หัวหน้าแซ่หยวน ก้าวจากกราบเรืออีกด้านเข้ามาคำนับริวจิด้วยท่าทีกระหืดกระหอบ แล้วขออนุญาตเข้าไปรายงานความคืบหน้ากับท่านโยชิอิในห้องท้องเรือด้านใน
จากนั้นอีกครู่ใหญ่นาคามูระ โยชิอิจึงเดินออกมา
“หน่วยเรือเร็วกลับมารายงานว่า พบเรือที่ถูกปล้นเทียบฝั่งอยู่ทางคุ้งน้ำข้างหน้า คาดว่าพวกมัน กำลังขนถ่ายสินค้า เพื่อเดินทางต่อทางบก”
ริวจิกล่าวด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว
“พวกมันคงคิดถ่ายสินค้า แล้วแล่นเรือเปล่าให้เราไล่ตามเฮอะ...พวกมันคงคิดไม่ถึงว่า เราจะติดตามมารวดเร็วขนาดนี้”
นาคามูระ โยชิอิหันไปไต่ถาม หัวหน้าแซ่หยวนอีกครั้ง
“เ้าเห็นพวกมัน ขนถ่ายสินค้ากับตาหรือไม่”
“ขอรับ! ถึงจะเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ แต่เห็นอย่างถนัดชัดเจน”
“ท่านโยชิอิหากเรารีบลงเรือเล็ก อาศัยจังหวะพวกมัน ขนถ่ายสินค้าไม่ทันเสร็จจู่โจมไม่ให้มันตั้งตัว กวาดล้างพวกมันให้หมดในคราวเดียว”
มู่หยงไฉ่จิ่งฉวยโอกาสเหน็บแนม
“ฉวยโอกาสตอนคนอื่นไม่ทันตั้งตัว หมู่ตึกบูรพาช่างเป็ผู้กล้าน่านับถือจริงๆ”
ริวจิไม่เพียงไม่มีโทสะ ทั้งยังอธิบายอย่างยิ้มแย้ม
“พรรคัวารีดำเป็โจรสลัด เที่ยวปล้นสะดมชาวเรือไปทั่วกับคนพวกนี้ไม่ว่าวิธีไหน ล้วนใช้ได้ทั้งนั้น”เวลานี้ไม่ว่าแม่นางผู้นี้เอ่ยสิ่งใด มันไม่อาจมีโทสะได้จริง ๆ
มู่หยงไฉ่จิ่งท่าทางตื่นใหน้าซีด พึมพำเบา ๆ อยู่คนเดียว
“พรรคัวารีดำ...หรือเป็พวกมัน!”
ฟางเสวี่ยเฟยยืนอยู่ข้างนาง ได้ยินที่นางพึมพำถนัด ทั้งยังอดสงสัยท่าทีตื่นตระหนกของนางไม่ได้
“เ้ารู้จักพวกมัน?...”
ดุรณีอ้ำอึ้งอีกครั้ง เหมือนกำลังชั่งใจ ควรบอกเล่าเื่ที่ทราบดีหรือไม่ทว่าคำพูดเ่าั้กลับหลุบลงคอไป
“เปล่า ๆ ...ข้าพเ้าเพียงแค่รู้สึกคุ้น ๆ ชื่อ”
นาคามูระ โยชิอิมองไปยังโค้งน้ำเบื้องหน้ามีูเาสูงตั้งอยู่สองฟากฝั่งพอดี ทำให้ไม่สามารถเห็นลำน้ำ ซึ่งอยู่หลังโค้งน้ำได้จึงไต่ถามด้วยความสุขุมยิ่ง
“เรือของเ้าไปถึงโค้งน้ำเบื้องหน้าหรือไม่”
“ท่านยังติดใจอะไรหรือ รีบนำเรือเล็กออกติดตามพวกมันเถอะ”ริวจิเร่งเร้าโยชิอิด้วยความกระตือรือร้น ้าปะทะกับพวกมันโดยไว
“โค้งน้ำเบื้องหน้า สภาพไม่น่าไว้วางใจพวกเ้าตรวจตราดูแถวนั้นแล้วหรือไม่”
“พวกเราตรวจดูแน่แล้วขอรับ ไม่มีพวกมันซุ่มกำลังอยู่แน่นอน”
“ท่านโยชิอิวิตกเกินไปแล้ว เราอย่าเสียเวลาเลย หากไม่รีบติดตามเมื่อพวกมันขนถ่ายสินค้าเสร็จ เราจะคลาดได้ตัวพวกมัน”ครั้งนี้ริวจิคิดใช้เป็โอกาส แสดงฝีมือให้ทุกคนได้ประจักษ์ผู้อื่นรับทราบแต่มันมีฝีมือในเชิงสุรา นารี ไม่เคยมีผู้ใดทราบความร้ายกาจของดาบยาวข้างเอวมัน
ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้มันเป็กงจื่อผู้สืบทอดหมู่ตึกบูรพากระนั้นทั้งท่านพ่อและท่านโยชิอิ ต่างถนอมมันยิ่งกว่ากงจู่ผู้สูงศักดิ์มิเคยให้มันปฏิบัติงานเสี่ยงอันตราย สมฐานะของมันเลยสักครั้ง
งานส่วนมากซึ่งมันได้รับ หากไม่เป็การต้อนรับขับสู้แเื่ขุนนางคนสำคัญ ก็เป็การคุมเรือสินค้า ซึ่งมีเรือคุ้มกันอย่างหนาแน่นนั่นนับว่าน่าตื่นเต้นเร้าใจตรงไหน
มันย่อมทราบ ถึงความห่วงใยของเหล่าผู้าุโ ทั้งไม่เคยโกรธเคืองพวกท่าน...
มันทราบถึงเหตุผล ซึ่งพวกท่านกระทำเช่นนี้กระจ่างยิ่ง...
นี่เป็เื่ของตัวมันเอง มันย่อมทราบดียิ่งกว่าผู้ใด...
แต่ถึงอย่างไรมันเป็กงจื่อมิใช่กงจู่ มัน้าหลั่งโลหิตอาบเหงื่อบ้าง
ไม่เช่นนั้นต้องเสียที เกิดเป็ลูกผู้ชายแล้ว!
นาคามูระ โยชิอิยังยืนจ้องโค้งน้ำ เบื้องหน้าเขม็งอีกเนิ่นนานจึงสั่งการเสียงหนักแน่น
“นำเรือเล็กมาเทียบ”
ผู้คนทยอยลงเรือเล็กสามลำ ลำละสามสิบคนกำลังที่เหลือคอยคุมเชิงอยู่บนเรือใหญ่
ฟางเสวี่ยเฟยกับมู่หยงไฉ่จิ่งอยู่บนเรือลำหนึ่งริวจิกับโยชิอิอยู่ด้วยกันอีกลำหนึ่งอดีตหัวหน้าแซ่เผิงและแซ่หลี่อยู่ด้วยกันอีกลำ
ทั้งสามลำเป็เรือเร็วขนาดเล็ก แล่นรวดเร็วอย่างยิ่ง ใช้เวลาเพียงไม่นาน แล่นลิ่วออกห่างจากเรือใหญ่ซึ่งขณะนี้ชะลอความเร็วลงแทบหยุดนิ่ง เนื่องเพราะไม่้าให้ฝ่ายตรงข้ามสังเกตเห็นแต่ไกล
ฝีพายทั้งยี่สิบแปดบนเรือแต่ละลำล้วนเป็นักสู้ฝีมือดีของหมู่ตึกบูรพาทั้งสิ้น จ้วงพายแต่ละครั้งเรือแล่นฉิวผ่ากระแสน้ำอย่างรวดเร็ว ไม่ต่างจากใช้ใบแต่อย่างใด
ชั่วอึดใจพลันเห็น เทือกเขาสูงตระหง่าน ตรงโค้งน้ำข้างหน้า
ทว่าก่อนเรือลำแรกจะถึงโค้งน้ำ นาคามูระ โยชิอิกลับลุกพรวดขึ้นะโสั่งการเสียงดัง
“ถอนกำลังกลับเรือใหญ่เดี๋ยวนี้!”
“ท่านโยชิอิ!..ทำไม?” ริวจิซึ่งนั่งด้านข้างโพล่งขึ้นด้วยความงุนงง ไม่ทราบเกิดอะไรขึ้น ทำไมท่านโยชิอิจึงสั่งถอนกำลังกลับกะทันหันเช่นนี้
นาคามูระ โยชิอิชี้ไปยังเงาทะมึนขนาดใหญ่ ซึ่งทอดอยู่บนผิวน้ำ
“ดูนั่น!”
นั่นเป็เงาของเรือขนาดใหญ่ลำหนึ่ง!
มันกำลังเคลื่อนออกจากหลังโค้งน้ำตรงรี่เข้าหาเรือเล็กทั้งสามอย่างรวดเร็ว!
ทันใดนั้น ก่อนทุกคนจะทันตั้งสติ เงาทะมึนขนาดใหญ่พลันโผล่สวนออกจากโค้งน้ำเบื้องหน้า บนกราบเรือทั้งสองฟากยืนเรียงรายด้วยชายฉกรรจ์ แต่งชุดสีดำปิดหน้าตาราวหนึ่งร้อยคนทุกคนมีเกาทัณฑ์ขนาดใหญ่ คันแข็งแกร่งอยู่ในมือ
ฉับพลัน! ลูกเกาทัณฑ์นับร้อย พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ผู้คนบนเรือเล็กราวสายฝน!
เสียงง้างสายเกาทัณฑ์ เสียงลูกเกาทัณฑ์หลุดจากแล่งพุ่งฝ่าอากาศดังเฟี้ยวฟ้าวอื้ออึงไม่หยุดยั้ง
ผู้ไม่ทันระวังตัวต่างถูกเกาทัณฑ์ปักตรึงร่าง ร่วงหล่นลงน้ำในทันที!
เสียงร้องอย่างเ็ปดังระงมคนที่เหลืออยู่ได้แต่ใช้อาวุธปัดป้องเป็พัลวัน
ชายฉกรรจ์มือเกาทัณฑ์เ่าั้ ล้วนมีพลังฝีมือไม่ต่ำทรามวิชายิงเกาทัณฑ์ของพวกมันทั้งแม่นยำ ทั้งรุนแรง ยิงได้ต่อเนื่องรวดเร็วลูกเกาทัณฑ์พอหลุดจากแล่ง พลันง้างสายยิงดอกต่อไปทันที ไม่มีเว้นระยะขาดตอน
คนของหมู่ตึกบูรพาหลายคนซึ่งเป็มือดีต่างพยายามะโขึ้นไปบนกราบเรือใหญ่ ทว่าเมื่อร่างลอยอยู่กลางอากาศกลับถูกลูกเกาทัณฑ์สังหาร ร่วงลงสู่ผืนน้ำไปอีกหลายคน
มีบ้างบางคนพยายามตะเกียกตะกาย กระทั่งขึ้นไปบนกราบเรือได้แต่กลับต้องเผชิญชายฉกรรจ์อีกกลุ่ม จำนวนหลายสิบคน มีทั้งดาบทั้งกระบี่ครบมือคุ้มกันชายฉกรรจ์มือเกาทัณฑ์โดยรอบ ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้เข้ากลุ้มรุมฟาดฟัน ผู้ซึ่งพยายามปีนขึ้นไปบนกราบเรืออย่างโเี้ จนไม่เหลือสภาพผู้คน
นับเป็สภาพการต่อสู้อันสยดสยองยิ่ง!
มู่หยงไฉ่จิ่งตื่นตระหนกต่อภาพเบื้องหน้าทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งตัวสั่นงันงก ปกตินางมิใช่คนขลาดเขลาหากสภาพประดุจสนามรบย่อย ๆ เช่นนี้ สุดที่นางจะรับการเข่นฆ่า เหี้ยมโหดเช่นนี้ได้จริงๆ
เมื่อเริ่มรวบรวมสติกลับคืนมา พลันพบว่า ฟางเสวี่ยเฟยใช้ขลุ่ยไม้ไผ่ปัดป้องลูกเกาทัณฑ์ ไม่ให้ััทำร้ายนาง อยู่เบื้องหน้าเป็พัลวัน
ฟางเสวี่ยเฟยควงขลุ่ยในมือ ปัดป้องปานจักรผัน สมองครุ่นคิดพยายามหาหนทางคลี่คลาย สถานการณ์ล่อแหลมยิ่งในขณะนี้ มันมิใช่จูเก่อเลี่ยงคิดยืมเกาทัณฑ์ซ้อนกลโจวอี่ว์ จึงไม่หวังให้พวกมันระดมยิงมากมายเช่นนี้หากต้องปัดป้องโดยไม่ตอบโต้ ลูกเกาทัณฑ์ย่อมถูกยิงมาเรื่อย ๆ ไม่หยุดยั้ง
ทว่าจะหาทางตอบโต้ได้อย่างไร...
วิธีเดียวจะหยุดลูกเกาทัณฑ์ ซึ่งจู่โจมราวห่าฝนเช่นนี้คือต้องขึ้นไปจัดการชายฉกรรจ์มือเกาทัณฑ์บนเรือใหญ่ ทว่าหากคิดะโขึ้นบนกราบเรือยิ่งต้องตกเป็เป้ายิงสังหาร ยามนี้เกาทัณฑ์หนาแน่นถี่ยิบ ไร้ช่องโหว่ให้ทะลวงผ่านกระทั่งมันยังไม่แน่ใจว่า สามารถฝ่าขึ้นไปบนกราบเรือได้
ขณะกำลังอับจนปัญญา ลูกเกาทัณฑ์ดอกหนึ่ง พุ่งผ่าอากาศด้วยกำลังแรงเฉี่ยวทะลุสายรัดเอวขาดออก ก้อนหินซึ่งใช้เป็เบี้ยคราวเดินหมากล้อมร่วงกราวออกจากชายเสื้อ
มันเห็นดังนั้น ปฏิภาณวูบขึ้นในฉับพลัน!
ปฏิกิริยาท่วงท่า ว่องไวเท่าความคิด มือข้างซึ่งไม่ได้ถือขลุ่ย ฉวยก้อนหินเ่าั้ไว้เต็มกำมือแล้วซัดออกไปยังมือเกาทัณฑ์ บนกราบเรือในทันที
มิทันสิ้นเสียงแหวกอากาศ ของหินเจ็ดแปดก้อนซึ่งถูกซัดออกจากมือฟางเสวี่ยเฟย เสียงกระดูกหักพลันดังเกรียวกราวจากร่างเหล่าชายฉกรรจ์มือเกาทัณฑ์!
ร่างสูงใหญ่บนกราบเรือใหญ่ ต่างร่วงลงน้ำไปร่วมสิบในคราวเดียว!
ก้อนหินซึ่งซัดออกจากมือฟางเสวี่ยเฟย มีระดับความแม่นยำ รวดเร็วรุนแรงเหนือกว่าลูกเกาทัณฑ์ ซึ่งปลิวว่อนอยู่ในขณะนี้เสียอีก!
มือเกาทัณฑ์เ่าั้ สีหน้าตื่นตระหนก หวาดหวั่นพรั่นพรึงไม่คาดคิดว่าบุรุษหนุ่ม แต่งตัวมอซอจะมีพลังฝีมือถึงเพียงนี้แต่พวกมันต่างผ่านประสบการณ์ การต่อสู้มาอย่างโชกโชนเมื่อเห็นพวกพ้องล้มลงราวใบไม้ร่วง ต่างรู้ทันทีว่า จำเป็ต้องกำจัดคนผู้นี้ก่อนพากันพร้อมใจหันเหเกาทัณฑ์ในมือ เล็งไปยังร่างฟางเสวี่ยเฟยราวนัดกันไว้!
ฟางเสวี่ยเฟยหมายจะฉวยช่องว่าง ขณะพวกมันแตกตื่น ทะยานร่างขึ้นไปบนกราบเรือไม่คาดว่าพวกมันสามารถคุมสติมิให้ลนลาน ทั้งมีปฏิกิริยาโต้ตอบฉับไวเช่นนี้ท่าร่างต้องชะงักทันที หากคิดะโขึ้นกราบเรือในเวลานี้ ต้องถูกเกาทัณฑ์สังหารยิงจนร่างพรุนแน่
ชั่วพริบตา ขณะมือเกาทัณฑ์เ่าั้ พากันเบนเป้าหมายไปที่ฟางเสวี่ยเฟยกลับก่อให้เกิดช่องว่างขึ้น!
ม่านลูกเกาทัณฑ์ในทิศทางอื่น พลันสลายไปชั่วครู่นั่นเป็จังหวะเวลาที่น้อยอย่างยิ่ง ผู้คนบนเรือใหญ่ต้องคิดไม่ถึงชั่วอึดใจเดียวนี้ มีผู้ใดสามารถยึดกุมไว้ได้
แต่นาคามูระ โยชิอิกลับสามารถฉกฉวย ่เวลานี้ไว้ได้!
ก่อนลูกเกาทัณฑ์นับสิบ อันเล็งเป้ามายังฟางเสวี่ยเฟย จะทันหลุดจากแล่ง
เงาร่างสีเขียวสายหนึ่งทะยานกาย โผร่างขึ้นไปยืนบนกราบเรืออย่างรวดเร็ว
ระดับความเร็วของท่าร่างยังเร็วกว่า ลูกเกาทัณฑ์ยามหลุดจากแล่ง!
ฝ่าเท้ามิทันแตะพื้นเรือ ร่างยังไม่อาจทรงกายมั่น หากดาบยาวพลันหลุดจากฝักโลดแล่นเหนือกราบเรือ ราวัสมุทรคืนชีพ แล่นล่องท่องทะยานฟ้า!
ประกายสีเงินวาว วาดผ่านฟ้าเพียงวูบ
สรรพสิ่งอันอยู่ใต้อานุภาพแห่งมัน กลับกลายเป็ปราศจากชีวิตจนสิ้น!
เพียงพริบตา ลูกเกาทัณฑ์ซึ่งระดมยิง จากทางกราบเรือตรงนั้น สลายไปโดยพลัน
ดาบยาวเล่มนั้น มีประสิทธิภาพยิ่งจริง ๆ !
ประมุขตระกูลฟางฉวยโอกาส ขณะมือเกาทัณฑ์บนเรือใหญ่ตื่นตะลึงต่ออิทธิฤทธิ์ของดาบยาว หยิบก้อนหินที่เหลืออีกสิบกว่าเม็ดกำเต็มทั้งสองมือ ซัดไปยังมือเกาทัณฑ์ที่หลงเหลือ
ร่างอีกนับสิบร่วงหล่นลงน้ำเป็แถบ ๆ บางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันถูกทำร้ายได้อย่างไร!
ฝ่ายมือดีของหมู่ตึกบูรพา บนเรือทั้งสามลำเห็นดังนั้น ต่างโห่ร้องอย่างยินดีการลงมือของฟางเสวี่ยเฟยกับนาคามูระ โยชิอิ สร้างความเชื่อมั่นให้ทุกผู้อย่างเต็มเปี่ยม พวกมันถึงกับคึกคักเข้มแข็งขึ้นอักโขทางหนึ่งปัดป้องลูกเกาทัณฑ์อย่างสุดกำลัง ทางหนึ่งจ้องหาช่องว่างขึ้นไปบนเรือใหญ่ฝ่ายตรงข้ามให้ได้
ฟางเสวี่ยเฟยไม่รอช้า รีบฉวยจังหวะนั้น คว้าร่างมู่หยงไฉ่จิ่งทะยานขึ้นไปบนกราบเรือในทันที
ชายฉกรรจ์มือเกาทัณฑ์ ถูกจัดการไปกว่าครึ่ง ลูกเกาทัณฑ์เบาบางลงจนไม่อาจสะกดคุกคาม ผู้คนของหมู่ตึกบูรพาได้แล้ว คนบนเรือเล็กที่เหลืออีกประมาณครึ่งหนึ่ง ต่างทยอยโผร่างตามขึ้นมา บนเรือใหญ่จนหมด
เหล่ามือดีซึ่งขึ้นเรือได้ก่อนต่างวาดลีลาอาวุธในมือ สยบกลุ่มชายชุดดำบนเรืออย่างคึกคะนอง