บทที่ 26 แบบนั้นไม่ได้ ต้องเพิ่มค่าตอบแทน! (รีไรต์)
เมิ่งฝานเริ่มเฝ้าสังเกตวิชากระบี่ของหยางเสี่ยวฮวา
เพียงไม่กี่อึดใจ ในใจของเขาก็เริ่มกระจ่างแจ้ง
วิชากระบี่นี้เขาเคยเห็นคนอื่นฝึกซ้อมที่หอหยั่งรู้กระบี่มาก่อน
เมิ่งฝานกล่าวกับหลิ่วเยียนผิงว่า "นี่คือวิชากระบี่สิบสามเมฆหมอกหรือ ข้าพอจะรู้จักวิชานี้อยู่บ้าง"
รู้จักอยู่บ้างงั้นหรือ
เมื่อได้ยินคำนี้ หลิ่วเยียนผิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เพราะก่อนหน้านี้เมิ่งฝานเคยบอกว่าเขารู้เื่วิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิงอยู่บ้างเล็กน้อยเช่นกัน ทว่าในความเป็จริงเขากลับเชี่ยวชาญวิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิงอย่างยิ่งยวด
ดังนั้นนางจึงรู้ดีว่า คำว่า 'รู้จักอยู่บ้างงั้นหรือ?' ของเมิ่งฝานนั้น หมายถึงเชี่ยวชาญเป็อย่างมาก
หลิ่วเยียนผิงรีบกล่าวกับเมิ่งฝานว่า "ศิษย์น้องเมิ่ง ขอเพียงเ้าบอกจุดอ่อนในวิชากระบี่ของหยางเสี่ยวฮวาให้ข้า เพื่อให้ข้าชนะนางได้ ข้าจะให้หินิญญาสิบก้อนเป็ค่าตอบแทน!"
นางรู้ว่าเมิ่งฝานสนใจหินิญญาจึงเป็ฝ่ายเสนอค่าตอบแทนให้ก่อน
"แบบนั้นไม่ได้!" เมิ่งฝานส่ายหน้า
หลิ่วเยียนผิงรีบกล่าวว่า "เ้าวางใจเถิด เื่นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อกฎของการประลองสำนัก เ้าเพียงแค่ชี้แนะข้าเล็กน้อยเท่านั้น นี่เป็เื่ของความสามารถไม่ใช่การโกง ดังนั้นเ้าไม่ต้องกังวลว่าจะผิดกฎ"
นางคิดว่าเมิ่งฝานมีความกังวล จึง้าขจัดความกังวลของเขาออกไป
และในความเป็จริงก็เป็เช่นนั้น การให้เมิ่งฝานชี้แนะวิชากระบี่แก่ตนเองเป็เื่ที่ถูกต้องชอบธรรมไม่เกี่ยวข้องกับการผิดกฎเลยแม้แต่น้อย
ศิษย์สายในขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่เก้าผู้ซึ่งขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะบรรลุขั้นเจินอู่
กลับคิดว่าการให้ศิษย์ขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่สองมาชี้แนะตนเองเป็เื่ที่ถูกต้องชอบธรรม
หลิ่วเยียนผิงผู้นี้ช่างไร้ยางอายเสียจริง!
เมิ่งฝานส่ายหน้าพร้อมกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า "นี่ไม่ใช่ปัญหาเื่ผิดกฎหรือไม่ผิดกฎ"
หลิ่วเยียนผิงร้อนรนถาม "แล้วมันเป็ปัญหาอะไร?"
เมิ่งฝานกล่าวว่า "ต้องเพิ่มค่าตอบแทน!"
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฝาน หลิ่วเยียนผิงอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่
ปัญหาที่ใช้เงินแก้ได้ยังจะเรียกว่าปัญหาอีกหรือ?
เ้าเด็กเหลือขอคนนี้ดูถูกความรวยของเศรษฐีน้อยอันดับหนึ่งแห่งศิษย์สายในอย่างนางจริง ๆ
หลิ่วเยียนผิงกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า "ขอเพียงเ้าทำให้ข้าชนะหยางเสี่ยวฮวาได้ ข้าจะให้เพิ่มอีกสองเท่าเป็หินิญญายี่สิบก้อน!"
เมิ่งฝานส่ายหน้า "สามสิบก้อน!"
"เ้าปล้นกันหรือไง?"
"หยางเสี่ยวฮวาคนนี้เก่งกว่าเย่เฟิงมาก นางคู่ควรกับราคานี้! อีกทั้งหากวันหน้านางรู้ว่าข้าเป็คนชี้แนะท่าน ไม่แน่ว่านางอาจจะผูกใจเจ็บข้า ข้าต้องแบกรับความเสี่ยง หินิญญาสามสิบก้อนจึงไม่ถือว่ามากเลย"
เมิ่งฝานฉวยโอกาสขึ้นราคาพร้อมพูดโน้มน้าวด้วยสีหน้าจริงจัง
หลิ่วเยียนผิงครุ่นคิดและรู้สึกว่าสิ่งที่เมิ่งฝานพูดมานั้นดูมีเหตุผล
สาเหตุหลักคือนางไม่รู้สึกว่าหินิญญาสามสิบก้อนนั้นมีค่ามากน้อยเพียงใด สำหรับนางแล้วสามสิบก้อนกับสามก้อนไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
หากเป็สามร้อยก้อน นางอาจจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
ดังนั้นนางจึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ตกลง ขอเพียงเ้าทำให้ข้าชนะหยางเสี่ยวฮวาได้ ข้าจะให้หินิญญาเ้าสามสิบก้อน"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิ่วเยียนผิง เมิ่งฝานก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันทีและจ้องมองวิชากระบี่ของหยางเสี่ยวฮวาอย่างตั้งใจ
วิชากระบี่สิบสามเมฆหมอกนี้ แม้เขาจะเคยเห็นคนอื่นฝึกที่หอหยั่งรู้กระบี่มาก่อน แต่วิชากระบี่ของคนผู้นั้นเห็นได้ชัดว่าด้อยกว่าของหยางเสี่ยวฮวา
อีกทั้งวิชากระบี่ของแต่ละคนย่อมมีนิสัยและการปรับเปลี่ยนเป็ของตนเอง ดังนั้นเมิ่งฝานจึงต้องศึกษาวิชากระบี่ของหยางเสี่ยวฮวาก่อน
ครู่ต่อมา ศิษย์ชายที่ประลองกับหยางเสี่ยวฮวาก็ทนไม่ไหวและพ่ายแพ้ไป
หยางเสี่ยวฮวาเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วเดินลงจากลานประลอง
"เป็อย่างไรบ้าง คู่ต่อสู้คนต่อไปของหยางเสี่ยวฮวาก็คือข้า เ้าหาจุดอ่อนในวิชากระบี่ของนางเจอหรือยัง?" หลิ่วเยียนผิงรีบถามด้วยความร้อนรน
"การประลองรอบต่อไป จะเริ่มในอีกนานเท่าใด?" เมิ่งฝานถาม
"ประมาณไม่ถึงครึ่งก้านธูป" หลิ่วเยียนผิงตอบ
"เวลาเพียงพอแล้ว ท่านตามข้ามา"
เมิ่งฝานพาหลิ่วเยียนผิงไปยังสถานที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่ง
"ดูให้ดี ตั้งใจดูและตั้งใจฟัง ข้าจะพูดเพียงรอบเดียว จำคำพูดของข้าไว้แล้วท่านจะสามารถเอาชนะหยางเสี่ยวฮวาได้"
พูดจบ เมิ่งฝานก็ชักกระบี่หงฉี่ออกมา
หลิ่วเยียนผิงมองเมิ่งฝานด้วยความประหลาดใจ ครั้งล่าสุดที่เจอกันเ้าเด็กนี่ยังไม่มีกระบี่ แต่ตอนนี้กลับมีกระบี่คู่กายเป็ของตนเองแล้ว
กระบี่หงฉี่เชื่อฟังคำสั่งของเมิ่งฝาน โดยพยายามซ่อนกลิ่นอายของกระบี่ิญญาท่ามกลางฝูงชน ดังนั้นคนทั่วไปจึงมองไม่ออกว่านี่คือกระบี่ิญญาและคิดว่าเป็เพียงกระบี่ธรรมดาเล่มหนึ่ง
เมิ่งฝานแทงกระบี่ออกไปหนึ่งครั้ง พร้อมกับอธิบายให้หลิ่วเยียนผิงฟังขณะที่แทงว่า
"กระบี่ที่หกของวิชากระบี่สิบสามเมฆหมอกมีจุดบกพร่องที่เห็นได้ชัด และเพราะหยางเสี่ยวฮวามีรูปร่างเล็กกะทัดรัด จึงทำให้จุดบกพร่องนี้ถูกขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า"
"ท่านเพียงแค่ในจังหวะที่นางใช้กระบี่ที่หก ให้ใช้กระบวนท่าที่สองของวิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิง จากนั้นเบี่ยงตัวหลบไปทางขวาอย่างรวดเร็ว แล้วตวัดกระบี่เสยขึ้นมีโอกาสถึงเก้าส่วนที่จะจ่อกระบี่ไปที่ลำคอของนางได้!"
"นี่คือวิธีที่ข้าหามาได้ว่าเหมาะสมที่สุดที่จะทำให้ท่านชนะ อัตราการชนะสูงถึงเก้าส่วน ขอเพียงท่านไม่พลาดย่อมชนะนางได้แน่นอน!"
"อันดับของท่านต่ำกว่านางเพียงอันดับเดียว ดังนั้นพลังฝีมือไม่น่าจะต่างกันมากนัก การยื้อให้ถึงจังหวะที่นางใช้กระบี่ที่หกของวิชากระบี่สิบสามเมฆหมอก คงไม่ยากกระมัง?"
หลังจากฟังคำพูดของเมิ่งฝาน หลิ่วเยียนผิงก็กล่าวด้วยความทระนงว่า "ไม่ใช่แค่ไม่ยาก แต่มันง่ายดายยิ่งนัก ด้วยพลังของข้ายื้อไปจนถึงกระบี่ที่สิบสามก็ยังไหว แม้ก่อนหน้านี้นางจะชนะข้าได้ แต่นั่นก็เป็เพียงการชนะอย่างหวุดหวิดเท่านั้น!"
"อย่าพูดจาโอ้อวดเลย พูดอย่างเดียวโดยไม่ฝึกฝนระวังจะพลาดท่า ตอนนี้ข้าจะสวมบทเป็หยางเสี่ยวฮวาใช้กระบี่ที่หกของวิชากระบี่สิบสามเมฆหมอก ท่านลองทดสอบดู!"
เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับหินิญญาสามสิบก้อนนั้น เมิ่งฝานจึงทุ่มเทอย่างเต็มที่
ในขณะที่ทดสอบกระบี่กับหลิ่วเยียนผิง เขายังจงใจย่อตัวตั้งท่าม้าเพื่อประลองกับนาง
ช่วยไม่ได้ เพราะเขาสูงเกินไป ส่วนหยางเสี่ยวฮวานั้นเตี้ยมาก
เพื่อให้หลิ่วเยียนผิงได้รับคำชี้แนะที่แม่นยำที่สุดเขาจึงยอมลำบากตนเอง
ครู่ต่อมา บนใบหน้าของเมิ่งฝานก็ปรากฏความพึงพอใจ
ส่วนหลิ่วเยียนผิงนั้น นางพึงพอใจยิ่งกว่าเมิ่งฝานเสียอีก รอยยิ้มไม่อาจเก็บซ่อนได้และแสดงท่าทางลำพองใจอย่างยิ่ง
นางรู้สึกว่าการประลองกับหยางเสี่ยวฮวาครั้งนี้ชนะอย่างแน่นอน
"เ้าเด็กนี่ แม้ระดับจะต่ำแต่การศึกษาวิชากระบี่นั้น ช่างน่าทึ่งจริง ๆ !" หลิ่วเยียนผิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมเมิ่งฝาน
เมื่อพูดถึงระดับ นางจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าเมิ่งฝานอยู่ในขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่สองแล้ว
"ไม่เลวนี่ เมื่อสองวันก่อนข้าเห็นเ้ายังอยู่เลี่ยนชี่ระดับหนึ่ง ตอนนี้เป็เลี่ยนชี่ระดับสองแล้ว" หลิ่วเยียนผิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เมิ่งฝานยิ้มแล้วกล่าวว่า "เื่นี้ต้องขอบคุณศิษย์พี่หลิ่ว หากไม่ได้หินิญญาที่ศิษย์พี่ให้มาก่อนหน้านี้ ข้าคงยากที่จะทะลวงผ่าน"
หลิ่วเยียนผิงตบไหล่เมิ่งฝานพร้อมกล่าวด้วยท่าทางเย่อหยิ่งว่า "พูดได้ถูกต้องแล้ว ติดตามศิษย์พี่คนนี้รับรองว่ามีกินมีใช้ ข้ารับประกันว่าเ้าจะบรรลุขั้นเจินอู่ในเร็ววัน"
"ถ้าเช่นนั้นก็ขอบคุณศิษย์พี่มาก" เมิ่งฝานกล่าวด้วยรอยยิ้มสำหรับ 'บ่อเงินบ่อทอง' เคลื่อนที่ผู้นี้เมิ่งฝาน 'เคารพ' เป็อย่างยิ่ง
พูดจบ หลิ่วเยียนผิงก็รีบวิ่งไปยังลานกว้างอย่างเร่งรีบ การประลองรอบต่อไปของนางกับหยางเสี่ยวฮวากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
เมิ่งฝานไม่ได้เฝ้าดูการประลองของคนอื่น ในตอนนี้เขาต้องเฝ้าดูการประลองระหว่างหลิ่วเยียนผิงและหยางเสี่ยวฮวาอย่างแน่นอน
และเขาหวังเป็อย่างยิ่งให้หลิ่วเยียนผิงชนะ เพราะเขารู้สึกราวกับได้วางเดิมพันเอาไว้
ขอเพียงหลิ่วเยียนผิงชนะการประลองนี้ เขาก็จะได้หินิญญาสามสิบก้อน!
ผลปรากฏว่าหลิ่วเยียนผิงไม่ทำให้เมิ่งฝานผิดหวัง
ด้วยคำชี้แนะของเมิ่งฝาน นางประสบความสำเร็จในการเอาชนะหยางเสี่ยวฮวาและเป็การชนะแบบถล่มทลาย
เมื่อหยางเสี่ยวฮวาใช้กระบี่ที่หกของวิชากระบี่สิบสามเมฆหมอก วินาทีต่อมานางก็ถูกหลิ่วเยียนผิงโจมตีจนพ่ายแพ้ไปอย่างรวดเร็ว
หลิ่วเยียนผิงหัวเราะเสียงดัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและลำพองใจ
บนใบหน้าของเมิ่งฝานก็ปรากฏรอยยิ้ม หินิญญาสามสิบก้อนตกถึงมือแล้ว
เขารู้จักนิสัยของหลิ่วเยียนผิงดี รู้ว่าแม่นางผู้นี้ไม่มีทางเบี้ยวหนี้แน่นอน!
หลังจากหลิ่วเยียนผิงเดินลงจากลานประลอง เมิ่งฝานก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ยินดีกับศิษย์พี่หลิ่วด้วย ในที่สุดก็ได้สมปรารถนา"
รอยยิ้มนี้ช่างดูเหมือนพ่อค้าหน้าเืที่เห็นแก่ได้ชัดเจนจนไม่ต้องเดา
หลิ่วเยียนผิงกลอกตาใส่ แล้วหยิบหินิญญาสามสิบก้อนส่งให้เมิ่งฝาน
เมิ่งฝานมองไม่เห็นเลยว่าหลิ่วเยียนผิงหยิบหินิญญาออกมาจากที่ใด สิ่งนี้ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าศิษย์พี่หลิ่วผู้นี้มีของวิเศษมิติ
ของพรรค์นี้ ราคาแพงหูฉี่จริง ๆ
ต่อให้เป็ขนาดที่เล็กที่สุด แม้จะมีพื้นที่เพียงหนึ่งลูกบาศก์เมตร ราคาเริ่มต้นก็สูงถึงหลายพันหินิญญา
เมิ่งฝานอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา!
ทว่าบางสิ่งบางอย่างความอิจฉาก็ช่วยอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะเื่ของการเกิดมาในตระกูลที่ดี
เมิ่งฝานเก็บหินิญญาสามสิบก้อนไว้อย่างระมัดระวัง เมื่อพกเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้ไว้กับตัว เขามองใครก็รู้สึกต้องระแวดระวังไปหมด
"ช่างไร้ความทะเยอทะยาน!" หลิ่วเยียนผิงมองเมิ่งฝานแล้วอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่
เมิ่งฝานทำได้เพียงหัวเราะแหะ ๆ
หลิ่วเยียนผิงกลอกตาไปมาแล้วกล่าวต่อว่า "คู่ต่อสู้รอบต่อไปของข้าคือหลี่ฉางชิง เ้านั่นเป็ผู้บำเพ็ญขั้นเจินอู่ แข็งแกร่งกว่าข้ามาก เ้าลองไปดูว่าวิชากระบี่ของเขามีช่องโหว่ตรงไหนบ้าง"
เมิ่งฝานยิ้มเจื่อน "คู่ต่อสู้ขั้นเจินอู่หรือ? ศิษย์พี่ ท่านยังไม่ก้าวเข้าสู่ขั้นเจินอู่เลย อย่าโลภมากเกินไปเลยดีกว่า"
หลิ่วเยียนผิงกล่าวอย่างไม่พอใจ "ขั้นเจินอู่แล้วอย่างไร ข้าก้าวขาเข้าไปข้างหนึ่งแล้ว หลี่ฉางชิงก็เป็เพียงเจินอู่ระดับหนึ่ง หากข้าสามารถใช้ความเหนือกว่าทางวิชากระบี่กดดันเขาได้ ก็น่าจะมีโอกาสชนะอยู่บ้าง!"
เมิ่งฝานส่ายหน้า ช่องว่างมันกว้างเกินไป
หากเขาเป็หลิ่วเยียนผิง ย่อมมีโอกาสชนะ
แต่หลิ่วเยียนผิงสู้กับหลี่ฉางชิง โดยอาศัยเพียงคำชี้แนะแบบเร่งด่วนไม่กี่ประโยคของเขา การจะชนะนั้นยากเกินไป
"อย่าทำท่าทางท้อแท้แบบนั้นสิ เ้าลองดูวิชากระบี่ของหลี่ฉางชิงก่อน แล้วลองดูว่าเผื่อจะชนะล่ะ? ขอเพียงเ้ายอมช่วย ต่อให้แพ้ ข้าก็จะให้หินิญญาเ้าสิบก้อน ตกลงไหม?"
เมื่อพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว แน่นอนว่าเมิ่งฝานย่อมไม่ปฏิเสธ
เขาจะปฏิเสธหินิญญาได้อย่างไร
"ถ้าเช่นนั้นก็ได้" เมิ่งฝานตอบอย่างไม่ใส่ใจ
จากนั้น เขาก็ถูกหลิ่วเยียนผิงพาไปเฝ้าดูการประลองของหลี่ฉางชิง
หลี่ฉางชิงยังมีการประลองอีกสองรอบ รอบที่สามจึงจะเป็คิวของหลิ่วเยียนผิง ดังนั้นเมิ่งฝานจึงมีเวลาเพียงพอที่จะศึกษาวิชากระบี่ของหลี่ฉางชิง
และวิชากระบี่ที่หลี่ฉางชิงใช้นั้น เมิ่งฝานไม่เคยเห็นใครฝึกซ้อมที่หอหยั่งรู้กระบี่มาก่อนมันเป็วิชากระบี่ชุดใหม่ทั้งหมด
สิ่งนี้ทำให้เมิ่งฝานเริ่มเกิดความสนใจ!
"วิชากระบี่ที่หลี่ฉางชิงฝึกนี้มีชื่อว่าอะไร?" เมิ่งฝานถามหลิ่วเยียนผิง
"วิชากระบี่คลื่นตระหนก นี่เป็วิชากระบี่ที่ผู้าุโหลี่คิดค้นขึ้นเอง ไม่ค่อยแพร่หลายในสำนักกระบี่สู่ซาน ศิษย์ที่ฝึกวิชากระบี่นี้มีน้อยมาก" หลิ่วเยียนผิงกล่าว
ดูเหมือนว่าเมิ่งฝานจะไม่ได้ฝึกวิชากระบี่นี้ ซึ่งทำให้นางรู้สึกจนใจเล็กน้อย
แต่แบบนี้แหละถึงจะปกติ หากเมิ่งฝานฝึกแม้กระทั่งวิชากระบี่คลื่นตระหนกด้วยนั่นคงจะเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!