**ขอคั่นรายการด้วยการขายของแพพน้า**
ผลงานเื่อื่นของนักเขียน
แนวรักคอมเมดี้:
+รู้จักกับ 'หานอิงมี่' คุณหนูจอมแก่นที่ต้องถูกจับต่งงานกับคนที่เกลียดขี้หน้าอย่างท่านแม่ทัพ 'เซี่ยเฟยหง' ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] แต่งกับเ้าแล้วไง! ข้าก็ไม่ได้รักเ้าเสียหน่อย!
+รู้จักกับพี่ชายคนโตตระกูลหาน ผู้ที่มีศักดิ์เป็พนักงานที่ได้เงินเดือนเยอะที่สุดในวังหลวง 'หานิเทียน' และ 'จีลู่ฟาง' ฮูหยินตัวแสบ ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] สมรสพระราชทานบันดาลรัก
+รู้จักกับพี่ชายคนกลาง ผู้ที่สุดแสนจะเสเพลยิ่งกว่าน้องเขย 'หานิซาน' แต่กลับต้องมาเสียปณิธานที่ว่าจะไม่ยอมลงให้สตรีหน้าไหนให้แก่หัวหน้าโจรสาวอย่าง 'ซือซิง'
-----> [สามพี่น้องตระกูลหาน] หอบรักมาห่มใจแม่นางโจร
แนวรักดราม่า:
+้าเสพความหน่วงจาก 'เซียวหลินหลิง' สตรีที่เคยหลงรักในตัวของ 'ซือหยวนซา' คุณชายคนสุดท้องของสกุลและทนทำดีกับเขามาตลอดจนทนไม่ไหวเลยยื่นหนังสือหย่า ----> [สามบุพเพสกุลซือ] ทางใครทางมัน! เราหย่ากันแล้ว!
+ชอบแนวเต๊าะๆ เครียดๆ หวานเยอะสุดในซีรีส์สามบุพเพสกุลซือ ต้องคุณชายรอง 'ซือหยินซู' กับรัชทายาทมาร 'วั่งหลิวเหว่ย' เลยค่ะ
[สามบุพเพสกุลซือ] 18+แผนลับลวงใจ เสื้อแพรล่องหน (ของรัชทายาทมาร)
+้าอ่านแนวาสู้รบปรบมือ นางเอกเก่ง พบกับ 'จิวอวี้' และคุณชายใหญ่ 'ซือหยางซี' ได้ที่
---> [สามบุพเพสกุลซือ] บุปผาไร้งามกับกระบี่ไร้ใจ
+้าเสพความหน่วงระดับฮาร์ดคอร์ ขึ้นไปจุดสูงสุดแล้วปล่อยตัวตกลงมาดังตุบจากเกมส์กระดานแห่งความแค้น ของ 'ฉินซิ่นซื่อ' กับ 'ซู่ซู่'
----->หัวเราะทีหลังดังกว่า
้าเสพความหน่วงแบบจบง่ายไม่ต้องอ่านยาว
----->ห้วงมายา ปักษา ภารมย์
**ขอให้มีความสุขในการอ่านนิยายนะคะ
4
โอรสนางหงส์ (3)
หนึ่งปีผ่านไป...เหมือนโชคชะตาจะเข้าข้างเตี่ยชงหรง เมื่อนางได้ให้การประสูติองค์ชายสี่...
“เตี่ยจินจู บุตรีของแพทย์หลวงเตี่ย หัวหน้าแพทย์หลวงประจำสำนัก ตำแหน่งเดิมเตี่ยชงหรง พระสนมชั้นเอก ผู้มีกิริยางามพร้อม มีความชอบให้การประสูติสายเืั องค์ชายเป่าเซียน เห็นสมควรแต่งตั้งเป็พระสนมเอก ตำแหน่งเต๋อเฟย พระอัครชายาผู้มีศีลธรรมจริยา”
“เตี่ยจินจู รับพระราชโองการเพคะ” นางพูดพลางยิ้มร่าด้วยความดีใจที่ไม่มีการปิดบังแม้แต่น้อย สร้างความหมั่นไส้ให้แก่พระสนมคนอื่นอย่างมาก มีเพียงเก้าฮองเฮาที่ลอบมองด้วยความเวทนา... และไม่รู้ว่าเพราะ์เข้าข้างหรืออย่างไร ด้วยเหล่าฟูเหรินคนอื่นก็มีแต่องค์หญิง เมื่อองค์ชายสี่อายุได้สิบเอ็ดปี เป่าซือฮ่องเต้จึงวางแผนจะแต่งตั้งให้องค์ชายสี่เป็รัชทายาท
“ช่างพวกเขาประไร ไยข้าต้องสนใจ?” เก้าฮองเฮาเอ่ยกับอาลั่วด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“หม่อมฉันกลัวว่า...มันจะมีผลกระทบกับฮองเฮานะเพคะ” อาลั่วพูดด้วยความร้อนใจที่เห็นนายหญิงของตนดูไม่กระตือรือร้นอะไรเลย
“ทุกอย่างข้าได้เตรียมการรับมือไว้หมดแล้ว อย่าได้มาทำให้ข้ากังวลใจอีก”
“เพคะ” อาลั่วก้มหน้ารับคำ...
12 ปีต่อมา...
...การมีพระประสูติกาลของสายเืัของเก้าฮองเฮา ทำให้ความฝันของเตี่ยเต๋อเฟยต้องพังทลายลงมากว่าครึ่ง! หากเป็พระราชธิดายังพอว่า แต่ที่ฮองเฮาให้การประสูติคือพระราชโอรส...
'์...ไยท่านกลั่นแกล้งข้าเช่นนี้'
ทว่านางก็ยังพยายามพูดกับเป่าซือฮ่องเต้ โดยยกเหตุผลด้านอายุและความสามารถมากล่าวอ้าง ทำให้ฮ่องเต้คล้อยตาม แต่มีหรือเก้าฮองเฮา ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากเว่ยไทเฮาจะยอมแพ้ง่ายๆ ไหนจะสกุลอื่นที่สนับสนุน ต้าเทียนฮ่องเต้ในวัย 2 ชันษาจึงได้เป็ไท่จื่อ
นอกจากนี้ ยังมีการส่งองค์ชายต้าเทียนไปฝึกนั่นฝึกนี่จนภายในเวลาไม่ถึงสิบปีข้อแคลงใจในด้านความสามารถมลายหายไปสิ้น
เวลาล่วงมาอีกสามปี เต๋อเฟยก็ได้พยายามฆ่าตัวตายด้วยการใช้แพรขาวผูกคอ แต่เป่าซือฮ่องเต้ก็มาช่วยทัน นางเอาแต่ร่ำไห้แล้วพร่ำบอกว่าตนเองไม่ได้รับความยุติธรรม ถูกรังแกโดยไม่สามารถปกป้องตนเองได้เลย และนั่นก็เป็สาเหตุที่ทำให้เสด็จพ่อมาหาเสด็จแม่ถึงตำหนักคุนถิง...
“ต้าเทียน... แม่มีเื่จะคุยกับเสด็จพ่อ เ้าออกไปก่อนนะ” เสด็จแม่เอ่ยกับข้าที่กำลังแต่งกลอนให้เสด็จแม่ดู ข้าจึงรับคำแล้วทำเป็เดินออกไปข้างนอก แต่ที่จริงแล้วข้าได้แอบฟังพวกเขาคุยกัน
“ฝ่าาทรงเสด็จมาที่นี่ในวันนี้ คงไม่พ้นเื่ของเต๋อเฟย? “หลังจากยืนนิ่งกันสักพัก เก้าฮองเฮาก็เป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน
“ในเมื่อเ้ารู้อยู่แล้ว ข้าคิดว่าคงไม่จำเป็ต้องพูดอะไรมาก”
“เพคะ” เก้าฮองเฮาตอบพลางจ้องหน้าพระสวามีของตน
“ที่ผ่านมา เ้าไม่ชอบเต๋อเฟยก็เลยกลั่นแกล้งนางใช่หรือไม่? เ้าทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร?”
“เฮ้อ...” นางถอนหายใจเบาๆ ก่อนเอ่ยว่า
“อะไรทำให้นางคิดแบบนั้นหรือเพคะ?”
เต๋อเฟยว่าโง่งมแล้ว ยังมีคนโง่งมยิ่งกว่า เก้าหลิงรั่วคนนี้ปวดหัวจริงๆ
“นางหาได้คิดไม่ เเต่เป็ตัวข้าที่สังเกตมานานแล้ว ว่าเ้าละเลยเต๋อเฟยอย่างเห็นได้ชัด” เป่าซือฮ่องเต้เอ่ย
“ละเลยหรือเพคะ?” เก้าฮองเฮาถามเสียงเรียบผิดกับในใจ
ดูพูดเข้าสิน่าขันนัก!
“เ้าไม่รู้ตัว? หรือต้องให้ข้าพูด?”
“หม่อมฉันโง่เขลานัก คงต้องให้ฝ่าาพูดแล้วเพคะ เพราะหม่อมฉันไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรผิด”
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา เ้ายื่นเื่เลื่อนตำแหน่งให้พระสนมคนนั้นทีพระสนมคนนี้ที และเลื่อนให้มาตลอด ยกเว้นเพียงเต๋อเฟยที่เ้าเพิ่งมาเลื่อนให้ หลังจากนางต้องอยู่ในวังมาจนจะค่อนชีวิต ไม่คิดบ้างหรือว่าหากเ้าเป็นาง ตัวเ้าจะรู้สึกเช่นไร”
“ที่แท้ก็เื่นี้...” เก้าฮองเฮาพูดพลางยิ้มเล็กน้อย
“แล้วฝ่าาประสงค์จะให้หม่อมฉันเลื่อนตำแหน่งนางเป็อะไรหรือคะ? ตอนแรกนางเป็ชงหรงก็ถือว่ามีตำแหน่งสูงกว่าคนอื่นอยู่แล้ว แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ทำความดีความชอบอะไร จึงไม่มีเหตุที่ต้องเลื่อนนางเป็ฟูเหริน พอนางให้กำเนิดองค์ชายสี่ หม่อมฉันก็ทรงเลื่อนให้เป็เต๋อเฟยแล้วยังไม่พอใจ หรือ้าเป็ฮองเฮา?”
“นี่เ้า!”
“พระองค์ทรงลืมแล้วหรือเพคะ ว่าตนเองเป็ใคร ทรงเอาความรู้สึกส่วนพระองค์ที่มีต่อเตี่ยเต๋อเฟยมาใช้ในการบริหารบ้านเมืองได้หรือเพคะ? ในเมื่อทรงรู้อยู่แก่ใจว่าทำไมหม่อมฉันถึงได้ตำแหน่งนี้มา”
คำพูดของเก้าฮองเฮา ทำให้เป่าซือฮ่องเต้ถึงกับพูดอะไรไม่ออก
“ฝ่าาก็ทรงทราบว่าเราอยู่ร่วมกันเพียงเพราะผลประโยชน์ทางการเมือง ทั้งหม่อมฉันก็หาได้มีความเสน่หาต่อพระองค์ไม่ โปรดอย่ามาออกคำสั่งในเื่ไม่เป็เื่กับหม่อมฉันเพคะ” จากนั้นนางก็นิ่งไปสักพักก่อนเอ่ยว่า
“แต่หากพระองค์ทรงอยากอยู่กับนางอันเป็ที่รัก ในที่ที่มีแค่พระองค์กับนางสองคน หม่อมฉันก็มีข้อเสนอเพคะ”
“ข้อเสนออะไร...” เป่าซือฮ่องเต้เลิกคิ้วถาม
“ภายในเดือนหน้าถ้าทรงจะสละราชบัลลังก์ให้องค์ชายต้าเทียน หม่อมฉันจะจัดให้คนตระกูลเก้าคุ้มครองพระองค์กับสตรีอันเป็ยอดดวงใจไปส่งที่ที่ทั้งสองอยากไปใช้ชีวิตสงบๆ อย่างปลอดภัย แลกกับให้องค์ชายสี่อยู่ที่นี่”
“บังอาจ!! “เป่าซือฮ่องเต้ขึ้นเสียงใส่เก้าฮองเฮา แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อก็ถูกพูดแทรก
“รักกันนักมิใช่หรือเพคะ? หรือจะให้พระสนมสุดที่รักทนอยู่แบบนี้ไปจะตาย อีกอย่างว่ากันตามตรง หม่อมฉันมองไม่เห็นคุณสมบัติการเป็ฮ่องเต้ที่ดีในตัวของพระองค์เลย ไม่ไหวอย่าฝืนดีกว่าเพคะ”
“...ข้าขอไตร่ตรองสักคืน” พูดจบก็เดินออกจากตำหนักคุนหนิงไปทันที โดยมีเก้าฮองเฮาพูดไล่หลังว่า
“จะกลับไปปรึกษาสุดที่รักของพระองค์ก็บอกมาเถิดเพคะ หม่อมฉันไม่ว่าอะไรหรอก”
นั่นคือสิ่งที่องค์ชายต้าเทียนได้ยิน...ซึ่งบทสนทนาทุกอย่างสามารถตอบคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจของตนได้เป็อย่างดี
เขาเคยนึกสงสัยว่าทำไมเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ดูห่างเหินกัน ทำไมชีวิตของเขาต้องคอยแข่งขันแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ต้องดูเข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา
ทำไมเสด็จพ่อถึงดูเอาพระทัยใส่องค์ชายสี่มากกว่าพี่น้องคนอื่นๆ และทำไมสายตาที่มองตนถึงไร้ซึ่งความรักใด...ที่แท้ ก็เป็เช่นนี้เอง…
-------------------------------------------------------
“โห... ดราม่าได้ใจจริงๆ ยังกะนั่งดูซีรีส์ชิงรักหักบัลลังก์” วัชรวีร์พูดหลังจากเื่ราวขององค์ชายต้าเทียนที่ฉายเข้ามาในหัวสิ้นสุดลง พลางพึมพำ
“แต่ซีรีส์บางเื่มันก็สร้างมาจากเื่จริงนี่หว่า”
“ดราๆ รี่ๆ อะไรของเ้า” เซียนเทพจิวถามพลางใช้ไม้เท้าเคาะหลังวัชรวีร์ พลันเขาก็รู้สึกว่าร่างของตนถูกผลักเข้ามาในท้องของพระราชวัง ซึ่งเป็ตอนที่เสร็จสิ้นพิธีแต่งตั้งฮ่องเต้คนใหม่กับการสถาปนาเว่ยไทเฮาเป็เว่ยไทฮองไทเฮาและเก้าฮองเฮาเป็เก้าไทเฮา โดยเขาโผล่มาในรูปของร่างโปร่งแสงที่ไม่มีใครมองเห็น
เมื่อมองไปบนบังลังก์ก็เห็นต้าเทียนฮ่องเต้นั่งอยู่บนนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ความรู้สึกในใจอีกฝ่ายก็อัดแน่นเข้ามาในใจของเขา จนวัชรวีร์ต้องยกมือกุมอกซ้ายไว้ด้วยความเ็ป
ทั้งยังทึ่งในตัวคนที่อยู่บนบัลลังก์ว่าทำไมสามารถปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงของตนไว้ได้อย่างแเี
'เป็อย่างไรเล่า ความรู้สึกขององค์ชายต้าเทียนตอนได้ขึ้นเป็ฮ่องเต้' เสียงเซียนเทพจิวแว่วเข้ามาในหูของวัชรวีร์ ก่อนเสียงนั้นจะพูดต่อ
'ความรู้สึกของตัวเราในอดีตสินะ...' ยังไม่ทันทีวัชรวีร์จะได้คิดจบ เหตุการณ์ก็ถูกตัดมาตอนที่เจากงกงเพิ่งประกาศพระราชโองการแต่งตั้งพระสนมเสร็จ โดยมีต้าเทียนฮ่องเต้ที่เพิ่งครองราชย์ได้สองปีเศษยืนดู พร้อมกับเก้าไทเฮาและเว่ยไทฮองไทเฮา ซึ่งสตรีที่ได้รับการแต่งตั้ง ต่างถูกคัดเข้ามาผ่านไทเฮาและไทฮองไทเฮาทั้งสิ้น
“จบพระราชโองการ” เจากงกงกล่าว หลังจากนั้นพระสนมที่เพิ่งถูกแต่งตั้งก็แยกย้ายกันกลับไปที่สำนักของตนโดยต่างก็มีข้อแคลงใจที่เหมือนกัน...
ฟูเหรินมีไม่ครบยังพอว่า... แต่ฮองเฮาล่ะ ซูเฟย เต๋อเฟย และเสียนเฟยด้วย ไหงตำแหน่งฟูเหรินมีแค่เว่ยกุ้ยเฟย คุมวังหลังอยู่คนเดียว...
แน่นอนว่าเว่ยไทฮองไทเฮาก็สงสัยเช่นกัน
“บอกมาซิว่าเหตุใด เ้าถึงว่างเว้นตำแหน่งนั้นไว้ โดยเฉพาะฮองเฮา”
“เสด็จย่า หลานมองว่าตำแหน่งฟูเหรินนั้นควรจะเก็บไว้ให้ผู้ที่เพียบพร้อมจริงๆ ซึ่งอย่างน้อยต้องไม่ด้อยกว่าสกุลเก้าและสกุลเว่ยพ่ะย่ะค่ะ ส่วนตำแหน่งฮองเฮา...” ต้าเทียนฮ่องเต้เสียงอ่อนลงเล็กน้อยคล้ายลังเลว่าควรพูดออกไปหรือไม่ แต่เมื่อหันไปสบตาพระมารดา เก้าฮองเฮาก็พยักหน้าให้ จึงพูดต่อ
“กระหม่อมขอสงวนไว้ให้แก่สตรีในดวงใจของกระหม่อมในภายภาคหน้าพ่ะย่ะค่ะ...”
'โอ้โห... แมนจุงแต่ก็แอบน้ำเน่าไปนิด ขนาดยุคนี้ความรักที่แท้ทรูยังหาได้ยากเลย แล้วยุคแกเนี่ยใครมันจะมาทำดีกับแกโดยไม่หวังตำแหน่งฟระ' วัชรวีร์คิดในใจ
“ฮ่องเต้...เ้าเห็นตัวอย่างจากพ่อของเ้าแล้วมิใช่หรือ?” เว่ยไทฮองไทเฮาพูดพลางถอนหายใจ
“พ่ะย่ะค่ะ...” แล้วต้าเทียนฮ่องเต้ก็เอ่ยต่อว่า
“...การเอาความรู้สึกส่วนตัวมาบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่เื่ดี หม่อมฉันก็คิดหาได้ทำเช่นนั้นไม่ การให้นางอันเป็ที่รักขึ้นเป็ฮองเฮาก็มิได้หมายความว่าจะยกวังหลังให้นางทั้งหมด ต้องมีเหล่าฟูเหรินมาคอยคานอำนาจ เพียงแค่อยากได้นางหงส์คู่บัลลังก์ที่เข้าใจซึ่งกันและกัน...ยิ้มให้กันได้โดยไม่ต้องฝืน” พูดจบก็นึกถึงพระบิดาและพระมารดาของตน
เก้าไทเฮาที่เข้าใจพระราชโอรสจึงช่วยพูดต่อ
“หม่อมฉันเห็นด้วยเพคะ อีกอย่างตอนนี้ว่ากันตามตรง เพียงอำนาจของสกุลเว่ยและเก้าของเสด็จแม่กับหม่อมฉันก็เหลือเฟือแล้ว ไหนจะตระกูลเหลียงซึ่งทำการค้าอาวุธและเป็ญาติกับหม่อมฉันอีก หากจะให้ตำแหน่งฮองเฮาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองก็มิค่อยมีความจำเป็เท่าไรแล้วเพคะ”
“อืม...ที่เ้าพูดมาก็มีเหตุผล เอาตามนั้นละกัน” หลังจากเก้าไทเฮาพูดจบ เว่ยไทฮองไทเฮาก็เห็นดีเห็นงามด้วยทันที...
''ขอบพระคุณเสด็จแม่ที่เข้าใจลูกพ่ะย่ะค่ะ” ต้าเทียนฮ่องเต้เอ่ยขึ้นมา เมื่ออยู่กับเก้าฮองเฮาตามลำพัง ผู้เป็แม่ยิ้มบางๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป มีหรือนางจะไม่เข้าใจ เพราะนางก็ได้ประสบกับตนเองมาแล้ว
“แต่ใช่ว่าแม่จะยอมให้เ้าแต่งตั้งให้ใครได้ตามใจชอบนะต้าเทียน”
“ลูกรู้ดีพ่ะย่ะค่ะ ลูกก็หาได้คิดจะใช้เพียงความรู้สึกมาตัดสินไม่ อย่างน้อยแม่นางผู้นั้นก็ต้องมีความสามารถด้วย มิใช่งามแค่ใบหน้าและรูปกาย” จากนั้นก็พูดต่อว่า
“ยิ่งเก่งเหมือนเสด็จแม่ได้ยิ่งดี” เก้าฮองเฮาหัวเราะเบาๆ ให้กับความปากหวานของพระราชโอรส
“เก่งเท่าแม่ก็มิดีหรอกหนา เดี๋ยวเ้าจะคุมนางไม่ได้...เหมือนเสด็จพ่อของเ้าที่สั่งแม่ไม่ได้” พลันน้ำเสียงของนางก็หงุดหงิดขึ้นมาเมื่อนึกถึงคนผู้นั้น จริงอยู่ที่ไม่ได้รักใคร่กัน แต่ก็อดเสียหน้ามิได้ที่เขาเลือกจะทิ้งนางผู้เพียบพร้อม แล้วจากไปพร้อมกับสนมที่ด้อยกว่านางหลายส่วน
“ลูกทำให้ท่านแม่ไม่สบายใจใช่หรือไม่...” ต้าเทียนฮ่องเต้กล่าวด้วยความรู้สึกผิด หลังจากเห็นสีหน้าของผู้เป็พระมารดา ก่อนจะคุกเข่าลง
“ลุกขึ้นเถิด” เก้าฮองเฮาเอ่ยเสียงเรียบ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะไปคิดแค้นคนผู้นั้น นางควรจะเอาเวลามาใส่ใจลูกชายผู้นี้และองค์หญิงผู้เป็ธิดาของนางสิถึงจะถูก...