พลังทำลายล้างของคำพูด ย่อมไม่แพ้อาวุธ
สามารถทำลายจิตใจของใครบางคนได้ ทำลายสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ได้
ฆ่าคนด้วยใจ ก็มีแค่เท่านี้
"อย่าตอบตกลงนะ!"
สวีหลิงเสวี่ยกัดริมฝีปากแน่น เสียงของนางเบามากจนมีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน ดวงตาสวยที่เต็มไปด้วยความกังวล ทำให้หลิวอู๋เสียรู้สึกะเืใจ
"คุณชายหลิว ใคร่ครวญแล้วว่าอย่างไร ขอเพียงยอมรับต่อหน้าทุกคนว่ากลัวแล้ว ข้าก็จะไม่ฝืนใจ"
ว่านจั๋วหรานคลี่พัดในมือ ดวงตาลึกล้ำเปล่งประกายด้วยไอสังหารอันเฉียบคม
"ว่านจั๋วหราน เ้าอาจต้องผิดหวังแล้ว"
ความกังวลบนใบหน้าของสวีหลิงเสวี่ย ทำให้เขาเปลี่ยนใจ ควรจะหยุดได้แล้ว
เขาผู้เป็จักรพรรดิเซียน ไม่เคยสนใจว่าคนอื่นจะพูดอะไรเกี่ยวกับเขา เพียงเขาไม่อยากให้สวีหลิงเสวี่ยเป็ห่วงเขาอีกเท่านั้น
"ตราบใดที่เ้ายินดีเข้าร่วมการแข่งฝึกสัตว์ ข้าจะเดิมพันกับเ้าด้วยหินิญญาอีกร้อยก้อน หากเ้ายืนหยัดได้หนึ่งถ้วยชา 1 หินิญญาหนึ่งร้อยก้อนก็จะเป็ของเ้า”
เซวียอวี้ที่ไม่เคยพูดอะไรเลยยืนขึ้น โยนของในกระเป๋าเก็บของทั้งหมดออกมา นอกจากหินิญญาจำนวนมากมายแล้ว ยังมีอาวุธิญญาอันล้ำค่าอีกด้วย
คุณภาพของหินิญญานั้นสูงกว่าตอนที่แล้วมาก ผู้คนจำนวนมากต่างอิจฉากัน
หินิญญาหนึ่งร้อยก้อน มูลค่าสิบล้านเหรียญทอง ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ ขอเพียงยืนหยัดให้ได้หนึ่งถ้วยชาเท่านั้น
หลิวอู๋เสียกำลังจะพาสวีหลิงเสวี่ยออกไป จู่ ๆ ก็หยุดชะงักหนึ่งร้อยหินิญญา บ้าไปแล้วจริง ๆ
"สนใจที่จะเดิมพันกับพวกเราสักรอบหรือไม่ หากเ้าไม่ตอบรับ ข้าจะสั่งให้คนกำจัดตระกูลสวีให้สิ้นเสียวันพรุ่งนี้ ที่อาจารย์ไป๋หลี่ชิงสนใจคือพร์ของสวีหลิงเสวี่ย ไม่ได้สนใจตระกูลสวี เ้าลองคิดดูดี ๆ ชะตากรรมของตระกูลสวีอยู่ในมือเ้าแล้ว"
คำขู่ที่เย็นเยียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ แม้แต่น้อย การทำลายตระกูลสวี สำหรับเขาแล้วเป็เื่ง่ายดาย แม้แต่หากไป๋หลี่ชิงจะตำหนิลงโทษเขา มันก็ไม่มีความหมายอะไรสักนิด เขาจะยอมทำเพื่อคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไปขัดแย้งกับตระกูลเซวียได้อย่างไร
สวีหลิงเสวี่ยกำหมัดแน่น ร่างกายสั่นระริกด้วยความโกรธ ถึงกับกล้าประกาศต่อหน้าผู้คนมากมายจะทำลายตระกูลสวีเช่นนี้
ซงหลิงอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกศิษย์ของตระกูลซงพาตัวออกไป ไม่มีใครคาดคิดว่า การประชุมร้อยอสูรครั้งนี้ จะเกิดเื่รุนแรงถึงขั้นนี้
หลิวอู๋เสียขมวดคิ้วแน่น มองไปที่เซวียอวี้ ด้วยเวลาหนึ่งชั่วยามที่ผ่านมานี้ พวกเขาทั้งสองคนต่างก็โกรธแค้นกันจนแทบจะฆ่ากันตายแล้ว
"ดีนัก เ้ายั่วโทสะข้าสำเร็จแล้ว ข้าตกลงตามเงื่อนไขของเ้า แต่เ้าก็ไม่รู้หรอกว่า คำพูดที่เ้าพูดในวันนี้ จะเป็ภัยร้ายแรงต่อตระกูลเซวีย หนึ่งปีให้หลัง หากข้ายังไม่สามารถทำลายตระกูลเซวียได้ ข้าจะฆ่าตัวตาย"
คำสาบานต่อหน้าผู้คน ว่าจะทำลายตระกูลเซวียภายในหนึ่งปี ช่างเป็คำพูดที่กล้าหาญมากจริง ๆ สวีหลิงเสวี่ยเบิกตากว้างด้วยความใ
ดวงตาของเซวียอวี้ฉายแววความโกรธแค้นออกมา เขาอยากจะพุ่งเข้ามาฆ่าหลิวอู๋เสียทันที กล้าที่จะพูดกับเขาแบบนี้ หากเป็คนอื่นแล้ว คงกลายเป็ศพไปแล้ว
สวีหลิงเสวี่ยเป็ศิษย์ของไป๋หลี่ชิง เขาต้องคำนึงถึงความรู้สึกของนางบ้าง
ไม่มีใครเชื่อว่าคำสาบานของหลิวอู๋เสียจะสำเร็จ พวกเขาคิดว่ามันเป็เพียงเื่ตลก กล้าที่จะท้าทายตระกูลเซวียต่อหน้าผู้คน ช่างรนหาที่ตายชัด ๆ
หลิวอู๋เสียเดินไปบนแท่นประลอง ทิ้งไว้เพียงเงาหลังหนึ่งไว้เื้ั สวีหลิงเสวี่ยกลั้นน้ำตาไว้ เขาไม่อาจทำลายตระกูลสวีได้ จึงยอมตกลงที่จะต่อสู้กับเซวียอวี้
"พี่เซวียวางใจ ข้าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ขอเพียงเขาก้าวขึ้นแท่นประลอง เขาจะตายอย่างไร้ทางรอดแน่"
ว่านจั๋วหรานก็ไม่คิดว่าเซวียอวี้จะกล้าหยิบหินิญญาหนึ่งร้อยก้อนออกมา บังคับให้หลิวอู๋เสียยอมรับปาก
สายตานับพันมองไปที่หลิวอู๋เสีย เดินไปตามสะพานเชือกทีละก้าว ลงจากแท่นประลองไป
โดดเดี่ยว!
ดุดัน!
และยังมีพลังอันยิ่งใหญ่ที่เทียบเท่า์ ในเวลานี้ พวกเขารู้สึกว่าพวกเขามีภาพลวงตา นี่คือสวะที่ว่ากันหรือ?
หลังจากผ่านการต่อสู้ระหว่างสัตว์อสูรสามครั้ง พื้นแท่นประลองเต็มไปด้วยเศษเนื้อ และยังมีกลิ่นเืที่น่าสะพรึงกลัว ผู้คนทั่วไปที่ขึ้นไปบนแท่นประลองจะขาอ่อนด้วยความกลัว หลิวอู๋เสียเดินไปยังตำแหน่งกลางแท่นประลองอย่างสงบ
ทุกคนจับจ้อง!
ตื่นเต้น เยาะเย้ย กรีดร้อง ...
การแสดงออกของทุกคนถ่ายทอดออกมาอย่างละเอียด
"เชิญสัตว์อสูรออกมา!"
ผู้เฒ่าผู้ดูแลออกคำสั่ง กรงเปิดออก ครูฝึกสัตว์ต้อนสัตว์อสูรตัวใหญ่ออกมา สูงสามเมตร เดินเสียงตึงตังดังราวแผ่นดินไหว
"นี่... นี่มันเสือเพลิงแยกปฐี"
ทั้งแท่นประลองส่งเสียงหึ่ง ๆ สัตว์อสูรที่ปล่อยออกมา ทำลายความคิดของพวกเขา สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเช่นนี้ คงมีเพียงิญญาชั้นกำเนิดฟ้าเท่านั้นที่สามารถต่อต้านได้
ในวินาทีที่ปรากฏตัว เสียงคำรามที่น่ากลัวทำให้นักสู้ระดับต่ำหลั่งเืออกจากเจ็ดทวาร
คลื่นพลังอันทรงพลังพัดเข้ามา ร่างของมันยังไม่ถึง แต่เืที่กระตุ้น ทำให้มันคลั่งไคล้ และพุ่งเข้าหาแท่นประลอง
"สัตว์อสูรระดับห้าชั้นต้น เสือเพลิงแยกปฐี แม้ว่าร่างกายจะใหญ่โตแต่พลังต่อสู้พื้น ๆ คุณชายหลิว เ้าต้องระวังให้มาก"
ผู้เฒ่าผู้ดูแลประกาศเสียงดังก้อง สัตว์อสูรระดับห้าชั้นแรก ขอบเขตไม่ได้สูงมากนัก เทียบเท่ากับมนุษย์สั่งสมฟ้าห้าชั้นถึงหกชั้น
หากเปลี่ยนเป็คนอื่นก็คงไม่เป็ไร หลิวอู๋เสียเป็สวะในตำนาน การฝึกฝนยิ่งแย่กว่าสวะ
เสือเพลิงแยกปฐีเดินขึ้นแท่นประลอง ปากของมันพ่นหมอกสีขาวออกมา อดอาหารมาหลายวันแล้ว พลังปีศาจในดวงตาของมันรวมตัวเป็วัตถุ
"ว่านจั๋วหราน หากเขาเป็อะไรไป ข้าจะฆ่าเ้าเสีย"
สวีหลิงเสวี่ยแอบพูดในใจ ว่าหลิวอู๋เสียยอมขึ้นแท่นประลองเพื่อปกป้องตระกูลสวี ทุกอย่างล้วนเป็แผนการของว่านหรงเจ๋อ
หนึ่งคนหนึ่งอสูร สี่ตาต้องตา
ดาบสั้นในมือกุมอยู่ที่เอว ใช้ผ้าแดงพันไว้ มองรูปลักษณ์ไม่ชัด
"ท่านทั้งหลายรีบดูสิ ครูฝึกสัตว์ออกไปแล้ว"
ผู้คนต่างร้องใ ครูฝึกสัตว์ออกไปแล้ว นั่นหมายความว่าเสือเพลิงแยกปฐีได้อิสระ ลงมือได้เต็มที่ ไม่มีครูฝึกสัตว์คอยควบคุม จึงสามารถปล่อยพลังที่รุนแรงที่สุดออกมาได้
"นี่เป็การฆ่าเขาชัด ๆ! ไม่มีครูฝึกสัตว์คอยปกป้องอยู่ข้าง ๆ ไอ้หนูนี่ตายแน่นอน"
นี่เป็กลอุบายของตระกูลว่าน เมื่อส่งสัตว์อสูรขึ้นมาแล้ว ครูฝึกสัตว์ก็เงียบหายไป จะเป็หรือตายล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตา
ตูม!
ทันใดนั้นก็มีกรงเหล็กขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นรอบแท่นประลอง กรงเหล็กครอบแท่นประลองทั้งหมดเอาไว้ ราวกับเป็กรงขัง
"นี่..."
ทุกคนตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม ทั้งหลิวอู๋เสียและเสือเพลิงแยกปฐีไม่สามารถเดินออกจากแท่นประลองได้ พวกเขาถูกขังอยู่ในกรง ตระกูลว่านทำทุกอย่างเพื่อกำจัดเขา
"ทุกคนอย่าเข้าใจผิด กรงนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เสือเพลิงแยกปฐีวิ่งออกมาทำร้ายผู้คน ไม่ได้จงใจทำร้ายคุณชายหลิว ขอเพียงคุณชายหลิวยอมแพ้ เราจะเปิดกรงออกทันที"
คำอธิบายนี้คงไม่มีใครเชื่อ กลัวจะทำร้ายผู้คน แล้วไม่กลัวทำร้ายหลิวอู๋เสียหรือไง?
ศึกสัตว์อสูร!
ศึกสัตว์อสูรที่แท้จริง หนึ่งคนหนึ่งอสูรถูกขังอยู่ในกรง มีเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้นที่จะรอดชีวิตออกมาได้
หลิวอู๋เสียยิ้ม มองไปที่ทุกคนในตระกูลว่าน จดจำใบหน้าอันน่าเกลียดของพวกเขาไว้ให้ดี ๆ เมื่อเขาทะลวงระดับพลังกำเนิดฟ้าแล้ว เขาจะเริ่มจากตระกูลว่านนี้ก่อน ให้พวกมันมีชีวิตทุกวันบนความหวาดกลัว
เมื่อพิจารณาถึงต้นสายปลายเหตุแล้ว สาเหตุที่แท้จริงก็คือ หลิวอู๋เสียอ่อนแอเกินไป ปล่อยให้ตระกูลว่านรังแกได้
หากพ่อตาอยู่ที่นี่ จะปล่อยให้พวกมันกลั่นแกล้งเช่นนี้ได้หรือ ?
สวีหลิงเสวี่ยะโจนเสียงแหบแห้ง แต่ไร้ผล เพราะเสียงของนางถูกคลื่นมนุษย์กลบจนหมดสิ้น
"ปรมาจารย์ฮั่ว เราควรจะหยุดเขาหรือไม่"
เหลยเทาทนดูต่อไปไม่ได้ การกระทำของตระกูลว่านนั้นเกินขอบเขตไปมากแล้ว พวกเขาพยายามฆ่าหลิวอู๋เสียอย่างไม่เลือกวิธีการ
"ไม่ต้องรีบร้อน จำไม่ได้หรือว่าเขาตบโจวถงจนลอยขึ้นฟ้าในฝ่ามือเดียว"
ปรมาจารย์ฮั่วยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาสามารถตบโจวถงลอยขึ้นฟ้าได้อย่างง่ายดาย พลังของเขาอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสั่งสมฟ้าขั้นหกถึงเจ็ด แม้แต่เสือเพลิงแยกปฐีก็ฆ่าเขาไม่ได้ง่าย ๆ
"หากเขาเกิดเคราะห์อายุสั้นจริง ๆ เราจะทำอย่างไรกับความร่วมมือนี้ดี? โอสถดีเช่นนั้นจะได้รับการยอมรับจากเมืองหลวง หอตันเป่าจะได้รับความสนใจจากเมืองหลวง และเรามีโอกาสที่จะย้ายไปทำงานในเมืองหลวงด้วย"
เหลยเทากังวลเื่นี้ เพราะเมืองหลวงคือเป้าหมายที่พวกเขาปรารถนา เมืองชางหลันยังเล็กเกินไป
"ดูต่อไปเถอะ คนที่ชนะสามรอบติดต่อกัน และเล่นงานตระกูลว่านจนหัวหมุน คิดว่าเขาจะถูกฆ่าได้ง่าย ๆ หรือ?"
ปรมาจารย์ฮั่วโบกมือ เขาไม่เข้าไปขัดขวาง เพราะเขาเชื่อมั่นในตัวหลิวอู๋เสีย เขาเห็นพลังลึกลับบางอย่างในตัวหลิวอู๋เสีย และพลังนี้ไม่ควรมองข้าม
"ท่านพ่อ เขาเป็พี่ชายของข้า ท่านรีบช่วยเขาสิ!"
ซงหลิงรีบวิ่งไปขอให้บิดาหยุดเื่วุ่นวายนี้ พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันหนึ่งชั่วยาม และเขาก็คิดว่าหลิวอู๋เสียเป็พี่ชายของเขาไปเสียแล้ว
"เอาตัวเขาออกไป"
หัวหน้าตระกูลซ่งรู้สึกลำบากใจ คุ้มหรือไม่ที่จะไปขัดขวางตระกูลว่านเพื่อปกป้องลูกเขยของตระกูลสวี
ตระกูลว่านเข้าหาตระกูลเซวียของเมืองหลวง และกำลังมีแนวโน้มที่จะแซงหน้าตระกูลซง ขัดขวางตระกูลว่านในยามนี้เป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลย
ไม่มีผู้ใดออกมาขัดขวาง บรรดานักสู้บนอัฒจันทร์ต่างส่งเสียงโห่ร้องอย่างตื่นเต้น การต่อสู้กับสัตว์อสูรนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับสัตว์อสูรนั้นให้ความรู้สึกถึงแรงกระแทกทางสายตาได้มากกว่า
"เสือเพลิงแยกปฐี รีบกินมันเสีย"
เหล่าศิษย์ตระกูลเถียนะโลั่นให้เสือเพลิงแยกปฐีรีบวิ่งไป
ผู้คนมากมายต่างโห่ร้องตาม ร่างของเสือเพลิงแยกปฐีพลันขยายใหญ่ขึ้น สูงกว่าเมื่อครู่นี้อีกมาก
โฮก!
เสือเพลิงแยกปฐีคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว ฝีเท้าของมันพุ่งเข้าใส่หลิวอู๋เสีย เสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วแท่นประลอง
ทุกคนต่างกลั้นหายใจ เสือเพลิงแยกปฐีสูงสามเมตรกว่า หลิวอู๋เสียยังมีหวังชนะอีกหรือ?
หลายคนปิดตาลง ไม่อยากเห็นฉากที่หลิวอู๋เสียถูกเสือเพลิงแยกปฐีกินเข้าไป
จะต้องถูกฉีกท้องจนแหลกละเอียด เืสาดกระจาย
เสือเพลิงแยกปฐีเข้าใกล้หลิวอู๋เสียมากขึ้นเรื่อย ๆ เหลือระยะห่างเพียงสิบกว่าเมตรเท่านั้น ไม่มีทางถอยหลังได้อีกแล้ว
ด้านหลังของเขามีกรงเหล็กหล่อด้วยเหล็กกล้าอย่างดี ไม่สามารถะโลงจากแท่นประลองได้ ทำได้เพียงต่อสู้เท่านั้น
ไม่เสือเพลิงแยกปฐีตายก็เป็เขาที่ตาย ไม่มีทางเลือกอื่น
ทุกคนกลั้นหายใจ ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าของเสือเพลิงแยกปฐีก้องกังวานไปทั่วแท่นประลอง
สวีหลิงเสวี่ยกัดฟันกรอดจนเืไหลออกมาตามมุมปากของนาง รู้สึกเ็ปเล็กน้อย
กลิ่นอายปีศาจที่ชวนให้หายใจไม่ออกพุ่งเข้าใส่ ปากของมันอ้ากว้างราวกับจะกลืนกินผู้ใหญ่ผู้หนึ่งเข้าไปทั้งตัว
เซวียอวี้ยิ้มมุมปาก หลิวอู๋เสียตายแล้ว ตระกูลเซวียจะกดดันตระกูลสวี หญิงสาวคนนี้คงยอมจำนนและกลายเป็ผู้หญิงของเขา
"เขาบ้าไปแล้ว รีบหลบเสีย!"
เสือเพลิงแยกปฐีเข้าใกล้หลิวอู๋เสียในระยะสามเมตรแล้ว แต่เขากลับไม่เลือกหลบ แม้ว่าระดับพลังของเขาจะด้อยกว่า แต่เขาสามารถหลบได้ชั่วขณะหนึ่งก่อน แล้วค่อยคิดหาทางเอาตัวรอด หรือไม่ก็ยอมแพ้ไปเลย
ท่ามกลางสายตานับพันคู่ เสือเพลิงแยกปฐีอ้าปากกว้าง กัดเข้าที่ศีรษะหลิวอู๋เสีย หากโดนกัดเข้า ศีรษะก็จะขาดออกจากตัว
ว่านหรงเจ๋อหัวเราะ
เถียนเหย่เฉวียนหัวเราะ
ศิษย์ตระกูลว่านต่างก็โห่ร้องฉลองกัน ส่วนศิษย์ตระกูลเถียนต่างก็ะโโหวกเหวก ไอ้คนไร้ค่าคนนี้กำลังจะตายเสียที
แต่ในเวลานี้ เสือเพลิงแยกปฐีกลับหยุดชะงักลง หมอบลงข้างเท้าหลิวอู๋เสีย ราวกับแมวเชื่อง ๆ ตัวหนึ่ง
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
1 เวลาหนึ่งถ้วยชา (一盏茶时间) ประมาณ 10-15 นาที