“หนอนหนังสือ อีกเดี๋ยวเ้าก็แค่บันทึกข้อมูลคำขอของลูกค้าเหล่านี้ก็พอ ตอนชุ่ยฮวาพาคนมาจะช่วยเ้าชั่งน้ำหนัก เ้าไม่ต้องทำเองเข้าใจไหม?”
วันนี้จู้เจียงเจียงจะส่งใบชาที่ทำเสร็จแล้วไปให้ลูกค้าตามที่อยู่ถึงหน้าประตูบ้าน พร้อมกับเปิดร้าน
ดังนั้นลูกค้าที่มาเก็บชาวันนี้จะมีเหลียงเหวินโจวมาคอยรับรองและลงทะเบียนแทนนาง ตอนนี้ไม่ใช่่เพาะปลูก ทว่าในหมู่บ้านมีเขาแค่คนเดียวที่เขียนหนังสือเป็ จึงต้องขอให้เขามาช่วยเหลือ
หลายวันมานี้คนที่มาเก็บชาบนูเาชาน้อยลงเกินครึ่ง ความตื่นเต้นผ่านไป ความตื่นตัวของพวกชาวบ้านก็หมดลงเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น คนที่มาเก็บชามากกว่าหนึ่งหรือสองคนต่างก็บอกว่า หมู่บ้านเสี่ยวฮวงห่างไกล ถนนก็เดินลำบากมาก!
จู้เจียงเจียงเคยพูดเื่การซ่อมถนนสายหลักที่รกร้างนั้นกับจูลิ่น แต่คำตอบที่เขาให้นางคือ “มีแค่หมู่บ้านเสี่ยวฮวงที่เดินถนนเส้นนี้ ไม่คุ้มค่าที่จะซ่อมแซม”
คำพูดนี้ของเขา นางโกรธเสียจนเกือบอ้าปากด่าคน
อย่างที่คิด ขุนนางกับคนธรรมดามีความแตกต่างกันอยู่
ช่างเถอะ รอนางทำงาน่นี้เสร็จ ค่อยพาคนไปซ่อมเอง!
จู้เจียงเจียงใช้ร่างกายเล็ก ๆ ของนางลากรถเข็นเข้าเมืองอีกครั้ง
เมื่อจอดรถในตำแหน่งที่ตั้งร้านเรียบร้อย ก็ใช้เสื่อคลุมไว้ ส่วนตัวเองก็เลี้ยวเข้าในตรอกเล็ก ๆ คนเดียว เริ่มส่งใบชาทีละบ้าน
ในตอนที่เดินทาง นางได้นำใบชาวางไว้ในช่องว่างมิติก่อนแล้ว วันนี้นางเปลี่ยนชุดเก็บชา หวีผมยาวสลวยจนเรียบร้อย เหนือศีรษะยังทัดดอกไม้ป่าที่เก็บจากข้างถนน
พยายามแต่งตัวให้ตัวเองดูดีสักหน่อย ตอนส่งชา ใบชาถึงจะไม่ถูกลดระดับเพราะนาง
ที่อยู่ของลูกค้าถูกนางจัดเรียงตามตรอกซอกซอยแล้ว เริ่มจากหัวถนนถึงท้ายซอย ค่อย ๆ เคาะประตู ยื่นใบชาออกไปทีละบ้านด้วยตัวเอง
อย่างที่คิด เมืองเจียงหนานมีลักษณะเหมือนภาพความทรงจำแรกที่นางจำได้ คือเป็เมืองยากจนเมืองหนึ่ง
บนถนนไม่มีอิฐหินปูทาง ถนนทั้งหมดล้วนเป็ดินโคลนสีเหลืองที่ถูกเหยียบย่ำ เมื่อลมแรงพัดมาก็จะพัดพาฝุ่นสีเหลืองกระจายทั่วทั่วท้องฟ้า
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก…*
จู้เจียงเจียงเคาะประตูเรือนหลังหนึ่ง ขณะกำลังรออยู่ ยังใช้นิ้วนับประตูรั้วในตรอกอีกครั้ง ยืนยันสถานที่ว่าตัวเองหาถูกต้องหรือไม่
ในเมืองมีบางบ้านที่ไม่แขวนป้าย นางทำได้แค่ใช้วิธีการนับเอา
“มาแล้ว” ในประตูมีเสียงผู้หญิงอ่อนโยนเสียงหนึ่งดังขึ้น ไม่นานนักประตูก็เปิดออก
คนที่เปิดประตูเป็หญิงสาวที่สวมชุดสีเรียบสะอาดตาคนหนึ่ง มาพร้อมกับรอยยิ้มสว่างไสว ทุกย่างก้าวที่เดินทุกอิริยาบถล้วนสะท้อนรัศมีของคุณหนูในตระกูลใหญ่
ถึงแม้หญิงสาวจะสวมชุดเรียบง่าย เครื่องประดับก็มีแค่ต่างหูคู่หนึ่งกับปิ่นหยกหนึ่งชิ้น แต่ดูอย่างไรก็คือคนเกิดที่ในครอบครัวใหญ่
จู้เจียงเจียงเมื่อเทียบกับนาง ก็รู้สึกเหมือนนกกระจอกกับเฟิ่งหวงยืนอยู่ด้วยกัน
“เรียนถาม ใช่แม่นางิหรือไม่? ข้าคือคนส่งชาของหมู่บ้านเสี่ยวฮวง ชาที่ท่านเก็บทำเสร็จแล้ว”
การแต่งตัวด้อยกว่าไม่เป็ไร ทว่าบุคลิกลักษณะจะแพ้ไม่ได้ ตอนจู้เจียงเจียงยื่นชาออกไป ถ่อมตัวแต่ไม่ต่ำต้อย จ้องตาหญิงสาวคนนั้นโดยตรง
“ดีจังเลย!” หญิงสาวรับกระปุกชามาด้วยความดีใจ พลางหันหน้าไปเรียกคนในลานบ้าน “พี่ชาย ชามาส่งแล้ว รีบต้มน้ำ พวกเราลองดื่มดู”
พูดจบ หญิงสาวก็หันกลับมาพูดขอบคุณกับจู้เจียงเจียง ทั้งยังให้รางวัลเป็แผ่นเงินกับนาง “ขอบคุณแม่นาง”
จากนั้นหญิงสาวก็ค่อย ๆ ย่างก้าวอย่างสง่างาม หมุนตัวกลับเข้าเรือนไป
จู้เจียงเจียงมองเงินรางวัลที่ยัดมาในมือ อารมณ์ดีเป็ที่สุด นี่คือเงินรางวัลที่เยอะที่สุดที่นางได้รับในวันนี้แล้ว
ใช้เวลาเกือบสองชั่วยาม จู้เจียงเจียงถึงส่งใบชาทั้งหมดเสร็จ
หลังส่งเสร็จแล้ว นางก็กลับไปเปิดร้านอย่างไม่หยุดพัก ก่อไฟต้มไส้กรอกเื หากไม่ต้มไส้กรอกเืให้สุกก็จะมีกลิ่นคาว
หลังจากเคยปรากฏตัวครั้งนั้นบนูเาชา ทุกคนในเมืองเจียงหนานต่างก็รู้ว่านางอยู่หมู่บ้านเสี่ยวฮวง และรู้ว่าชาที่นางขาย หลังจากดื่มแล้วจะได้รับพรจากเฟิ่งหวงสีทอง
ภายใต้ความคิดเช่นนี้ กิจการของจู้เจียงเจียงจึงขายดีมาก ๆ
แค่หนึ่งชั่วยามสั้น ๆ ไส้กรอกเืที่เอามาวันนี้กับใบชาก็ขายหมดเกลี้ยง
ตอนหนิวต้งมาช่วยนางเก็บร้าน ที่ปากพูดอิจฉาไม่ขาดปาก “แม่นางเจียงเจียง เ้าทำการค้าเก่งจริง ๆ เพิ่งเปิดร้านแค่หนึ่งเดือน ก็ขายดีไปทั่วทั้งเมือง เก่งกว่าข้าอีก”
พูด ๆ อยู่ เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจ “แต่เสียดายที่เ้าขายคือใบชา หากขายพวกของกิน เสื้อผ้า วันข้างหน้าต้องเป็แม่ค้ารายใหญ่แน่!”
จู้เจียงเจียงรู้ว่าทำไมเขาถึงคิดแบบนี้ เขาคงรู้สึกว่าใบชาเป็ของที่เติมท้องให้อิ่มไม่ได้ ทำได้ไม่ยืนยาว ทุกคนแค่เห็นเป็ของแปลกใหม่เท่านั้น
นางไม่ได้รีบโต้เถียงเขา แค่ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่แน่วันข้างหน้าจะไม่ขายแค่ชา อาจจะขายของกิน หรือไม่ก็เสื้อผ้า”
นางแค่พบดงชาร้างผืนนั้นก่อน และรู้สึกน่าเสียดายหากปล่อยทิ้งไว้ ดังนั้นจึงเก็บมาขาย แต่นางก็ไม่เคยพูดว่าจะขายแค่ชา
ที่นี่ยังอยู่ในยุคสมัยแห่งการเกษตรที่ค่อนข้างล้าหลัง ทำไร่ทำนา แค่มีกินอิ่มท้องก็นับว่าเป็ทางเลือกที่ถูกต้อง
จู้เจียงเจียงลากรถเข็นที่ว่างเปล่าหลังจากขายหมดเกลี้ยงกลับบ้าน ตอนผ่านทุ่งนาหน้าประตูหมู่บ้าน นางก็พบว่าต้นข้าวที่เติบโตอย่างเป็ระเบียบผืนหนึ่ง บนใบข้าวมีรูที่ถูกแมลงกัดจำนวนมาก
นางหยุดรถ ม้วนขากางเกงขึ้นแล้วเดินลงไปในทุ่งนา ต้นข้าวสูงถึงเอวนางแล้ว ใกล้จะแตกรวงออกดอก หากตอนนี้ถูกแมลงกินไป ต้นข้าวที่โตมาต้องผอมแห้งไร้เมล็ดข้าวแน่นอน
ถึงตอนนั้น ผลผลิตจะลดลงฮวบฮาบ
แต่ว่า ทำไมมีแค่ต้นข้าวในทุ่งนาของนางที่ถูกแมลงกัดกินรุนแรงแบบนี้?
จู้เจียงเจียงวิ่งไปบนคันนาของพวกชาวบ้านรอบข้าง ดูแล้วก็พบว่าต้นข้าวของพวกชาวบ้านไม่มีแมลงเจาะเลย ส่วนต้นข้าวบ้านของนางแทบจะถูกกัดกินจนหมดแล้ว
“ไม่ใช่กระมัง แม้แต่แมลงก็เลือกกินหรือ?”
จู้เจียงเจียงโกรธมาก แค่ไม่มาดูแลทุ่งนาไม่กี่วัน ก็สร้างเื่ให้นางแล้ว?
อีกทั้งในดินยังมีวัชพืชมากมายที่เติบโตและสูงกว่าต้นข้าวแล้ว หากไม่ถือโอกาสถอนทิ้งตอนนี้ เมื่อวัชพืชพวกนี้โตขึ้น เมล็ดที่ออกมาก็จะตกลงสู่ผืนดินดิน ปีหน้าก็จะมาแย่งสารอาหารกับต้นข้าวอีก
เื่หนึ่งยังไม่จบก็มีอีกเื่ผุดขึ้นจริง ๆ เื่ใบชายังไม่เข้ารูปเข้ารอย ที่ดินก็ดันเกิดเื่หนักใจขึ้นอีกเสียอย่างนั้น
จู้เจียงเจียงแหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วถอนหายใจยาว ทำนามันยากจริง ๆ!
ตระกูลสวี่
วันนี้จู้เจียงเจียงซื้อเนื้อมานิดหน่อย หั่นครึ่งหนึ่งถือไปถึงตระกูลสวี่ สวี่เหล่าเกินดูแลเผยเสี่ยวอวี๋ไม่เลว คนแก่ทั้งสองไม่มีลูกชายและลูกสาว นางใส่ใจดูแลหน่อยก็เป็เื่ที่สมควร
“ปู่สวี่ทำกับข้าวหรือยัง?”
จู้เจียงเจียงเดินตรงไปทางห้องครัว เห็นสวี่หลิวซื่อกำลังติดไฟเตรียมทำข้าวเย็น
สวี่หลิวซื่อเห็นนางมา รีบตักน้ำลงหม้อเพื่อไม่ให้หม้อเดือด
แล้วถึงลุกออกมา “สะใภ้เล็ก เ้ามีธุระอะไร? หาตาแก่หรือ เขาออกไปข้างนอกยังไม่กลับเลย”
“ย่าหลิว วันนี้ข้าซื้อเนื้อมานิดหน่อยให้ท่านกับปู่สวี่ ข้าวางไว้ในตะกร้าแล้วนะ”
จู้เจียงเจียงเอาเนื้อวางไว้ในตะกร้าผักหน้าประตูห้องครัวโดยตรง เพราะนางรู้ หากนางยื่นให้ สวี่หลิวซื่อคงมีการแข่งขันชักเย่อกับนางครู่ใหญ่แน่นอน
อย่างที่คิด เมื่อเห็นเนื้อในตะกร้าสวี่หลิวซื่อก็เริ่มพูดปฏิเสธ
เพียงแต่จู้เจียงเจียงไม่ให้โอกาสนาง ชิงเอ่ยปากเปลี่ยนหัวข้อก่อน “ย่าหลิว ข้าอยากถามหน่อย ต้นข้าวในทุ่งนาถูกแมลงกินแล้ว ปกติพวกเราใช้อะไรกำจัดแมลงหรือ?”
หากอยู่ในยุคปัจจุบัน นางคงซื้อยาฆ่าแมลงเติมน้ำพ่นก็พอ
แต่อยู่ที่นี่ไม่มียาฆ่าแมลง นางทำได้แค่มาขอวิธีกำจัดแมลงแบบโบราณกับพวกผู้ใหญ่