บทที่ 2 แผงอกล่ำบึก (2)
หลิงเชียนเสวี่ยขอไม่อาบน้ำเพราะรีบจัด ยกแขนดมจั๊กกะแร้แล้วก็ไม่ได้กลิ่นอะไร ได้อยู่…
นางเสื้อผ้ารีบเปลี่ยนเป็ชุดฮั่นฝูสีขาวซึ่งเป็เครื่องแบบของสำนักนี้ ขั้นตอนนี้นางพยายามจะใส่ด้วยตัวเองเพราะยังเขินอายอิงผิง แต่สุดท้ายก็ต้องให้อิงผิงช่วยใส่ด้วยที่องค์ประกอบของชุดที่มีมากมายจนตาลาย ใส่ผิดใส่ถูกอยู่นาน นางให้เด็กสาวช่วยทำผมแต่งหน้าให้ด้วยเพราะตัวเองยังไม่รู้จักวิธีทำผมและอุปกรณ์แต่งหน้าในยุคนี้
เพียงไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย ผมถูกเกล้าขึ้นสูง ส่วนหน้าก็ถูกแต่งเข้มสไตล์ที่หลิงเชียนเสวี่ยคนเก่าชอบ
อืม ร่างบางพลิกหน้าดูในกระจก หลิงเชียนเสวี่ยเป็คนสวยมาก เป็สตรีงามล่มเมืองที่แท้จริงหากแต่ว่ามีนิสัยร้ายกาจผู้คนจึงไม่ชอบนาง ดูสิ ดวงตากลมโตหวานซึ้งพร้อมมีขนตายาวงอนห้อมล้อม จมูกโด่งสวยเหมือนแบบที่เธออยากได้โดยไม่ต้องศัลยกรรม คิ้วซึ่งเป็มงกุฎของใบหน้าก็ดกดำได้รูปเรียงตัวสวย แตกต่างจากตัวนางเองในโลกเดิมที่คิ้วโล้นจนต้องไปสักคิ้ว แก้มเนียนอมชมพูจากการปัด และริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงชาด ภูมิใจจริงๆ ที่สวยได้ถึงเพียงนี้
แม้เชียนเสวี่ยจะสวยธรรมชาติแต่จะไปพบหลัวทั้งทีก็ขอแต่งสวยให้สุดไว้ก่อน
เคยได้ยินหรือไม่ สวยมักนก ตลกมักได้ แต่ทั้งสวยทั้งตลกอย่างนางไม่ได้ผู้ก็ให้มันรู้กันไป!
“อิงผิงข้าจะไปหาหลัวอี้โจว สามารถไปพบเขาได้ที่ไหน” สำรวจความเรียบร้อยเสร็จก็รีบถามสาวใช้
อิงผิงทำหน้าสงสัยแต่ก็ตอบโดยดี นางสงสัยว่าคุณหนูจะไปหาหลัวอี้โจวคนนั้นทำไม ปกติแล้วคุณหนูเกลียดเขาจะตาย มักจะด่าเขาให้นางฟังเสมอ เกลียดถึงขั้นแม้แต่หน้าก็ยังไม่อยากมอง
“ได้ยินว่าตอนนี้หลัวอี้โจวอยู่ที่สำนักกลางเ้าค่ะ”
หลิงเชียนเสวี่ยไม่สนใจสีหน้าสงสัยของอิงผิงก็พยักหน้ารับ รีบเดินออกจากเรือน
“ไหน สำนักกลางไปทางไหน”
“บนยอดเขานู่นเ้าค่ะ” นิ้วเล็กชี้ไปที่ยอดเขาหนึ่งไม่ไกลมาก
ขณะคนที่ได้ยินคำตอบได้แต่อ้าปากค้าง เห็นตัวอาคารสูงลิบๆ ก่อนตะวันจะลอบกลืนน้ำลาย
“คุณหนูจะไปสำนักกลางให้ไป๋หลางไปด้วยไหมเ้าคะ”
ใครอีกวะ
ครั้งนี้คนเอ๋อรับประทานไม่ต้องถามอิงผิงก็ตอบให้ เพราะเหมือนหลังจากคุณหนูฟื้นมาความทรงจำทั้งหมดจะหายไป ไม่ใช่แค่เลอะเลือนอย่างที่นางกล่าว
“คนติดตามคุณหนูเ้าค่ะ” แล้วก็ชี้ไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนั่งทำอะไรอยู่ที่ข้างเรือน
คุณหนูหลิงพยักหน้ารับ จริงสิหลิงเชียนเสวี่ยมีผู้ติดตามคนหนึ่งด้วยสินะ เพราะความเป็ห่วงเกินเหตุของบิดามารดาจึงได้ส่งผู้ติดตามมาให้นางหนึ่งคน แต่หลิงเชียนเสวี่ยกลับใช้เขาทำงานเลวทรามอยู่เสมอ
อิงผิงเดินไปตามไป๋หลางมาให้นาง และเป็อีกครั้งที่นางห่อปาก ตาเบิกกว้าง
อย่าบอกว่านี่เป็แค่ผู้ติดตาม หล่อเกินไปแล้ว กรี๊ดดดดดดดดด
ร่างสูงกำยำในชุดสีฟ้าอ่อนเดินเข้ามาหาพร้อมค้อมตัวลง ใบหน้าติดหวานเล็กน้อย จมูกเรียวโด่งรับกับคิ้วหนาดกดำ ั์ตาโตหากแต่ติดเบื่อหน่ายที่โดนเธอเรียกใช้ เขามัดผมเป็หางม้ายาว
“คุณหนูหลิง” น้ำเสียงทุ้มหล่อน่าฟัง
“อะแฮ่ม ไป๋หลาง ข้าจะไปสำนักกลางยังไง” เรียกสติก่อน
ไป๋หลางเลิกคิ้วสงสัยกับคำถามที่ไม่น่าหลุดจากปากสตรีตรงหน้า
“วิ่งไปขอรับ”
ฮะ
วิ่ง? จากตีนเขาลูกนี้ไปยอดเขาลูกนู้น? ว้อทเดอะฟ้าคคคค
“ฮาว(how)! เอ๊ย วิ่งยังไงไกลขนาดนั้น เดี๋ยว นี่ต้องขึ้นเขานะ” ร่างบางถลึงตาใ โวยวายเสียงดังจนคนติดตามที่เลิกคิ้วสูง
“วิชาตัวเบาไงขอรับ”
อ๋อออออ หลิงเชียนเสวี่ยลากเสียงในใจพลางพยักหน้ารับ ลืมไปว่าเื่นี้มีพวกวรยุทธ์กำลังภายในพวกนี้เวลาเดินทางใกล้ๆ ก็จะใช้วิชาตัวเบา หากแต่นางใช้ไม่ได้! ไม่เคยเรียนไม่เคยใช้ เห็นแต่ในละครซีรี่ย์เท่านั้น แถมพวกนั้นก็ใช้สลิงในการช่วยไม่ได้ใช้วิชาตัวเบาจริงๆ
“เอ่อ ไป๋หลาง เ้าพาข้าไปหน่อยสิ” หญิงสาวหันไปหาตัวช่วยที่ดีที่สุดยามนี้ นางอยากรีบไปหาหลัวอี้โจวจะตายอยู่แล้ว ก่อนจะอ้าแขนออกไปยังคนตัวสูงที่กำลังทำหน้างงสุดขีด “อุ้มไปหน่อย”
“!!” ไป๋หลางชะงัก ก้มมองคนตัวเตี้ยกว่าด้วยแววตาสับสน
ดวงตากลมโตสีดำออดอ้อนอยู่ในที ไหนจะท่าทางราวกับเด็กน้อยยื่นมือมาให้เขาอุ้ม นี่นางใช่คุณหนูหลิงเชียนเสวี่ยคนนั้นแน่หรือ เขาไม่เคยขัดใจนางอยู่แล้วเพราะขัดใจไปก็พาลจะทำให้ตัวเองเดือดร้อน แต่ทว่าครั้งนี้... กระแฮ่มออกมาเล็กน้อย
“คุณหนูไปเองดีกว่าไหมขอรับ ข้าเกรงว่าไม่เหมาะ”
คนถูกขัดใจเม้มปากอมลมจนแก้มป่อง จมูกบานออกเล็กน้อย ไหนในนิยายบอกว่าคนรับใช้ของหลิงเชียนเสวี่ยไม่เคยมีใครกล้าขัดใจอย่างไรล่ะ นี่เพียงคำสั่งแรกก็โดนปฏิเสธเสียแล้ว
ถ้าใช้วิชาตัวเบาได้นางวิ่งแจ้นไปเองแล้วย่ะ
“ไป๋หลาง อุ้มข้าไป” กดเสียงลงต่ำอีกหน่อยจะได้ดูเหมือนดุ กดคิ้วต่ำนิดๆ ถลึงตามาหน่อย
ฮึ่ม
คนตัวสูงเห็นก็ค้างไปสักพักก่อนจะถอนหายใจออกมา และยอมพยักหน้าออกมาให้ที่สุด ตรงเข้ามาช้อนร่างบางเข้าสู่อ้อมแขน มือเล็กคล้องคอเขาทันทีเพราะกลัวตก
เมื่อใกล้ชิดกับแผงอกล่ำบึกที่มองไว้แต่แรก แขนที่พาดผ่านอกและบ่าไปคล้องคอทำให้รู้ว่ากล้ามเนื้อแน่นมาก
มือเล็กเผลอยกขึ้นลูบคลำหน้าอกตรงหน้าทันที
คุณพระ นางไม่เคยอยู่ประชิดและได้ลูบไล้แผงอกแกร่งเช่นนี้มาก่อน ดูสิเป็ก้อนเชียว ยังงี้ซิกแพคต้องมา ไม่ช้ามือก็เลื่อนลงล่างเพื่อลงไปสำรวจ
“คุณหนู” ทว่าเสียงทุ้มต่ำเรียกสติไว้ เงยหน้าขึ้นไปก็เจอไป๋หลางก้มมองด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
อุ๊ย ลืมตัว...
“ไปกันเถอะ” หลิงเชียนเสวี่ยรีบส่งยิ้มยิงฟันไปให้ ชะโงกหน้าไปโบกมือบ๊ายบายอิงผิง
ไป๋หลางะโใช้วิชาตัวเบาตรงไปสำนักกลางตามคำสั่ง
หลัวอี้โจว หลิงเชียนเสวี่ยมาหาแล้วจ้า!