เมื่อเพลงจบลงเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องขึ้นรัฟเฟอรี่โค้งให้คนเ่าั้และบอกว่า
“ขอบคุณมากครับ แต่เราเห็นจะต้องไปกันเสียทีแล้ว”
“อย่าเพิ่งนะ” แอมเบอร์ร้องห้ามไว้แล้วก็หันไปมองทางผู้ชมที่เข้ามารุมล้อม “ทุกคนคงอยากเห็นอะไรที่ มากกว่านี้ใช่ไหมคะแล้วถ้าพวกคุณรู้ว่าคืนพรุ่งนี้โม้ดดี้จะแสดงให้ดูมากกว่านี้พวกคุณจะมาชมการแสดงของคณะเราอย่างแน่นอนเลยใช่ไหมคะ”
เสียงปรบมือกึกก้องขึ้นอีกครั้ง ใครบางคนเป่าปากและอีกหลายคนต่างตอบเป็เสียงเดียวกันว่า...มาแน่...และสาวน้อยก็หันไปมองหน้าผู้จัดการของเธออย่างผู้ชนะ
“ฉันบอกคุณแล้วใช่ไหม ว่าโม้ดดี้ชนะใจคนดูอย่างที่สุดเลย...” เธอลดเสียงลงเมื่อกล่าวต่อว่า“คิดดูสิ ในเมื่อมันเป็การแสดงพิเศษอย่างนี้ถึงเราจะขึ้นค่าตัวก็ไม่ใช่เื่น่ารังเกียจสักหน่อย ฉันจะบอกให้นะกิเดียนว่าอย่าเอาไอ้ความหัวรั้นของคุณมาเป็อุปสรรคต่อกําไรที่เราจะได้รับหน่อยเลยคุณน่าจะคิดอะไรที่มันดีกว่านั้นได้อยู่แล้ว”
กิเดียนตวัดสายตามองหน้าเธอราวจะเตือนสติแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คนที่รุมล้อมเช่นนี้ที่เขาจะทําได้ก็แค่ยิ้มในที่สุดจึงมือทั้งสองขึ้นและกล่าวออกมาด้วยเสียงอันดังว่า
“ถ้าเช่นนั้น นับั้แ่คืนพรุ่งนี้เป็ต้นไปจนสิ้นสุดการแสดงที่นี่ของคณะเราผมเชื่อว่าทุกท่านที่เข้ามาชมการแสดงของคณะเราจะได้ัักับความสามารถเกินสุนัขทั่วไปของโม้ดดี้แน่ พวกคุณจะได้เห็นความสามารถหรือที่ถูกความเป็อัจฉริยะของหมาตัวนี้ด้วยสายตาของคุณเอง พาเพื่อน ๆ ญาติ ๆของคุณมาด้วยนะครับ และยิ่งไปกว่านั้น เราก็ยังจะมีบริการพิเศษอีกด้วยโดยที่รถขายอาหารและเครื่องดื่มของเราจะทำให้พวกท่านลืมอาหารที่บ้านไปเลยละครับ”เขาพูดติดต่อกันไปอย่างไม่ติดขัดราวกับมันเป็แผนการที่ได้วางไว้แล้วล่วงหน้าหลายอาทิตย์…
แจ๊ครู้สึกไม่สบายใจจนไม่อาจเท่าที่บเพลงอีกต่อไปได้เขายอมรับว่าเวลานี้เขา้าเงินไม่น้อยแต่ก็ไม่อยากจะให้มีการแสดงของโม้ดดี้เกิดขึ้นเพราะมันหมายถึงเขาจะต้องออกไปร่วมแสดงด้วย ดังนั้น ทันทีที่ผู้คนถอยห่างออกไปแล้วเขาจึงได้หันไปกล่าวกับบุคคลทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่บอกความไม่พอใจอย่างยิ่ง
“เป็ยังไง...คุณสองคนสนุกกันมากนักงนหรือ” เขาถามเสียงกร้าวสีหน้าบึ้งตึง
“ก็แล้วคุณล่ะ” มิดไนท์ตวาดกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงอํานาจ “คุณสองคนก็เหมือนกันนั่นแหละวางแผนอะไรกันไว้ก่อนหน้านี้หรือยังไง...กลับไปเต็นท์ได้แล้วแอมเบอร์เรายังมีเื่จะต้องพูดกันอีกมาก อ้อ...มิสเตอร์รัฟเฟอรี่ ก่อนที่เราจะร่วมงานกันผมอยากจะทําความเข้าใจกับคุณเสียก่อนนะว่าภายในอาทิตย์นี้ที่คุณอยู่ร่วมกับเราที่นี่ถ้าปรากฏว่าสัตว์เลี้ยงของผมได้รับอันตรายหรือสูญหายไปเพราะหมาของคุณหรือถ้าหมาของคุณไม่สามารถแสดงได้อย่างที่คุณอวดอ้างไว้ละก็ผมจะไล่คุณออกทันทีโดยไม่มีการจ่ายเงินค่าจ้างแม้แต่เซ็นต์เดียว และคุณจะมาอ้างว่าเพราะคุณกับหมาร่วมแสดงด้วยกัน เพราะฉะนั้นจะต้องได้รับค่าจ้างเป็สองเท่านั้นนะอย่าได้หวังเป็อันขาด”
“ก็ไม่เป็ไรนี่ ถ้าคุณอยากจะให้ผมกับหมาไปให้พ้นจากที่นี่เดี๋ยวนี้เราก็จะ...”
“ถ้าคุณออกจากโอมาฮ่าในคืนนี้หรือก่อนหน้าที่การแสดงของคณะผมจะสิ้นสุดลงผมจะให้เ้าหน้าที่บ้านเมืองทุกคนไล่ต้อนคุณแน่รัฟเฟอรี่” กิเดียนตัดบทเสียงกร้าว“ผมรู้นะรัฟเฟอรี่ว่าคุณเป็ใครมาจากไหนและผมจะไม่ทนให้ไอ้โคบาลเร่ร่อนอย่างคุณมาสร้างความยุ่งยากให้เกิดขึ้นกับผมอย่างแน่นอน...”
“นอกเสียจากว่าไอ้คนนั้นมันจะทําเงินให้คุณได้ใช่ไหมล่ะ”
มิดไนท์หันขวับไปทางแอมเบอร์ ทันทีที่ได้ยินเธอพูดออกมาเช่นนั้น
“ผมสั่งให้คุณกลับไปเต็นท์ตั้งนานแล้วไม่ได้ยินหรือมิสลาแบลล์...ไปได้แล้ว”
ยิ่งฤทธิ์โทสะเพิ่มขึ้นเท่าไรเสียงพูดของเขาก็ยิ่งแหลมเล็กขึ้นเท่านั้นซึ่งทําให้แจ๊คเกือบหัวเราะออกมาด้วยความขบขันแต่เขารู้ว่ามิดไนท์กําลังบลั้ฟฟ์เขาอยู่เพราะเ้าของคณะร่างเล็กเสียงแหลมคนนี้ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าแท้ที่จริงแล้วเขาเป็ใคร และการที่แอมเบอร์หลิ่วตาให้เขาก่อนหน้าที่จะเดินกลับไปยังเต็นท์ของเธอก็บอกให้รู้อยู่แล้วว่าเธอเองก็้าจะยั่วให้มิดไนท์โกรธด้วยเช่นกันเพียงแต่รัฟเฟอรี่ไม่โง่พอที่จะรีบรุดตามเธอไปตามท่าที เชิญชวนอยู่เท่านั้น
“ถ้าคุณไม่รังเกียจละก็ ผมช่วยทํางานอื่นให้ด้วยก็ได้อย่างเช่นให้น้ำสัตว์เลี้ยงของคุณเป็ต้นส่วนโม้ดดี้กับผมก็จะนอนกันกลางทุ่งหญ้านี่แหละอย่างน้อยมันจะได้คอยช่วยไล่หมาป่าไม่ให้เข้ามาใกล้ฝูงแกะของคุณได้” รัฟเฟอรี่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“อีกประการหนึ่ง ผมเองก็อยากจะพูดให้คุณเข้าใจอยู่เหมือนกันว่าที่ผมยอมทํางานให้กับคณะของคุณไม่ใช่เพราะว่าอยากได้ค่าจ้างเลยแต่เป็เพราะผมภาคภูมิใจในความสามารถของสุนัขผมมากกว่า...” เขาหยุดเว้นระยะไปเป็ครู่
“และเมื่อถึงปลายอาทิตย์ ไม่ว่าการแสดงของคุณจะสิ้นสุดหรือไม่ก็ตามผมก็เห็นจะต้องเดินทางต่อเสียที แต่ขณะที่ทํางานร่วมกันคุณจะมาดูิ่เหยียดหยามผมไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะถ้าผมเกิดโมโหขึ้นมาเมื่อไหร่รับรองว่าหน้าสวย ๆ ของคุณเละแน่...เป็อันว่าคุณเข้าใจในเงื่อนไขของผมแล้วนะ”
กิเดียนมีสีหน้าโกรธจัดเมื่อตวาดกลับมาอย่างไม่พอใจว่า
“ฟังนะรัฟเฟอรี่ ไอ้คําขู่ของคุณมันไม่ทําให้ผมกลัวได้หรอก”
“ยังมีอีกเื่หนึ่ง” รัฟเฟอรี่กล่าวอย่างไม่สนใจในสิ่งที่กิเดียนพูด “ในเมื่อนักแสดงของคุณทุกคนมีชื่อที่ใช้แสดงบทเวทีด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นทุกรอบที่เราจะขึ้นแสดงเพื่อหาเงินรายได้ให้กับคุณ ผม้าให้คุณเรียกผมว่า รัฟแจ๊คสัน และนี่คือโม้ดดี้, เดอะ วันเดอร์ ด๊อก”
“พุทโธ่เอ๊ย...มันก็แค่หมาธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้นละน่า” มิดไนท์ว่า
“ไม่เพียงแต่คุณจะหูตึงเหมือนย่ายายของใครบางคนเท่านั้นนะมิดไนท์ผมว่าคุณท่าจะหูหนวกเสียแล้วก็ไม่รู้” แจ๊คซึ่งล้วงกระเป๋าหยิบกล่องยาเส้นกับไม้ขีดไฟออกมาก้าวเข้าไปใกล้เ้าของคณะที่แต่งตัวอยู่ในชุดสีขาว และขีดไม้ขีดลงใกล้กับใบหน้าทําให้มิดไนท์ถึงกับะโถอยห่างออกมาด้วยความใ
“ถ้าคุณยังไม่เคยรู้มาก่อนผมก็จะบอกให้คุณรู้ไว้ว่า...โม้ดดี้ เดอะวันเดอร์ ด๊อกน่ะมันเป็ชื่อของสุนัขตัวหนึ่งที่มีอยู่ในตํานานของการแสดงกลางแจ้งแต่โบราณมาแล้วและมันก็ทำให้ชื่อเสียงให้กับคณะละครเร่ที่มันร่วมแสดงอยู่ในครั้งกระนั้นจนเป็ที่กล่าวขวัญกันมาถึงทุกวันนี้...
“ถ้าเราสามารถตกลงกันได้ผมก็จะให้หัวหน้าวงดนตรีของคุณได้ซ้อมเพลงที่จะใช้ในการแสดงร่วมกับเราสักสองสามเพลงล้วนแล้วแต่เป็เพลงที่โม้ดดี้ได้รับการฝึกมาแล้วอย่างดีทั้งสิ้นและเนื่องจากมันเป็หมาที่สามารถเรียกคนดูได้มากที่สุดเพราะฉะนั้นมันมีสิทธิ์ที่จะได้รับค่าจ้างสิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้ในแต่ละคืนที่คุณได้รับด้วย”
“นี่มันเป็การปล้นกันชัด ๆ ผมไม่โง่พอที่จะ...”
“และถ้าคุณพยายามจะเบี้ยวค่าแสดงอย่างที่กําลังคิดอยู่ละก็ ผมขอพูดสั้นๆ เพียงแค่ว่าคุณคือคนที่ตายแล้วเท่านั้น” เขาสรุปด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไอ้หน้าโง่ที่เคยคิดฆ่าหมาผมตัวก่อนหน้านี้ลงไปรออยู่ในนรกแล้วด้วยซ้ำตอนนี้คงกําลังสนุกอยู่กับการที่ถูกหอกทิ่มก้นอยู่แล้วละที่พูดมาทั้งหมดนี้คุณเข้าใจดีแล้วใช่ไหม”
มิดในท์สบถออกมาด้วยความเคืองแค้นก่อนจะเดินกระแทกกระทั้นกลับไปยังเต็นท์ที่พักของตนเอง
โดยความเป็จริงรัฟเฟอรี่ไม่เคยฆ่าใครที่ทําอันตรายกับสุนัขตัวอื่นที่เขาเคยมีอยู่เพียงแต่สัญชาตญาณบอกกับเขาอยู่ว่า ถ้าไม่พูดออกมาเช่นนั้นแล้ว มิดไนท์จะต้องหาทางโกงค่าแรงงานและจะปฏิบัติต่อสุนัขของเขาอย่างไม่ยุติธรรมจนกว่าการแสดงจะสิ้นสุดลงแน่นอน
เขาอัดควันบุหรี่ลึกเข้าไว้ในปอดยังมีหมอดูลายมือคนสวยนั่นอีกคนหนึ่งที่เขาจะต้องพูดจากับเธอให้รู้เื่เธอจะได้ไม่เข้ามายุ่งกับชีวิตเขามากเกินไปนัก
“มาสิ โมด้ดดี้” เขาพูดเมื่อออกเดินไปยังหมู่เต็นท์ที่พักของนักแสดง“แต่จงอย่าได้สร้างความเดือดร้อนให้ฉันอีก เื่นี้ก็เหมือนกันปล่อยให้ฉันทําหน้าที่เป็คนพูดคนเดียว เข้าใจไหม”