พอมีกระบี่ปราบมารแล้ว ทำให้การโจมตีออกไปโดยใช้กระบวนท่าสังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทรนั้น รุนแรงขึ้นกว่าเดิมจนเกิดช่องว่างที่กว้างใหญ่ราวกับขุนเขาเลยก็ว่าได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเวลานี้ที่ภายในกายของอู่อวี้เต็มไปด้วยโทสะ ความเจ็บแค้นมันอัดแน่นอยู่ในทรวงอก ดั่งูเาไฟที่พร้อมจะะเิออกมาได้ทุกเมื่อ ความเกลียดชัง และ ความเจ็บแค้นมันกำลังแผดเผาหัวใจของเขา จนแทบจะมอดไหม้
ถึงจะเป็เช่นนั้นความสามารถของซือตู๋คัง ก็ไม่ใช่เื่ที่จะดูแคลนกันได้ง่าย ๆ มันหมั่นฝึกฝนจนเข้าสู่สระร่างขั้น 7 อีกทั้งมันยังมีประสบการณ์ต่อสู้เหนือกว่าอู่อวี้ มันหันหน้ามาทางอู่อวี้หมายปลิดชีพ มันสาวเท้าเข้ามาหาอู่อวี้อย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว มันหมายจะใช้กระบี่ใหญ่เพื่อดับลมหายใจของอู่อวี้ ให้ได้ในเพลงกระบี่เดียว!
เชร้งงงง! เสียงของกระบี่ปะทะกระบี่
"เยือกแข็งพันลี้" (500 กม)
ความสามารถของเพลงกระบี่เยือกแข็งพันลี้ ของซือตู๋ คัง คือการแผ่ไอเย็นไปทั่วบริเวณ ซึ่งกินรัศมีกว่าพันลี้ ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในระยะรัศมีจะถูกแช่แข็งอย่างฉับพลัน กระบวนท่านี้ได้ส่งผลกระทบให้แก่ยอดเขาิเทียนทันที ณ เวลานี้บรรยากาศบนยอดเขาิเทียนเริ่มเย็นะเืเต็มไปด้วยสะเก็ด และ แผ่นน้ำแข็ง เมื่อมันต้องัักับแสงแดดของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา ก็ปรากฏแสงแวววาวระยิบระยับราวกับดวงดาราในยามราตรี กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากซือตู๋ คัง ให้ความรู้สึกถึงอันตรายอย่างน่าเหลือเชื่อ มันเป็กลิ่นอายของความแข็งแกร่ง ซึ่งมีมากกว่าซือตู๋ จิน จอมเย่อหยิ่งหลายต่อหลายเท่า
" พี่ใหญ่ สับไอ้ทาสชั่วนี่ให้แหลกเป็ชิ้นๆ เลย " ซือตู๋ จินจะไม่มีวันลืมภาพเหตุการณ์อัปยศของมันในวันนี้ ตอนนี้มันรอดตายแล้ว มันจึงปรารถนาจะได้เห็นอู่อวี้พินาศย่อยยับ ตกตายไปอย่างทรมานด้วยสองตาของมัน
เชร้ง เชร้ง!
เพลงกระบี่สังหารปลาวาฬของอู่ อวี้ ปะทะกับเพลงกระบี่เยือกแข็งของซือตู๋ คังหลายต่อหลายครั้ง ถึงแม้ว่าเขาเพิ่งจะใช้กระบวนท่าเดียวเท่านั้น แต่เมื่ออู่ อวี้ต้องเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมีพลังวัตรกว่า 200 ม้าศึก มันจึงยากที่จะต้านทานแรงปะทะอันดุเดือดนี้ได้ ส่งผลให้ร่างของอู่ อวี้ต้องถอยร่นไปกว่าสิบก้าว แต่มือของเขาก็ยังคงจับลงบนด้ามกระบี่ปราบมารอย่างเหนียวแน่น
" อู่ อวี้ พลาดท่าเสียแล้ว"
" กระบี่ใหญ่ของซือตู๋ คังฟาดฟันลงมาในครั้งนี้ มีพลังมากกว่าครั้งก่อนหน้าถึงสองเท่า! "
เสียงสนทนาของเหล่าศิษย์ดังอื้ออึงไปทั่ว พวกเขาเพ่งมองอู่ อวี้ด้วยสายตาเวทนาสงสาร นั่นก็เพราะอู่ อวี้ได้กระทำผิดพลาดอันใหญ่หลวง คือการเข้าไปข้องแวะกับตระกูลซือตู๋ ทั้ง ๆ ที่อู่ อวี้ เพิ่งเข้ามาเป็ศิษย์ในนิกายกระบี่์ได้เพียงไม่นาน แต่เขาก็ต้องมาตกตายไป
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วศิษย์ในนิกาย จะไม่แยแสต่อเื่ของผู้อื่น
"พี่ใหญ่อย่าเพิ่งด่วนสังหารมัน ขอให้คมกระบี่ของข้าเป็ผู้ปลิดชีพมันเอง! " ซือตู๋ จิน รวบรวมพลังทั้งหมดที่มีค่อยๆ ลุกขึ้นยืน การแสดงออกบนสีหน้าของมันในตอนนี้ เต็มไปด้วยความเป็ปรปักษ์
ซือตู๋ คังมีสีหน้าเย็นเยียบ มันใช้เทคนิคเท้าพุ่งตัววิ่งเข้าไปหาอู่ อวี้ด้วยความเร็วสูง ความเย็นได้แผ่ขยายตามติดในทุกย่างก้าวของมัน เพลงกระบี่เยือกแข็งปลิดชีพ! ฉับพลันร่างของอู่ อวี้ก็ถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็ง เมื่อผู้ใดก็ตามตกสู่ใจกลางพายุน้ำแข็งก็ยากที่จะดิ้นรนหนีรอดออกมาได้!
สำหรับอู่ อวี้แล้ว ซือตู๋ คังนั้นแข็งแกร่งเกินไป
ความรู้สึกของอู่ อวี้ ณ เวลานี้ราวกับตนเองกำลังเหยียบยืนอยู่ในอาณาจักรน้ำแข็ง ซึ่งเต็มไปด้วยหิมะกินรัศมีกว่าพันลี้
ไม่ได้การแล้ว!
ซือตู๋ จินสังหารเสิ่น อู๋เต้า ชายชราผู้ไร้ทางสู้อย่างโเี้อำมหิต มันไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อกฎข้อบังคับ ฉะนั้นอู่ อวี้จึงเก็บมันไว้สังหารเป็คนสุดท้าย แม้วันนี้มันจะตกอยู่ในสภาพอันน่าสังเวช ดวงตาของมันเต็มไปด้วยโลหิตอันแดงฉาน แต่ภายในแววตาของมัน ก็ยังคงแอบแฝงความเย่อหยิ่งเอาไว้ มันยังมีความหวังหลงเหลืออยู่ มันเฝ้าปรารถนาที่จะได้เห็นลมหายใจสุดท้ายของอู่ อวี้ ภาพการตายของศัตรูมันอย่างเต็มสองตา
" อู่ อวี้ ไอ้ทาสต่ำทราม เ้าจงดื่มด่ำกับความเกลียดชังที่เ้ามีให้แก่ข้าต่อไปเสีย ความเจ็บแค้นที่อัดแน่นอยู่ในทรวงอกของเ้า เป้าหมายของเ้าในครั้งนี้ ก็เพื่อแก้แค้นให้กับไอ้แก่ไร้ประโยชน์มิใช่หรือ? หมายจะปลิดชีพศัตรูด้วยน้ำมือของตนเองแต่ช่างน่าเสียดายนี่กระไร ที่เ้าจะไม่มีโอกาสได้ล้างแค้นอีกต่อไป! "
“ว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ!!!!” ซือตู๋ จินเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ฟึ่บบบ!!!! ส่วนซือตู๋คังก็กำลังพุ่งตัวเข้ามาหาอู่อวี้ หมายปลิดชีพ
" ข้ายังตายไม่ได้! "
‘เ้าเพิ่งก้าวผ่านประตูสู่เส้นทางวิถีะได้ไม่นาน มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ไยเ้าต้องรีบด่วนตายนัก?’
เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์อาบไล้ผิวกายของอู่ อวี้ ร่างกายเขาก็ปรากฏประกายแสงสีทอง สว่างไสวไปทั่วทั้งร่าง เขาไม่หวาดเกรงซือตู๋ คังแม้แต่น้อย ถึงแม้พลังของฝ่ายตรงข้ามจะทำบรรยากาศโดยรอบหนาวเย็น จนเกาะเป็แผ่นน้ำแข็งหนา แต่หัวใจของอู่ อวี้นั้นกับร้อนระอุ! มันคือความจริงทุกประการ
"ท่านาาวานร ในฐานะที่ตัวข้าเป็ผู้สืบทอดมรดกของท่าน ข้าจะต้องมาด่วนตายด้วยน้ำมือของคนชั่วช้าเยี่ยงนี้ได้อย่างไร ข้ายังตายไม่ได้! "
เขาแสยะยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ
มันยังไม่จบ!
เป็เวลาครึ่งชั่วยามแล้ว (1 ชั่วโมง) ที่ยอดเขาิเทียนได้กลายเป็สมรภูมิรบอันดุเดือด ท่ามกลางแสงแดดที่แผดจ้าทุกวินาทีตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด เืเนื้อของเขาถูกแผดเผาด้วยแสงแดดอันร้อนระอุ จากดวงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง
ซือตู๋ คังยังคงพุ่งโจมตีอู่ อวี้ราวกับพายุคลั่ง ทุกกระบวนท่ามุ่งหมายปลิดชีพ แต่อู่ อวี้ก็สามารถใช้กระบี่ปราบมารสกัดกั้นการโจมตีได้ทุกครั้งไป ความรุนแรงจากการปะทะส่งผลให้กระบี่ปราบมารหลุดออกจากมือของอู่ อวี้ กระบี่กระเด็นหลุดออกไปจนเกือบจะตกจากยอดเขาิเทียน
"อู่ อวี้ ถึงคราวตายของเ้าแล้ว" ซือตู๋ จินแผดเสียงร้อง ขณะที่มันหลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังซือตู๋ คัง รอยยิ้มอันน่าขยะแขยงของมันแสยะยิ้มออกมา
* เชี๊ยะ! *
บัดนี้ในมือของอู่ อวี้ไร้ซึ่งอาวุธ ซือตู๋ คังไม่แยแสแม้ฝ่ายตรงข้ามของมันจะไร้ซึ่งอาวุธต่อต้าน มันยังคงมุ่งมั่นโจมตีหมายปลิดชีพต่อไป จิตสังหารอันเย็นเยียบแผ่ออกมาอีกครั้ง!
"ข้าคืออู่ อวี้! "
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ได้กางแขนทั้ง 2 ข้าง เพื่อรับแสงแดดอย่างเต็มที่ ร่างกายของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีทองอัน ร้อนระอุ ราวกับแสงของดวงอาทิตย์กำลังเผาไหม้ เส้นเื เส้นเอ็น เนื้อ กระดูก อวัยวะภายในทั้ง 6 ของเขาจนสิ้น
จากนั้นเขาก็กวาดสายตามอง ไปยังเหล่าศิษย์ที่รอยืนดูเหตุการณ์อยู่บนยอดเขาิเทียน รวมทั้งซือตู๋ คัง และ ซือตู๋ จิน ด้วยดวงตาที่เปล่งประกายแสงสีทองออกมา
"ข้าคือผู้กายาเพชระ ตัวข้าคือกายาะ ข้าจะไม่มีวันพังพินาศ! "
"ในฐานะที่เป็เพียงแค่มนุษย์ธรรมดา แต่ก็ยังสามารถสร้างาแให้ตัวข้าผู้นี้ได้ นับว่าฝีมือของเ้าไม่เลว! "
"วันนี้คือจุดเริ่มต้น เส้นทางแห่งเต๋าของข้า นับจากนี้ไม่ว่า์ หรือ ปฐี จะสั่นะเืเมื่อข้าหวนคืน ข้าอู่ อวี้จะเป็ผู้ชะล้างความสับสนวุ่นวาย และ ฆ่าล้างความอยุติธรรมให้หมดสิ้น ผู้ใดคิดเป็ปรปักษ์กับข้า ข้าจะเป็ปรปักษ์กับมัน ผู้ใดเกลียดชังข้า ข้าจะเกลียดชังมัน ข้าจะนำพาโลกใบนี้ไปสู่วิถีทางที่ถูกต้อง! "
"โลหิตนักรบทองคำของข้า ได้มาสู่ขั้นตอนสุดท้าย!”
แม้ว่าการจะทำการสละร่างมนุษย์ ในขั้นโลหิตนักรบทองคำ ในตอนนี้จะค่อนข้างเสี่ยง และ อันตรายอย่างยิ่งก็ตาม แต่อู่ อวี้ก็มีจิตใจแน่วแน่หมายทะลวงขั้นตอนสุดท้าย ระหว่างการสู้รบในครั้งนี้
โลหิตสีแดงฉานที่อันไร้ที่สิ้นสุดที่ไหลเวียนอยู่ในภายกายาของเขานั้น ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็เปลวเพลิงสีทองอันร้อนระอุราวกับดวงอาทิตย์ เขานั้นสามารถทะลวงผ่านประตูด่านสุดท้ายของขั้นโลหิตนักรบทองคำได้จนส่งผลให้ ณ เวลานี้สายโลหิตสีแดงฉานที่เคยไหลเวียนอยู่ทั่วร่างของเขา ได้แปรเป็เพลิงสีทองขึ้นมาแทนที่
"คนผู้นั้นกำลังทำสิ่งใด! อย่าบอกนะว่า มันคิดจะเปลี่ยนถ่ายเืสละร่างขั้นตอนที่ 4 ในเวลาเช่นนี้! "
"เป็ไปไม่ได้ ผู้อยู่ในสละร่างขั้นที่ 4 จะมีพลังเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 20 ม้าศึกเท่านั้น แต่มันผู้นี้มีพลังอย่างน้อยถึง 120 ม้าศึก! "
"มหัศจรรย์! ์∼ มหัศจรรย์ยิ่งนัก! "
เมื่ออู่ อวี้ ได้ทำการเปลี่ยนถ่ายโลหิตขณะต่อสู้ ได้สร้างความสั่นสะท้านตื่นตะลึง แก่สายตาของเหล่าศิษย์ที่อยู่บนยอดเขาิเทียนกว่า 30 ชีวิต
จะไม่ให้ตกตะลึงได้อย่างไร เพราะในตอนนี้สละร่างขั้น 4 กำลังทำการต่อสู้กับ สละร่างขั้นที่ 7 อย่างสูสี!
ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏ ได้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้พบเห็นราวกับโดนค้อนทุบ ในเวลานี้สมองของทุกผู้คนนั้นว่างเปล่า ภาพเดียวที่ปรากฏในสมองของทุกผู้คนตอนนี้ก็คือ ภาพของอู่ อวี้ กำลังเปลี่ยนถ่ายโลหิต
นี่คือการเปลี่ยนถ่ายโลหิตครั้งที่สองของเขา
เขาผ่านเหตุการณ์ ความยากลำบากมาแล้วหลายร้อยครั้ง เขาจึงเรียนรู้เทคนิค และ ได้เตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับความยากลำบากนี้มาเป็อย่างดี จากการคำนวณอย่างแม่นยำทั้งเวลา และ สถานที่ ทุกอย่างช่างพอเหมาะพอเจาะในการเปลี่ยนถ่ายโลหิต ซึ่งรวมถึงประการสุดท้ายก็คือ การปรารถนาที่จะดับลมหายใจของซือตู๋ คัง ข้อนี้เองที่เป็แรงขับเคลื่อนอันยิ่งใหญ่ของการเพิ่มศักยภาพของเขาในตอนนี้
สีหน้าของซือตู๋ คังเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทางด้านซือตู๋ จินที่มุ่งหมายจะตัดศีรษะ ด้วยความตื่นตะลึงเมื่อเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าว ก็ทำให้มันต้องร่นถอยหลังออกไปถึงสามก้าว จากนั้นมันก็กล่าวขึ้นว่า " แม้ว่ามันจะอยู่ในวัยสิบห้าปีแล้วก็ตาม แต่มันกลับฝืนชะตาได้อย่างน่าหวาดกลัว ท่านพี่ใหญ่เราต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม เราจะต้องฆ่ามัน! "
"หุบปากซะ! "
แม้แต่ซือตู๋ คังเอง ก็ตระหนักถึงความจริงในข้อนี้เป็อย่างดี ถึงแม้อู่ อวี้จะอยู่ในระดับสละร่างขั้น 4 แต่ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ นั้นกลับแข็งแกร่งมากกว่าตน หากปล่อยคนผู้นี้ไป ในภายภาคหน้าครั้นมันเติบใหญ่ มันจะต้องเป็ศัตรูที่น่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง
กระบี่มรณะ พุ่งแทงไปยังลำคอของอู่ อวี้อย่างรุนแรง
* ตูมมมมม! *
เมื่อการปลูกถ่ายโลหิตสำเร็จเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็เข้าสู่การสละร่างขั้นที่ 5 อย่างสมบูรณ์
หลอมรวมกล้ามเนื้อ บดขยี้เส้นเอ็น ชะล้างกระดูก เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อวัยวะภายใน!
ณ เวลานี้ อู่อวี้ ได้กลับมาอยู่ระดับขั้นเดิม ก่อนตัวเขาจะกลืนกินผงพรากิญญาลงไป แต่ครั้งนี้เขากลับแข็งแกร่งกว่าใน่เวลานั้นอย่างเทียบไม่ติด
ก่อนที่คมกระบี่เฉียดใกล้ลำคอ ทันใดนั้นเองเปลือกตาของอู่ อวี้ก็ลืมขึ้น ก่อนตัวเขาจะถูกสังหาร
่เวลาวิกฤต!
อู่ อวี้ ยิ้มเยาะขึ้นที่มุมปาก ดวงตาของเขาคมกริบราวกับเหยี่ยว ทันใดนั้นเขาก็เอื้อมมือ ออกไปจับคมกระบี่เอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว ซือตู๋ คังแสดงสีหน้าประหลาดใจ นั่นเป็เพราะว่ามันไม่สามารถขยับเขยื้อนกระบี่ของตนเองได้ ฝ่ามือแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า กำลังจับแน่นอยู่บนใบกระบี่หนาของซือตู๋ คัง ด้วยความแข็งแกร่งนี้ทำให้มัน ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย!
"อะไรกัน! "
เหล่าศิษย์ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น
แม้เด็กชายจะไร้ซึ่งอาวุธ แล้วใช้เพียงแค่ปลายนิ้วมือจับลงบนคมกระบี่ ก็สามารถสยบข่มคมกระบี่ ซึ่งมุ่งหมายปลิดชีพตนเอาไว้ได้
ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ซือตู๋ จิน ราวกับถูกฟ้าผ่าตอนกลางวันแสก ๆ
สีหน้าของซือตู๋ คัง แปรเปลี่ยนเป็ซีดเผือดลงในทันที มันััได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ ที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอู่ อวี้ อู่ อวี้ใช้เพียงแค่ปลายนิ้วจับ ก็สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของคมกระบี่ลงได้อย่างสมบูรณ์ แล้วตัวมันก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไปไหนได้
ใช่แล้ว หลังจากอู่ อวี้เปลี่ยนถ่ายโลหิตเสร็จสมบูรณ์ พลังม้าศึกภายในกายของเขาก็พุ่งทะยานกลายเป็ 300 ม้าศึก ส่วนพลังของซือตู๋ คังมีเพียงแค่ร้อยกว่าม้าศึกเท่านั้น
"น้องสอง ไปเรียกซือตู๋ ิหลางมาเร็ว! " ขณะที่ซือตู๋ คังกำลังอยู่ในอาการตกตะลึง มันก็นึกขึ้นมาได้ถึงน้องชายคนเล็ก มันมั่นใจอย่างยิ่งว่าน้องชายคนเล็ก จะต้องมาช่วยเหลือมันอย่างแน่นอน
แต่เสียงของมันก็หยุดชะงักลงอย่างฉับพลัน
เพราะมือข้างหนึ่งของอู่ อวี้จะหยุดคมกระบี่เอาไว้ แต่มืออีกข้างของเขาก็ยังเหลือกำปั้นลุ่นๆ อยู่ ทันใดนั้นเองเขาก็เหวี่ยงกำปั้นอัดลงไปตรงส่วนหน้าอกของซือตู๋ คังอย่างจัง ปังงงงง!!! เมื่อแรงอัดมหาศาลบดขยี้ลงบนชุดเกราะ ชุดเกราะของซือตู๋ คังแตกกระจัดกระจายร่วงลงสู่พื้นดินในทันที
" อั่คคคคค!!!! "
มือข้างที่จับด้ามกระบี่ของซือตู๋ คัง ต้องหลุดออกเพราะแรงบดอัดนั้น ดวงตาของมันเบิกโพลง โลหิตสีแดงสดกระอักออกมาจากปากพุ่งกระจายลงสู่พื้น อวัยวะภายในร่างของมันแหลกละเอียด โลหิตสีดำไหลซึมออกมา
"พี่ใหญ่∼∼∼! "
ใบหน้าซือตู๋ จินซีดเผือดไร้สีโลหิต เข่าของมันทรุดลงกับพื้นดินทันที เมื่อเห็นภาพดังกล่าว
มันคาดหวังจะเห็นพี่ชายของมันซือตู๋ คังคว้าชัยชนะ แต่มันไม่ได้คาดหวังจะได้เห็นภาพฉากการตายของซือตู๋ คังแต่ประการใด
บัดนี้ทายาทของตระกูลซือตู๋ได้หมดสิ้นแล้ว
ภาพฉากการตายที่เกิดขึ้น ได้ทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นเงียบสนิท ส่งผลให้เหล่าฝูงชนผู้เฝ้าดูเหตุการณ์ ต่างก้าวถอยหลังออกไปอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาของพวกมันเจิดจ้าเมื่อจ้องมองไปยังอู่ อวี้ ความหวาดกลัวแล่นผ่านจิตใจของพวกมัน ราวกับว่าพวกมันกำลังอยู่ในฝันร้าย
แม้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะอยู่ในระดับชั้นฟ้า สละร่างขั้นที่ 5 ซึ่งอาจจะเทียบเท่ากับใครหลายคนก็ตามที แต่เด็กหนุ่มกลับมีพลังที่เหนือกว่า และ แข็งแกร่งกว่าพวกมันมาก
"ข้าจะไม่ยอมให้เ้ามีโอกาสอีก ต่อให้มันจะน้อยนิดก็ตามที"
ใบหน้าอู่ อวี้ไร้ซึ่งความแยแส ถึงแม้ว่าตัวเขาจะสังหารไปแล้วถึง 4 คนก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าชีวิตของคนทั้ง 4 จะไม่สามารถทำให้ความเคียดแค้นชิงชัง ที่อัดอั้นอยู่ภายในจิตใจของเขาลดทอนลงแม้แต่น้อย เพราะบุคคลที่มันเคียดแค้นชิงชังมากที่สุดก็คือ ซือตู๋ จิน ใช่แล้ว...เขาเกลียดชังมันผู้นี้ ซือตู๋ จิน
เขาพุ่งตัวไปเก็บกระบี่ปราบมาร จากนั้นก็เดินก้าวเท้าไปข้างหน้า 2-3 ก้าวอย่างช้า ๆ เพื่อมุ่งไปหาซือตู๋ จินซึ่งกำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น สภาพของมันเสมือนกับคนไร้ซึ่งจิติญญา นับั้แ่ที่มันทรุดเข่าลง
"เงยหน้าขึ้น " อู่ อวี้ชี้ปลายกระบี่ปราบมารไปที่มัน พร้อมกับจ้องมอง
"อะ… อู่ อวี้ น้องชายคนเล็กของข้า ซือตู๋ ิหลาง … "
ซือตู๋ จินเพ่งมองอย่างยากลำบาก เนื่องจากในเวลานี้ดวงตาของมันท่วมท้นไปด้วยโลหิต ความอัปยศ อัดอั้น เคียดแค้น ทำให้มันต้องหลั่งน้ำตาออกมาเป็สายโลหิต มันจ้องมองไปทางอู่ อวี้ ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยโลหิต หากมองลึกลงไปภายในแววตาของมันนั้น กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ปะปนไปด้วยความรู้สึกเศร้าเสียใจ
"ท่านลุงเสิ่นเคยกล่าวเอาไว้ว่า มนุษย์ปุถุชนธรรมดามิอาจต่อสู้กับเทพเซียนะได้ แต่คำกล่าวนั้นผิด! เพราะเหตุใดน่ะหรือ ก็เพราะว่าตราบใดที่มนุษย์สามารถเป็เซียนะได้ เขาผู้นั้นก็จะสามารถจัดการกับเซียนะได้เช่นกัน เ้าก็เห็นแล้วใช่หรือไม่ซือตู๋ จิน" อู่ อวี้ จ้องมองไปที่ซือตู๋ จิน ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น
" ชะ..ใช่ " ซือตู๋ จิน รีบพยักหน้าอย่างตื่นตระหนก
ขณะนี้ผู้เฝ้าดูเหตุการณ์ ต่างเริ่มหายใจหายคอกันไม่ออก
อู่ อวี้ แหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า ราวกับว่าได้เห็นเสิ่น อู๋เต้า อยู่ในเมฆหมอกนับไม่ถ้วนที่กำลังล่องลอยอยู่บนท้องนภานั้น ราวกับว่าชายชราสามารถรับรู้ สามารถเป็สักขีพยานต่อสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป
" ท่านลุงเสิ่นคอยปกป้องข้า โดยไม่คำนึงถึงภัยพิบัติใดๆ ที่จะเกิดขึ้นกับตน ข้า อู่ อวี้ จะมิยอมให้ท่านต้องตายเปล่า ข้ายอมตายเสียยังดีกว่าต้องอดทนก้มหน้ากับความอัปยศ ขอบคุณท่านมากที่ทำให้ข้าได้เกิดใหม่เช่นนี้ จงหลับให้สบายเถิด! "
* ฉัวะ!!! *
เมื่อสิ้นคำพูดนั้น กระบี่ปราบมารก็ตัดลงไปบนลำคอของซือตู๋ จิน ศีรษะของซือตู๋จินพุ่งกระเด็นออกจากคอ จากนั้นก็แล่นออกไปอย่างไร้ทิศทาง และ ร่วงลงสู่พื้นดินบนยอดเขาิเทียนในที่สุด
แต่สำหรับอู่ อวี้แล้ว จิติญญาของเขากำลังพลุ่งพล่าน
"นี่คือวิถีแห่งเซียนะ"
แม้นวิธีการจะโหดร้าย แต่เป็เพราะว่าทุกก้าวย่างที่อยู่บนเส้นทางของผู้ฝึกตน นั้นเต็มไปด้วยการแข่งขัน
ผู้ฝึกตนนั้นต้องต่อสู้กับ์ ต้องต่อสู้กับปฐี ต้องต่อสู้กับผู้คน และ ต้องต่อสู้กับมารปีศาจ!
ในสนามรบอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ต้องเป็ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้
" ผู้ฝึกตนคือ การปล้นชิง ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะสามารถยืนหยัดต่อเจตจำนงของตนเองได้"
ประโยคนี้คือการปฏิบัติตน ในขั้นพื้นฐานของผู้ฝึกตน
หลังจากซือตู๋ จินได้ตกตายไป ความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ภายในหัวใจของอู่ อวี้ ก็สลายหายไปจนหมดสิ้น เขาแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าเหมือนกับมนุษย์คนหนึ่ง เพราะขณะนี้ประกายสีทองอันงดงามเจิดจ้า ซึ่งเคยแผ่ออกมาจากทั่วร่างของเขาได้หายไปแล้วเช่นกัน ราวกับว่าเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ศิษย์ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ต่อสู้กำลังเฝ้าดูเขาอย่างเงียบงัน
บัดนี้ภาพของอู่ อวี้ได้กลายเป็ฝันร้าย ตราตรึงฝังแน่นอยู่ภายในจิตใจของพวกเขาไปเสียแล้ว แต่ทว่าการสังหารศิษย์ร่วมสำนักไปถึง 5 คน เป็เื่ยากที่จะปกปิด และ ตัวเขาจะยังสามารถปลอดภัยอยู่ได้
เพราะที่นี่คือยอดเขาิเทียน
" พี่ใหญ่ พี่รอง "
ในทันทีที่ศีรษะของซือตู๋ จินหลุดจากลำคอ และ กระเด็นออกไปไม่ไกลนัก มีบุรุษหลายคนพร้อมกับสตรีได้ปรากฏตัวอยู่ด้านหลัง พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้ขี่นกกระเรียน์ แต่พวกเขาเหล่านี้กลับขี่วิหคั์ตัวสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งพวกมันมีความเร็วในการเคลื่อนตัวมากกว่านกกระเรียนเป็อย่างมาก กลุ่มบุรุษหนุ่ม และ หญิงสาว ะโลงมาจากวิหคั์ คนเหล่านี้เปรียบได้กับดวงตะวันอันเจิดจ้า เป็เหล่าผู้ฝึกตนซึ่งมุ่งหมายไปสู่ชั้นเซียน ความสุขุม และ ความเยือกเย็น ที่คนเหล่านี้แสดงออกมา บ่งบอกได้ว่าพวกเขาล้วนเป็ศิษย์หลัก
พวกเขามีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีวรยุทธเหนือกว่าอู่ อวี้ คนเหล่านี้ต่างอยู่ในเส้นทางแห่งเซียนที่แท้จริง!
ภายในกลุ่มของบุคคลเ่าั้ มีเด็กชายผู้หนึ่ง ซึ่งมีวัย 13 ปี ร่างกายของมันยังไม่สูงเต็มที่ มันมีทรวดทรงอรชรอ้อนแอ้น และ รูปโฉมราวกับอิสตรี เส้นผมสีเงินยาวสยายราวกับเส้นไหม ดวงตาสีฟ้าสว่างสดใส มันจัดเป็บุรุษที่มีรูปสมบัติทั้ง 5 เป็ทรัพย์สมบัติอย่างแท้จริง ภายใต้ความเร่งรีบของศิษย์หลัก พวกมันรีบปรี่เข้าไปห้อมล้อมร่างของอู่ อวี้ไว้ เนื่องจากพวกมันได้เห็นภาพฉากการตายของ ซือตู๋ คัง และ ซือตู๋ จิน แก่ประจักษ์สายตาของตน
และเด็กชายผู้ วัย 13 ปี ซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายกับเด็กหญิงผู้นี้ ก็คือ ซือตู๋ ิหลาง นั่นเอง
........................................................................................................................................