ตอนที่2 เ้าเป็ใคร
ค่ำคืนอันมืดมิดไร้ซึ่งแสงจันทร์ ได้เกิดการต่อสู้อันดุเดือดบนเนินเขาจนพื้นดินและก้อนหินต่างแตกกระจายไปตามต้นไม้ที่ล้มเรียงกันเป็ทาง
และบุคคลผู้เป็ต้นเหตุแห่งการฆ่าฟันก็ยืนจ้องมองดาบเล่มยาวที่เปื้อนเือยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อนเป็เวลาพักใหญ่
“มันหนีไปได้งั้นรึ”
“อย่างท่านไม่น่าพลาดนะเ้าคะ”
เสียงปริศนาดังสะท้อนอยู่ในเงาป่าอันมืดมิดอย่างน่าฉงน ก่อนบุคคลทั้งสองจะเผยตัวด้วยเสื้อคลุมสีดำพร้อมฮูดคลุมหัวเพื่อปกปิดใบหน้าของตน และมุ่งตรงมายังบุคคลที่พึ่งผ่านการสู้รบ ด้วยท่าทางไม่เป็มิตร
"หึ เป็อย่างข้าที่คาด"
ทั้งสองต่างงุนงงต่อรอยยิ้มบนใบหน้านั้น เพราะเป้าหมายที่พวกตนตามล่าได้หนีหายไปพร้อมคำกล่าวอันดูเลินเล่ออย่างมิควรอภัย
"ไนท์อาย เฟดดี้ ตามข้ามา!! "
................................................................
ชายผมขาวรีบซอยเท้าไปทั่วสวนป่าเพื่อหาสมุนไพรที่ใช้ในการห้ามเือย่างเร็วไว แต่ด้วยความมืดของค่ำคืนอันไร้แสงจันทร์ มันจึงทำให้การหาสมุนไพรนั้นเป็เื่ยากกว่าครั้งใด แถมในขณะที่เทียกำลังก้มหัวลงมาดูต้นหญ้าใต้โขดหิน ตัวเขาก็ล้มไปกระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างมิทราบสาเหตุ
“บ้าจริงนี่ข้าเมางั้นรึ!! ” ชายผมขาวรีบลุกขึ้นพร้อมกับหัวที่เต็มไปด้วยโคลน จึงทำให้เขาเริ่มหงุดหงิดกับท่าทางมึนเมาก่อนจะพบเข้ากับใบสาบเสือซึ่งมีสรรพคุณในการห้ามเืได้อย่างยอดเยี่ยม
เทียจึงรีบเด็ดเฉพาะใบประมาณสิบกำมือแล้ววิ่งกลับมายังตัวบ้านพร้อมกับร้องะโเรียกหาเด็กสาวผู้ท่วมท้นไปด้วยเืและาแ
“เฮ้ เ้าเป็อย่างไรบ้าง” ทันทีที่เทียถึงตัวบ้าน เขาก็คว้าครกหินเพื่อบดใบสาบเสือให้แหลกละเอียด ก่อนจะนำมันมาประคบตามาแต่างๆ แล้วก็พบว่าตรงขาซ้ายของนางนั้นถูกบางอย่างทำร้ายจนสาหัส
“ท่าน..ทำไมถึงใช้….สมุนไพรรักษาข้า ทำไม..ท่านไม่รักษาข้า...เลยล่ะ”
“ตัวข้า ทำได้เพียงเท่านี้ เ้าอดทนหน่อยนะ เดี๋ยวเ้าก็หายดี”
สีหน้าของเด็กสาวไม่สู้ดีนัก จึงทำให้เทียเริ่มกังวลว่านางจะมิอาจรอดพ้นค่ำคืนนี้ไปได้
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
แล้วเสียงเคาะประตูอันน่าสงสัยก็ดังขึ้นมาในยามวิกาลอย่างไม่ควรต้อนรับ พร้อมกับท่าทางหวาดวิตกจากเด็กสาวจนเทียต้องลุกขึ้นไปดูลาดเลาจากช่องทางประตู
“นั่นใคร!!! ”
เทียเอ่ยถามในขณะที่แอบส่องดูใบหน้าของผู้มาเยือน แต่ดูเหมือนช่องรูต่างๆ จะถูกปิดจนมิอาจมองเห็นภายนอกได้อย่างไม่ปกติ
"ก๊อก ก๊อก"
"ข้าถามว่าใคร!! ถ้าไม่ตอบข้าไม่เปิดนะ" เมื่อเห็นท่าไม่ดีเทียก็รีบผลักตัวออกจากประตูบานนี้ แล้วตรงเข้าหาเตียงไม้เก่าพร้อมกับยกมันขึ้นพิงกำแพงเพื่อเปิดประตูลับซึ่งถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนอันแ่า ก่อนเทียจะกระชากมันออกมาด้วยมือเปล่าอย่างน่าอัศจรรย์
เทียเปิดประตูบานลับและอุ้มตัวเด็กสาวลงมาข้างล่างซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นประหลาดก่อนจะวางนางไว้ข้างๆ กล่องั์ที่มีรูปร่างคล้ายใบหน้าคน
“ไม่ว่าจะเป็สิ่งใดเข้ามา ห้ามเ้าทำอะไรทั้งสิ้น” เมื่อกล่าวจบเทียก็รีบวิ่งขึ้นมา้าพร้อมกับปิดประตูลงด้วยความร้อนใจ
แต่ทันใดนั้นประตูไม้บานเก่าก็มิอาจขวางเงามืดซึ่งกำลังเอื้อมมือเข้ามาในห้องทั้งที่เทียมั่นใจว่าได้ล็อกมันไว้อย่างแ่า ก่อนบางสิ่งจะพุ่งตรงเข้าหาเทียด้วยความมุ่งร้ายพร้อมกับเตะไปยังระหว่างขาของชายผมขาวโดยไม่มีการพูดคุยหรือต่อรองใดๆ
“โอ้ยยยย ทำไมมันแข็งแบบนี้!! ”
เสียงร้องโอดครวญอันใสแจ๋วดังขึ้นอยู่ในตัวบ้านอย่างน่าฉงน เพราะแทนที่เ้าของเสียงนั้นจะเป็เทียผู้ถูกเตะผ่าหมากมาหมาดๆ แต่กลับเป็เด็กสาววัยสิบห้าซึ่งมาพร้อมกับใบหน้าอันแสนหวานประหนึ่งน้ำผึ้งเดือนห้า ก่อนผมสีน้ำตาลอันหยักศกจะแหงนขึ้นมองเทียด้วยความแค้นใจ
“เอนี่ เ้าทำจริงๆ งั้นรึ!!!”
เสียงของแซมกล่าวออกมาด้วยความใในการกระทำของลูกสาวตน ที่กล้าเข้าไปทำร้ายยังจุดอ่อนของชายชาตรีทุกคนบนโลก
“มันไม่ได้ผลล่ะสิ สมัยหนุ่มๆ เขาได้ฉายาไอ้ไข่เหล็กเชียวนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แต่กลับกลายเป็เื่น่าขบขัน เมื่อมองเห็นนางนั่งขดตัวอยู่บนพื้นไม้เก่าๆ เพราะอาการาเ็จากการกระทำของตัวเอง
“ก็น่าจะบอกกันหน่อยสิวะ พ่อ!! ”
ถึงการพูดคุยกันระหว่างสองพ่อลูกจะทำให้เทียรู้สึกโล่งใจ แต่มันช่างผิดที่ผิดเวลายิ่งกว่าเื่ใด เพราะใต้เตียงนั้นยังมีผู้ที่าเ็ใกล้ตายอย่างที่ไม่ควรให้ใครมาข้องเกี่ยว
“พวกเ้ามีธุระอะไรงั้นรึ แล้วพวกเ้าเข้ามาได้อย่างไรข้าล็อกประตูไว้นะ!!”
“เฮ้ เ้าลืมรึไง อาชีพเก่าข้านะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“เ้าไม่น่าพูดอย่างภาคภูมิใจต่อหน้าลูกสาวเ้าเลยนะแซม”
“เทียยยยยย!!!! ” เสียงะโของ เอนี่ทำให้หัวใจของทั้งสองแทบหยุดเต้น เพราะนางชอบทำเสียงดังท่าทางห้าวหาญราวกับเด็กผู้ชายมาโดยตลอด ในส่วนนี้คงเป็ความผิดจากฝ่ายพ่ออย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเอ็มม่านั้นสุภาพเรียบร้อยได้ดั่งกุลสตรีที่ควรยกย่อง
“เ้ามาบ้านข้าตอนข้าไม่อยู่งั้นรึ รู้รึไม่ว่าข้าคิดถึงเ้า” เอนี่กล่าวออกมาอย่างไม่เคอะเขินใดๆ แต่ทำไมต้องเป็แซมเสียเองที่อายแทนลูกสาว เมื่อเห็นนางกำลังบอกคิดถึงชายอื่นได้อย่างหน้าตาเฉย พร้อมกับเดินไปหยิบหม้อที่อุ่นกำลังดี เพื่อนำไปให้กับเทียด้วยรอยยิ้มอันสดใส
“ข้านำต้มผักโขมมาให้เ้า ข้าเป็คนทำเอง”
“มันทานได้ใช่ไหม เอนี่”
“ถ้าข้าไม่กลัวหม้อนั้นหก ข้าจะเตะไข่เ้าอีกรอบ” แล้วรอยยิ้มอันสดใสก็เลือนหายไป เพราะคำกวนๆ โดยไม่สนใจต่อความยากลำบากในการเข้าครัวของเด็กสาวผู้ไม่เคยคิดจะจับมีดทำอาหารให้ผู้ใดมาก่อน
“ไม่ได้นะเอนี่ลูกรัก เ้าจะไล่เตะไข่ชายอื่นมั่วซั่วไม่ได้นะ”
“ห๊ะ หรือเ้าอยากจะโดยด้วย พ่อ!!! ”
ถึงอย่างไรเทียก็ได้แต่ยิ้มให้กับสองพ่อลูกซึ่งยืนโต้เถียงกันอย่างสุขใจและอาหารสดใหม่ที่เอนี่ทำมาให้แม้นางจะไม่ถนัดเื่การเข้าครัวก็ตามที
“ข้าขอบใจเ้ามากนะเอนี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะแวะไปหาเ้า ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วพวกเ้าควรกลับไปก่อน”
"เ้าพูดแล้วนะ สัญญามาเลย"
"ข้าสัญญา"
"เ้าพูดจริงๆ นะ"
“พอเลย เอนี่ เ้าจะดีใจออกหน้าออกตาเกินไปแล้วนะ กลับกันได้แล้ว”
แซมได้ลากตัวนางในขณะที่ยืนยิ้มด้วยใบหน้าอันแดงระเรื่อให้ออกห่างจากตัวบ้านก่อนจะล่ำลากันไปคนละทางด้วยอาการหึงหวงในตัวลูกสาว
แล้วทั้งสองก็เดินหายไปไกลจากตัวบ้าน เทียจึงรีบปิดประตูไม้บานเก่าพร้อมกับล็อกมันไว้ให้แ่ากว่าครั้งใด ก่อนจะวิ่งตรงไปยังประตูลับเพื่อลงมาดูอาการของผู้าเ็
แล้วก็ต้องพบกับสิ่งที่น่าอัศจรรย์เมื่อาแฉกรรจ์ต่างๆ ของนางเริ่มทุเลาลงจนสามารถลุกขึ้นมานั่งได้ด้วยตนเอง
“นั้นหมายความว่าอย่างไรหรือเ้าค่ะ”
“ก็เพื่อนๆ ข้า”
“เพื่อนงั้นรึ เ้าพวกมนุษย์นั้น ท่านกล่าวออกมาได้อย่างไร!!! ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ขณะที่ทั้งสองเริ่มโต้เถียงกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง เทียจึงสั่งให้เด็กสาวผู้นี้เบาเสียงลงพร้อมกับเดินตรงไปยังหน้าประตู
“เ้าลืมของรึไงแซม?? ”
ก๊อก ก๊อก
“รู้แล้วๆ ข้ากำลังเปิดประตูให้ใจเย็นหน่อยสิ” และน้ำมืออันหยาบกร้านก็ได้คว้าไปยังกลอนประตูเพื่อเปิดมันออกมาด้วยใบหน้าอันเรียบเฉย ก่อนจะพบกับสิ่งที่น่าใเพราะตรงหน้านี้มันไม่ใช่แซมอีกต่อไป
“เ้า.. เป็ใคร? ”
ร่างของบุคคลนิรนามใส่ชุดคลุมสีดำยาวลงมาจนถึงเข่ายืนเฝ้ารออยู่ตรงหน้าประตูได้อย่างน่าพรั่นพรึง จนทำให้เทียผงะได้ไปชั่วขณะหนึ่ง
“ไม่ต้องใไป เ้าชาวนา ข้าเป็อัศวินแห่งกษัตริย์เหนือหัวของเ้า” บุคคลปริศนาได้อ้างตนว่าเป็อัศวินอย่างไม่น่าไว้ใจ แถมน้ำเสียงยังฟังดูประหลาดจนไม่คิดว่าจะเป็บุรุษ เพราะมันเล็กแหลมและแหบแห้งราวกับคนกำลังขาดน้ำ
“ท่านมีธุระอันใดหรือขอรับ”
“คุยตรงนี้คงไม่สะดวก..ถอย..!! ” อัศวินปริศนากล่าวขึ้นมาพร้อมกับใช้มือผลักประตูหมายจะเข้าไปในตัวบ้าน และไม่คาดคิดว่าจะมีมือของชาวนาที่ค้ำประตูไว้จนตนไม่สามารถผลักมันเพื่อเข้ามาได้ แม้เขาจะพยายามใช้แรงอย่างสุดกำลังแต่ผลก็ยังคงเป็เช่นเดิม
จึงทำให้อัศวินนายนี้ต้องยอมจำนนพร้อมกล่าวถึงสิ่งที่ตน้าอยู่ตรงหน้าประตูอย่างไม่มีทางเลือก
“ข้าไล่ล่าบางสิ่งมาจากเนินเขาทางทิศใต้ คาดว่ามันอาจหลบหนีมาบ้านเ้า ตอนนี้ข้าให้คนตรวจสอบรอบๆ แถวนี้แล้ว เหลือเพียงบ้านของเ้า ให้ข้าเข้าไป...”
“ประเดี๋ยวนะท่าน จะตรวจตราบ้านใครไม่ต้องใช้หมายค้นจากท่านเ้าเมืองเลยรึ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า มีสิ ข้าต้องมีหมายค้นอย่างแน่นอน” เสียงหัวเราะร่าชวนสงสัยก่อนเขาจะเอื้อมมือไปคว้าด้ามดาบตรงกลางหลัง พร้อมกับชักมันออกมาเพื่อข่มขวัญ จนชายผมขาวได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าหากเขายังขืนดึงดัน ตัวและหัวจะแยกออกจากกันไปชั่วนิรันดร์
จึงทำให้เทียเปิดประตูต้อนรับอย่างไม่สบายใจนัก หากบางสิ่งที่เขาเฟ้นหาเป็เด็กสาวจากชั้นใต้ดิน ความสงบของตนคงจบลงในวันนี้
และไม่รอช้าอัศวินก็เริ่มสำรวจตัวบ้านที่มีข้าวของเครื่องใช้ไม่มากนัก มันจึงง่ายต่อการมองเห็น แม้มีแสงไฟจากเทียนไขเพียงหนึ่งเล่มก็ทำให้เหลือบไรมิอาจรอดพ้นจากสายตาได้
“ท่านอยากดื่มอะไรไหม ข้าชอบดื่มนมท่านดื่มรึเปล่า”
“ข้าขอเป็น้ำเปล่า”
“ได้ขอรับ ว่าแต่ท่านกำลังหาสิ่งใดงั้นรึ”
“เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่สิ จะพูดว่าเป็คนก็ไม่เชิง” คำกล่าวของอัศวินตรงหน้าทำให้เทียประจักษ์แล้วว่าเด็กสาวจากชั้นใต้ดินคือสิ่งที่เขาตามหา
“ไม่เชิงว่าเป็คน หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ”
“คำพูดข้ามันเข้าใจยากเกินไปงั้นรึ”
“ ต้องขออภัยด้วยขอรับ ข้าเป็คนไม่มีการศึกษา”
อัศวินยังคงเดินสำรวจในตัวบ้านอย่างสงบนิ่งแม้จะต้องตอบทุกคำถามของเ้าบ้าน แต่ก็ไม่ทำให้เขาละสายตาจากเตียงไม้อันเก่าที่มีรอยเปื้อนเืจากปลายนิ้วมือ
“น้ำของท่านได้แล้ว ขอรับ”
“ขอบใจ”
อัศวินคว้าแก้วน้ำจากชายผมขาวพร้อมเปิดฮู้ดคลุมหัวจนผมสีดำเงาอันนุ่มสลวยถูกปล่อยลงมาถึงกลางหลัง เผยใบหน้าผ่องใสราวกับหิมะพร้อมด้วยทรงผมหน้าม้าซึ่งเข้ากันได้ดีกับตัวนาง และั์ตาสีดำคล้ำฉายความเยือกเย็นยิ่งกว่าฤดูหนาวใดๆ
“เ้า….เป็ใคร” เทียกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเทา พร้อมกับจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ล่ะสายตาจนนางมิอาจทนรับกิริยาเ่าั้จากชายหนุ่มได้อีกต่อไป
“เ้าจ้องข้าทำไม”
“เ้าเป็ใคร!!! มาหาข้าทำไม ”
เทียหายใจถี่รัวพร้อมกำหมัดแน่นโดยไม่ยำเกรงต่ออัศวินตรงหน้า นางจึงเดินผ่านแสงเทียนอันสั่นไหวคล้ายกับดวงตาของชายผมขาว ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนทั้งสองห่างกันแค่่ลมหายใจ
“มีปัญหากับข้างั้นรึ เ้าชาวนา”
“ได้โปรดบอกข้ามาเถิด เ้าเป็ใคร”
คำพูดและสายตาช่างดูโศกเศร้าเกินกว่าอัศวินตรงหน้าจะเข้าใจ เหมือนโลกทั้งใบของเขาได้ถูกแต่งแต้มด้วยสีดำจนนางนั้นอดคิดไม่ได้ว่าชายผู้นี้เคยผ่านพบสิ่งใดมา
“ข้ามีนามว่า คิง ลีเดีย ” ชื่อที่ปรากฏทำให้เทียเริ่มสงบ พร้อมกับรอยยิ้มซึ่งเผยออกมาอย่างน่าฉงน
“งั้นรึ ไม่ใช่นางงั้นรึ”
“เ้ากำลังเสียมารยาทกับข้า”
“ต้องขออภัยด้วยขอรับ ข้าน้อยมีนามว่า เทีย”
"เทีย อะไรรึ? "
"แค่เทียขอรับ"
“งั้นก็ช่างเ้า เรากลับมาเข้าเื่กันดีไหม เทีย ” อัศวินเดินหันหลังให้กับใบหน้าอันเศร้าหมองนั้น ก่อนจะหยุดนิ่งบริเวณเตียงไม้เก่า
“เหตุใดเ้าถึงช่วยนาง ” แล้วคำถามก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนทำให้เทียผงะไปชั่วขณะ
"ช่วยใครหรือขอรับ"
“เ้ารู้รึไม่ว่างานข้าคืออะไร” ลีเดียหันหน้ากลับมาอย่างช้าๆ พร้อมกับคำถามที่มิอาจคาดเดาคำตอบ
“งานข้าคือการตามล่าและฆ่าปีศาจ ส่วนเ้ากำลังจะซ่อนมันจากข้าด้วยคำโป้ปดอันโง่เง่า!! ”
"ข้ากำลังซ่อนปีศาจจากท่านหรือขอรับ "
"อย่ามาทำไขสือต่อหน้าข้า แม้ปีศาจจะแปลงโฉมอยู่ปะปนกับมนุษย์จนแยกไม่ออก แต่ข้ามั่นใจว่าเ้ารู้เื่นี้ดีถึงยอมช่วยเด็กนั้นไว้ " ลีเดียเริ่มชักดาบเล่มยาวตรงกลางหลังและจับจ้องมายังชายตรงหน้าอย่างเยือกเย็น
"ทุกครั้งที่ข้าล่า ทุกครั้งที่พวกมันใกล้สิ้นใจ มันจะดิ้นรนหนีไปยังทิศตะวันตกบ้าง ทิศใต้บ้าง ทิศเหนือบ้าง จนข้าพบจุดร่วมเ่าั้ "
“บ้านของเ้าเทีย พวกมันมาบ้านของเ้า”
“ท่านพูดถึงอะไรกัน ปีศาจ บ้านข้า? ”
“เมื่อครู่เ้าถามข้าว่าเป็ใคร หนนี้ถึงทีข้าถามบ้างล่ะ ว่าเ้าเป็อะไร มนุษย์ หรือ ปีศาจ "
“เกินไปแล้ว จะมากล่าวหาว่าข้าเป็ปีศาจได้อย่างไร ท่านควรออกจากบ้านข้าไปได้แล้ว ที่นี่ไม่มีสิ่งที่ท่านตามหาทั้งนั้น”
เทียพยายามพูดเสียงดังและทำสีหน้าไม่พอใจเพื่อขับไล่ลีเดียออกไปให้พ้นจากตัวบ้านอย่างเร็วไว ก่อนทุกสิ่งมันจะสายจนเขามิอาจแก้ไขอะไรได้
“หึ อีกเดี๋ยวก็รู้” ลีเดียเผยรอยยิ้มอันเยือกเย็นก่อนจะคว้าเตียงไม้อันเก่า แล้วเหวี่ยงจนมันกระเด็นราวกับว่าเป็แค่ปุยนุ่น
“ท่าน พอได้แล้ว” เทียรีบเอ่ยห้ามด้วยท่าทางตื่นตระหนก ก่อนนางจะเหลือบไปเห็นประตูลับใต้เตียงนั้นพร้อมกับแสยะยิ้มออกมาอย่างสะใจเพราะทุกอย่างมันเป็ไปตามที่นางคาดไม่มีผิด
“ปีศาจไม่มีทางมาพึ่งพามนุษย์หรอก ถ้าเจอมันความจริงก็อยู่ตรงหน้า และข้าสงสัยเหลือเกินว่าสองพ่อลูกนั้นจะเป็ปีศาจด้วยหรือไม่”
ฉึก!!
แล้วทันใดนั้นใบมีดอันแหลมคมก็พุ่งตรงเข้าหาลีเดียอย่างรวดเร็วจนเกือบจะคร่าชีวิตนางได้ หากไม่ตัดสินใจใช้ดาบเล่มยาวฟันผ่าลงมากลางประตูบานลับ
“ความจริงอยู่ตรงหน้าแล้วนะเทีย”
ลีเดียเผยรอยยิ้มอันน่าพรั่นพรึงเมื่อประตูบานลับถูกทำลายด้วยปีศาจร้ายร่างกายสีดำที่กระโจนตัวขึ้นมาพร้อมกับคมมีดสุดพลิ้วไหวและยืดหดได้ดั่งใจ
และการโจมตีก็เปิดฉากขึ้นอีกครั้งเมื่อปีศาจตนนั้นได้พุ่งตัวเข้าหาลีเดียพร้อมคมมีดนับสิบ ก่อนจะถูกฟันทิ้งด้วยกระบวนท่าอันรวดเร็วประหนึ่งสายฟ้า แล้วปลายดาบก็จ่อมายังคอของปีศาจโดยที่มันได้ขยับตัวเพียงแค่สองครั้ง
"มองมาที่ข้าเทีย เด็กสาวผู้นี้กำลังจะตายและเ้าช่วยนางได้ " ลีเดียเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นพร้อมกับจับจ้องมายังชายผมขาวโดยไม่กะพริบตา
"รุ่งอรุณใหม่ของจอมมารหมายถึงอะไร และเ้าเป็ใครไยจึงตั้งกองกำลังไว้ที่นี่…. "
"เลิกบ้าเสียทียัยหนู ข้าไม่รู้ว่าเ้าเอ่ยถึงสิ่งใด "
และชั่วอึดใจเทียก็ได้คว้าแขนของลีเดียจากด้านหลัง โดยที่นางมิอาจมองตามความเร็วนั้นทัน จนปีศาจตนนี้หลุดหนีออกมาพร้อมกับวิ่งตรงไปยังทางประตูด้วยเวลาอันสั้น
"เฟดดี้ ไนท์อาย!! " ลีเดียะโเรียกกำลังเสริมที่มาพร้อมกับขวานขนาดใหญ่ ก่อนชายร่างั์จะใช้มันพังประตูทางเข้าและฟาดฟันปีศาจตรงหน้าจนมันกระเด็นกลับมายังจุดเดิม
ลีเดียพยายามดึงแขนจากมืออันแข็งแกร่งอย่างสุดกำลังเพื่อจับกุมปีศาจตนนั้นอีกครั้ง แต่ชายผมขาวกลับยืนนิ่งอย่างไม่สะทกสะท้านจนน่าหวาดหวั่น ว่าเหตุใดเขาจึงมีพละกำลังและความเร็วที่เหนือชั้นเกินกว่าอัศวินเยี่ยงนาง
และทันใดนั้นมืออันแข็งแกร่งก็ถูกโจมตีด้วยลูกธนูที่ทะลวงหัวไหล่ซ้ายจนเทียต้องล้มลงไปกองกับพื้นด้วยแรงกระแทกคล้ายกับควายขวิด
" โอ้ อย่าขยับเชียวเ้าตัวประหลาด คราวนี้จะไม่ใช่แค่ไหล่เ้านะ" น้ำเสียงอันใสแจ๋วจากผู้ใช้ลูกธนูเอ่ยกระซิบอยู่ข้างหูชายผมขาวพร้อมกับปลายมีดที่พาดอยู่บนคอของเทียอย่างมาดมั่น
ทำให้สถานการณ์วนกลับมาเช่นเดิมอีกครั้งเมื่อปีศาจถูกคมดาบของลีเดียพาดอยู่บนคอพร้อมกับคำถามที่นาง้าคำตอบ
"ชีวิตเด็กสาวนี่คงไม่สำคัญพอให้เ้าเผยแผนการออกมาสินะเทีย ช่างเสียเวลาจริงๆ " แต่เมื่อเทียยังคงนิ่งเฉยโดยไม่ยอมปริปาก ลีเดียจึงตัดสินใจสังหารเด็กสาวด้วยคมดาบที่บาดลึดลงในคออันเรียวเล็ก ก่อนเืสีแดงจะเริ่มหลั่งไหลออกมาเป็สายธารอย่างเวทนา
"พอได้แล้ว!! ข้าไม่เกี่ยวข้องกับแผนการอะไรทั้งนั้น ข้าก็แค่หยิบยื่นความช่วยเหลือแกผู้ยากไร้ จะมนุษย์หรือปีศาจมันก็ไม่ต่างกัน "
"จะช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็มนุษย์หรือปีศาจ…..นี่เ้าบ้าไปแล้วอย่างนั้นรึ!! เราฆ่าฟันกันมานานนับพันปีแต่เ้ากลับบอกว่าพวกเราไม่ต่างกัน เ้ามันเสียสติไปแล้ว" ลีเดียะโขึ้นอย่างเดือดดาลพร้อมกับมุ่งตรงเข้าหาชายผมขาวด้วยโทสะ ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้เพื่อดูใบหน้าของคนวิปลาสให้เต็มตา
"และมันยังต้องดำเนินเช่นนี้ต่อไป จนกว่าฝ่ายใดจะสูญสิ้นจากโลก "
"เ้าเ็ปกับความแค้นถึงเพียงนี้เลยรึ" ประโยคสั้นๆ จากชายผมขาวได้ทำให้ดวงตาของลีเดียเบิกกว้างขึ้นในชั่วขณะหนึ่ง ก่อนนางจะเดินหายไปจากตัวบ้านปล่อยทิ้งไว้เพียงให้กลุ่มคนที่พร้อมต่อสู้งุนงงกับการกระทำของนาง
"ฆ่ามันตอนนี้ก็ไร้ความหมาย จับพวกมันไปทั้งคู่เค้นความจริงมาให้ได้"