“คุณธามตั้งใจมาดูขวัญซ้อมเหรอคะ”
“ผมแค่กลัวว่าคุณจะยังไม่หายดีแล้วแอบมาฝึกซ้อมหนัก ๆ อยู่คนเดียว เลยลงมาดูน่ะครับ”
“ขอบคุณที่เป็ห่วงนะคะ แต่ขวัญกินยาจนหายดีแล้วค่ะ”
“หายดีทั้งร่างกายและจิตใจใช่ไหมครับ”
“ขวัญได้กำลังใจจากพี่ ๆ ในวงและแฟนคลับเยอะแยะเลย ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วค่ะ” ของขวัญระบายยิ้มให้ชายหนุ่ม เมื่อเช้าผู้จัดการส่งคอมเมนต์ของแฟน ๆ ที่เป็ห่วงเธอมาให้อ่านจนเธอได้รับกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม อย่างน้อยก็ยังรู้ว่ามีคนรอคอยการกลับไปของเธออีกมาก
“งั้นผมขอมาเป็กำลังใจให้คุณทุกวันได้ไหมครับ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นของขวัญก็ถึงกับทำตัวไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบแบบไหนออกไปดี จะบอกว่าไม่เป็ไรก็กลัวจะเป็การเสียมารยาทเกินไป ท่าทีของเธอทำให้คนมองแอบใจแป้วไปเล็กน้อย
“ผมทำให้คุณอึดอัดหรือเปล่า”
“ขวัญแค่รู้สึกกดดันนิดหน่อยที่มีคนระดับประธานค่ายมาดูขวัญซ้อมน่ะค่ะ เพราะที่จริงขวัญไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าเก่งเลย ยังต้องฝึกอีกเยอะมากค่ะ” ของขวัญพูดพลางยิ้มเจื่อน ๆ แม้ว่าพัฒนาการของเธอจะดีขึ้นตามที่ครูบอก แต่เธอก็รู้ตัวเองดีว่ายังเทียบกับศิลปินคนอื่นในค่ายไม่ได้ และอีกอย่างเธอก็รู้สึกแปลก ๆ ที่เขาบอกว่าขอมาให้กำลังใจทุกวันด้วย นี่ไม่น่าจะใช่เื่ปกติสักเท่าไหร่
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พูดคุยอะไรกันต่อ เสียงจากด้านหลังของของขวัญก็ดังขึ้น
“คุณธามมาทำอะไรที่นี่คะ อ้าว ขวัญเองเหรอ” ครูสอนร้องเพลงคนหนึ่งทักทายธามตามประสาคนรู้จัก ก่อนจะหันไปหาหญิงสาวที่ยืนคุยอยู่กับประธานหนุ่ม
“ผมมาเดินดูห้องซ้อมเผื่อจะตกแต่งเพิ่มเติมน่ะครับ” แน่นอนว่าเขาโกหก จากตารางการจองห้องที่เขาขอให้เลขาส่งมาให้ นอกจากห้องที่ของขวัญใช้ซ้อมเขาก็ไม่ได้ไปเดินดูห้องไหนอีกเลย
“ขวัญมาเติมน้ำค่ะ” เธอพูดพลางชูกระติกน้ำในมือขึ้นมาโชว์
“แล้วนี่ทั้งสองคนรู้จักกันเหรอ” หญิงวัยกลางคนชี้นิ้วไปมาระหว่างคนทั้งคู่ เพราะเมื่อกี้ท่าทางของทั้งสองคนดูสนิทสนมกันระดับหนึ่ง
“ไม่รู้จักค่ะ” ของขวัญรีบตอบทันควันโดยไม่เสียเวลาคิด
“พอดีผมเห็นว่าคุณขวัญว่างอยู่ก็เลยมาสอบถามว่ามีห้องไหนที่อยากให้ตกแต่งเพิ่มน่ะครับ”
“อ๋อ แบบนี้นี่เอง งั้นครูขอตัวไปรับลูกที่โรงเรียนก่อนนะคะ”
หลังจากที่ครูสอนร้องเพลงเดินจากไปแล้วธามจึงหันไปมองหญิงสาวตรงหน้าทันที
“ทำไมถึงบอกว่าไม่รู้จักผมล่ะครับ”
“เมื่อกี้ไม่ทันตั้งตัวน่ะค่ะ ถ้าบอกว่ารู้จักมันก็แปลก ๆ นี่คะ” ของขวัญพูดพลางเกาแก้มแก้เก้อไปด้วย เธอไม่รู้ว่าทำไมต้องตอบออกไปแบบนั้นเหมือนกัน อาจจะเป็เพราะสัญชาตญาณการเป็ไอดอลมาหลายปี จึงต้องรีบปฏิเสธว่าไม่รู้จักกันไว้ก่อนตามที่ถูกสอนมา
“ผมก็นึกว่าเราเป็เพื่อนกันแล้วซะอีก” เขาพูดด้วยใบหน้านิ่ง ๆ แต่น้ำเสียงติดจะน้อยใจเล็กน้อย
“ขอโทษค่ะ ขวัญไม่กล้าบอกใครว่าเป็เพื่อนคุณธาม” ของขวัญพูดด้วยความรู้สึกผิด จะให้โมเมว่าเป็เพื่อนกับเ้านายก็ดูจะปีนเกลียวไปหน่อย เธอเดาทางไม่เคยถูกเลยว่าผู้ชายตรงหน้าคิดอะไรอยู่กันแน่
“งั้นเรามาเริ่มเป็เพื่อนกันวันนี้ดีไหมครับ” พูดจบธามยิ้มบาง ๆ ขณะที่ยื่นมือออกไปตรงหน้าเพื่อขอเช็กแฮนด์
“ได้ค่ะ ขอบคุณที่เป็เพื่อนกันนะคะ” ของขวัญยื่นมือออกไปจับพร้อมกับยิ้มตอบเขา เธอรู้สึกว่าการมีธามเป็เพื่อนก็ไม่ได้แย่อะไร แม้เขาจะชอบพูดจากำกวมชวนให้ใจสั่นอยู่บ่อยครั้งก็ตาม
“แล้วคุณมีซ้อมต่อหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีแล้วค่ะ ขวัญกำลังจะกลับคอนโดพอดี”
“งั้นผมขอไปส่งนะครับ”
“ค่ะ ขวัญขอไปหยิบกระเป๋าก่อนนะคะ”
หลังจากนั้นธามก็ขับรถมาส่งยังหน้าคอนโดหรูของของขวัญ เขาจอดรถแล้วหันไปมองหญิงสาวที่นั่งมาด้วยกัน
“พรุ่งนี้ถ้ามีเวลาว่างผมอาจจะแวะไปดูคุณซ้อมนะครับ”
“งานของคุณธามดูไม่ค่อยยุ่งนะคะ เห็นแวะมาทุกวันเลย” ของขวัญแกล้งแหย่ เพราะเมื่อตกลงเป็เพื่อนกันแล้วเธอก็เริ่มใจกล้ามากขึ้น
“คุณไม่อยากเจอผมอีกเหรอครับ”
“ไม่ใช่นะคะ”
“แต่ผมดีใจนะที่ได้เจอคุณ”
ของขวัญถึงกับชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปปลดเข็มขัดนิรภัยออก รอยยิ้มกว้างที่โชว์เขี้ยวเล็ก ๆ ของเขาทำให้ยิ่งมองเธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์ ตอนนี้เธอเริ่มสับสนในตัวเองที่หวั่นไหวกับผู้ชายตรงหน้าว่าเธอสามารถชอบผู้ชายสองคนพร้อมกันได้ยังไง