรบางอย่างที่เขาทนไม่ได้
เมื่อเป็เช่นนี้เขาจึงเข้าทำงานกับบริษัทโฆษณาแม้ว่าเงินเดือนที่ได้รับจะไม่มากนัก แต่จอห์นก็มีความรู้สึกอยู่ว่านี่คือสิ่งที่เขาแสดงให้วิลลี่เห็นว่าเขารักเธอจริง
แต่ชีวิตสมรสระหว่างเธอกับเขามันได้ผ่านเลยมาจนถึงจุดที่ต่างรู้ว่าต่างผูกพันในกันและกันจนไม่อาจพรากจากกันได้อีกและมันถึงเวลาแล้วที่เขาจะตัดสินใจว่า ควรจะเริ่มต้นทำงานอย่างจริงจังเสียที
และค่ำวันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิเมื่อกลับมาถึงบ้าน จอห์นก็พูดกับวิลลี่อย่างจริงจังว่า
“ผมจะลาออกจากงานอยากลงมือทำงานที่ใจรักให้มันเป็เื่เป็ราวเสียทีนะวิลลี่”
“จริงหรือคะจอห์น?”วิลลี่ยอมรับว่าเธอพลอยตื่นเต้นยินดีไปกับเขาด้วย “ถ้าอย่างนั้นคุณก็เริ่มลงมือวางแผนได้แล้วละค่ะว่าจะทำอะไร”
วิลลี่สนับสนุนให้กำลังใจเขาอย่างเต็มที่ลงนั่งปรึกษาหารือและวางแผนสำหรับงานที่จะทำอยู่จนดึกดื่นพร้อมที่จะช่วยแต่งเติมความฝันของสามีให้กลายเป็ความจริงขึ้นมาวิลลี่รู้ว่าเธอจะต้องมีความสุขมากกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
“นั่นหมายความว่าผมจะไม่มีรายได้ส่วนตัวอย่างน้อยก็5 ปีทีเดียวนะวิลลี่” จอห์นพูดด้วยน้ำเสียงบอกความกังวล
“เงินน่ะเขามีไว้ให้ใช้นะคะจอห์นถ้ามีแล้วไม่ใช้จะมีทำไม?” วิลลี่กลับย้อนถาม
จอห์นรักวิลลี่ที่เธอเป็ผู้หญิงที่พร้อมจะเข้าใจในทุกสิ่งไม่เคยสร้างเงื่อนไขให้เขาต้องหนักใจเลย และวิลลี่เองก็รักจอห์นที่เขาไม่รังเกียจกับการใช้เงินของเธอเมื่อถึงคราวจำเป็ไม่ดื้อรั้นที่จะพิสูจน์ความรักที่เขามีต่อเธอด้วยการทำงานกับบริษัทโฆษณาได้เงินเดือนไม่พอยาไส้นั่นอีกต่อไป
ในระยะหลังๆจอห์นเกิดความเบื่อหน่ายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาอยากจะไปให้พ้นเสียจากเมืองนี้พ้นจากสังคมอันหรูหราที่ผู้คนในแวดวงคอยแต่จะใช้สายตาตัดสินในการกระทำของกันและกันไม่อยากเห็นหน้าค่าตาแม้แต่คนรู้จักที่เดินผ่านกันบนท้องถนนเสียด้วยซ้ำ
สิ่งที่เขา้าคือการใช้ชีวิตอิสระไม่ต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ใดอีกต่อไป ไม่ต้องต่อสู้กับบรรยากาศกดดันไมต้องอยู่ในโลกธุรกิจที่มีแต่สวมหน้ากากเสแสร้งแกล้งทำดีต่อกันเขา้าเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ของชีวิต้าแสดงออกทางพลังความคิด สติปัญญาอันจะเป็สัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่มหัศจรรย์ในการตัดสินใจครั้งนี้
ดังนั้นตลอดฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนนั้น เขากับวิลลี่จึงเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆโดยเฉพาะตามเมืองในชนบทเพื่อจะหาสถานที่เหมาะสมที่จอห์นจะปักหลักทำงานที่ตั้งใจไว้ต่อไปได้
ในที่สุดสองสามีภรรยาก็เห็นพ้องต้องกันว่าแนนทัคเคท เป็ที่ๆ เหมาะที่สุดเพราะมันแทบจะถูกตัดขาดออกจากแผ่นดินใหญ่โดยสิ้นเชิงก็ว่าได้อยู่เลยไกลออกไปในมหาสมุทรประมาณ 30 ไมล์และที่นั่นจอห์นกับวิลลี่ได้ตัดสินใจซื้อบ้านเก่าแก่หลังหนึ่งและทั้งสองก็จะย้ายไปอยู่ที่นั่นอาทิตย์นี้แล้ว
ตลอดระยะเวลา 2-3เดือนที่ผ่านไปชีวิตสมรสที่โรยราลงบ้างกลับเข้มข้นรุนแรงขึ้นอีกครั้งต่างฝ่ายต่างมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิดเป็คู่ชีวิตที่มีลมหายใจเดียวกันอย่างแท้จริง จอห์นพาวิลลี่ไปตามสถานที่ต่างๆที่เคยไปมาแล้วเมื่อครั้งที่แรกรักกันใหม่ๆ เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำแต่หนหลังขณะเดียวกันก็นับเวลาถอยหลังไปด้วย สำหรับการที่จะได้ไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่ซื้อไว้
เพราะฉะนั้นต่อให้มีสาวน้อยอย่างเอริก้าอีกร้อยคนก็ไม่มีวันที่จะสร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นกับวิลลี่ได้แม้แต่น้อย
“ฉันเองก็กำลังคิดอย่างคุณเหมือนกันนะคะจอห์น”เสียงเอริก้ากำลังพูดกับเขาอยู่ “ฉันกำลังคิดอยากจะลาออกจากงานเหมือนกันอยากเป็จิตรกรเต็มขั้นเสียทีและยิ่งมาเห็นคุณตัดสินใจแบบนี้ก็ยิ่งอยากจะลาออกเร็วขึ้น”
จอห์นมองเลยร่างเอริก้าไปยังวิลลี่ที่นั่งเอนอิงอย่างสบายอยู่กับพื้นห้องหันหลังให้กับเตาผิงและพบว่าเธอกำลังมองมาทางเขาอยู่จึงส่งยิ้มไปให้และวิลลี่ก็ยิ้มตอบกลับมาอย่างเข้าใจ มันทำให้จอห์นต้องขอบคุณพระเ้าอยู่เสมอที่ประทานความโชคดีให้เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงที่แสนดีเช่นเธอ
ซึ่งถ้าเป็สมัยก่อนจอห์นอาจจะอ่านรอยยิ้มของวิลลี่ว่ากำลังเยาะหยันเขาอยู่ก็ได้ตอนที่อยู่ร่วมกันใหม่ๆ นั้นเขายอมรับว่ามันมีอะไรหลายอย่างในตัววิลลี่ที่เขาไม่พอใจเลย โดยเฉพาะกับการที่เธออยู่ในโลกอย่างมีความสุขไม่ดิ้นรนไม่อยากต่อสู้กับอะไรทั้งสิ้น
เขาไม่อยากให้เธอเป็ผู้หญิงที่แสนดีถึงขนาดนั้นอยากจะเห็นเธอแสดงความคิดเห็นเพื่อดิ้นรนต่อสู้ให้ชีวิตอยู่รอดบ้างหรืออย่างน้อยก็ทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ตน้ามาแต่เธอช่างมีชีวิตที่สงบสุขเสียเหลือเกินอยู่กับเงินและงานเย็บปักถักร้อยที่เธอรัก
วิลลี่มีหัวศิลป์ในเื่นี้อย่างมากมายเธอสามารถเขียนลายออกแบบปักลวดลายได้สวยสดงดงามลงบนผ้าที่จัดเตรียมไว้เป็ชุดอย่างไม่มีวันเบื่อหน่ายั้แ่ผ้าปูโต๊ะ ผ้าเช็ดปาก ผ้าคลุมเตียง ผ้าม่านและอื่นๆ นับแต่ลายดอกไม้ใบหญ้าไปจนขั้นที่ต้องใช้ศิลปะเพื่อการออกแบบ
แม้จะมีห้างร้านติดต่อเข้ามาเพื่อซื้องานฝีมือดังกล่าวแต่วิลลี่ก็ทำงานอย่างประณีตบรรจงใช้เวลานานมาก จนเกินกว่าที่จะยึดเป็อาชีพได้ยิ่งกว่านั้นเธอก็จะทำแต่เฉพาะงานที่อยากทำเท่านั้น จอห์นเคยแปลกใจเสมอเมื่อได้เห็นว่าวิลลี่ไม่ได้แคร์เลยว่างานที่เธอทำขึ้นนั้นจะขายได้หรือไม่และไม่เคยสนใจกับการแสดงออกถึงความชื่นชมที่ผู้อื่นมีผลงานของเธอเลย
พ่อแม่ของวิลลี่เสียชีวิตไปก่อนหน้าที่จอห์นจะได้พบและรู้จักเธอแต่สิ่งที่เขาเรียนรู้ทั้งจากที่เธอเล่าและเท่าที่ประมวลได้จากเพื่อนฝูงของครอบครัวเธอนั้นก็คือพ่อแม่ของวิลลี่เป็ผู้ดีมีตระกูลสูงผู้มั่งคั่งด้วยธนสารสมบัติดังนั้นทัศนคติที่มองดูบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนจึงเป็ไปในลักษณะที่ขาดความสนใจจะผูกพันอยู่ก็แต่เฉพาะบุคคลที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันเท่านั้น ซึ่งวิลลี่ได้รับสายเืนี้มาโดยตรงเธอจึงเป็กุลสตรีที่มีความพอใจมีความสุขอยู่กับตนเองและจอห์นก็ไม่เคยสงสัยในความรักที่เธอมอบให้เขาแม้แต่น้อย
“จะยังไงก็ตามทีเถอะนะ”เขากล่าวกับเอริก้า “ผมอยากแนะนำคุณไว้สักหน่อยว่าก่อนจะตัดสินใจลาออกจากงาน คุณควรคิดให้รอบคอบเสียก่อนเพราะมันเป็เื่ยากที่จะทำมันเหมือนกับเราก้าวออกจากดาวเทียมออกไปสู่อวกาศนั่นแหละไม่มีอะไรที่เราจะยึดถือเป็หลักได้” เขามองหน้าหญิงสาวอย่างใช้ความคิดก่อนจะพูดต่อว่า “และคุณก็ยังสาวหรือที่ถูกคุณก็ยังเด็กอยู่มากผมน่ะต้องใช้เวลาหลายปีทีเดียวตอนที่ฝึกเขียนรูปแต่ถึงแม้ว่าผมจะอยากเขียนรูปมากสักแค่ไหน ผมก็ยังมีงานอื่นที่ต้องทำอยู่ตลอดเวลามันไม่ได้ดังใจสักที แต่ตอนนี้ผมกำลังเคาะสนิมพวกนั้นออกหมดแล้วผมยอมรับนะว่าการไปครั้งนี้ ผมจะต้องคิดถึงบอสตันมาก คิดถึงงานที่เคยทำคิดถึงบริษัท..”
“จริงหรือนี่ที่นายกำลังจะบอกว่าคิดถึงพวกเราทุกคน..น่าประทับใจเป็บ้าเลย..” โดนัลด์ ฮู้ดที่เดินเข้ามาข้างหลังยกแขนขึ้นพาดไหล่จอห์นไว้อย่างรักใคร่เขาเป็อาร์ติสท์ของบริษัทโฆษณาที่มีผลงานมากมาย ประการสำคัญก็คือเป็คนนิสัยดีแม้บ่อยครั้งจะพ่นลมหายใจกรุ่นกลิ่นเหล้าใส่หน้าเพื่อนๆ อยู่บ่อยครั้งก็ตาม
“อา..ผมคิดถึงคุณเป็พิเศษอยู่แล้วละเพื่อน”จอห์นว่าสังเกตเห็นอยู่ว่าโดนัลด์ยืนไม่ตรงนักจึงพยุงไปทางห้องรับประทานอาหาร “ผมชักหิวแล้วสิ เราหาอะไรใส่ท้องกันก่อนดีกว่า” เขาหันไปยิ้มให้เอริก้าเป็เชิงขออภัยที่ต้องแยกตัวออกมาเฉยๆอย่างนี้ ซึ่งหล่อนก็ยิ้มตอบอย่างเข้าใจเพราะทุกคนในบริษัทล้วนรู้จักนิสัยของโดนัลด์ดีและรักเขากันทุกคน