บทที่สามรู้ความจริง
มิติภายในจี้หยก
"คุณหนู มีอะไรหรือเ้าคะ ไม่สบายตรงที่ใดหรือเปล่า"
ลี่ฟางถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นเยว่ช่างม่านมีสีหน้าเคร่งเครียด ขมวดคิ้วเป็ปมเปิดอ่านตำราเปล่าที่ไร้ตัวอักษร ทั้งยังจ้องมองอย่างตั้งอกตั้งใจ
"เปล่า ลี่ฟาง เ้าดูตรงนี้สิ เหตุใดจึงต้องใช้ไฟจากดวงจิตัโลกันตร์ด้วยหากข้ามีธาตุไฟ จริงสิ ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าข้ามีธาตุอะไร"เยว่ช่างม่านถามด้วยความสงสัย ก่อนจะวางตำราโอสถโบราณลงบนโต๊ะ
"คะคุณ คุณหนู คุณหนูเห็นตัวอักษรด้วยหรือเ้าคะ"
ลี่ฟางถามด้วยท่าทีตื่นเต้นแม้นางจะเห็นตำรามากมายในมิติแห่งนี้ แต่กลับไม่เห็นตัวอักษรภายในนางเห็นเป็เพียงกระดาษเปล่าไร้อักษรเท่านั้น มีเพียงบางเล่มที่พอมีเนื้อหาที่นางสามารถอ่านได้บ้าง
"อืม เ้าไม่เห็นหรือ นี่ก็คือตำราหลอมโอสถโบราณ"
เยว่ช่างม่านถามลี่ฟางกลับด้วยความประหลาดใจนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดลี่ฟางจึงมองไม่เห็น
"คุณหนู บ่าวไม่เห็นอะไรเลยเ้าค่ะสิ่งนี้คงเป็สิ่งที่ฮูหยินได้เตรียมให้คุณหนูไว้โดยเฉพาะเท่านั้น"
ลี่ฟางอธิบายนางยกยิ้มบางส่งให้เยว่ช่างม่านอย่างให้กำลังใจ
"ท่านแม่ของข้าอย่างนั้นหรือ"
เยว่ช่างม่านเอ่ยอย่างเหม่อลอยเมื่อนึกถึงมารดา นางหวนนึกถึงภาพประหลาดในความฝัน คือใครกันเหตุใดจึงมีสตรีถึงสามนางในภาพฝันของนาง
"เพื่อให้ง่ายต่อการฝึกฝน คุณหนูต้องแน่ใจก่อนว่าอยู่ธาตุใดการฝึกยุทธ์นั้นมีหลายสายเ้าค่ะ นอกจากวิชากระบี่ หมัดมวย หลอมโอสถแล้วก็ยังมีอักขระมนตรา ค่ายกลมายา ภาพวาดกลปีศาจและอีกมากมายเลยเ้าค่ะคุณหนูชอบด้านใดเ้าคะ หากเรียนรู้ทุกด้านไปพร้อมๆ กันจะยากในการเลื่อนขั้นเ้าค่ะบ่าวอยากให้คุณหนูเริ่มเรียนรู้จากสิ่งที่ชอบก่อนเ้าค่ะ"หลงลี่ฟางแจงรายละเอียดให้คุณหนูเข้าใจได้ง่ายขึ้น
"อืม ข้าก็ไม่รู้ ข้าเพียงอยากหลอมโอสถรักษาท่านแม่ก่อนเท่านั้น"เยว่ช่างม่านบอกอย่างตรงไปตรงมา
ลี่ฟางพยักหน้านางเดินนำเยว่ช่างม่านออกมายังหน้าเรือน ยื่นมือออกไปยังต้นไม้ใหญ่ปล่อยลมปราณสายหนึ่งออกไปยังต้นไม้ เป็ลำแสงสีขาว พลางเอ่ย
"คุณหนูลองทำเช่นนี้นะเ้าคะ แล้วตั้งสมาธิปล่อยลมปราณออกมาอย่างช้าๆเ้าค่ะ"
ต้นไม้ใหญ่ราวสิบคนโอบเพียงพริบตาก็ถูกไฟเผาไหม้เปลวเพลิงสีเหลืองค่อยๆ เพิ่มความรุนแรงลุกโชน ก่อนจะค่อยๆ ดับไป กลายเป็น้ำแข็งลี่ฟางจึงหยุดมือก่อนจะเอ่ยต่อ
"หากทำคราวแรกไม่ได้ อย่ากังวลไปนะเ้าคะ บ่าวจะค่อยๆ สอนไปเรื่อยๆ เ้าค่ะที่เห็นคือพลังของบ่าว บ่าวมีธาตุไฟ น้ำแข็งน้ำและอีกธาตุหนึ่งคือสายฟ้าเ้าค่ะ"
"อืม"
เยว่ช่างม่านรับคำก่อนจะยื่นมือออกไปแล้วตั้งสมาธิ ส่งลมปราณไปยังฝ่ามือพลังสายหนึ่งถูกส่งผ่านไปยังต้นไม้ใหญ่ น้ำแข็งของลี่ฟางค่อยๆ ละลายหายไปต้นไม้ที่ถูกเผาไหม้ค่อยๆ ฟื้นขึ้นอย่างช้าๆ เริ่มแตกกิ่งก้านใบอ่อนยืดยาวใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเห็นต้นไม้กลับมามีชีวิตชีวาแล้วเยว่ช่างม่านก็ถอนมือออก ก่อนจะวาดมือส่งไปยังทะเลสาบ สะบัดมือเพียงครั้งหยดน้ำก็ลอยขึ้น ก่อนจะกลั่นกลายเป็แท่งน้ำแข็ง จากนั้นจึงละลายอย่างช้าๆ กลับคืนเป็หยดน้ำแล้วปรากฏดวงไฟสีน้ำเงินสว่างขึ้น ระเหยหยดน้ำหายไป ดวงไฟขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆเยว่ช่างม่านเริ่มนิ่วหน้าอย่างเคร่งเครียด มือบางเริ่มไหวสั่น 'อะไรกันควบคุมไม่ได้แย่แล้ว!'
เยว่ช่างม่านพยายามถอนมือออกอย่างรวดเร็วแต่ไม่อาจทำได้โดยง่าย จึงโดนลูกไฟสีน้ำเงินสะท้อนกลับอย่างจัง นางรีบหลับตาปี๋ด้วยคิดว่าคงหลบไม่พ้นแน่ๆ ทว่าจู่ๆ เหมือนร่างกายของนางเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วเพียงชั่วกะพริบตา เยว่ช่างม่านก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในห้องอาบน้ำ
ลี่ฟางตื่นใมิน้อยที่จู่ๆ เปลวเพลิงไฟประหลาดก็พุ่งเข้าใส่คุณหนูของนาง อย่างไร้การควบคุมนางรีบวาดมือส่งปราณไปควบคุมทันที ทว่ายิ่งตื่นตะลึงเข้าไปอีก
'อะไรกันร้อนอะไรปานนี้!'
ลี่ฟางยืนตะลึงมึนงงเมื่อพยายามส่งสายน้ำเข้าไปล้อมเปลวไฟไว้ แต่ก็ยังไม่มีทีท่าจะดับได้โดยง่ายลี่ฟางขมวดคิ้ว ทั้งมึนงงทั้งสงสัย ก่อนจะไม่ออมมืออีก
"เกล็ดหิมะสลายิญญา!"
สิ้นเสียงลี่ฟางพายุหิมะหมุนวนเป็สายขนาดใหญ่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็เข็มน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่ดวงไฟสีน้ำเงิน จนสลายไปในที่สุดกระนั้นนางก็อดคิดมิได้ว่าคุณหนูของนาง ต้องมีพลังเหนือล้ำสามัญแน่ มิเช่นนั้นเพียงแค่เปลวไฟลูกเล็กๆ เหตุใดนางถึงควบคุมมิได้กัน นางเป็ถึงัหิมะนะ!
"คุณหนู อยู่ที่ใดเ้าคะ" หลงลี่ฟางที่จัดการเปลวไฟสีน้ำเงินเสร็จนางก็รีบเอ่ยเรียกคุณหนูของนางทันที เมื่อไม่เห็นแม้เงาของเยว่ช่างม่านนางก็ยิ่งตื่นกลัว
"พี่ลี่ฟาง ข้าอยู่นี่!" เยว่ช่างม่านอมยิ้มเจื่อนๆสองมือไพล่หลังเดินออกมาจากเรือนไม้
"คุณหนู เมื่อครู่นี้ประจักษ์แล้วว่าคุณหนูมีธาตุไม้ ธาตุแสง ธาตุน้ำธาตุน้ำแข็ง ธาตุไฟและธาตุมิติเ้าค่ะ คุณหนูนับเป็ผู้มีพร์ยอดเยี่ยมเช่นนั้น คุณหนูควรจะฝึกกระบี่เป็พื้นฐาน เพื่อป้องกันตัวและต่อสู้ อีกอย่างฝึกวิชาหลอมโอสถเพื่อใช้รักษาเ้าค่ะ" ลี่ฟางเอ่ยอย่างยินดี
ลี่ฟางรู้อยู่แล้วว่าคุณหนูของนางต้องมีพร์มากกว่าใครแต่คาดไม่ถึงว่าจะมีพร์มากถึงเพียงนี้ ทั้งธาตุแสงและธาตุมิตินับว่าเป็ธาตุหายากยิ่ง ตลอดชีวิตของนางนางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีคนที่มีสองธาตุนี้ในคนเดียวกัน
"พี่ลี่ฟาง แต่เมื่อครู่ ข้าคุมพลังลมปราณไม่ได้เลย"เยว่ช่างม่านบอกอย่างอ่อนใจ
"เื่นั้นคุณหนูต้องควบคุมจิตใจให้ได้ก่อนเ้าค่ะการฝึกจิตใจสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด หากจิติญญาแข็งแกร่ง คุณหนูสามารถแยกกายหยาบแล้วโจมตีด้วยร่างจิติญญาได้เ้าค่ะ เมื่อพลังจิตของคุณหนูแข็งแกร่งจนก่อเกิดจิติญญายุทธ์ได้เมื่อนั้นคุณหนูจะก้าวข้ามขอบเขตผู้ฝึกตนสามัญแล้วกลายเป็ผู้ฝึกตนระดับสูงได้เ้าค่ะ" ลี่ฟางอธิบายอย่างชำนาญสิ่งที่คุณหนูพบเจอนั้น นางล้วนพานพบมาหมดแล้วทั้งสิ้น
"เช่นนั้นจะเริ่มอย่างไร" เยว่ช่างม่านถามอย่างกระตือรือร้นนางอยากเรียนรู้ให้มากๆ เพื่อที่จะสามารถออกไปภายนอกได้เร็วขึ้น
"บ่าวโง่เขลาไม่อาจแนะนำได้ ในเื่นี้ คุณหนูต้องค้นหาเองเ้าค่ะยามคุณหนูหลับตา ให้เพ่งสมาธิไปยังจุดตันเถียนที่หนึ่ง ตรงนี้คุณหนูจะเห็นเปลวไฟขึ้นตามลำดับ" ลี่ฟางชี้นิ้วไปยังหน้าผาก ก่อนจะพยักหน้าให้เยว่ช่างม่านหลับตา
เยว่ช่างม่านค่อยๆหลับตาเพ่งสมาธิ ปรากฏเปลวไฟสีน้ำเงินลูกเล็กๆ ขนาดเท่ากำปั้นนางลืมตาขึ้นพลางเอ่ย
“จริงด้วยมีเปลวไฟจริงๆ”
ลี่ฟางเห็นแววตามุ่งมั่นของเยว่ช่างม่านก็อธิบายต่อ
"เปลวไฟลูกเล็กๆ นั้น บอกได้ว่าคุณหนูอยู่ระดับก่อเกิดขั้นต้นเ้าค่ะผู้มีทักษะยุทธ์สูงกว่าระดับก่อเกิดขั้นต้น จะมองเห็นส่วนนี้ของคุณหนูได้เช่นบ่าวบอกได้ว่าคุณหนูอยู่ระดับที่เท่าใด แต่คุณหนูไม่อาจเห็นของบ่าวได้เพราะระดับของเราห่างกันมากไปเ้าค่ะ เปลวไฟนี้จะขยายใหญ่ขึ้น จนก่อเกิดรูปร่างเมื่อคุณหนูถึงขอบเขตเทวะรูปร่างของเปลวไฟนี้จะยิ่งมีรูปร่างที่ชัดเจนก่อเกิดเป็จิติญญายุทธ์ได้ในที่สุดเมื่อคุณหนูเข้าสู่ขอบเขตผู้ฝึกตนระดับสูงเท่านั้นเ้าค่ะ" ลี่ฟางอธิบายนางอมยิ้มเล็กน้อย เมื่อเยว่ช่างม่านดูจะตั้งใจมากจริงๆ
"พี่ลี่ฟาง ข้าอยากเลื่อนระดับเร็วกว่านี้ ข้าต้องออกไปจากที่นี่แล้ว"
เยว่ช่างม่านว่าพลางแหงนมองไปยังท้องฟ้าเหนือโลกมิติที่นางอยู่ นึกถึงฮูหยินรองและแม่นมเผิงซี แรงฮึดก็กลับมาอีกครั้งแววตาอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็แข็งกร้าวกระด้างฉับพลัน
'หยูฟางซินนางผู้นั้นอยู่ระดับก่อเกิดขั้นสูง ยามนี้ข้าอยู่ระดับก่อเกิดขั้นต้นแล้วสักวันข้าจะกลับไปจัดการกับเ้า นางสารเลว!'
"ไม่มีสิ่งใดยากเกินความพยายามเ้าค่ะ บ่าวเชื่อว่าคุณหนูทำได้สิ่งนี้คือเม็ดยาฟื้นลมปราณระดับกลาง ทุกครั้งที่สูญเสียพลังคุณหนูรับประทานเพียงสักครู่ พลังลมปราณที่เสียไปจะกลับมาเ้าค่ะ" ลี่ฟางเอ่ยก่อนจะเอากระเป๋ามิติบรรจุยาออกจากแหวนมิติ ยื่นให้กับเยว่ช่างม่าน
"ขอบคุณ"เยว่ช่างม่านมองเม็ดยาสีน้ำตาลในกระเป๋ามิติที่มีเพียงหยิบมือ