“โต๊ะทำงานประจำของคุณศาอยู่ทางด้านนี้นะคะ”
มุมของโต๊ะทำงานที่ไม่ใช่มุมในจินตนาการปรากฏขึ้นตรงหน้า เอาจริงนะ! มันค่อนข้างเรียกได้ว่าแย่ ถึงแย่มากๆ มันเป็มุมที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าห้องเก็บเอกสารด้านในสุด ลึกที่สุดในตึกชั้นนี้เลย
อย่างที่ฉันบอกไปแล้วว่า ฉันตั้งใจสมัครเข้ามาทำงานในตำแหน่งที่ว่างมาตลอดสามเดือนที่เปิดรับสมัครมา และแถมยังเป็ตำแหน่งที่ค่อนข้างรับเลย ไม่ต้องสัมภาษณ์งาน หรือต้องใช้ทักษะ ประสบการณ์ใดๆ เป็พิเศษ สงสัยใช่ไหมว่ามีตำแหน่งงานที่ดูไร้สาระแบบนี้อยู่ภายในแผนกบัญชีซึ่งมีความสำคัญกับบริษัทใหญ่ๆ แบบนี้ด้วยหรอ
ก็ไม่อยากจะหัวเราะออกมาแบบนั้น แต่มันมีจริงๆ
“มุมตรงนี้อาจดูแคบไปหน่อยนะคะ เพราะว่าตำแหน่งธุรการบัญชีแผนกนี้รับแค่คนเดียว และมุมตรงนี้เป็พื้นที่ส่วนเดียวที่เหมาะกับโต๊ะทำงานแค่ชุดเดียว คุณศาพอรับได้ไหมคะ”
“...”
“คุณศาคะ คุณศา”
“เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ ขอโทษทีฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวสักเท่าไหร่”
“เป็อะไรมากหรือเปล่าคะ ไปนั่งพักก่อนไหม”
“ไม่เป็ไร เธออธิบายต่อเลย”
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขออธิบายงานต่อนะคะ”
ฉันพยักหน้ารับงึกๆ
ั้แ่เดินผ่านแผนกอื่นๆ เข้ามาถึงตรงโต๊ะที่ฉันจะต้องมานั่งทำงานในทุกวัน ความรู้สึกเย็นวาบๆ มันเป็ความรู้สึกที่แปลกมากก่อตัวขึ้น จะบอกว่าอาการคล้ายคนไม่สบายก็ไม่เชิง แต่...ก็ไม่ใช่ทั้งหมดเสียทีเดียว มันเหมือนมีคนอื่นนอกจากฉันและพนักงานคนนี้อยู่ตรงนี้อย่างนั้นแหละ
ฉันคงคิดมากไปเอง ใช่ฉันคิดว่าตัวเองน่าจะกดดันไปเอง ผ่อนคลายเข้าไว้ ผ่อนคลาย...
“เดินผ่านโต๊ะทำงานนี้ไป ก็จะเป็ห้องเก็บเอกสารทั้งหมดที่คุณศาจะต้องนำมาเก็บเข้าแฟ้มให้เป็ระเบียบ คุณศาจะลองเข้าไปดูด้านในหน่อยไหมคะ”
“อืม”
ประตูบานเลื่อนกระจกใสถูกเลื่อนไปอีกด้าน ก่อนจะปิดลงหลังจากที่ฉันเดินผ่านเข้ามาด้วยระบบอัตโนมัติ
“ในห้องนี้จะเก็บเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวกับแผนกบัญชีเอาไว้ รวมถึงเอกสารที่จะต้องเก็บไว้ให้ทางราชการตรวจสอบย้อนหลังได้ ก็ถูกเก็บเอาไว้ในห้องนี้ทั้งหมด ฉันไม่มีประสบการณ์ในงานด้านนี้โดยตรงแต่ก็พอจะรู้บ้างว่าคนเก่าที่ออกไป ลักษณะงานเขาเป็แบบไหน”
“เธอรู้จักคนเก่าด้วยหรอ?”
พนักงานคนนั้นยิ้มก่อนจะตอบกลับ “พอรู้จักผิวเผินนะคะ เธอเป็คนไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ เท่าที่คลุกคลีกัน ฉันว่าเธอเป็คนขยันทำงาน อดทน ละเอียด แต่ก่อนที่เธอจะออกฉันแอบไปได้ยินเธอคุยกับคุณแขในห้องน้ำ”
ฉันมองอีกฝ่ายนิ่ง เธอก็มองฉันกลับ ก่อนจะรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดปากตนเอง
“เออคือ ฉันคงพูดมากไปคุณศาอย่าใส่ใจเลยนะคะ”
“เล่าต่อสิ”
“คะคุณศา...”
ฉันก็ยังคงยืนนิ่งรออีกฝ่ายเล่าต่อจากเดิม
“แต่ถ้าฉันเล่า คุณศาจะไม่บอกคุณแขใช่ไหมคะ”
“ทำไมพนักงานที่นี่ ถึงได้กลัวเลขาของพ่อฉันนักหนา”
สองเท้าของอีกฝ่ายเขยิบเข้ามาให้ใกล้ฉันมากยิ่งขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เล่าความลับบางเื่ให้ฉันฟัง ยิ่งฟังฉันก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมทุกคนถึงได้กลัวเลขาคนนี้กันนัก
วันต่อมา…
“สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อองศา เป็พนักงานธุรการบัญชีคนใหม่” ตอนนี้เป็เวลาแปดโมงสี่สิบกว่านาที ซึ่งเป็เวลาที่พนักงานทุกคนตอกบัตรเข้าทำงานกันหมดแล้ว และเป็โอกาสสำคัญที่ฉันจะแนะนำตัวเองอย่างเป็ทางการ “ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
สีหน้าของทุกคนในห้องนี้ต่างกันออกไป บางคนใ บางคนก็หันหน้ามองกันเลิกลัก มันทำให้ฉันรู้ในทันทีว่า ทุกคนที่อยู่ในห้องห้องนี้ รู้จักฉันดีกันอยู่แล้วว่าฉันเป็ลูกสาวของท่านประธาน และก็เป็น้องสาวแท้ๆ ของกรรมการบริษัทอย่างพี่สาวของฉัน มันง่ายต่อการทำความรู้จักทุกคน และมันก็ยากที่จะปิดบังความจริงที่ว่าฉันไม่ใช่ลูกสาวคนโปรดของท่านประธานด้วยเช่นกัน
“ไม่รู้ว่าที่เข้ามาทำงานได้เนี่ย ใช้เส้นใครเข้ามาหรือเปล่า”
อย่างที่ฉันบอกไปแล้วว่าทุกคนรู้จักฉันเป็อย่างดี และก็คงไม่ต้องสงสัยว่าแม่แท้ๆ ของฉัน คนพวกนี้จะไม่รู้จักกันได้ยังไง
ฉันกับแม่ถูกมองด้วยสายตาดูถูกพวกนี้มาตลอด วันที่ฉันถูกเรียกให้เข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองการเข้ารับตำแหน่งของพี่สาวฉัน วันนั้นฉันยังจำได้ไม่เคยลืมว่าตัวเองถูกกระทำอย่างไงบ้าง ฉันไม่มีวันลืมลง
มือทั้งสองข้างของฉันกำแน่น ก่อนจะค่อยๆ คลายออก
“ฉันสงสัยนะคะว่า คนที่พูดแบบนี้สมองของเขาป่วย หรือแค่เพราะว่าปากไม่ว่าง”
“นี่เธอ! อย่าคิดว่าเป็ลูกเ้าของบริษัทแล้วใครจะแตะเธอไม่ได้นะ ใครๆ เขาก็รู้กันหมดว่าแม่ของเธอเป็แค่คนรับใช้ ริไต่เต้าขึ้นเตียงเ้านายกันทั้งนั้น”
เสียงประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก พนักงานคนที่ด่าฉันถึงกลับเก็บสีหน้าไม่ทัน
“ไหนเธอลองพูดแบบเมื่อกี้ใหม่สิ”
“คะ คือว่า...”
“พูด!”
“ท่านประธาน!”
ผู้หญิงคนนั้นทรุดตัวลงกับพื้น ก่อนหน้านี้ยังยืนต่อปากต่อคำกับฉันอยู่เลย สภาพในตอนนี้ต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ที่นี่บริษัทของฉัน ไม่ใช่ตลาดที่ใครหน้าไหนจะมาใช้กิริยามารยาทต่ำๆ แบบนี้”
“ท่านประธานคะ ดิฉัน...”
“ฉันไล่เธอออก!”
“ทะ ท่านประธาน ดิฉัน ดิฉันเป็หัวหน้าแผนกบัญชีนะคะ”
“คุณแขจัดการให้ผมด้วย” เลขาสาวที่ยืนตรงดิ่งราวกับเสาไฟฟ้า รับคำสั่งจากเ้านาย หรือก็คือพ่อของฉันเรียบๆ “ส่วนเธอ ตามฉันมา”
ร่างสูงใหญ่เดินออกจากแผนกบัญชีไป ฉันเดินตามหลังพ่อของตัวเองโดยทิ้งระยะห่างพอสมควร ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด ในความรู้สึกลึกๆ ฉันก็แอบหวังว่า เขากำลังจะปกป้องฉันในฐานะที่ฉันเป็เืเนื้อเชื้อไขแท้ๆ แต่อีกใจหนึ่งการพยายามโฟกัสไปที่เป้าหมายที่ฉันเข้ามาทำงาน ณ สถานที่แห่งนี้
ถ้าหากฉันลังเล ฉันก็ไม่ควรมายืนอยู่ตรงจุดจุดนี้ ั้แ่แรก
โปรดติดตามตอนต่อไป