บทที่ 1: ตอนที่ 9 ปรุงโอสถ
ณ ูเาที่มีแม่น้ำตกใหญ่ไหลผ่านข้างใต้มีบุรุษเปลือยขึ้นบนกำลังนั่งสมาธิรับแรงดันจากน้ำตกอยู่ "เยี่ยมสถิติใหม่ถ้าเราทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆราวสามเดือนระดับเราจะเพิ่มขึ้นสูงและร่างกายแข็งแกร่งขึ้นด้วย" พันหลงยิ้มอย่างมีความสุขเพราะถ้าเค้าทำสถิติใหม่ได้เค้าก็จะได้รับโอสถระดับเซียนจากท่านจี้เมี่ยมาบ่มเพาะระดับของตนเอง
หลังจากแต่งตัวเสร็จเค้าก็รีบตรงไปที่ตำหนักของผู้เฒ่าจี้เมี่ยทันที "ท่านอาจารย์ข้าสามารถบรรลุสถิติใหม่ได้แล้ว ครั้งนี้ข้าขอโอสถแก้วพิศดารได้หรือไม่"
โอสถแก้วพิศดารนี้สามารถควบคุมร่างกายให้ลบร่องรอยไปได้อย่างไร้ที่ติบวกกับธาตุไฟอันมหาศาลจากโอสถนี้ถือว่าช่วยในการบ่มเพาะธาตุไฟแก่พันหลงเป็อย่างมาก "เ้าเพิ่มสถิติมากจากครั้งก่อนหนึ่งนาทีครึ่งเพราะฉะนั้นข้าจะให้เ้าสองเม็ด"
ไม่นานที่พันหลงได้โอสถเค้าก็รีบกับหอของตัวเองทันที พันหลงนั่งทำสามธิสักครู่ก่อนที่จะเรียกเปลวไฟมาคลุมร่างแล้วค่อยๆกินโอสถเข้าไป "ฮ่า" พันหลงะโออกมาเสียงดังก่อนที่เค้าจะเพิ่มระดับขึ้นเป็กำเนิดจิตปราชญ์
ผ่านไป 3 เดือน
"ท่านอาจารย์ท่านสามารถสอนการปรุงโอสถให้ข้าได้หรือไม่จนถึงตอนนี้ข้ามันใจถึงสิบส่วนว่าสามารถควบคุมธาตุไฟในร่างได้อย่างใจนึก" การปรุงโอสถนั้นจำเป็ที่จะต้องมีธาตุไฟในร่างถึงจะสามารถปรุงโอสถได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ของไฟด้วยเช่นกัน
"ได้สิข้าจะสอนเ้าเกี่ยวกับการปรุงโอสถเอง"
จี้เมี่ยเดินนำพันหลงมายังตำหนักปรุงโอสถพลันกล่าวกับพันหลงว่า "เมื่อเ้าเข้ามาที่นี่ เ้าอย่าได้ทำอะไรที่มันน่าใเป็อันขาด" ไม่นานพวกเค้าก็เดินมาถึงสถานที่ปรุงโอสถ
"ข้าจะปรุงให้ดูเป็ตัวอย่างตั้งใจดูให้ดีด้วย" จี้เมี่ยได้เริ่มใส่วัตถุดิบในการปรุงโอสถเข้าไปเค้าใช้เพลิงที่มีรูปแบบคล้ายกับงูเลื้อยผ่านเข้าไปข้างในเตาปรุง
โอสถ ไฟชนิดนี้มีชื่อว่า 'เพลิงอสรพิษ' มีความบิรสุทธิ์ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็น การปรุงยาของจี้เมี่ยเต็มไปด้วยความน่าทึ่งไม่นานเค้าก็ปรุงยาเสร็จ
"ลองทำเหมือนข้าดูสิ" หลังจากจี้เมี่ยพูดจบเค้าก็แล้วทิ้งรายชื่อโอสถแล้วออกจากห้องปรุงไป พันหลงก็ได้ลองทำตามดูแต่ไฟที่ปรากฏออกมานั้นเป็แค่ไฟที่ร้อนกว่าไฟธรรมดาทั่วไปเท่านั้น พันหลงจึงได้เกิดความคิดว่าถ้าผสมธาตุอื่นลงไปไฟจะแรงขึ้นหรือเปล่า ไม่รอช้าเค้าใช้ธาตุมืดผสมลงไปกับไฟของเค้าจนเกิดกลายเป็ 'เพลิงโลกันตร์' ที่มีความบริสุทธิ์ถึงเก้าสิบเปอร์เซ็น
เป้าหมายในการปรุงโอสถครั้งนี้ของพันหลงคือได้ปรุง 'โอสถทิวาหมื่นทิพย์' ที่ช่วยในการควบคุมธาตุไฟและมืด เค้าได้ใส่เครื่องปรุงสมุนไพรที่ใช้ในการปรุงโอสถครั้งนี้เข้าไปตามใบจดที่จี้เมี่ยทิ้งไว้ให้
จู่ๆเพลิงโลกันตร์ที่พันหลงทำขึ้นมาได้เกิดการสั่นไหวขึ้นตัวเพลิงเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็รูปของัส่งผลให้เตาเกิดรอยร้าวและใกล้จะะเิทันที พันหลงที่กำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่นานเค้าก็ไหวตัวได้ทันแต่เตาก็ะเิเสียก่อน แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นนั้นทำให้พันหลงใเป็อย่างมากเพราะแทนที่โอสถจะพังไปกับเตาแต่โอสถได้ลอยขึ้นกลางอากาศ
พันหลงที่เห็นอย่างนั้นไม่ปล่อยให้เสียโอกาสไปเค้าได้ส่งพลังน้ำแข็งเข้าไปล้อมรอบกับเพลิงโลกันตร์ เพลิงที่โดนน้ำแข็งเข้าไปได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็ัที่มีเกร็ดสีฟ้าและปลดปล่อยออร่าสีดำออกมา ันั้นได้พันรอบโอสถจนสามารถปรุงโอสถได้
โอสถที่ได้ออกมานั้นไม่ได้เป็โอสถทิวาหมื่นทิพย์แต่อย่างใดแต่เป็โอสถที่มีลวดลายสีดำและข้างในเป็สีฟ้าขาว "โอ้ ดูเหมือนโอสถนี้จะเป็ถึงระดับเซียนแต่ความบริสุทธิ์มีแปดส่วน ข้าคาดว่าเมื่อข้าถึงระดับจักรพรรดิเมื่อไหร่ข้าจะสามารถปรุงโอสถที่มีความบริสุทธิ์ถึงสิบส่วนเต็มได้"
"ข้าััได้ถึงเพลิงที่มีความบริสุทธิ์ถึงหนึ่งร้อย เป็ใครกันที่มีเพลิงชนิดนี้" ประตูห้องที่ปิดอยู่ก็ได้เปิดออกอย่างฉับพลันเผยให้เห็นสตรีหญิงที่มีหน้าตาสวยงามราวกับนางฟ้านาง์ ผมสีดำที่ยาวสลวย ดวงตาสีแดงเพลิงกลมโต ตัวที่สูงพอๆกับพันหลง หน้าอกที่ใหญ่พอสมควร ร่างกายของนางราวกับปุยเมฆอันนุ่มนิ่มที่มาพร้อมกับอาภรณ์สีแดงที่ทำให้เพิ่มความสวยงามของนางเป็เท่าตัว
"เป็เ้างั้นหรอ คงไม่ใช่ละมั้งระดับของเ้าต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้จะมีเพลิงที่มีความบริสุทธิ์ถึงเพียงนั้นได้อย่างไร" นางพูดพลางมองไปที่พันหลง "ข้าขอถามเ้าที่นี่มีผู้าุโที่ได้เข้ามาหรือไม่ ข้าอยากจะพบเจอกับเค้าเสียหน่อย"
"เกรงว่าคงจะไม่มีนะแม่นางเพราะผู้ที่มีเพลิงนั้นคือข้าเอง" พันหลงได้ตอบไปตามความจริงแต่สิ่งที่ได้รับมานั้นเป็แววตาอาฆาตของนาง
"เ้าล้อข้าเล่นหรืออย่างไร ถ้าเ้ายังพูดจาโป้ปดอีกเป็ครั้งที่สองก็ได้อย่าหาว่าข้าไม่เตือน"
'ทำไมชั่วชีวิตนี้ของข้าได้เจอแต่ผู้หญิงที่มีอารมณ์ร้อนกันนะ' พันหลงที่เกือบจะหลงเสน่ห์ของนางก็ได้สบถคำพูดออกมาในใจ
"หลินเอ๋อร์ แสดงมารยาทดีๆหน่อยที่คือศิษย์ของข้าเอง เ้าคงแปลกใจสินะว่าทำไมคนผู้นี้ที่มีระดับกำเนิดจิตปราชญ์ถึงมีไฟที่มีความบริสุทธิ์ถึงขนาดนั้น
แท้จริงแล้วคนผู้นี้มีระดับถึงจักรพรรดิแต่ก็ได้มีเหตุการณ์บางอย่างทำให้เค้าต้องมีระดับน้อยถึงเพียงนี้" จี้เมี่ยที่กำลังเดินเข้ามาใกล้พลันแตะไปที่บ่าของนาง นางคนนี้มีชื่อว่า 'หวังหลิน' ลูกสาวของจี้เมี่ย
"พันหลงกราบศิษย์พี่ของเ้าเร็วเข้า" ในเวลานี้จี้เมี่ยพยายามที่จะให้ทั้งสองปรับความเข้าใจกันให้ได้
"สรุุปว่าเพลิงที่เ้าได้นำออกมานั้นเป็แค่ผลของการไม่ได้ตั้งใจที่จะทำมันใช่หรือไม่ แต่เ้าจงจำไว้เอาไว้ว่าเพลิงชนิดนี้เป็ของเ้าแต่เพียงผู้เดียวการที่เ้าจะใช้เพลิงนี้ควรระวังตัวเป็อย่างมากไม่งั้นเ้าได้เจอเื่วุ่นวายเหมือนเมื่อกี้นี้แน่" จี้เมี่ยที่ได้ฟังเื่ราวทั้งหมดก็ได้บอกพันหลงถึงผลของการมีเพลิงนี้ไว้
"ทั้งเพลิงและโอสถที่เ้าปรุงขึ้นมานั้นล้วนแล้วแต่เป็ชนิดใหม่ที่เ้าคิดค้นขึ้นมาเอง เพราะฉะนั้นเ้าก็ตั้งชื่อให้มันเสีย" จี้เมี่ยที่อยากรู้เหมือนกันว่าพันหลงจะตั้งชื่อไว้ว่าอย่างไร
"งั้นเพลิงนี้มีชื่อว่า 'เพลิงัฟ้าทมิฬ' และ โอสถนี้มีชื่อว่า 'โอสถเหมันต์หมื่นทิพย์' อีกไม่นานข้าจะต้องปรุงโอสถที่มีความบริสุทธิ์ถึงสิบส่วนให้ได้" พันหลงในตอนนี้ก็ได้เพิ่มเป้าหมายที่จะปรุงโอสถที่มีความบริสุทธิ์ถึงสิบส่วนให้ได้