ห้านาทีแห่งความสงบผ่านไปอย่างรวดเร็ว เงียบเกินไป… เงียบจนหลินเยว่รู้สึกไม่สบายใจ ในโลกที่เพิ่งพังทลาย ความเงียบมักเป็สัญญาณว่าบางสิ่งกำลังก่อตัวอยู่ในเงามืด
เจย์กำลังแกะซองแครกเกอร์ด้วยท่าทีจริงจังราวกับทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ฟ้าดื่มน้ำทีละอึก มือยังสั่นเล็กน้อยแต่สีหน้าดีขึ้นมาก ส่วนอาร์คยังคงยืนอยู่หน้าร้าน ไม่ขยับ ไม่พูด แต่ดวงตาสีแดงเข้มของเขากวาดมองถนนทุกสายอย่างเงียบงัน ราวกับเป็ผู้พิทักษ์ที่ไม่มีวันหลับใหล
ทันใดนั้น—อาร์คชะงัก ร่างสูงใหญ่ขยับเพียงเล็กน้อย แต่แรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากเขา ทำให้หลินเยว่ลุกขึ้นยืนแทบจะในทันที “เกิดอะไรขึ้น?” เธอถามเสียงกระซิบ
อาร์คไม่ตอบ เขาเพียงหันไปมองถนนฝั่งตรงข้าม จากนั้นหลินเยว่ก็ได้ยินเสียง เสียงเครื่องยนต์ที่คำรามก้อง เสียงยางบดกับเศษกระจก และเสียงคนะโสุดแรง “หลบ!”
รถกระบะสีดำคันหนึ่งพุ่งฝ่าฝูงซอมบี้เข้ามาด้วยความเร็วสูง ประตูท้ายเปิดออก ชายหนุ่มร่างกำยำในชุดเสื้อกั๊กกันกระแทกกำลังใช้ท่อนเหล็กฟาดซอมบี้ที่เกาะอยู่ข้างรถอย่างบ้าคลั่ง หญิงสาวคนหนึ่งยืนบนกระบะด้านหลังพร้อมปืนไรเฟิลในมือ ปัง! ปัง! ะุสองนัดเจาะทะลุศีรษะผู้ติดเชื้ออย่างแม่นยำ รถเสียหลักเล็กน้อยก่อนพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าหน้าร้านสะดวกซื้อ โครม! ควันพวยพุ่งจากฝากระโปรง ซอมบี้หลายสิบตัวหันเข้าหารถในทันที
“ให้ตายเถอะ!” เจย์สบถ ชายร่างกำยำเปิดประตูรถแล้วกระโจนลงมา เขาใช้ไหล่กระแทกซอมบี้จนปลิวออกไปหลายเมตร “ทุกคนลงมา! เราต้องตั้งแนว!” หญิงสาวถือปืนะโลงตามมาอย่างคล่องแคล่ว ส่วนคนขับรถ ซึ่งเป็ชายหนุ่มสวมแว่นตาแตกครึ่งหนึ่ง รีบคว้ากระเป๋าเป้และคอมพิวเตอร์พกพาออกจากรถอย่างระมัดระวัง “แบตเตอรี่ต้องไม่เสียหาย!”
เจย์กะพริบตา “ผมชอบคนนี้” เขาพึมพำด้วยรอยยิ้ม
หลินเยว่ยังไม่ทันตัดสินใจว่าจะช่วยหรือไม่ ฝูงซอมบี้ก็ล้อมพวกเขาไว้เกือบหมดแล้ว ชายร่างกำยำคำรามแล้วเหวี่ยงท่อนเหล็กใส่ซอมบี้สองตัวพร้อมกัน หญิงสาวยิงอย่างแม่นยำ แต่จำนวนศัตรูมากเกินไป “ะุเหลืออีกห้านัด!” เธอะโเสียงเครียด คนขับรถหน้าซีดเผือด “ผมไม่เหมาะกับการตายกลางถนนนะ!”
หลินเยว่กัดฟัน เธอรู้ดีว่าการเข้าไปช่วยอาจทำให้พวกเธอตกอยู่ในอันตราย แต่เธอก็ไม่สามารถยืนดูคนอื่นตายต่อหน้าได้ เธอหันไปหาอาร์ค ดวงตาสีแดงเข้มสบกับเธอ “ช่วยพวกเขาได้ไหม?” เธอเอ่ยเพียงประโยคเดียว
อาร์คพยักหน้าช้า ๆ จากนั้นก้าวออกไปข้างหน้า เพียงก้าวเดียว แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็ะเิออกจากร่างของเขา ฝูงซอมบี้ทั้งถนนหยุดชะงักพร้อมกัน หลายตัวทรุดลงกับพื้น หลายตัวสั่นเทาราวกับเผชิญหน้ากับผู้ปกครองสูงสุด
ชายร่างกำยำหยุดกลางท่าฟาดเหล็ก หญิงสาวลดปืนลงช้า ๆ คนขับรถดันแว่นขึ้นด้วยมือสั่น “ผม… กำลังเห็นอะไรอยู่?”
อาร์คเดินผ่านฝูงซอมบี้ราวกับาาที่เดินผ่านบริวารของตน ไม่มีตัวใดกล้าขวางทาง จากนั้นเขาหยุดอยู่กลางถนน ดวงตาสีแดงกวาดมองไปรอบด้าน ซอมบี้ทั้งหมดคุกเข่าลงพร้อมกัน ถนนทั้งสายเงียบสงัด ราวกับเมืองทั้งเมืองกำลังแสดงความเคารพต่อผู้ตัวจริง
หลินเยว่ก้าวออกจากร้านอย่างช้า ๆ ทุกคนหันมามองเธอ และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา ทำให้แม้แต่อาร์คเองยังดูชะงักไปเล็กน้อย เมื่อหลินเยว่เดินมาหยุดตรงหน้าเขา ราชันย์ซอมบี้ผู้ทำให้ฝูงมรณะทั้งเมืองก้มศีรษะ กลับคุกเข่าลงต่อหน้าเธอเพียงคนเดียว
เสียงสูดหายใจดังขึ้นพร้อมกัน หญิงสาวถือปืนเบิกตากว้าง ชายร่างกำยำยืนนิ่งราวกับถูกฟ้าผ่า คนขับรถอ้าปากค้างจนแทบลืมหายใจ เจย์ยกมือขึ้นแตะแว่นของตัวเอง “ขอแก้ไขอีกครั้ง… เราไม่ได้มีอาวุธนิวเคลียร์เดินได้” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดเสียงแ่ “เราอาจมีาาของวันสิ้นโลกอยู่ในทีม”
หลินเยว่ยืนมองอาร์คอย่างตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาเงยหน้ามองเธอ ดวงตาสีแดงเข้มสงบนิ่งราวกับกำลังบอกสิ่งเดียวที่เขาเชื่อมั่น เหนือซอมบี้ทั้งหมดในโลกนี้ มีเพียงคนเดียวที่เขาเต็มใจยอมก้มหัวให้ และคนนั้นคือเธอ