แอด! แอด! แอด!เสียงสัญญาณไฟดังสนั่นไปทั่วช่วงตึกที่ตั้งของชมรมหมอผีถ้วยแก้วซาฮารา ไฟสลัวในห้องพิธีที่เปิดไว้ตอนนี้ดับสนิท ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยความมืด จะหลับตาหรือลืมตาก็มีค่าเท่ากัน มีแต่เพียงเสียงสัญญาณเตือนไฟเท่านั้นที่ประสาทหูรับรู้อย่างกึกก้อง"ฉางเค่อ ไฟไหม้ชมรมเราแล้ว!"โซอี้ถือไฟฉายวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้องพิธี แล้วยื่นไฟฉายอีกอันให้กับฉางเค่อ ส่วนตัวฉางเค่อเองนั้นเพิ่งหลุดออกมาจากโลกความทรงจำของปาสคาล พอตั้งสติได้ก็รีบรับไฟฉายมา กวาดแสงไฟไปรอบห้องเพื่อเช็คจำนวนคนที่เข้าร่วมพิธี ตอนนี้ทุกคนทำอะไรไม่ถูก ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อะไรเป็นเหตุให้ไฟไหม้อย่างฉับพลัน ฉางเค่อเองก็ไม่อาจทราบได้ ดูเป็นเรื่องบังเอิญที่สอดคล้องกับภาพเพลิงไหม้ที่บลูมมิ่งซันเสียนี่กระไร ฉางเค่ออดเชื่อมโยงไม่ได้มีแต่โซอี้คนเดียวเท่านั้นที่วิ่งเข้ามาในห้องพิธี ใจนึงฉางเค่อก็เป็นห่วงสตีเฟ่น แต่สตีเฟ่นคงเป็นคนที่ไม่น่าเป็นห่วงที่สุดแล้ว เขาจัดการตัวเองได้ รวมถึงของสำคัญต่างๆ สตีเฟ่นคงหาทางปกป้องเอาไว้อย่างดี เขาย่อมมีแผนสำรองที่ดีแน่นอนสักพักควันไฟก็ทะลักเข้ามาในห้องพิธี ผู้เข้าร่วมพิธีไอกันค่อกแค่กเพราะสำลักควัน รวมถึงฉางเค่อและปาสคาลด้วย"ทุกคนตั้งสตินะครับ เดินตามแสงไฟอันนี้ที่ผมส่องนะครับ เดินตามมาอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเป็นห่วงสิ่งของใดๆทั้งสิ้น"ฉางเค่อพูดชัดถ้อยชัดคำ พลางส่องไฟหมุนวนให้ทุกคนรู้ว่านี่คือแสงไฟที่ทุกคนต้องติดตามไปนับแต่นาทีนี้ ในขณะที่ไฟสีแดงส้มก็เริ่มปะทุลามเลียเข้ามาทางประตูด้านหน้า จากห้องมืดๆตอนนี้สะท้อนเป็นแสงสีส้มแดงไปหมดแล้วเขานำทุกคนไปที่ทางออกด้านหลังของตัวตึก เพราะเป็นย่านอาศัยสลัมโคมแดง ประตูด้านหลังตึกจึงมีขนาดเล็กมาก สามารถเดินผ่านออกไปได้ทีละหนึ่งคนเท่านั้น ยังดีที่ตึกนี้ไม่ได้ใหญ่โตและซับซ้อนอะไรมาก การอพยพคนเพราะเหตุเพลิงไหม้ฉุกเฉินจึงไม่ยากเย็นอะไรฉางเค่อเดินนำออกไปก่อน ผู้เข้าร่วมพิธีแต่ละคนเดินออกมาเรียงตัว ฉางเค่อคอยตรวจนับจนครบทุกคน ปาสคาล และโซอี้ เดินออกมาเป็นสองคนสุดท้าย"อ้าว ว่าไงไอ้ลูกหมาฉางเค่อ ไหนแสดงอิทธิฤทธิ์ของพ่อหมอทะเลทรายออกมาซิ!"เสียงชายคนหนึ่งตะโกนดังมาจากทางด้านหลัง ฉางเค่อจำได้เสียงนั้นได้ทันที และก็รู้เลยว่าชมรมของเขาโดนไอ้เฮงซวยนี่เผาเข้าเสียแล้ว ยังไม่ทันที่ฉางเค่อจะได้ตอบกลับอะไร ชายเจ้าของเสียงคนนั้นก็ปรี่เข้ามาถีบยอดอกฉางเค่อจนกระเด็นไปติดกำแพงตึกอีกฝั่ง ตอนนี้ทุกคนอยู่ระหว่างช่องตึกของสองช่วงตึกที่เรียงต่อกัน เป็นที่แคบและเหม็นอับ กองขยะเกลื่อนอยู่เต็มสองข้างทางทำไมต้องมาถูกถีบต่อหน้าต่อหน้าผู้เข้าร่วมพิธีแบบนี้ด้วยเนี่ย แถมยังมีปาสคาลอีก ให้ตายเหอะ ฉางเค่อละเหี่ยใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าเหลือเกิน เลือดก็กบปาก เขาพยายามกลืนเลือดกลับลงไปก่อนที่มันจะไหลออกมา แต่ไม่เป็นผล เขาไอแค่กอีกหนึ่งที เลือดก็พุ่งกระจายออกมา ในขณะที่สาวกต่างๆมีท่าทีหวาดกลัว ตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก"ทุกคนรีบหนีไปก่อน วิ่ง! เร็วเข้า วิ่ง!" โซอี้ทำหน้าที่รีบบอกทุกคน และทุกคนก็พากันวิ่งออกไปจากตรงนี้ ที่ๆมีแต่สัญลักษณ์อันตราย ทั้งเป็นย่านสลัม ชมรมที่มีแต่วิญญาณ เหตุการณ์ไฟไหม้ แถมมาด้วยการปรากฏตัวของอัธพาล มีแต่ฉางเค่อเนี่ยแหละที่ยังวิ่งไม่ไหว เขาค่อยๆยันตัวลุกขึ้น แล้วชายอัธพาลคนนั้นก็เข้ามาบีบปากของฉางเค่อ ดูก็รู้ว่ากำลังจะซัดเข้าอีกหมัดที่เบ้าหน้าของฉางเค่อพลั่ก!กำปั้นอัดเข้าไปเต็มๆ ตอนนี้เลือดไม่ได้ออกมาแค่ปาก แต่ออกจมูกด้วย ส่วนหางคิ้วก็แตกเป็นที่เรียบร้อย ตามมาด้วยเสียงหัวเราะร่าของเจ้าของหมัดผู้เป็นคู่อริจอมแค้นฝังหุ่นของฉางเค่อมานานนม ฉางเค่อลืมตามองหน้ามันชัดๆ แล้วก็ยิ่งรู้สึกซวยซ้ำซ้อน เพราะมันพาพวกมาด้วย ด้านหลังของไอ้งั่งนี่มีลูกน้องตามติดมาอีกร่วมสิบคน กะจะเอาให้ตายกันเลยเหรอวะ ทั้งเผาชมรม ทั้งยกพวกมาเล่นงานขนาดนี้ มันไม่มากไม่หน่อยเหรอ เจเรมี หยางนี่มันวันซวยอะไรของผมเนี่ย หมดพลังไปเยอะ จนไม่มีเรี่ยวแรงจะควบคุมแม้แต่ร่างกายแล้วตอนนี้ถุย!แต่ก็ยังควบคุมปากของตัวเองได้อยู่ล่ะนะ ฉางเค่อถ่มถุยน้ำลายใส่หน้าเจเรมี เวลาฉางเค่อบทจะยั่วประสาทก็คือเอาให้คนตรงหน้าอกแตกตายกันไปเลย เขาทั้งเก่งด้านการเอาตัวรอดและการยั่วประสาท ใช่แล้ว เป็นสองเรื่องที่เขาเชี่ยวชาญมากที่สุด "ฉันจะบอกแกให้นะเจเรมี หยาง ลูกชายพ่อค้ายาผู้ร่ำรวย คิดว่าตัวเองอยู่ชนชั้นสูง แต่ไม่มีผู้หญิงดีดีหน้าไหนเอาแกหรอก พวกไร้น้ำยา"เมื่อช่วง 100 ปีก่อน มีผู้หญิงคนนึงที่เจเรมีตกหลุมรักเข้าให้ แต่โชคชะตาฟ้าลิขิตอย่างไรก็ไม่ทราบ หญิงสาวคนั้นมาที่ชมรมแห่งนี้เพื่อติดต่อกับวิญญาณผู้ล่วงลับ แล้วเธอก็ดันศรัทธาผมมาก และชอบผม เธอมาหาผมที่ชมรมเกือบทุกวัน ส่วนเจเรมีก็ตามมาเล่นงานผมบ่อยมาก ผมย้ายชมรมหนีเจเรมีอยู่หลายครั้ง จนท้ายที่สุด ผู้หญิงคนนั้นก็หายตัวไป ไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปไหน แต่เจเรมีเชื่อว่าผมรู้ แต่ผมไม่บอก ผมไม่เคยรับรักของหญิงคนนั้นเลย และหญิงสาวคนนั้นก็คงไม่ได้ตอบรับความรู้สึกของเจเรมีด้วย"หนอย แกยังกล้าทำปากดีอีกนะ ไม่ดูสภาพตัวเองเลย ไอ้พวกสวะโคมแดง ไอ้เด็กกำพร้าหน้าโง่กล้าดียังไงมาดูถูกคนอย่างข้า พวกเรามันคนละชั้นชัดๆ"พอได้ยินคำว่ากำพร้า ฉางเค่อก็ตัวสั่นเลือดขึ้นหน้า ไม่ใช่แค่ฉางเค่อคนเดียวที่เจ็บปวดกับคำๆนี้ แต่ปาสคาลที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนี้ก็สะอึกไปด้วย"เพราะแกมันชั่วแบบนี้ไง ใครเขาจะยอมใช้ชีวิตกับคนอย่างแก!" ฉางเค่อไม่วายถ่มน้ำลายใส่หน้าเจเรมีไปอีกหนึ่งดอก บัดนี้ความโกรธเกรี้ยวของเจเรมีถึงขีดสุดแล้ว เขาเงื้อมหมัดขึ้นสูงเหนือศีรษะ แรงอัดสุดพลังกำลังพุ่งเข้ามาที่เบ้าหน้าของฉางเค่ออีกครั้งฉางเค่อหลับตาปี๋ "ไม่!!!" เสียงโซอี้ กรีดร้องดังลั่นเขาเตรียมพร้อมรับหมัดนั้นอยู่สักครู่ แต่ก็ยังไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกใดๆ พอลืมตาขึ้นจึงเห็นปาสคาลยื่นมือเข้ามารับหมัดเจเรมีเอาไว้ให้ ปาสคาลแรงเยอะกว่าที่ฉางเค่อคิด เขาสามารถรับหมัดนั้นไว้ได้โดยที่สีหน้าไม่แสดงอาการออกแรงเลย ช่างเป็นคนที่เก็บความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้อย่างดีเสียนี่กระไร"เฮ้ย นี่แกเป็นใคร มาจุ้นอะไรตรงนี้" เจเรมีหันควับไปทางปาสคาล"ผมขอเถอะนะครับ อย่าทำแบบนี้เลย"ฉางเค่อใจแทบตกไปที่ตาตุ่ม เรื่องวิวาทโหลยโท่ยแบบนี้ คนระดับปาสคาลไม่ควรจะมาเกี่ยวข้องให้เป็นมลทิน"อ้อ เดี๋ยวนี้แกมีลิ้วล่อคอยคุ้มกันแล้วหรอกเหรอ หรือเป็นพวกหน้าโง่โดนไอ้หมอจอมปลอมปอกลอกฮะ!"เจเรมีเบิกตาโตจ้องถมึงใส่ปาสคาลแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ถ้ารู้ว่าเป็นท่านปาสคาล บลูม ล่ะก็ รับรองเข่าทรุดจนแผ่นดินแยกแหงมๆ"เอาเป็นว่าผมขอละกันนะครับ"ปาสคาลยืนยันแล้วดึงหมัดออก เจเรมีทำท่าไม่ยอมจะซัดหมัดใส่ปาสคาลด้วย ปาสคาลเลยกระแทกศอกไปที่ท้ายทอยของเจเรมีหนึ่งทีเข้าให้เป็นการป้องกันตัว ก่อนที่จะรีบคว้าแขนฉางเค่อ แล้วลากถูไถวิ่งออกไป"วิ่งหนีกันก่อนนะครับคุณฉางเค่อ"ไม่นึกเลยว่าปาสคาลจะอยู่ดูเหตุการณ์วิวาทตลอดเวลา แถมยังเป็นคนช่วยตัวเองออกมาด้วย พวกเจเรมีวิ่งไล่หลังมาไม่ลดละ ในขณะที่ปาสคาลก็พยุงตัวฉางเค่อวิ่งไปพร้อมกัน
(โปรดติดตามตอนต่อไป)