ย้อนกลับไปก่อนที่การประชุมตระกูลลี่จะเริ่ม
เวลาเที่ยงตรงบนเทือกเขาคุนหลุน ตอนนี้ดวงอาทิตย์สาดแสงอยู่เหนือศีรษะของจ้าวเทียนพอดี รูขุมขนทั่วร่างของเขาเปิดอ้าออก รับเอาพลังงานอันมหาศาลเข้าไปในเส้นลมปราณ
สิ่งสกปรกที่ตกค้างทั้งหมดถูกพลังงานความร้อนทำลายสิ้นไม่มีเหลือ หากมองมาจากด้านนอก จะเห็นไอน้ำจำนวนมากปกคลุมรอบๆร่างกายของจ้าวเทียนเป็ชั้นๆ
ฟู่…
เขาผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ พลังปราณอันแข็งแกร่งะเิออกมาอย่างรุนแรง ต้นไม้หลายต้นที่อยู่ห่างออกไป โบกสะบัดไปด้านข้าง เหมือนจะถูกพลังอันมหาศาลพัดปลิวไป
“ ขอบเขตปรมาจารย์ขั้นกลาง…ฉันทำสำเร็จแล้ว ” จ้าวเทียนพูดขึ้นด้วยแววตายินดี
เขาลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ร่างกายของเขาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก แม้แต่ส่วนสูงยังเพิ่มขึ้นมาเกือบ5 cm ร่างกายก็ดูกำยำเหมือนนักรบโบราณ
ใบหน้าเขาดูมีเสน่ห์มากขึ้นมันเพิ่มความสุขุมดูเป็ผู้ใหญ่กว่าแต่ก่อน เพราะการเติบโตของร่างกายอย่างรวดเร็ว ทำให้เส้นผมของเขาตอนนี้ยาวถึงกลางหลังแล้ว
แววตาเปลี่ยนเป็ดูลึกล้ำเกินจะหยั่ง เหมือนเซียนที่บรรลุเต๋าขั้นสูง พลังทั้งหมดในร่างกายถูกเก็บซ่อนอย่างมิดชิด บรรยากาศรอบๆตัวเขามีความสงบนิ่งเหมือนคมดาบที่ถูกเก็บไว้ในฝัก
ตอนนี้ต่อให้เจอผู้ฝึกตนระดับเดียวกันหรือสูงกว่าเล็กน้อยก็มองระดับพลังของจ้าวเทียนไม่ออกอย่างแน่นอน ยกเว้นว่าเขาจะสำแดงพลังออกมาเอง มิเช่นนั้นก็คงคิดว่าเขาเป็เพียงคนธรรมดา
“ ในเมื่อดูจนพอใจแล้ว…ก็ออกมาเถอะ! ” จ้าวเทียนพูดขึ้นด้วยเสียงเฉยชา
เขารู้สึกถึงอีกฝ่ายมาั้แ่ครึ่งชั่วโมงก่อนแล้ว แต่ไม่ได้ััถึงความประสงค์ร้ายเลยไม่ได้สนใจนักแต่ตอนนี้ตัวเขาจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว
คงได้เวลาถามจุดประสงค์ของอีกฝ่ายให้ชัดเจน…
ฟุบ!
ชายวัยกลางคนปรากฏตัวขึ้นห่างจากตัวจ้าวเทียนไปประมาณ10 เมตร เขาก้าวมาข้างหน้าเพียง 1 ก้าว ก็มายืนอยู่ตรงหน้าจ้าวเทียนทันที
ดวงตาเฉียบคมสำรวจดูจ้าวเทียนอย่างชื่นชม มุมปากของเขามีรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“ อายุกระดูกเพียง20 ปี…กลับอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นกลาง เธอมาจากสำนักไหนรึ”ชายคนนั้นพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
จ้าวเทียนมองชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่ภายในใจของเขากำลังตกตะลึงเป็อย่างมาก แม้ดูแล้วชายคนนี้จะมีอายุ40 กว่าปี แต่เขาคิดว่าอายุที่แท้จริงต้องเกินกว่านั้นไปมาก
‘ แม้ตัวเขาจะยืนอยู่ตรงหน้าฉัน แต่กลับไม่สามารถมองขอบเขตพลังของเขาได้เลย’
‘ ชายคนนี้แข็งแกร่งกว่าฉันมาก… ’
“ คารวะผู้าุโ ผมชื่อจ้าวเทียน…มาจากเมืองเทียนจินไม่เคยเข้าสำนักไหนมากก่อน ” จ้าวเทียนคารวะตอบอย่างมีมารยาท
“ เธอ…เธอบอกว่าชื่อจ้าวเทียนงั้นเหรอ ” แววตาของชายตรงหน้าเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้รู้ชื่อของจ้าวเทียน เขามองหน้าจ้าวเทียนด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“ ใช่ครับ…ผู้าุโเคยได้ยินชื่อผมมาก่อนเหรอครับ ” จ้าวเทียนถามด้วยความกังวล เขาลอบผนึกลมปราณขึ้นเตรียมพร้อมเอาไว้
“ เปล่าหรอก…เพียงแต่ชื่อของเธอทำให้ฉันนึกถึงเื่ราวบางอย่างในอดีตเท่านั้นเอง” เขาตอบขึ้นด้วยรอยยิ้มจริงใจ เหมือนกับว่าเพิ่มความสนิทสนมขึ้นอีกหลายส่วน
“ ผมขอทราบชื่อ…ของผู้าุโได้หรือไม่ ” จ้าวเทียนถามขึ้น เขารู้สึกว่าชายตรงหน้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีต่อตัวเขาแถมเขายังรู้สึกถึงความใกล้ชิดแบบที่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจ
ชายตรงหน้ามองจ้าวเทียนด้วยสายตาอ่อนโยน
“ ฉันชื่อเหยียนซืออู่…เป็คนของสำนักคุนหลุน ” ชายคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ
จ้าวเทียนทวนชื่อเหยียนซืออู่ในใจแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกคุ้นเคยแม้แต่น้อย ในความทรงจำของเขาไม่มีบุคคลชื่อนี้เลยและ ความรู้สึกเขาบอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหก
“ ช่วยเล่าเื่ของเธอ…ให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม ” เหยียนซืออู่พูดขึ้นด้วยความเป็กันเองแววตาของเขามองมาด้วยความอบอุ่น เหมือนญาติผู้ใหญ่กำลังรอฟังเื่ราวของบุตรหลาน
“ เอ่อ…ได้ครับ ” จ้าวเทียนตอบออกมาโดยไม่รู้ตัว
ทั้งคู่นั่งคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ท่ามกลางสายลมอ่อนๆ บรรยากาศร่มรื่นของธรรมชาติ เหยียนซืออู่นั่งฟังอย่างตั้งใจ มีเสียงหัวเราะเสียงถอนหายใจออกมาบ่อยครั้ง เมื่อจ้าวเทียนเล่าถึงเื่ในอดีต
อาจจะเป็เพราะความรู้สึกใกล้ชิดนอกจากเื่ที่เกี่ยวข้องกับแดน์แล้ว จ้าวเทียนได้บอกเล่าเื่ทุกอย่างจนหมดสิ้น
หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็ได้เล่าเื่เกี่ยวกับสำนักคุนหลุนให้ฟังบ้าง พร้อมทั้งเื่เกี่ยวกับสำนักโบราณอื่นๆที่จ้าวเทียนไม่เคยได้รู้มาก่อน ซึ่งมันก็เป็ประโยชน์กับตัวเขามาก
“ ผู้าุโหมายถึง…อีกสองเดือนประตูมิติที่ปิดกั้นสำนักโบราณจะเปิดออกเหรอครับ ” จ้าวเทียนถามขึ้นด้วยความตกตะลึง เขารู้ดีว่านั่นหมายความว่าอย่างไร
หากเป็ไปตามที่เหยียนซืออู่บอกภายในสำนักโบราณนั้นมีปรมาจารย์มากมายรวมถึงขอบเขตที่สูงกว่าปรมาจารย์นั้นก็ยังสามารถพบได้
ซึ่งส่วนใหญ่ตระกูลชั้นสูงในจีนก็มักจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสำนักพวกนั้นอยู่ หากเป็แบบนี้มันจะต้องกระทบกับแผนการแก้แค้นของเขาแน่นอน
“ ในอดีตเมื่อ500 ปีก่อน พลังปราณฟ้าดินในโลกของเรา มันเริ่มเจือจางลง พวกสำนักโบราณจึงย้ายเข้าไปอยู่ในโลกใบเล็ก ที่มีพลังปราณหนาแน่นกว่า”
“ ทุกๆประมาณ 10 ปี ประตูของโลกใบเล็กจะเปิดออก1 ครั้ง ให้ผู้คนด้านในออกมาสู่โลกภายนอกได้ ซึ่งประตูจะเปิดออกไว้เป็เวลา2 ปี จึงจะปิดลงอีกครั้ง ”
“ ใน่เวลานั้นผู้าุโของสำนักต่างๆก็จะพาศิษย์รุ่นเยาว์ที่มีความสามารถออกมาหาประสบการณ์ในโลกภายนอก ”
“ จากที่ฉันได้ยินเธอเล่ามา ตระกูลจ้าวแห่งปักกิ่งที่เธอจะต่อสู้ด้วยนั้นมีความสัมพันธ์กับสำนักง้อไบ๊อยู่ ในอนาคตข้างหน้าเธอต้องระวังตัวให้ดีนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวเทียนก็รู้สึกหนักใจ ถ้าตอนนี้เขาไปกำจัดศัตรูทั้งหมดที่ตระกูลจ้าวทิ้ง เมื่อผ่านไปสองเดือนคนจากสำนักง้อไบ๊จะมาแก้แค้นหรือไม่
ถ้าอีกฝ่ายมุ่งเป้าหมายมาที่ตัวเขาเพียงคนเดียวนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเลย เขาพร้อมจะส่งอีกฝ่ายกลับบ้านเก่าได้ทุกเมื่อ แต่ปัญหาคือครอบครัวและคนรู้จักของเขาอาจจะโดนลูกหลงไปด้วยนี่สิ
มองดูสีหน้าเคร่งเครียดของจ้าวเทียน เหยียนซืออู่ก็ถอนหายในออกมาเบาๆเขาลุกขึ้นยืนมองไปที่ท้องฟ้าเบื้องบนแล้วพูดว่า
“ ฉันคงต้องไปแล้ว” ร่างของเหยียนซืออู่ค่อยๆจางหายไป
“ ขอบคุณผู้าุโมากนะครับ…ลาก่อนครับ ” จ้าวเทียนเองก็ลุกขึ้นทันที แล้วคารวะไปทางเหยียนซืออู่ด้วยความเคารพ
วันนี้ตัวเขารู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายมากจริงๆสำหรับข้อมูลมากมายเกี่ยวกับสำนักโบราณ ทำให้เขาสามารถวางแผนต่อไปได้ในอนาคต
หลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยจ้าวเทียนก็เดินทางออกจากเทือกเขาคุนหลุน เพื่อที่จะกลับไปเมืองเทียนจิน มีอีกหลายสิ่งที่เขาต้องจัดการ
สูงขึ้นไปหลายพันเมตร บนทะเลก้อนเมฆอันกว้างใหญ่ไพศาล เหยียนซืออู่ยืนมองลงไปตรงจุดที่จ้าวเทียนอยู่ด้วยแววตาห่วงใย
“ ตาหวังว่า…หลานจะทำสิ่งต่างๆด้วยความรอบคอบนะ ”
แท้จริงแล้วเหยียนซืออู่ก็คือท่านตาของจ้าวเทียนนั่นเอง มันคงเป็เพราะโชคชะตาที่ทำให้ทั้งสองคนได้มาเจอกันในวันนี้
เหตุผลที่เขาไม่ได้บอกเื่นี้กับจ้าวเทียนก็เพราะว่าอีกสองเดือนศัตรูคู่อาฆาตของเขาก็จะออกมาเช่นกัน เขาไม่อยากทำให้จ้าวเทียนต้องเดือดร้อนไปด้วย
ตอนนี้ระดับฝึกตนของเขาอยู่ในขอบเขตเซียนแล้ว แต่เพราะอาการาเ็ในอดีตทำให้อายุขัยของเขาเหลือน้อยลง
อีกทั้งในโลกภายนอกนั้นขาดทรัพยากรและมีพลังปราณฟ้าดินที่เบาบางมาก ทำให้ตัวเขาเองเหมือนหยุดอยู่กับที่ ในขณะที่ศัตรูของเขานั้นคงจะก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ
“ ถ้าไม่ใช่เพราะเื่เมื่อ8 ปีก่อน ทำให้ฉันไม่สามารถกลับโลกใบเล็กได้ ตอนนี้อาการาเ็ของฉันคงหายไปแล้ว ” เขาคิดไปถึงการลอบโจมตีของกลุ่มศัตรูเมื่อ 8 ปีก่อน ที่ทำให้เขาได้รับาเ็สาหัสจนกลับเข้าประตูมิติไม่ทันจนต้องติดอยู่ที่นี่
เขาต้องเก็บตัวรักษาอาการาเ็ถึง8 ปี จนกระทั่งวันนี้เขาััได้ถึงการเคลื่อนไหวของพลังปราณมหาศาลจึงออกมาดู
ไม่คิดว่าจะได้เจอกับหลานชายของตัวเอง…
“ ไม่รู้ว่าลูกสาวฉัน…ตอนนี้เธอเป็อย่างไรบ้าง ”
….
ภายในตระกูลลี่เวลาปัจจุบัน
การปรากฏตัวของผู้เฒ่าตระกูลหวังนั้นสร้างความใให้ฝ่ายแกนนำ 5 ตระกูลเป็อันมาก ในตอนที่วางแผนกัน พวกเขาคิดเผื่อไปถึงผู้ช่วยของตระกูลลี่ไว้แล้ว
แม้จะมีการคาดเคลื่อนบ้างหลังจากที่ลี่หวูเฉินะเิพลังของผู้เชี่ยวชาญออกมา แต่ก็ไม่กระทบกับแผนการหลักมากนัก เพราะลี่หวูเฉินนั้นเป็พียงผู้เชี่ยวชาญขั้นต่ำเท่านั้น
แต่สำหรับผู้เฒ่าตระกูลหวังนั้นแตกต่างมากเพราะอีกฝ่ายอยู่ในขอบเขตครึ่งก้าวปรมาจารย์ ซึ่งสามารถรับมือกับผู้เชี่ยวชาญขั้นสูง2 คนได้สบาย ทำให้ฝ่าย 5 ตระกูลอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากทันที
เมื่อมองเห็นความหวาดกลัวของผู้คนฝ่ายเขาจางหว่านชิงก็มีแววตาเคร่งเครียด
ชิ!
“ ในเมื่อเป็แบบนี้…ฉันก็คงไม่มีทางเลือก ” เขาพูดออกมาด้วยท่าทีเ็า แท้จริงแล้ววันนี้มีตัวแทนจากตระกูลหลงแห่งปักกิ่งติดตามเขามาด้วย
แต่ถ้าเขาให้อีกฝ่ายลงมือ ผลประโยชน์ที่จะได้จากตระกูลลี่คงจะหายไปเกือบ5 ส่วนเลยทีเดียว นี่เป็สาเหตุที่เขา้าจบเื่นี้ด้วยตัวเอง
“ ผมคงต้องขอความช่วยเหลือจากคุณหลงแล้ว” จางหว่านชิงะโขึ้นเสียงดัง
!!
เหอะ!
“ ให้ฉันลงมือแต่แรกก็จบ…เสียเวลาจริงๆ ” ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตระกูลจางพูดออกมาอย่างเฉยชา
ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีใครสังเกตเห็นตัวตนของชายคนนี้มาก่อน เขานั่งปะปนอยู่กับคนอื่นๆของตระกูลจางอย่างกลมกลืน
ไม่มีใครรู้เลย…
ว่าเขานั้น…
……..
เป็ปรมาจารย์…
วูป!
พลังปราณบริสุทธิ์มหาศาละเิออกมา เงาร่างงูมีเขาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเื้ัชายคนนั้น
เหมือนกับอากาศที่อยู่ในห้องประชุมแข็งตัวขึ้น คนที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตผู้เชี่ยวชาญแม้แต่จะหายใจก็ยังลำบาก
ส่วนผู้เชี่ยวชาญรอบๆก็ถูกผนึกกระแสปราณภายในร่าง ทำให้พลังลมปราณและความเร็วลดไป2-3 ส่วนทันที ซึ่งมันส่งผลต่อการต่อสู้เป็อันมาก
“ นี่มัน…สนามพลังปรมาจารย์!!”