“ดูท่าทางคุณกับลูกแก้วน่าจะสนิทกันนะครับ” ลายสิงห์แสร้งย้อนซึ่งแท้จริงแล้วมันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงเพราะถ้าคนปกติคงจะไม่กล่าวถึงบุคคลหนึ่งให้บุคคลที่สามฟังในด้านที่ไม่ดีเช่นนี้
“ค่ะ เราสนิทกันมากเลย” ยุวดีที่ยังไม่รู้ตัวรับสมอ้าง
“สนิทกันจนแบบว่ารู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว”
“เราสนิทกันตอนไหนไม่ทราบ?” จู่ๆ แก้วขวัญก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมกับประโยคคำถามที่ทำให้ยุวเีหน้าเสียอยู่ไม่น้อย
“แหม ก็เราทำงานด้วยกันมาตั้งหลายปี ตั้งแต่เธอเข้ามาทำงานใหม่ๆ ฉันก็ช่วยสอนงานให้เธอนะลืมไปแล้วหรอลูกแก้ว” ยุวดีทำทีเป็นทวงถามเพื่อรักษาหน้าของตัวเองที่เพิ่งถูกยัยเด็กรุ่นน้องฉีกสดๆ ร้อนๆ
“อ้อ…” แก้วขวัญแค่นยิ้ม
จริงอยู่ตอนเข้ามาทำงานแรกๆ ยุวดีที่ทำงานอยู่ก่อนเธอหลายปีช่วยสอนงานให้นิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆนั่นแหละเพราะหล่อนชอบกั้กวิชากลัวเธอก้าวหน้ากว่ากระมัง แต่สุดท้ายตำแหน่งหน้าที่การงานของเธอกลับก้าวหน้ากว่าหล่อนไปมากจนแทบตามไม่ทันนั่นมาจากความสามารถและความอุตสาหะของเธอล้วนๆ หรือไม่ก็คงเป็นความโชคดีที่บอสใหญ่ท่านไม่ชอบคนเลียแข้งเลียขาจึงมองเห็นความอุตสาหะของคนที่ทำงานจริงๆ
“ก็แค่แนะให้นิดหน่อย แต่ก็ขอบคุณนะคะที่ทำให้ฉันต้องอุตสาหะขึ้นจนมีวันนี้” แก้วขวัญสวนกลับไปนิ่มๆ ขอไม่นับว่าเป็นบุญคุณก็แล้วกัน" อีกอย่างหล่อนควรให้เกียรติเธอที่มีตำแหน่งสูงกว่าในเวลานี้ด้วยซ้ำ
"พี่สิงห์คะ" จากนั้นก็มองหล่อนเป็นอากาศ แล้วหันมายิ้มหวานให้ลายสิงห์แทน ทำเอาคนถูกเรียกต้องแอบขมวดคิ้วเพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยเรียกเขาว่าพี่เลยน่ะสิ.
"เบื่อรึเปล่าคะ รอแก้วตั้งนาน" เธอถามเขาเสียงออดอ้อนพร้อมกับเดินเข้ามาคล้องแขนต่อหน้ายุวดีที่ยืนหน้าแตกแล้วแตกอีกอยู่ ในขณะที่ลายสิงห์เกือบทำตัวไม่ถูกเลย แต่เขาก็ชอบเธอในเวอร์ชั่นนี้มากด้วยแม้จะรู้ว่าเธอกำลังใช้เขาขิงยุวดีอยู่ก็เถอะ.
"ไม่เลยครับ พี่เต็มใจรอ" ลายสิงห์เล่นตามน้ำ แต่ไม่ตอบเปล่าเขายังใช้โอกาสนี้โอบเอวเธออีกด้วย ส่วนแก้วขวัญเมื่อถูกโอบก็เงยหน้ามองคนฉวยโอกาสทันทีอย่างรู้ทัน เขามันเจ้าเล่ห์เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ
"หิวมั้ยคะ?" แก้วขวัญถามต่อพร้อมกับฉีกยิ้มค้างไว้ แต่จากสายตานั้นแทบจะหักคอคนเจ้าเล่ห์อยู่แล้ว.
"นิดหน่อยครับ" ลายสิงห์บอก ในขณะที่ยุวดีนั้นหมั่นไส้ทั้งคู่เต็มทีแล้ว ในเมื่อยั่วยวนลายสิงห์ให้ตกหลุมพลางเหมือนคนอื่นไม่ได้ก็วางระเบิดไว้ให้ผิดใจกันเล่นดีกว่า แค่คิดก็สนุกแล้วสิ!
“จริงสิ ไม่กี่วันก่อนโนเอลมาหาเธอที่นี่ด้วย” ยุวดีทำทีเป็นนึกออก
“นี่ถ้าไม่เจอคุณสิงห์วันนี้ฉันก็นึกว่าเธอกลับไปคืนดีกับแฟนเก่าแล้วซะอีก” หล่อนพูดต่อและนั่นก็ทำให้แก้วขวัญหน้าเสียอยู่ไม่น้อยเพราะที่ผ่านมาโนเอลก็ตามรังควานเธอจนทำให้ลายสิงห์หงุดหงิดอยู่หลายครั้งเช่นกัน
“นี่เธอ…!” แก้วขวัญล่ะอยากจะเข้าไปหยุมหัวหล่อนจริงๆ คนดีๆ ที่ไหนจะกล้าพูดเสี้ยมให้คนอื่นทะเลาะกันได้ แต่ยัยยุวดีนี่ก็ไม่ใช่คนดีสักเท่าไหร่นี่นา
“อ้อ ผู้ชายฝรั่งเศสคนนั้นผมส่งกลับประเทศไปแล้วล่ะครับ” แต่ก่อนที่แก้วขวัญจะได้เข้าไปหยุมหัวหล่อนจริงๆ ลายสิงห์ก็ชิงบอกเสียก่อนและนั่นก็ทำให้หญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความฉงนอยู่ไม่น้อย นี่เขาไปทำอะไรโนเอลงั้นหรอ? มีน่าล่ะอีตานั่นถึงได้หายสาปสูญไปเลย หวังว่าเขาคงจะไม่….ฆาตกรรมโนเอลไปแล้วหรอกนะ!
“ไปกันเถอะ แก้วหิวแล้ว” แก้วขวัญดึงแขนเขา แต่ก่อนไปเธอได้หันไปพูดกับยุวดีที่ยืนขัดใจอยู่ด้านหลัง
“เราสองคนกำลังจะแต่งงานน่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าเธอจะแซงก่อนรึเปล่า”
“ได้ยินว่าแอบกุ๊กกิ๊กกับหนุ่มในบริษัทเราอยู่ ชักอยากรู้แล้วสิ” แก้วขวัญกระตุกรอยยิ้มร้ายใส่ เรื่องที่หล่อนแอบเป็นเมียเก็บหัวหน้าตัวเองอีกทีคิดว่าไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นล่ะสิ
“ยังไงก็อย่าลืมแจกการ์ดให้ฉันด้วยนะ” จากนั้นก็ควงลายสิงห์ออกไปท่ามกลางความเจ็บใจและหน้าชาของยุวดี
“นังบ้า!”
.
.
กลับมาที่แก้วขวัญหลังควงลายสิงห์พ้นออกจากห้องแล้วก็เอามือออกจากแขนของลายสิงห์ แต่กลับถูกชายหนุ่มหนีบไว้ไม่ยอมให้ปล่อย
“คุณสิงห์ ปล่อยมือฉันได้ละ” เธอสั่งเขา
“เมื่อยังเรียกพี่แล้วแทนตัวเองว่าแก้วอยู่เลย” ลายสิงห์แย้งพร้อมกับโอบเอวเธอเข้าไปในลิฟต์
“ก็เมื่อกี้เราเล่นละครกัน คุณก็ดูออกนี่” แก้วขวัญบอกเขา
“ละครอะไร? ที่พูดไปก็เรื่องจริงทั้งนั้น แล้วเมื่อกี้เธอก็บอกเองนะว่าจะแต่งงานกับพี่แล้ว” ลายสิงห์บอกหน้าตาเฉย
“ฉันของยัยยุวดีต่างหาก ส่วนเรื่องของเราเมื่อคืนก็บอกไปแล้วไงว่าคุณต้องไปเคลียร์ปัญหาของตัวเองก่อน แล้วฉันจะพิจารณาดูอีกที” เธอไม่ลืมจุดยืนของตัวเองหรอกนะ
“เรียกพี่ว่าพี่ แล้วเรียกตัวเองว่าแก้วเหมือนเมื่อกี้สิ น่ารักดี” แต่เหมือนเขาจะไม่สนใจคำพูดของเธอเลย
“อย่ามาโมเมเปลี่ยนเรื่องสิคุณสิงห์ อื้อออออ” แต่ยังไม่ทันที่แก้วฝันจะพูดจบประโยคก็ถูกเขาจูบปิดปากเสียก่อน หญิงสาวได้แต่ร้องอู้อี้ในลำคอพร้อมกับแขนเล็กๆที่พยายามจะดันแผงอกกว้างออกไป ที่นี่เป็นพื้นที่ของบริษัทแม้จะอยู่ในลิฟต์กันแค่สองคน แต่ถ้าเกิดใครเปิดมาเห็นเข้า คงได้ซุบซิบกันสนุกปากแน่
ตึ้ง…
เสียงสัญญาณเปิดลิฟต์ดังขึ้น นั่นแหละเขาจึงปล่อยเธอให้เป็นอิสระพร้อมกับประตูที่กำลังเปิดออก แก้วขวัญรีบก้าวออกมาพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆลิฟต์ โชคดีที่ไม่มีใครรอใช้อยู่ด้านนอก
“คุณนี่มันบ้าบอจริงๆ” เธอวีนใส่เขา
“เมื่อกี้เรียกพี่ยังไงนะ?” คนเจ้าเล่ห์ถามพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาอีกแล้ว
“พี่!” แก้วขวัญรีบบอก
“พี่สิงห์ค่ะ” นั่นแหละถึงหยุดเขาได้
“ก็แค่นี้” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของลายสิงห์
“แล้วนี่เราจะไปไหนกันต่อ?” เขาถามเธอต่อ
“ไปหาไรกินสักหน่อย ฉัน….เอ่อ” แก้วขวัญเหลือบมองเขาเล็กน้อย
“แก้วค้างเลี้ยงอาหารพวกเด็กๆ ไว้มื้อนึง” ประโยคต่อมาจึงเรียกแทนตัวเองว่าแก้ว
“โอเค” จากนั้นทั้งคู่ก็ไปถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งพร้อมกับลูกน้องของแก้วขวัญสองสามคนที่ตามมาทีหลัง
ในขณะที่อีกด้านนึงในเวลาเดียวกันนั้นกลับมีสายตาอีกคู่กำลังจับจ้องแก้วขวัญที่กำลังนั่งยิ้มสลับกับหัวเราะไปพลางโดยมีลายสิงห์คอยทำนั่นทำนี่ เทคแคร์ทุกอย่างให้ด้วยความเอาใจใส่
“คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นควรเป็นฉัน” เนเนตต์ที่แอบสะกดรอยตามมานั่นเอง หล่อนเลือกนั่งโต๊ะมุมที่ไม่ได้เป็นจุดสนใจเพื่อไม่ให้ลายสิงห์กับแก้วขวัญสังเกตเห็น
“จะให้พวกผมทำยังไงต่อครับคุณหนู?” ลูกน้องที่มาด้วยรอคำสั่งต่อไปจากหล่อน.
“รอจังหวะตอนที่ยังนั่นอยู่คนเดียว แล้วลากมันออกมา” นั่นคือคำสั่งจากเนเนตต์ .
.
.
กลับมาที่ลายสิงห์
ครืนนนนน ครืนนนนนนน
เสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์สั่นขึ้น ทำให้ลายสิงห์ที่นั่งฟังการสนทนาระหว่างแก้วขวัญกับลูกน้องของเธออยู่เพลินๆ ต้องล้วงจากกระเป๋ากางเกงออกมาดูแล้วก็พบว่าเป็นสายจากโรงพยาบาลของเขา
“เดี๋ยวผมออกไปรับสายจากโรงพยาบาลแปบนึงนะ” ลายสิงห์หันไปบอกแก้วขวัญแล้วออกไปรับสายมุมหนึ่ง.
“เจ้! ไปเจอมาจากไหนนะ คุณหมอลายสิงห์หล่อวัวตายควายล้มมาก” ลูกน้องของเธอรับถามหลังลายสิงห์ลุกไปแล้ว
“นั่นสิ แล้วดูสายตาสิ คลั่งรักเจ้เราสุดๆอะ” อีกคนรีบเสริม.
“เรื่องอะไรจะบอก” แก้วขวัญยักไหล่ ก็ออกจะภูมิใจอยู่นะที่มีแต่ชื่นชมอวยยศว่าที่สามีของเธอไม่ขาดปากขนาดนี้ แต่จะเรียกว่าที่สามีก็คงไม่เต็มปากเพราะตอนนี้เธอกับเขาได้เป็นสามีภรรยากันโดยพฤตินัยแล้วน่ะสิ
“โห่เจ้ ขี้งกว่ะ” แล้วก็โดนลูกน้องตัดพ้อเอาจนได้
“ไม่ได้ขี้งกนะ แต่ไม่มีใครเหมือนพี่สิงห์แล้วต่างหาก” เธออวดลูกน้องอย่างอารมณ์ดี
“ขี้อวดอะ” ลูกน้องว่าเธอพลางหัวเราะกันคิกคัก.
“ไม่คุยกับพวกแกละ ไปห้องน้ำดีกว่า” แล้วแก้วขวัญเดินอารมณ์ดีเข้าห้องน้ำไปเสียดื้อๆ โดยไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนต่อจากนี้บ้าง….
แล้วในเวลาต่อมาหญิงสาวก็ออกจากห้องน้ำด้านในมายืนล้างมืออยู่หน้ากระจก
“มีคนตามดูแลก็ดีเหมือนกันแฮะ” แก้วขวัญเอ่ยเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้ม ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มเสพติดคนเจ้าเล่ห์เข้าแล้วน่ะสิ หลังจากนั้นหญิงสาวก็ปิดก๊อกน้ำ เช็ดมืออย่างอารมณ์ดีแล้วเดินออกมา แต่ทว่า….
“อื้อออ!” กลับถูกใครก็ไม่ทราบเอาอะไรบางอย่างมาปิดปากปิดจมูกของเธอพร้อมกับรวบตัวหญิงสาวไว้จากด้านหลัง
“อื้อ! อื้อ!” แก้วขวัญพยายามสู้ ฝืนดิ้นอยู่พักหนึ่งแล้วจากนั้นภาพก็ตัดไปทันที
.
.
กลับมาที่ลายสิงห์
“โอเค มีอะไรก็ติดต่อผมได้ตลอดเวลานะ” ลายสิงห์บอกกับผู้ช่วยของเขาแล้ววางสาย จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปข้างใน
“ลูกแก้วล่ะครับ?” ลายสิงห์ถามเมื่อกลับมาแล้วไม่เจอแก้วขวัญ มีเพียงพวกลูกน้องของเธอที่นั่งหัวเราะคิดคัดกันอยู่
“เจ้ไปเข้าห้องน้ำค่ะ”
“ไปนานรึยัง?” ลายสิงห์รีบถามเพราะเขาก็ออกไปคุยโทรศัพท์หลายนาทีอยู่
…………..